• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฉีดโบท็อกซ์คางไม่ได้ผล แต่ต่อมน้ำลายได้ผล

ฉีดโบท็อกซ์คางไม่ได้ผล แต่ต่อมน้ำลายได้ผล

ฉีดโบท็อกซ์คางไม่ได้ผล แต่ต่อมน้ำลายได้ผล

ถ้าฉีดโบท็อกซ์กรามอย่างเดียว หน้าจะไม่เล็กลง จำเป็นต้องทำต่อมน้ำลายข้างหูด้วย

 

ช่วงนี้มีลูกค้าหลายท่านเลยค่ะที่เข้ามาปรึกษาโดยที่วิเคราะห์โครงหน้าตัวเองมาอย่างละเอียดมากๆ


ไม่ใช่แค่บอกว่า "อยากลดแก้มตรงนี้" เฉยๆ นะคะ

แต่ส่วนใหญ่จะเปิดประเด็นก่อนเลยว่า "อยากรู้ว่ากรณีของหนู ปัญหามันเกิดจากจุดไหนกันแน่ค่ะ"


และเพราะเทรนด์นี้เอง เลยทำให้อัตราของคนที่เข้ามาถามเรื่องโบท็อกซ์ลดกราม (โบท็อกซ์กราม) ควบคู่กับโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หู (โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หู)

มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ



วันนี้เราจะมาคุยกันถึงความแตกต่างของสองอย่างนี้ และมาดูกันว่าในกรณีแบบไหนที่เราควรจะเลือกฉีดตัวไหนดีค่ะ



Q. โบท็อกซ์ลดกราม กับ โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หู คือการรักษาแบบเดียวกันไหมคะ?


A. ไม่ใช่ค่ะ โครงสร้างเป้าหมายในการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย เดี๋ยวหมอจะอธิบายรายละเอียดให้ฟังในเนื้อหาด้านล่างนะคะ

 



Q. ถ้าหน้าดูเป็นสี่เหลี่ยมและกรามใหญ่มาก จำเป็นต้องฉีดทั้งสองอย่างเลยไหมคะ?


A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสค่ะ เราต้องแยกแยะโครงสร้างที่เป็นต้นเหตุก่อน ซึ่งหมอได้สรุปเกณฑ์ในการพิจารณาไว้ให้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ

 



Q. ถ้าใช้ Xeomin จะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันไหมคะ?


A. ใช่ค่ะ ได้ผลเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างในเรื่องของการคำนวณปริมาณยูนิตและเทคนิคการฉีด ซึ่งหมอจะขออธิบายแยกต่างหากในส่วนถัดไปนะคะ

턱보톡스와 귀밑샘 보톡스 비교 시술 안내

 

 












เรื่องนี้อาจจะดูน่าสับสนนิดนึง เพราะคำว่า "กรามใหญ่รูปหน้าเหลี่ยม" ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวกันเสมอไปค่ะ

นี่เป็นส่วนที่หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ค่ะ


ความกว้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้ดูหน้าเหลี่ยมนั้น จริงๆ แล้วเกิดจากโครงสร้างหลักๆ 2 ส่วนด้วยกันค่ะ

 



อย่างแรกคือ การที่กล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter muscle) มีการพัฒนาและหนาตัวขึ้น


และอย่างที่สองคือ การที่ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid gland) มีขนาดใหญ่ค่ะ

 



กล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) คือกล้ามเนื้อที่เกาะอยู่บริเวณใต้โหนกแก้มไปจนถึงขอบกระดูกกรามด้านนอกค่ะ


ถ้าใครที่ชอบนอนกัดฟันบ่อยๆ หรือชอบเคี้ยวของเหนียวๆ กล้ามเนื้อส่วนนี้ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น (Hypertrophy)


ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ตรงจุดนี้ก็คือ โบท็อกซ์ลดกราม ที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ

ในทางกลับกัน ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid gland) จะอยู่บริเวณด้านหน้าและใต้ใบหูค่ะ


หากต่อมนี้มีขนาดใหญ่มาแต่กำเนิดหรือโตขึ้น มันจะดูซ้อนทับอยู่กับกล้ามเนื้อเคี้ยว


ทำให้บางคนต่อให้ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามไปเท่าไหร่ ก็รู้สึกว่าหน้าไม่เรียวลงสักที

