• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

[ความต่าง] Radiesse vs Sculptra แบบไหนเหมาะกับคุณ?

[ความต่าง] Radiesse vs Sculptra แบบไหนเหมาะกับคุณ?

[ความต่าง] Radiesse vs Sculptra แบบไหนเหมาะกับคุณ?

ฟิลเลอร์คอลลาเจนที่ละลายไม่ได้ ก่อนทำหัตถการ Radiesse·Sculptra หากไม่รู้ 'สิ่งนี้' อย่าทำ

สรุปความต่างระหว่าง Radiesse กับ Sculptra ทั้งส่วนผสม ช่วงเวลาเห็นผล และระยะเวลาคงอยู่

ช่วงนี้เทรนด์ K-beauty เปลี่ยนแปลงไปไวมากเลยใช่ไหมคะ

หลายคนคงคุ้นหูกับชื่อโปรแกรมต่างๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็อาจเฉยๆ

เพราะยังไม่ค่อยมั่นใจว่าแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

 

ยิ่งพอถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ตัวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน" เหมือนกัน

ก็มีคนไข้หลายท่านเข้ามาปรึกษาและถามหมอว่า

"Radiesse กับ Sculptra มันไม่เหมือนกันหรอคะ?"

กันเยอะเลยครับ

 

วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจและสรุปความแตกต่างให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ

 

Q. Radiesse และ Sculptra

ทำงานด้วยหลักการเดียวกันไหมคะ?

A. ไม่ใช่ครับ ทั้งสองตัวนี้มีส่วนประกอบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

และมีวิธีการกระตุ้นคอลลาเจนที่แตกต่างกันด้วยครับ

หมอเขียนอธิบายรายละเอียดไว้ในบทความนี้แล้วครับ

 

Q. ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์ที่ดี

ทั้งสองตัวนี้ต้องฉีดซ้ำหลายๆ ครั้งไหมคะ?

A. สำหรับ Sculptra โดยปกติแล้วแนะนำให้ทำต่อเนื่องหลายเซสชันครับ

ส่วน Radiesse นั้น เพียงแค่การรักษาแค่ครั้งเดียว

ก็สามารถช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้นได้ทันทีครับ

เลื่อนลงไปอ่านคำแนะนำสำหรับแต่ละเคสที่ด้านล่างได้เลยครับ

 

Q. โอกาสในการเกิดผลข้างเคียง

ของทั้งสองตัวนี้พอๆ กันไหมคะ?

A. มีบางจุดที่คล้ายกันครับ

แต่บริเวณที่ต้องระวังและเงื่อนไขในการทำของแต่ละตัวจะต่างกันออกไป

หมอแนะนำให้ลองอ่านส่วนนี้แบบละเอียดๆ กันดูนะครับ

 

เริ่มต้นที่ส่วนประกอบก็ไม่เหมือนกันแล้วครับ

— ทำไมเราถึงไม่ควรจัดสองตัวนี้

ไว้ในกลุ่มเดียวกัน

แก้มตอบใช้ Radiesse? ความกระชับทั้งหน้าใช้ Sculptra? สูตรผสมที่เหมาะสมตามตำแหน่ง

นี่เป็นจุดสำคัญที่คนไข้เข้าใจผิดกันบ่อยมากๆ ครับ

นอกจากจุดร่วมที่ว่าทั้ง Radiesse และ Sculptra มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกันแล้ว

ส่วนประกอบหลักของทั้งคู่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ

 

ส่วนประกอบหลักของ Radiesse คือ

**Calcium Hydroxylapatite (CaHA)** ครับ

 

ซึ่งเป็นสารที่มีความคล้ายคลึงกับส่วนประกอบในกระดูกและฟันของเรา

โดยอนุภาคขนาดเล็กนี้จะทำหน้าที่เสมือนฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มในทันที

ขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อรอบๆ

สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาด้วยครับ

 

จุดเด่นคือช่วยเติมเต็มวอลลุ่มได้ทันที

หลังทำเสร็จ คนไข้ก็สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เลยครับ

 

ส่วนประกอบหลักของ Sculptra คือ

**Poly-L-Lactic Acid (PLLA)** ครับ

 

