• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ซีโอมิน vs โบท็อกซ์ทั่วไป ซีโอมินอ่อนกว่าจริงหรือ?

ซีโอมิน vs โบท็อกซ์ทั่วไป ซีโอมินอ่อนกว่าจริงหรือ?

ซีโอมิน vs โบท็อกซ์ทั่วไป ซีโอมินอ่อนกว่าจริงหรือ?

Xeomin อ่อนกว่าโบท็อกซ์ตัวอื่นจริงไหม? สารพิษบริสุทธิ์ไร้โปรตีนเชิงซ้อนน่าจะแรงกว่าไม่ใช่เหรอ?

ช่วงนี้จู่ๆ อากาศก็ร้อนเหมือนหน้าร้อนอีกแล้วนะครับ

ผมเพิ่งกลับมาจากไปเตะบอลช่วงเช้าตรู่มา,,

ขนาดใส่เสื้อแขนสั้นก็ยังไม่หนาวเลยสักนิดครับ..

 

วันนี้ สำหรับใครหลายๆ คนที่เคยทำ Xeomin แล้ว

มักจะถามผมบ่อยๆ ว่า "คุณหมอคะ ตัวนี้มันรู้สึกเบาไปหรือเปล่า?"

หรือ "มันให้ผลลัพธ์ที่อ่อนไปไหม?"

วันนี้ผมเลยจะมาอธิบายให้ฟังครับว่า Xeomin มันให้ผลลัพธ์ที่เบากว่าจริงไหม

และถ้าเบากว่าจริง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

 



Q. Xeomin ให้ประสิทธิภาพที่เบากว่า Botox ตัวอื่นจริงไหมคะ?
A. ไม่เสมอไปครับ โครงสร้างแร่ธาตุโปรตีนอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพการออกฤทธิ์นั้นถือว่าเทียบเท่ากับตัวยาอื่นๆ เลยครับ

Q. ที่เขาพูดกันว่า Xeomin ไม่ทำให้เกิดอาการดื้อยานี่จริงไหมคะ?
A. ไม่เชิงครับ พูดให้ถูกต้องคือ "มีโอกาสเกิดการดื้อยาน้อยกว่า" ครับ

Q. สำหรับคนที่เคยฉีด Botox ตัวอื่นแล้วไม่ค่อยเห็นผล Xeomin จะตอบโจทย์กว่าไหมคะ?
A. มีความเป็นไปได้ครับ แต่ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน

เดี๋ยวผมจะสรุปแยกเป็นแต่ละเคสให้ฟังในเนื้อหาด้านล่างนี้นะครับ

ภาพอธิบายเปรียบเทียบผลลัพธ์ของ Xeomin กับโบท็อกซ์ทั่วไป

 

 

















ความเข้าใจที่ว่า Xeomin 'เห็นผลเบา' นั้นมาจากไหนกันนะ

เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
จริงๆ แล้วความเชื่อที่ว่า Xeomin ออกฤทธิ์เบานั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพของตัวยาเลยครับ

โดยทั่วไป สารบอทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามโครงสร้างครับ

  1. ตัวยาที่มีส่วนผสมของโปรตีนเชิงซ้อน (Complexing Proteins) ร่วมด้วย — เช่น Allergan Botox, Meditoxin และผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอื่นๆ

  2. ตัวยาที่มีเฉพาะนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ (Pure Neurotoxin 150kDa) เท่านั้น — ซึ่ง Xeomin จัดอยู่ในกลุ่มนี้ครับ



Xeomin เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการขจัดโปรตีนเชิงซ้อนออกไป
ทำให้เหลือเพียงแค่สารนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ของ คลอสทริเดียม บอทูลินัม (Clostridium Botulinum) เท่านั้น



จุดนี้อาจจะทำให้เกิดความสับสนได้เล็กน้อยครับ
พอไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน ขนาดโมเลกุลจึงเล็กลงและมีโครงสร้างที่เรียบง่ายขึ้น
ทำให้บางคนรู้สึกและคิดไปเองว่า "พอส่วนประกอบมันน้อยลง ประสิทธิภาพของมันก็น่าจะเบาลงด้วยหรือเปล่า"

 



แต่จุดสำคัญที่ต้องจำไว้เลยก็คือ
สารที่ออกฤทธิ์สร้างผลลัพธ์จริงๆ ไม่ใช่ตัวโปรตีนเชิงซ้อน แต่เป็น ตัวนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ ต่างหากครับ
เพราะโปรตีนเชิงซ้อนทำหน้าที่แค่ปกป้องท็อกซินเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนช่วยในการคลายกล้ามเนื้อโดยตรงเลย

 



ดังนั้น สรุปก็คือ Xeomin ไม่ได้ออกฤทธิ์เบากว่าครับ เพียงแค่มีโครงสร้างส่วนประกอบที่ต่างจากตัวอื่น เท่านั้นเอง

แผนภาพเปรียบเทียบโครงสร้างนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ของ Xeomin กับโบท็อกซ์ที่มีโปรตีนเชิงซ้อน

 

 

