ตอนแรกหมอเองก็เคยสงสัย แต่พอได้รักษาคนไข้ที่เคยฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง


หมอก็เลยเริ่มตรวจเช็คขนาดของต่อมน้ำลายใต้หูเป็นอันดับแรกค่ะ












หากเราไม่แยกแยะโครงสร้างทั้งสองนี้ก่อนทำหัตถการ


ต่อให้กล้ามเนื้อเคี้ยวลดลง แต่ขนาดของต่อมน้ำลายใต้หูยังเท่าเดิม ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ

ประเภท

โบท็อกซ์ลดกราม (กล้ามเนื้อเคี้ยว)

โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid gland)

โครงสร้างเป้าหมาย

กล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter)

ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid gland)

ตำแหน่ง

ใต้โหนกแก้ม, ด้านนอกของกระดูกกราม

ด้านหน้าและใต้ใบหู, ด้านหลังกล้ามเนื้อเคี้ยว

สาเหตุหลัก

การนอนกัดฟัน, การเคี้ยวมากเกินไป

ขนาดใหญ่จากพันธุกรรม, สภาพร่างกาย

การเห็นผล

4~8 สัปดาห์ (กล้ามเนื้อฝ่อลง)

2~4 สัปดาห์ (การหลั่งน้ำลายและขนาดลดลง)

ระยะเวลาผลลัพธ์

ตามประสบการณ์ของหมอ อยู่ได้ประมาณ 4~6 เดือน

ตามประสบการณ์ของหมอ อยู่ได้ประมาณ 4~6 เดือน

วิธีเช็คด้วยตัวเอง

ส่วนที่นูนปูดขึ้นมาเมื่อลองกัดฟันแน่นๆ

ส่วนที่นูนแม้จะไม่ได้กัดฟัน (อยู่บริเวณหน้าและใต้ใบหู)

교근과 이하선 위치 비교 해부 구조 설명

 

 

แต่มีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องรู้ค่ะ — นั่นคือกรณีที่มีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน

แม้แต่ละเคสจะแตกต่างกัน แต่ปกติแล้วหมอจะตรวจประเมินด้วยวิธีนี้ค่ะ











คนไข้ที่เข้ามาในห้องตรวจ หมอจะขอให้ลองกัดฟันแน่นๆ ดูก่อน











เพื่อเช็คดูว่ากล้ามเนื้อเคี้ยวปูดขึ้นมาแค่ไหน และเมื่อคลายกรามออกแล้วยังมีความนูนเหลืออยู่หรือไม่












หากคลายกรามแล้วยังรู้สึกว่าบริเวณนั้นมีความนูนและหนาอยู่ ก็ต้องสงสัยเรื่องต่อมน้ำลายใต้หูค่ะ











เพราะมีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยที่มีภาวะโตทั้งกล้ามเนื้อและต่อมน้ำลายควบคู่กัน











ในกรณีนี้ หมอจะแนะนำให้แบ่งยูนิตโบท็อกซ์เพื่อฉีดรักษาทั้งส่วนกล้ามเนื้อเคี้ยวและต่อมน้ำลายใต้หูไปพร้อมกันค่ะ












ถึงแม้ว่าการฉีดบริเวณต่อมน้ำลายใต้หูจะมีความยากและซับซ้อนกว่าเล็กน้อย











เนื่องจากมีเส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve) พาดผ่านบริเวณนี้พอดี











การควบคุมตำแหน่งและความลึกของเข็มในการฉีดให้แม่นยำจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ค่ะ











หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราวได้











ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจโครงสร้างกายวิภาคเป็นอย่างดีค่ะ











 


พูดตรงๆ เลยนะคะ











โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หูเป็นหัตถการที่มีความยากสูง และยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากนัก











ทำให้หลายคนยังคงฉีดซ้ำแต่โบท็อกซ์ลดกรามเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ตรงจุดค่ะ

 

บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:











บ่อยครั้งที่มีคนไข้เข้ามาหาหมอที่คลินิกด้วยปัญหาที่ว่า "เคยฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจากที่อื่นมามากกว่า 10 ครั้งแล้วก็ยังไม่เห็นผลเลย"











พอหมอได้ตรวจเช็คดูอย่างละเอียด ก็พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาต่อมน้ำลายใต้หูโตค่ะ











จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้กลุ่มนี้จะมีความพึงพอใจสูงกว่ามากเมื่อได้รับการรักษาแบบผสมผสานร่วมกับโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย แทนที่จะฉีดแค่โบท็อกซ์ลดกรามเดี่ยวๆ











แต่อีกเรื่องหนึ่งที่หมอต้องเน้นย้ำเลยก็คือ การฉีดบริเวณต่อมน้ำลายใต้หูนั้นอยู่ใกล้กับแขนงของเส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve branches) มากๆ











ต่อให้ใช้ตัวยาที่ดีที่สุดระดับพรีเมียมขนาดไหน หากกำหนดตำแหน่งผิดพลาด แทนที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีก็อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนแทนได้ค่ะ











ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่หมอจะอธิบายและพูดคุยให้คนเข้าใจก่อนการรักษาเสมอค่ะ

 


































สิ่งที่แตกต่างเมื่อเลือกฉีดด้วย Xeomin

ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ จะมีตัวเลือกอย่าง Xeomin (incobotulinumtoxinA) อยู่ค่ะ











เนื่องจากเป็นท็อกซินบริสุทธิ์ที่ปราศจากโปรตีนเจือปน (Complexing proteins)











ทำให้มีจุดเด่นในเรื่องของโอกาสเกิดการดื้อยาหรือสร้างสารต้านโบท็อกซ์ค่อนข้างต่ำ แม้จะฉีดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็ตามค่ะ











(อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม จึงอาจจะยังสรุปแบบฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้นะคะ)

สำหรับการใช้ Xeomin ในการฉีดลดกรามหรือต่อมน้ำลายใต้หู











ในเชิงหลักการจะใช้การเทียบอัตราส่วนยูนิตแบบ 1:1 กับโบท็อกซ์เกรดท็อปตัวอื่น (OnabotulinumtoxinA)











แต่ในทางคลินิกจริง แพทย์อาจมีการปรับปริมาณยูนิตให้เหมาะสมตามแต่ละเคสค่ะ

แต่ใช่ว่าการเลือกใช้ตัวนี้จะมีแต่ข้อดีเสมอไปนะคะ











เนื่องจาก Xeomin มีเงื่อนไขในการเก็บรักษาที่เข้มงวดมาก











และเรื่องของเวลาหลังทำการผสมยาก็สำคัญมากเช่นกัน หากเข้ารับบริการในคลินิกที่ระบบการจัดการไม่ได้มาตรฐาน











อาจจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เสถียรหรือเห็นผลไม่เต็มที่ได้ค่ะ











ถึงอย่างนั้น สำหรับผู้ที่วางแผนจะฉีดโบท็อกซ์ดูแลตัวเองในระยะยาว Xeomin ก็ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าแก่การพิจารณามากๆ ค่ะ

제오민 보톡스 턱 귀밑샘 시술 비교

สรุปใจความสำคัญ: สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่าสาเหตุของกรามใหญ่เกิดจากกราม (กล้ามเนื้อเคี้ยว) หรือต่อมน้ำลายใต้หู ส่วนเรื่องการเลือกแบรนด์โบท็อกซ์ เช่น Xeomin นั้นเป็นขั้นตอนถัดไปค่ะ

 


































เช็คลิสต์สิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจทำหัตถการนะคะ

นี่คือเช็คลิสต์ที่หมอใช้ตรวจประเมินคนไข้เสมอนะคะ ลองเช็คตัวเองกันดูได้เลยค่ะ

  1. เวลากัดฟันแน่นๆ แล้วรู้สึกว่าเนื้อตรงกรามล่างปูดขึ้นมาเยอะไหม? → มีโอกาสเกิดจากกล้ามเนื้อเคี้ยวโต

  2. แม้ตอนที่ไม่ได้กัดฟัน ก็ยังรู้สึกว่าบริเวณหน้าหูและใต้ใบหูมีความนูนป่องอยู่ไหม? → มีโอกาสเกิดจากต่อมน้ำลายใต้หูโต

  3. เคยฉีดโบท็อกซ์ลดกรามมาก่อนหน้านี้แต่แทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยใช่ไหม? → ควรเช็คหาข้อสงสัยเรื่องต่อมน้ำลายใต้หูโต