ซึ่งเป็นสารประเภทเดียวกับที่ใช้ในไหมละลายทางการแพทย์

เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกาย ตัวยาจะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ

พร้อมกับเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)

ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่คอยสร้างคอลลาเจนนั่นเองครับ

 

ตัวนี้หลังฉีดเสร็จจะยังไม่เห็นวอลลุ่มที่เต็มขึ้นในทันทีนะครับ

แต่จะอาศัยกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

ค่อยๆ เผยผิวอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติทีละนิดครับ

หัวข้อ

Radiesse

Sculptra

ส่วนประกอบหลัก

Calcium Hydroxylapatite (CaHA)

Poly-L-Lactic Acid (PLLA)

ผลลัพธ์การเติมเต็มทันที

มี (เห็นผลทันที)

ไม่มี (ค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ทีละน้อย)

กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน

กระตุ้นบริเวณเนื้อเยื่อรอบอนุภาคยา

เข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์โดยตรง

จำนวนครั้งที่แนะนำ

เห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1~2 ครั้ง

ปกติแนะนำ 2~4 ครั้ง (เว้นระยะตามแพทย์สั่ง)

ระยะเวลาของผลลัพธ์

12~18 เดือน (ตามเกณฑ์มาตรฐาน)

2 ปีขึ้นไป (หลังคอลลาเจนฟื้นฟูเต็มที่)

บริเวณหลักที่เหมาะสม

แก้ม, กรอบหน้า, หลังมือ, ลำคอ ฯลฯ

แก้มตอบ, ขมับ, บริเวณใบหน้าที่สูญเสียปริมาตรโดยรวม












เทียบกันชัดๆ คุณเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน

— ลองเช็กจากลิสต์รายเคส

ต่อไปนี้ดูนะครับ

ถ้าอยากฉีดแค่ครั้งเดียวเลือก Radiesse ถ้ารอผลได้นานถึง 1 ปีเลือก Sculptra

ต้องบอกว่าคำถามที่ว่า "ตัวไหนดีกว่ากันคะ?" เป็นเรื่องที่ตอบได้ยากมากครับ

เพราะสภาพผิวและโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย

 

ถึงแม้จะต้องประเมินเป็นรายบุคคล

แต่หมอขอสรุปแนวทางแบ่งตามความเหมาะสมคร่าวๆ ดังนี้เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นนะครับ

 

[เคสที่เหมาะกับ Radiesse มากกว่า]

1 ต้องการเห็นผลลัพธ์การเติมเต็มอย่างรวดเร็ว

2 มีสัดส่วนที่มีปัญหาขาดวอลลุ่มชัดเจน

และต้องการปรับรูปทรงเฉพาะจุด (แก้ม, กรอบหน้า, หลังมือ)

3 ปัญหาหลักคือเรื่องหน้าตอบ แก้มตอบ มากกว่าเรื่องผิวหย่อนคล้อย

4 ตารางงานค่อนข้างแน่น ไม่ค่อยสะดวกเดินทางมาคลินิกบ่อยๆ

 

[เคสที่เหมาะกับ Sculptra มากกว่า]

1 ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป

ไม่อยากให้ใครดูออกว่าไปทำอะไรมา

2 มีความรู้สึกว่าผิวหน้าโดยรวมขาดความยืดหยุ่น

และใบหน้าดูโทรม ซูบตอบในวงกว้าง

3 เน้นการฟื้นฟูผิว คืนความอ่อนเยาว์ด้วยคอลลาเจนของตัวเองในระยะยาว

มากกว่าการเห็นผลลัพธ์แบบปุบปับ

4 พึงพอใจกับการค่อยๆ สวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีเดียว

 

แต่อยากฝากจุดสำคัญไว้เรื่องหนึ่งครับ

สำหรับ Sculptra นั้น กว่าจะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนอยู่หลายเดือนเลยครับ

ดังนั้นการปรับทำความเข้าใจร่วมกันก่อนทำจึงสำคัญมากจริงๆ ครับ

 

บ่อยครั้งที่มีคนไข้แวะมาปรึกษาหมอแล้วบอกว่า

"เพิ่งฉีดมาแต่ยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ"

ซึ่งพอเช็กดูพบว่าเป็นช่วงระหว่างเซสชันแรกๆ ของการทำ Sculptra อยู่พอดี

 

