โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ไม่ใช่บริเวณคางสองชั้น แต่เป็นบริเวณด้านข้างลูกกระเดือก
ช่วงนี้หลายคนออกไปเดินชมดอกซากุระ ถ่ายรูปเล่นแล้วทักมาปรึกษากันเยอะมากเลยค่ะ
ช่วงนี้มีคนทักเข้ามาถามกันเยอะเป็นพิเศษเลยจริงๆ ค่ะ
โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตอย่าง
"รู้สึกว่าใต้คางหย่อนคล้อยมากเลยค่ะ" ซึ่งพอเสิร์ชหาข้อมูลในตอนนั้น
หลายคนก็มักจะเจอกับคำว่า โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง (Submandibular Gland Botox) ค่ะ
แต่ข้อมูลส่วนนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งนะคะ
เพราะข้อมูลที่แชร์กันบนอินเทอร์เน็ตมีหลายจุดที่ยังเข้าใจผิดกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ
วันนี้หมอจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจกันอย่างถูกต้องชัดเจนเองค่ะ
ขอเริ่มจาก 3 คำถามยอดฮิตก่อนเลยนะคะ
Q. ฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางแล้ว
จะช่วยให้เหนียงสองชั้นหายไปเลยไหมคะ?
A. ไม่ใช่ค่ะ ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง
ขึ้นอยู่กับสาเหตุของเหนียงนะคะ
หมอจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในเนื้อหาด้านล่างค่ะ
Q. โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางกับ
โบท็อกซ์ทั่วไปแตกต่างกันอย่างไรคะ?
A. แตกต่างกันค่ะ ทั้งตำแหน่งที่ฉีด วัตถุประสงค์ และปริมาณยูนิตที่ใช้
หมอได้สรุปข้อแตกต่างไว้ให้ที่ด้านล่างนี้แล้วค่ะ
Q. สามารถใช้ Xeomin
ฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ค่ะ
แต่จริงๆ แล้วมีสิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกยี่ห้อผลิตภัณฑ์อีกนะคะ
หมอจะอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังเช่นกันค่ะ

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางคืออะไรกันแน่
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ก็คือ
การฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปที่ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular Gland) โดยตรงตามชื่อเลยค่ะ
ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรจะเป็นต่อมที่อยู่บริเวณใต้คางทั้งฝั่งซ้ายและขวา
ซึ่งถ้าต่อมน้ำลายนี้โตขึ้นมา ก็จะทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด และทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูหนาขึ้นเมื่อมองจากด้านข้างนั่นเองค่ะ
และนี่คือจุดที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากค่ะ
การโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ไม่ได้ช่วยลด "ไขมัน" นะคะ
แต่เป็นการใช้โบท็อกซ์เข้าไปทำให้เนื้อเยื่อบริเวณต่อมน้ำลายหดตัวลงเพื่อลดขนาดปริมาตรของต่อมน้ำลายค่ะ
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงขึ้นอยู่กับว่า เหนียงของคุณเกิดจากไขมันสะสม
หรือเกิดจากต่อมน้ำลายโตกันแน่
ผลลัพธ์อาจจะดีมากๆ หรืออาจจะไม่เห็นผลเลยก็เป็นได้ค่ะ
ถ้าไม่ได้ประเมินจุดนี้ให้ดีแล้วไปฉีดเลย
อาจจะทำให้เสียเงินฟรีโดยไม่เห็นผลลัพธ์ได้ค๊า
ซึ่งหมอมักจะอธิบายและคุยกับคนไข้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอค่ะ

วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไป
ตามสาเหตุของการเกิดเหนียงใต้คางค่ะ
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดเหนียงมีอยู่ 3 ข้อด้วยกันค่ะ
การสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง
ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรโต (Submandibular Gland hypertrophy)
ผิวหนังหย่อนคล้อยหรือกล้ามเนื้อหย่อนสภาพ
ซึ่งทั้ง 3 สาเหตุนี้อาจเกิดขึ้นเพียงสาเหตุเดียว
หรืออาจจะเกิดขึ้นร่วมกันแบบผสมผสานก็ได้ค่ะ
สาเหตุ | ผลลัพธ์จากโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง | หัตถการอื่นๆ ที่ควรพิจารณาควบคู่ |
|---|---|---|
ต่อมน้ำลายโต (Submandibular Gland hypertrophy) | เห็นผลลัพธ์ดี | สามารถฉีดเฉพาะโบท็อกซ์อย่างเดียวได้ |
ไขมันใต้ผิวหนังสะสม | ไม่เห็นผล | จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น เมโสแฟต (Fat Dissolving Injection) หรือ Ulthera |
ผิวหนังหย่อนคล้อย | ไม่เห็นผล | พิจารณาการทำหัตถการยกกระชับ (Lifting) |
สาเหตุร่วมกันหลายอย่าง | เห็นผลบางส่วน | จำเป็นต้องออกแบบการรักษาแบบผสมผสาน |
พูดกันตามตรงเลยนะคะ เรื่องนี้จำเป็นต้องเข้ามาพบหมอ