Xeomin vs Botox (Allergan) เทียบความต่างกันชัดๆ จากประสบการณ์จริง

ถึงแม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่คราวนี้ผมจะมาสรุปความแตกต่างที่ผมสัมผัสได้โดยตรงจากการรักษาคนไข้ในคลินิกให้ฟังกันครับ
















หัวข้อ

Allergan Botox

Xeomin

โปรตีนเชิงซ้อน

มี

ไม่มี (ท็อกซินบริสุทธิ์)

ขนาดโมเลกุล

ค่อนข้างใหญ่

เล็ก (150kDa)

ระยะเวลาการออกฤทธิ์

3~7 วัน

ใกล้เคียงกัน หรือเห็นผลเร็วกว่านิดหน่อย

ระยะเวลาคงผลลัพธ์

3~4 เดือน (ขึ้นอยู่กับบุคคล)

ใกล้เคียงกัน (ขึ้นอยู่กับบุคคล)

ความเสี่ยงในการสร้างแอนติบอดี (ดื้อยา)

ค่อนข้างสูงกว่า

ตามทฤษฎีถือว่าต่ำกว่า

วิธีการเก็บรักษา

จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น

สามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้

 

ในความจริงแล้ว ความเร็วในการออกฤทธิ์หรือระยะเวลาของผลลัพธ์นั้น
ขึ้นอยู่กับปริมาณโดส เทคนิคการฉีด และมวลกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์เสียอีกครับ
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องอธิบายให้คนไข้ฟังก่อนทำหัตถการเสมอครับ

















ไม่ใช่ว่าพอเป็น Xeomin แล้วจะต้องออกฤทธิ์เร็วปรี๊ดหรืออยู่ได้นานเวอร์เสมอไปครับ
ฝีมือการออกแบบการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำคัญกว่าคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวแน่นอน

 

บันทึกประสบการณ์จาก หมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของผม คนไข้ที่ฉีดท็อกซินแบรนด์เดิมๆ มาอย่างต่อเนื่อง

แล้วจู่ๆ วันหนึ่งก็รู้สึกว่าเห็นผลน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการเริ่มดื้อยา (เกิดแอนติบอดีต้านท็อกซิน) ครับ


สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ พอผมลองเปลี่ยนมาใช้ Xeomin ให้ ก็พบว่าในหลายเคสเริ่มกลับมาเห็นผลลัพธ์ที่ดีอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ


แต่นี่ไม่ใช่ยาสารพัดประโยชน์นะครับ เพราะสุดท้ายแล้ว Xeomin ก็ยังเป็นสารบอทูลินัม ท็อกซิน เหมือนกัน

ดังนั้น จึงไม่มีอะไรรับประกันได้ 100% ว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีอาการดื้อยาแบบรุนแรงได้ทั้งหมด


อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าฉีดแล้วเห็นผลน้อยลง อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทันที แต่ต้องค้นหาสาเหตุก่อนครับ


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปริมาณโดสที่อาจจะไม่พอ ตำแหน่งการฉีดที่ยังไม่เป๊ะ หรือเพราะกล้ามเนื้อแข็งแรงเกินไป —

ถ้าเราไม่หาสาเหตุเหล่านี้ให้เจอแล้วเปลี่ยนตัวยาเลย ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ตามที่คาดหวังไว้ครับ

 

อาการดื้อยาและแอนติบอดี — สถานการณ์ที่ Xeomin ได้เปรียบแบบเต็มๆ

 

มีผลงานวิจัยระบุว่า การสร้างแอนติบอดีต้านโบมักจะ
เกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีต่อโปรตีนเชิงซ้อนเป็นหลักครับ
(อ้างอิงจาก: Jankovic J. et al., Toxicon, 2011)
















 


เนื่องจาก Xeomin ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนผสมอยู่ ตามทฤษฎีแล้วจึงช่วยลดกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีตัวนี้ได้ดีมากครับ
ถ้าพูดให้เค้าใจง่ายขึ้นอีกนิดก็คือ
ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราจะทำงานฉับไวน้อยลงในการตรวจจับและต่อต้าน ทำให้โอกาสดื้อยาลดลงไปเยอะเลยครับ

















แต่ถ้าให้พูดกันตามตรงตรงนี้เลยนะ ครับ
ในชีวิตจริง อาการดื้อยาส่วนใหญ่มักจะเกิดกับคนที่ฉีดปริมาณโดสสูงๆ ถี่ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานเท่านั้นครับ
สำหรับการฉีดเพื่อความงามทั่วไปที่ไม่ได้ทำบ่อยจนเกินไปนั้น

ไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน โอกาสที่จะเจอปัญหาดื้อยาในระดับที่น่ากังวลนั้นมีไม่เยอะเลยครับ

















ดังนั้น แทนที่จะเริ่มต้นด้วยความกังวลว่า "กลัวดื้อยาจัง เลยต้องเลือก Xeomin เท่านั้น"
ผมแนะนำว่าสำหรับคนที่เคยใช้ตัวอื่นแล้วรู้สึกว่าได้ผลน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การเลือก Xeomin เป็นทางเลือกใหม่
จะดูเป็นเหตุเป็นผลและคุ้มค่ากว่าครับ