บันทึกประสบการณ์ตรงของหมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของหมอ หลายๆ ท่านมักจะรู้สึกชอบบ่นว่า

"ทำไมรอบแรกแล้วยังนิ่งๆ อยู่เลย" หลังจากฉีด Sculptra เซสชันแรกไปครับ

 

ตรงนี้หมอขอชี้แจงเลยว่า ไม่ใช่เพราะการรักษาล้มเหลวหรือแปลกอะไรนะครับ

แต่มันคือกลไกการทำงานตามปกติของตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เลยครับ

 

เพราะร่างกายของเราต้องใช้เวลาในการค่อยๆ สร้างและสะสมคอลลาเจนขึ้นมานั่นเองครับ

 

และอีกเรื่องสำคัญที่หมอละเลยไม่ได้และอยากเตือนให้ทราบก็คือ

หากฉีด Sculptra ในบริเวณที่มีไขมันน้อยมากๆ หรือผิวบางมาก

และฉีดในชั้นที่ตื้นจนเกินไป

ก็อาจจะมีโอกาสเกิดตุ่มนูนหนาหนาแน่น (nodule) ใต้ผิวหนังขึ้นมาได้ครับ

 

การเลือกระดับความลึกของการฉีดที่เหมาะสมรวมถึงสัดส่วนการเจือจางยา

จึงสำคัญอย่างยิ่งยวด

ซึ่งนี่เป็นส่วนที่ต้องอาศัยฝีมือ ประสบการณ์ และความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงเลยครับ

 

ส่วนทางฝั่ง Radiesse แม้จะมีข้อดีเรื่องการเติมเต็มวอลลุ่มทันที

แต่ถ้าแพทย์ฉีดตื้นใกล้ผิวหนังชั้นบนมากจนเกินไป

ก็อาจเกิดรอยขาวจากตัวยา สะท้อนให้เห็นผ่านผิวหนังบางๆ ได้เช่นกันครับ

 

จุดพึงระวังเหล่านี้ เป็นสิ่งที่หมอจะประเมินและอธิบายให้คนไข้เข้าใจก่อนทำการรักษาทุกครั้งครับ

 

คุยกันตรงๆ ข้อจำกัดและผลข้างเคียง

ที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

Radiesse vs Sculptra คุณเชื่อว่า 'ละลายได้' เหมือนฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกใช่ไหม?

แน่นอนว่าทุกหัตถการย่อมไม่มีอะไรที่มีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียวนะครับ

 

ทั้ง Radiesse และ Sculptra ต่างก็มีโอกาส

เกิดผลข้างเคียงที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ (Irreversible Side Effects) อยู่ด้วยครับ

 

อย่างฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid หากไม่พอใจเรายังสามารถใช้เอนไซม์ (Hyaluronidase) ในการฉีดสลายออกได้

แต่สำหรับสารกระตุ้นสองคู่นี้

เมื่อฉีดเข้าไปเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีสลายยาให้ออกไปได้ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปครับ

 

หมอคิดว่านี่เป็นข้อแตกต่างที่สำคัญมากและคนไข้ควรรับทราบไว้ครับ

 

ดังนั้น สำหรับท่านที่เพิ่งเคยเริ่มทำหัตถการเป็นครั้งแรก

หรือยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำฟิลเลอร์มาก่อน

หมอมักจะแนะนำให้ลองเริ่มจากกลุ่ม Hyaluronic Acid เพื่อดูรูปทรงและระดับความพึงพอใจดูก่อน

แล้วค่อยพิจารณาขยับไปทำการรักษากลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนครับ

 

ในส่วนของปัญหาตุ่มนูนหนาจาก Sculptra

ปัจจุบันเราสามารถป้องกันและลดโอกาสเกิดได้สูงมากๆ ผ่านเทคนิคการละลายยาและการกู้ระดับชั้นผิวที่ฉีด

แต่ก็ต้องจดไว้ว่าไม่มีทางทำให้โอกาสเกิดเป็น 0% ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

 

สำหรับ Radiesse นั้น บริเวณที่มีการกระจุกตัวของเส้นเลือดค่อนข้างเยอะ

(เช่น จมูก หรือ ระหว่างคิ้ว) จะต้องให้แพทย์ทำการรักษาด้วยความระมัดระวังสูงสุดอย่างยิ่งครับ

 

และอีกจุดหนึ่งก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายครับ ^^..

