แม้ว่าฉันจะเป็นคนกำหนดตำแหน่งที่ฉีด แต่ก็จะบอกคุณว่าควรดูอย่างไรนะครับ!

พออากาศเริ่มอุ่นขึ้นแบบนี้
ก็ถึงเวลาที่หลายๆ คนอยากจะหยิบเสื้อสายเดี่ยวหรือเสื้อเปิดไหล่มาใส่กันแล้วใช่ไหมคะ
ช่วงนี้คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Botox บ่า (โบท็อกซ์กล้ามเนื้อบ่า)
เลยหลั่งไหลเข้ามาพร้อมๆ กันเลยครับ
แต่ในขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้แหละครับ
ที่มีลูกค้าหลายคนไปฉีดแบบเน้น "ราคาถูกและปริมาณเยอะ" แล้วกลับมาปรึกษา
เพราะรู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์กันเยอะขึ้นเหมือนกัน
วันนี้ หมอวี ยองจิน เลยอยากจะมาชวนคุยเรื่องนี้กันครับ
จริงๆ แล้ว botox บ่า เป็นหัตถการที่มีจุดให้เราต้องกังวล
และพิจารณาค่อนข้างเยอะเลยนะครับ
Q. ยิ่งฉีด botox บ่า เยอะๆ
ยิ่งได้ผลดีจริงไหมคะ?
A. ไม่จริงครับ ตำแหน่งและมวลกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล
มีความสำคัญมากกว่าจำนวนยูนิตที่ฉีดเสียอีก
เรื่องนี้หมอจะอธิบายอย่างละเอียดในส่วนถัดไปนะครับ
Q. ฉีดครั้งหนึ่ง
จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4-6 เดือนครับ
แต่สำหรับคนที่เพิ่งเคยฉีดครั้งแรก อาจจะรู้สึกว่าผลลัพธ์หมดเร็วปรกติ ซึ่งมีเหตุผลอยู่ครับ
เดี๋ยวหมอเล่าให้ฟังนะ
Q. ถ้าฉีด botox บ่าแล้ว
จะทำให้แขนไม่มีแรงหรือเปล่าคะ?
A. ถ้าฉีดผิดตำแหน่ง ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ
ดังนั้น "ตำแหน่งที่ฉีด" จึงเป็นหัวใจสำคัญ
หมอจะมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยครับ
ทำไม botox บ่า
ถึงเกิดกระแส "แข่งอัดยูนิตเยอะๆ" ขึ้นมาได้นะ

เวลาเราเห็นโฆษณาฉีด botox บ่า
มักจะเห็นตัวเลขอย่าง "100 ยูนิต" หรือ "200 ยูนิต"
ถูกหยิบมาโฆษณาเป็นอันดับแรกๆ
ในมุมของลูกค้าทั่วไป ก็เป็นธรรมดาที่จะคิดว่า
"ยิ่งฉีดเยอะๆ ก็น่าจะยิ่งดีไม่ใช่เหรอ?"
ใช่ไหมคะ
แต่มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ครับ
กล้ามเนื้อบ่า (trapezius) นั้น
เป็นกล้ามเนื้อขนาดค่อนข้างใหญ่ที่ลากยาวตั้งแต่คอ ไหล่ ไปจนถึงกลางหลัง
ตัวยากระจายตัวไม่ได้ทั่วถึงทั้งกล้ามเนื้อหรอกนะครับ
ดังนั้น ตำแหน่งและความลึกที่แม่นยำ ในการจิ้มเข็ม
จึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์เกือบทั้งหมดเลยครับ
พูดตรงๆ เลยก็คือ
แม้จะใช้แค่ 100 ยูนิตเท่ากัน แต่ถ้าฉีดถูกตำแหน่ง
บ่าจะดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ถ้าฉีดคลาดเคลื่อนไปจากจุดสำคัญ ต่อให้ฉีดไปก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยครับ
แถมถ้าโหมฉีดปริมาณมากเกินไปโดยไม่จำเป็น
อาจตามมาด้วยอาการข้างเคียง เช่น แขนไม่มีแรง หรือยกไหล่ลำบากได้ครับ
เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนเลยครับ
เพราะบางคนฉีดน้อยไปก็รู้สึกไม่เห็นผล
ส่วนบางคนที่ฉีดเยอะไป ก็ต้องมาทรมานกับการใช้ชีวิตประจำวันที่ลำบากขึ้น
ซึ่งทั้งสองกรณีนี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ
ขาดการประเมินและการตัดสินใจที่ละเอียดอ่อนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ
เกณฑ์การกำหนดปริมาณยูนิต
ต้องแตกต่างกันไปตามมวลกล้ามเนื้อและสรีระของแต่ละคนนะครับ