เพื่อให้หมอได้ลองสัมผัส กดดู และตรวจประเมินอย่างละเอียดก่อนจึงจะบอกได้ค่ะ
ถ้าดูแค่รูปถ่ายแล้วบอกว่า
"เดี๋ยวจัดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายให้เลยครับ"
ส่วนตัวหมอคงไม่แนะนำให้ทำแบบนั้นค่ะ
บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ที่หมอให้คำปรึกษาคนไข้ที่มาด้วยปัญหาเหนียงใต้คาง
เคสที่เกิดจากปัญหาต่อมน้ำลายโตจริงๆ มีไม่ถึงครึ่งเลยค่ะ
ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากไขมันสะสมหรือความหย่อนคล้อย แต่คนไข้ไปค้นหาข้อมูลในเน็ตแล้วระบุเจาะจงมาเลยว่าอยากฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง
แต่เคสแบบนี้ไม่ได้แย่นะคะ แค่เข้ามาให้ตรวจเช็กให้ชัวร์ก่อน
แล้วเราค่อยปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาให้ตรงจุดก็พอค่ะ
และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะย้ำมากๆ เลยก็คือ
การฉีดบริเวณต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรนั้น การเลือกตำแหน่งเข็มสำคัญมากค่ะ
เนื่องจากเป็นบริเวณที่ใกล้กับเส้นเลือดและเส้นประสาทที่สำคัญ
หากแพทย์ผู้รักษาไม่มีความเข้าใจด้านกายวิภาค (Anatomy) อย่างลึกซึ้ง อาจเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ค่ะ
ถ้าใช้ Xeomin
ฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง จะแตกต่างกันอย่างไร
Xeomin เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ประเภท Botulinum Toxin
ที่ได้รับความนิยมสูงมากในเกาหลีค่ะ
ความพิเศษที่ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป (OnabotulinumtoxinA) ก็คือ
น้องเป็น Pure Toxin ที่ไม่มีโปรตีนเจือปน (Complexing Proteins) ค่ะ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบไม่วิชาการเกินไปก็คือ
พอไม่มีโปรตีนเจือปน
โอกาสในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต้านทาน (Neutralizing Antibody)
หรือที่เรียกกันว่าอาการดื้อโบท็อกซ์นั้นจึงต่ำมากๆ ในทางทฤษฎีกรอบวิชาการค่ะ
นั่นหมายความว่า สำหรับคนไข้ที่ฉีดโบท็อกซ์มาเป็นเวลานานจนเริ่มรู้สึกว่า
"หลังๆ ชروعเริ่มไม่ค่อยเห็นผลเลย" โบเยอรมันอย่าง Xeomin นี้ก็สามารถเป็นทางเลือกที่ดีมากตัวหนึ่งเลยค่ะ
แต่ข้อสำคัญที่อยากให้จำไว้เลยก็คือ
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ายี่ห้อของผลิตภัณฑ์สำหรับการฉีดต่อมน้ำลายใต้คาง
ก็คือ ความแม่นยำของตำแหน่งที่ฉีดและการดีไซน์ปริมาณยูนิตที่เหมาะสมค่ะ
ต่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีและพรีเมียมขนาดไหน
แต่ถ้าฉีดผิดจุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ
ที่ Beautystone clinic ของเรา มีผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์รวมถึง Xeomin
โดยเราจะเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมที่สุดตามสภาพผิวและประวัติการทำหัตถการของลูกค้าแต่ละท่านแบบเฉพาะบุคคลเลยค่ะ

สรุปใจความสำคัญ:
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางจะเห็นผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อ
สาเหตุของเหนียงใต้คางเกิดจากต่อมน้ำลายโตเท่านั้นค่ะ
แต่หากเกิดจากไขมันสะสมหรือผิวหนังหย่อนคล้อย จะต้องรักษาด้วยหัตถการอื่นๆ ควบคู่กันไปค่ะ
ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่
และอยู่ได้นานแค่ไหน
จากประสบการณ์การรักษาของหมอนะคะ
หลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์ค่ะ
มันอาจจะไม่ได้รู้สึกว่ารูปหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนแบบทันตาเห็นนะคะ
แต่จะรู้สึกได้ว่าแนวกรอบหน้าใต้คางดูลีนและกระชับขึ้น
ทำให้รูปหน้าด้านข้างดูเป็นระเบียบและคมชัดขึ้นค่ะ
ส่วนระยะเวลาของผลลัพธ์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือน ค่ะ
ซึ่งจะสั้นกว่าระยะเวลาเห็นผลของการฉีดกราม (Masseter Botox) เล็กน้อยค่ะ
ถึงแม้จุดนี้อาจจะฟังดูน่าเสียดายนิดหน่อยนะคะ
แต่จากรายงานทางการแพทย์พบว่า ยิ่งเราได้รับบริการทำหัตถการนี้อย่างสม่ำเสมอ
ผลลัพธ์ก็จะคงอยู่ได้นานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
หากฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องมากกว่า 3-4 ครั้งขึ้นไป
ต่อมน้ำลายก็จะค่อยๆ ฝ่อลงอย่างชัดเจนและคงสภาพผลลัพธ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้นค่ะ
แต่ข้อจำกัดหน่อยๆ ก็คือเรื่องราคานี่แหละค่ะ ^^..