เนื่องจาก Sculptra ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายเซสชัน

งบประมาณโดยรวมรวมแล้วจึงค่อนข้างสูงทีเดียวครับ

ในขณะที่ตัว Radiesse เอง ก็จัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่มีราคาสูงเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของผลลัพธ์จากการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อเพื่อฟื้นฟูผิวของตนเอง

สองตัวนี้ก็ตอบโจทย์และให้ผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์ที่แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปได้อย่างโดดเด่นมากครับ

สำหรับคนไข้ที่มีเป้าหมายผิวในแบบที่แมตช์กัน

หมอมองว่าเป็นการลงทุนกับผิวพรรณที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผลมากๆ ครับ

 

สรุปใจความสำคัญ

Radiesse ได้ทั้งงานเติมเต็มวอลลุ่มทันที + กระตุ้นคอลลาเจน

Sculptra เน้นสร้างและสะสมคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป

ด้วยส่วนประกอบ ความเร็วในการเห็นผล และจำนวนเซสชันที่ห่างกัน

คนไข้จึงจำเป็นต้องเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมสอดรับกับความต้องการของผิวพรรณตนเองที่สุดครับ

 

แล้วเราสามารถดีไซน์

ฉีดทั้งสองตัวร่วมกันได้ไหมคะ?

ผสมใช้ด้วยกันแล้วดีเสมอไปไหม? เคสเดียวที่จำเป็นต้องทำ Radiesse กับ Sculptra ควบคู่กัน

ทำได้แน่นอนครับ

 

แม้ว่าเทคนิคการรักษาจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอีกนิด แต่เราสามารถใช้ Radiesse ในการช่วย

เติมเต็มและปรับแต่งวอลลุ่มในส่วนที่อยากแก้ไขเร่งด่วน

ควบคู่ไปกับการใช้ Sculptra เพื่อค่อยๆ สร้างฐานคอลลาเจนให้ผิวสวยแน่น สุขภาพดีในระยะยาว

ซึ่งเป็นการรักษาร่วมกันแบบ Multi-layered approach ที่ให้ผลลัพธ์ออกมาดีงามมากๆ ครับ

 

แต่อยากเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่การเอาตัวยามาผสมรวมกันมั่วๆ นะครับ

แต่คือการวางแผนแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ของตัวยาในแต่ละชั้นผิวและพื้นที่ผิวอย่างชาญฉลาดโดยแพทย์ครับ

 

แต่ถ้าให้หมอพูดตรงๆ

หมอก็คงไม่แนะนำให้คนไข้ทุกคนทำคู่นี้พร้อมกันไปซะหมดหรอกครับ

 

เพราะยังมีอีกหลายๆ เคสที่เพียงแค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่ง

ก็สามารถตอบโจทย์ความงามและปรับความมั่นใจได้ดีมากๆ อยู่แล้ว

การทำหัตถการคู่ร่วมกันย่อมส่งผลให้งบประมาณการรักษาขยับสูงขึ้นตามไปด้วยครับ

 

สิ่งสำคัญที่สุดจึงเป็นการกลับมาประเมินร่วมกันในตอนแรกครับว่า

โครงสร้างใบหน้าและปัญหาผิวที่คนไข้กังวลอยู่ตอนนี้คือตรงจุดไหนกันแน่

 

เพราะหากปัญหาเด่นเกิดจากการที่วอลลุ่มไขมันหายไป ผิวหย่อนคล้อยสูญเสียความกระชับ

หรือเกิดจากทั้งสองส่วนรวมกัน

วิธีการและแนวทางเลือกในการรักษาของหมอก็จะปรับเปลี่ยนไปตามเป้าหมายของคนไข้ครับ

 

ดังนั้น เวลามาให้คำปรึกษา หมอจะนิยมประเมินจุดกังวลของคนไข้ให้ละเอียดก่อน

เพื่อวิเคราะห์ว่าระหว่าง Radiesse หรือ Sculptra ทางไหนจะตอบโจทย์คนไข้ได้คุ้มค่า

และคุ้มงบประมาณที่สุด

หรือมีความจำเป็นจริงๆ ไหมที่ต้องใช้วิธีการทำควบคู่กัน

แล้วค่อยอธิบายเปรียบเทียบในแต่ละเคสให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. ในเมื่อ Radiesse และ Sculptra

ต่างก็กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน

สุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันไม่ต่างกันใช่ไหมคะ?