เปรียบเหมือนกับการเลเซอร์ขน ที่คนที่มีขนดกหนากับคนที่มีขนบาง
ต้องใช้การตั้งค่าพลังงานที่ต่างกัน
การฉีด botox บ่า ก็ต้องประเมินและดีไซน์แตกต่างกัน
ตามขนาดของกล้ามเนื้อและการใช้งานของแต่ละคนด้วยครับ
คนที่กล้ามเนื้อบ่าใหญ่จากกรรมพันธุ์,
คนที่กล้ามใหญ่เพราะชอบออกกำลังกาย,
หรือคนที่บ่าตึงหนาเพราะความเครียดและการนั่งผิดท่า (Office Syndrome) —
ทั้งสามกลุ่มนี้ จะใช้วิธีการรักษาด้วยปริมาณยูนิตที่เท่ากันไม่ได้เด็ดขาดครับ
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบ่าที่โตจากการออกกำลังกายหนักๆ
การตอบสนองต่อ botox อาจจะค่อนข้างจำกัดกว่าแบบอื่น
ในจุดนี้ ตอนที่หมอเริ่มทำเคสช่วงแรกๆ ก็เคยคาดหวังผลลัพธ์ไว้สูงเหมือนกันครับ
แต่หลังจากรักษาคนไข้มาหลากหลายเคส ทำให้ตอนนี้เวลามีการปรึกษา
หมอจะต้องอธิบายความเป็นจริงข้อนี้ให้ลูกค้าเข้าใจล่วงหน้าทุกครั้งครับ
บันทึกเคสจริงจากคุณหมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์การรักษาของหมอ
คนไข้ที่มีปัญหาเรื่องอาการข้างเคียงอย่าง "รู้สึกแขนหนักๆ" หรือ "ยกไหล่ไม่ขึ้น"
หลังจากฉีด botox บ่า
ส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดที่ออกไปทางด้านข้างหรือต่ำเกินไป
แทนที่จะเป็นบริเวณกล้ามเนื้อบ่าส่วนบน (Upper Trapezius) ครับ
หากจับจุดกล้ามเนื้อหลักได้ไม่แม่นยำ
ตัวยา botox อาจจะกระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดข้างเคียง
ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันได้ครับ
ดังนั้น ก่อนเริ่มทำหัตถการ หมอจะทำการคลำตรวจไหล่
ด้วยตัวเอง (การกดเพื่อประเมินด้วยมือ) เสมอ
เพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนฉีดครับ
เพราะเหตุนี้ หมอจึงเชื่อว่าไม่มีเครื่องมือใดๆ
ที่จะมาทดแทน การวิเคราะห์ทางกายวิภาคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ครับ
ความเข้าใจผิดๆ ที่พบบ่อย
สำหรับคนที่เพิ่งเคยฉีดครั้งแรก