เนื่องจากราคาต่อครั้งจะสูงกว่าโบท็อกซ์กรามทั่วไปเล็กน้อย
และเวลารักษาผลลัพธ์สั้นกว่า ทำให้เมื่อบวกค่าใช้จ่ายสะสมแล้วอาจจะสูงขึ้นพอสมควร
อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่อยากจัดระเบียบกรอบหน้าให้เป๊ะ
โดยไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรม วิธีนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ยอดเยี่ยมและตอบโจทย์มากๆ เลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางแล้ว
จะทำให้น้ำลายแห้งหรือลดลงไหมคะ?
A. อาจจะมีความรู้สึกว่าน้ำลายน้อยลงชั่วคราวได้บ้างค่ะ
แต่เนื่องจากร่างกายของเรามีต่อมน้ำลายสำคัญๆ อยู่หลายจุด
และไม่ได้อาศัยแค่ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรนี้เพียงจุดเดียวในการผลิตน้ำลายทั้งหมด
ดังนั้นจึงแทบไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลยค่ะ
ส่วนใหญ่แล้วร่างกายจะสามารถปรับตัวได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ค่ะ
Q2. สามารถฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คางควบคู่กับ
โบท็อกซ์ลดขนาดกรามพร้อมกันได้ไหมคะ?
A. ทำร่วมกันได้แน่นอนค่ะ
สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการเก็บกรอบหน้าบริเวณส่วนล่างให้เป๊ะสมบูรณ์แบบ
ก็มักจะเลือกทำหัตถการสองอย่างนี้ควบคู่กันค่ะ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจุดพิกัดในการฉีดเป็นคนละส่วนกัน
และจำเป็นต้องประเมินและคำนวณปริมาณยูนิตแยกต่างหาก
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้นนะคะ
Q3. สามารถเข้าไปขอคำปรึกษา
ใกล้ๆ แถวฮับจอง หรือย่านฮงแดได้ไหมคะ?
A. ได้เลยค่ะ คลินิก Beautystone ของเรา
ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) และเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ด้วยนะคะ
ก่อนเข้ามาใช้บริการ สามารถส่งข้อความมาปรึกษาก่อนได้ทางทัก LINE ได้เลยค่ะ
เมื่อเข้ามาที่คลินิก หมอจะช่วยตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด
เพื่อหาคำตอบไปด้วยกันว่าเหนียงใต้คางของคนไข้เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ค่ะ
ปรึกษาทาง LINE
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับเราไหม ทักมาปรึกษาคุณหมอได้โดยตรงเลยค่ะ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE ที่นี่
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทักสอบถามกันเข้ามาทาง LINE ได้อย่างสบายใจเลยนะคะ
หมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนเท่านี้ครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
อาการบวมแดงหลังทำ Ultra Thermage จะหายเมื่อไหร่? คู่มือการดูแลตัวเองหลังทำ
รีวิวผลลัพธ์ Ulthera ต้องทำกี่ช็อต (Shot) ถึงจะเห็นผลชัดเจนสุด?
แชร์พิกัดราคา Thermage 600 ช็อต พร้อม 3 เหตุผลหลักที่ต้องเลือกทำแบบ Custom Design
5 เช็คลิสต์ความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุจากการวางยาสลบขณะทำ Ulthera
Inmodeยกกระชับ ย่านฮับจอง แนะนำวิธียกกระชับและความยืดหยุ่นผิวแบบไร้รอยแผลผ่าตัด

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