A. แตกต่างกันแน่นอนครับ โดย Radiesse จะใช้ประสิทธิภาพของอนุภาค CaHA

เพื่อเติมเต็มวอลลุ่มให้เห็นความนูนเต็มทันที และเร่งกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกัน

ส่วน Sculptra คอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นด้วยกลไกจากการสลายของตัวยา PLLA เพื่อไปปลุกไฟโบรบลาสต์

ดังนั้น ทั้งความเร็วในการเปลี่ยนแปลงและระยะเวลาการทำงานของตัวยา

จึงมีความเฉพาะตัวที่ต่างกันอย่างลิบลับเลยครับ

 

Q2. เคยได้ยินบางคนพูดว่าฉีด Sculptra แล้ว

ผิวเป็นก้อนไตปุ่มนูน (nodule) ขึ้นมา

ปัญหานี้พบหมอได้บ่อยขนาดไหนครับ?

A. หากทางแพทย์ทำการวิเคราะห์ระดับความเจือจางของยากับเลือกชั้นผิวที่ฉีดได้ถูกต้องตรงกลุ่ม

ก็จะช่วยลดและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจนแทบไม่เจอปัญหานี้เลยครับ

 

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ถึงขั้นการันตีว่าเป็น 0% เสมอไปครับ

ดังนั้น การเลือกใช้บริการคลินิกที่มีคุณหมอเปี่ยมด้วยทักษะประสบการณ์สูง

แล้วแวะมานั่งพูดคุยประเมินกันก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดครับ












Q3. ถ้าเกิดฉีด Radiesse หรือ Sculptra ไปแล้ว

แต่ดันรู้สึกไม่ค่อยถูกใจกับผลลัพธ์ที่ได้

เราจะฉีดสลายออกไปเหมือนฟิลเลอร์ได้ไหมคะ?

A. สำหรับสารประเภทกระตุ้นคอลลาเจนทั้งสองรุ่นนี้ จะแตกต่างกับฟิลเลอร์แบบดั้งเดิม

คือ ไม่มียาฉีดสลายเฉพาะจุดให้หายไปเหมือนตัวทำฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ครับ

 

นั่นเป็นเหตุผลหลักๆ ที่หมอกล่าวไปว่า ถ้าใครยังไม่มีประสบการณ์ทำกลุ่มฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ามาก่อน

หมอก็มักจะมีตัวเลือกในการทดลองรักษากลุ่ม Hyaluronic Acid เพื่อสร้างสไตล์และเช็กทรงหน้าผิวดูก่อน

ซึ่งช่วยแต่งหน้าให้มั่นใจได้ง่ายขึ้นและลดความเครียดไปได้มากด้วยครับ

 

หากคนไข้ยังมีคำถามและข้อสงสัยเรื่องความคุ้มค่า

อยากปรึกษาเกี่ยวกับสไตล์ผิวและโครงสร้างหน้า ทักมาคุยทาง LINE ได้แบบสบายๆ เลยนะครับ

หมอวี ยองจิน พร้อมให้คำแนะนำอย่างเต็มที่และจริงใจครับ

 

✦ คอนเทนต์ที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

포텐자 예약일이 잡혔다면 레티놀과 각질제거, 왁싱은 며칠 전부터 멈추는 게 좋을까요?

ยกกระชับ

จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน

ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

명절이나 행사 사진 일정이 잡혔다면 올리지오 엑스는 언제쯤 미리 받아두는 게 좋을까요?

ยกกระชับ

มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?

วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요

ผิว

여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요

지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요

ผิว

샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요

뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

중안면 팔자·입가 처짐, 소프웨이브로 어디까지 정리될까요?

ยกกระชับ

ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ

เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

관자 꺼짐 스컬트라, 회차는 어떻게 나누어 설계할까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี

ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1