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ครับ
เพราะ botox ไม่ได้ออกฤทธิ์ฟิตเปรี๊ยะทันทีในวันที่ฉีดเสร็จนะครับ
อย่างเร็วที่สุดคือ 3-4 วัน หรือปกติทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
กล้ามเนื้อจะค่อยๆ คลายตัวและลดขนาดลง
ทำให้ช่วงไหล่ดูเรียวระหงขึ้นอย่างอ่อนโยนครับ
และคนที่เพิ่งเคยฉีดบ่าเป็นครั้งแรก
มักจะรู้สึกว่าผลลัพธ์หมดไวขึ้นกว่าปกติด้วยครับ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกล้ามเนื้อบ่ายังไม่คุ้นชินกับการตอบสนองต่อ botox ในครั้งแรก
และอีกส่วนหนึ่งคือ พอไหล่เราเปลี่ยนเป็นสวยเรียวแล้ว
เราจะชินกับความสวยนั้นอย่างรวดเร็ว จนรู้สึกไปเองว่ามันกลับมาหนาเหมือนเดิมแล้ว
จากประสบการณ์ของหมอ ถ้าได้รับการฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้ง
เมื่อกล้ามเนื้อค่อยๆ เล็กลงอย่างมั่นคงแล้ว
หลังจากนั้นระยะเวลาของผลลัพธ์ก็จะนานขึ้น
และได้ไลน์ไหล่ที่สวยสม่ำเสมอขึ้นครับ
สรุปใจความสำคัญ
ผลลัพธ์ของ botox บ่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณยูนิต แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและประเภทร่างกายเฉพาะบุคคลครับ
สิ่งที่ควรเช็กให้ชัวร์ ก่อนไปฉีด botox บ่า
ย่านฮับจอง หรือ ฮงแด
ขั้นตอนการปรึกษาเพื่อประเมินนั้น
มีความสำคัญมากกว่าตัวโปรแกรมเสียอีกครับ
1 คุณหมอลดความคลาดเคลื่อนโดยใช้มือคลำเพื่อระบุตำแหน่งมัดกล้ามเนื้อโดยตรงหรือไม่
2 มีการแนะนำเพื่อปรับยูนิตให้เหมาะสมกับสรีระของแต่ละบุคคลไหม
3 มีการแจ้งเรื่องโอกาสเอฟเฟกต์ที่อาจจะทำให้แขนไม่มีแรงให้ทราบก่อนล่วงหน้าหรือเปล่า
ถ้าคลินิกไหนไม่มี 3 ข้อนี้ให้คุณ
บอกตามตรงเลยครับว่า มีโอกาสสูงมากที่เขาจะเน้นขายแค่ปริมาณยูนิตเยอะๆ
เพื่อเน้นเรื่องราคาถูกเพียงอย่างเดียว
ที่ Beautystone หมอจะเริ่มจากการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
เพื่อช่วยวิเคราะห์ความตึงและประเภทกล้ามเนื้อบ่าของคนไข้แต่ละท่านด้วยตัวเอง
ก่อนคุยถึงผลลัพธ์และขอบเขตการรักษาที่เป็นไปได้จริงร่วมกันก่อนทำเสมอครับ
แม้เรื่องนี้อาจฟังดูซับซ้อนไปหน่อย แต่ในการฉีด botox บ่านั้น
"คุณหมอท่านไหนเป็นคนฉีด และออกแบบการวางยาอย่างไร"
คือหัวใจเบื้องหลังของความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ที่ดีเลิศและผลลัพธ์ทั่วไปครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. มีกรณีที่หลังจากฉีด botox บ่าแล้ว
ยกไหล่หรือยกแขนไม่ได้เลยไหมคะ?
A. มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ หากตำแหน่งที่จิ้มเข็มคลาดเคลื่อนจากกล้ามเนื้อบ่า
จนส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อมัดข้างเคียงรอบๆ
ก็อาจจะทำให้รู้สึกเมื่อยล้าหรือยกแขนไม่สะดวกเป็นการชั่วคราวได้ครับ
Q2. ผลลัพธ์ของ botox บ่า
จะอยู่ได้นานกี่เดือนเหรอคะ?
A. จากประสบการณ์รักษาส่วนใหญ่จะอยู่ได้ราวๆ 4-6 เดือนครับ
สำหรับมือใหม่หัดฉีดครั้งแรก อาจจะรู้สึกมีประสิทธิภาพอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน
หากคุณกลับมาฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานขึ้นและสม่ำเสมอขึ้นครับ
Q3. เป็นคนชอบออกกำลังกายจนกล้ามเนื้อบ่าค่อนข้างโต
จะฉีด botox บ่า แล้วเห็นผลไหมคะ?
A. สามารถทำได้ครับ แต่การตอบสนองเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ
อาจจะได้ผลลัพธ์น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อบ่าใหญ่จากกรรมพันธุ์ทั่วไป
ดังนั้นขั้นตอนปรึกษากับหมอก่อนทำ
เพื่อประเมินความคาดหวังที่สมเหตุสมผลจึงจำเป็นมากๆ ครับ
หากต้องการปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
สามารถทัก LINE หรือโทรติดต่อเข้ามาได้เลยนะครับ
หมอวี ยองจิน ยินดีให้บริการครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ลบรอยสัก Irezumi ต้องทำกี่ครั้ง? โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 15 ครั้งครับ
เลเซอร์สว่างกระจ่างใส? Pico Toning คุณหมอย่านฮับจองมาอธิบายด้วยตัวเอง
ไขข้อข้องใจเรื่องระยะเวลาเห็นผลหลังฉีด botox — ริ้วรอย 1 สัปดาห์ กรอบหน้าเรียว 1 เดือนจริงไหม?
ผลข้างเคียงยอดฮิตจาก botox ร่องแก้ม ปากเบี้ยวเกร็ง (เขียนจากประสบการณ์จริงไม่ใช่ AI)
ฟิลเลอร์หน้าผากในย่านฮงแดของกรุงโซล ฉีดครั้งเดียวจะเปลี่ยนไปขนาดไหนกันนะ?

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