  4. มีพฤติกรรมนอนกัดฟัน (Bruxism) หรือไม่? → มีโอกาสสูงที่เป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อเคี้ยวมีขนาดใหญ่

  5. รู้สึกปวดกรามหรือปวดศีรษะร่วมด้วยบ่อยๆ ไหม? → อาจต้องประเมินเรื่องภาวะกล้ามเนื้อเคี้ยวตึงตัวมากเกินไป (Myofascial pain/Hypertension) ร่วมด้วย

หากใน 5 ข้อนี้ คุณตรงกับข้อ 2 และข้อ 3 ล่ะก็











หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาโดยรวมการตรวจประเมินโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หูเข้าไปด้วยจะดีที่สุดค่ะ

มีเรื่องที่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งค่ะ











คนไข้หลายคนที่จองคิวโดยดูแค่โปรโมชั่นราคาเป็นหลัก โดยไม่ได้ปรึกษาคุณหมอก่อน











มักพลาดโอกาสได้รับการจับคู่หัตถการที่ตรงกับความต้องการและเข้ากับปัญหาใบหน้าจริงของตัวเองไปค่ะ











ที่ BeautyStone มีลูกค้าเดินทางมาจากแถวชินช็อน (Sinchon) หรือแถวอีแด (Ewha Womans Univ.) กันเยอะมากๆ เลยค่ะ











หลายๆ ท่านบอกว่าฉีดวนไปเรื่อยๆ โดยไม่เคยรู้สาเหตุเลย จนได้มาปรึกษาที่คลินิกเรานี่แหละค่ะ ถึงเพิ่งจะได้รับคำอธิบายที่กระจ่างเป็นครั้งแรก

 

 












คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. ถ้าฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หูแล้ว จะทำให้น้ำลายไม่ไหลจนปากแห้งไหมคะ?

A. การฉีดไม่ได้ไปบล็อกการทำงานของต่อมน้ำลายทั้งหมดนะคะ แต่เป็นการลดขนาดและปริมาณน้ำลายลงในระดับที่เหมาะสม จากประสบการณ์ของหมอ โอกาสที่จะเกิดอาการปากแห้งรุนแรงนั้นพบได้น้อยมากๆ ค่ะ ทว่าผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และหากใช้ปริมาณยูนิตที่มากเกินไปอาจทำให้ปากแห้งชั่วคราวได้ ดังนั้นการจำกัดและควบคุมปริมาณยาโดยแพทย์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดค่ะ

 

Q2. เพิ่งเคยฉีดโบท็อกซ์ลดกรามครั้งแรก เลือก Xeomin หรือโบท็อกซ์ทั่วไปดีกว่ากันคะ?

A. สำหรับการฉีดครั้งแรก ผลลัพธ์ในการลดขนาดแทบจะไม่ได้แตกต่างกันเลยค่ะ แต่ Xeomin จะตอบโจทย์และเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องการดื้อยาจากการฉีดบ่อยๆ ในระยะยาวมากกว่าค่ะ สิ่งสำคัญสำหรับการฉีดครั้งแรกคือการประเมินตำแหน่งการฉีดและปริมาณยูนิตที่เหมาะสมกับคนไข้ก่อนค่ะ

 

Q3. หลังฉีดแล้วจะเริ่มเห็นผลตอนไหน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่คะ?

A. สำหรับโบท็อกซ์ลดกราม (กล้ามเนื้อเคี้ยว) จะใช้เวลาในการฝ่อตัวของกล้ามเนื้อเล็กน้อย โดยปกติจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่ 4~8 สัปดาห์ค่ะ ส่วนโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้หูจะค่อนข้างเห็นผลเร็วกว่า โดยจะอยู่ที่ประมาณ 2~4 สัปดาห์ จากประสบการณ์ของหมอ ผลลัพธ์ของทั้งสองส่วนจะอยู่ได้นานประมาณ 4~6 เดือนค่ะ แต่สำหรับคนที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันหรือเคี้ยวของแข็งมากๆ ระยะเวลาของผลลัพธ์ก็อาจจะสั้นลงกว่านี้ได้ตามความเป็นจริงค่ะ

 

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ หมอวี ยองจิน ค่ะ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักมาสอบถามแบบเป็นกันเองทาง LINE ก่อนได้เสมอนะคะ

 

✦ บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1