อธิบายหลักการเกิดแอนติบอดีต่อโบทูลินัมและโครงสร้าง Xeomin ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน

สรุปใจความสำคัญ: Xeomin ไม่ใช่โบที่ฤทธิ์อ่อน แต่เป็นท็อกซินบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนปนเปื้อน จึงเหมาะเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการดื้อยาครับ

 

แล้วใครกันบ้างที่เหมาะกับ Xeomin

 

จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของผม เคสที่ผมแนะนำให้เลือกใช้ Xeomin จะมีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ครับ



1. ผู้ที่รู้สึกว่าฉีดโบตัวเดิมแล้วเห็นผลน้อยลงเรื่อย ๆ

— เมื่อต้องการเลี่ยงโอกาสเสี่ยงในการดื้อยา


2. ผู้ที่มีประวัติแพ้หรือไวต่อส่วนประกอบที่เป็นโปรตีนเชิงซ้อน

— ถึงจะพบได้น้อย แต่ในชีวิตจริงมีคนไข้กลุ่มนี้อยู่ครับ


3. ผู้ที่อยากทดลองเปรียบเทียบผลลัพธ์กับ Allergan Botox

— เพื่อเช็คการตอบสนองของร่างกายเราต่อผลิตภัณฑ์แต่ละตัว

 



ในทางกลับกัน สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฉีดโบเป็นครั้งแรกในชีวิต
หรือคนที่แฮปปี้กับยี่ห้อปัจจุบันที่ใช้อยู่แล้ว
ผมจะไม่ค่อยแนะนำว่า "ต้องเปลี่ยนมาทำ Xeomin ดีกว่านะ" เท่าไหร่ครับ
















 


และอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้หลายคนแอบลังเล
ก็คือเรื่องราคานั่นเองครับ ^^..
เมื่อเทียบในปริมาณโดสที่เท่ากัน ค่าใช้จ่ายของ Xeomin มักจะสูงกว่าโบตัวอื่นทั่วไปพอสมควรเลยครับ
เรื่องนี้ผมเลยมักจะแจ้งให้คนไข้ทราบก่อนเข้าปรึกษาเสมอ

















แต่สำหรับคนที่มีความกังวลเรื่องอาการดื้อยาแล้วล่ะก็ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าน่าลองมากๆ ครับ

เกณฑ์ทางคลินิกของกลุ่มที่เหมาะกับ Xeomin และคู่มือเลือกชนิดโบท็อกซ์

 

 

















คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. Xeomin เห็นผลช้ากว่าตัวอื่นจริงไหมคะ?

A. จากประสบการณ์ของผม ความเร็วในการออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับ Allergan Botox หรืออาจจะเร็วกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำครับ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อและโดสของแต่ละบุคคลมากกว่าแบรนด์โบ จึงไม่สามารถฟันธงในเรื่องความเร็วของยี่ห้อนั้นๆ ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ

 

Q2. ถ้ารู้สึกว่าฉีดโบแล้วไม่เห็นผล สามารถเปลี่ยนมาเป็น Xeomin ได้ทันทีเลยไหมคะ?

 

A. ไม่แนะนำให้เปลี่ยนทันทีครับ ต้องหาสาเหตุก่อนว่าที่เห็นผลน้อยลง เป็นเพราะอาการดื้อยา ปริมาณโดสไม่พอ หรือเป็นเพราะตำแหน่งการฉีดที่ยังไม่ตรงจุดกันแน่

 

หากเปลี่ยนผลิตภัณฑ์โดยไม่หาสาเหตุก่อน ผลลัพธ์ก็อาจจะยังไม่น่าพึงพอใจเหมือนเดิมครับ การเข้ามาคุยเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุร่วมกันก่อนจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดครับ

 

Q3. ปกติแล้วนิยมฉีด Xeomin ตรงจุดไหนครับ? ฉีดตรงกรามหรือน่องได้ด้วยไหม?

 

A. ฉีดได้แน่นอนครับ! นอกเหนือริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ตรงบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และระหว่างคิ้วแล้ว

ยังสามารถใช้ฉีดลดกล้ามเนื้อกราม หรือกล้ามเนื้อน่องที่ต้องใช้ตัวยาในปริมาณมากได้ดีเช่นกันครับ

เพียงแต่ยิ่งเป็นบริเวณที่ต้องใช้โดสเยอะๆ อาจจะทำให้เห็นความต่างเรื่องของงบประมาณที่ชัดเจนขึ้นครับ

 

ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE

หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับตัวเราไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาช่วยดูแลและประเมินด้วยตัวเองเลยครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE

ผมแนะนำให้ปรึกษาพูดคุยอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการจะดีที่สุดครับ
หรือถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ทักมาถามสบายๆ ทาง LINE ก่อนได้เลยครับ
ขอบคุณมากครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

포텐자 예약일이 잡혔다면 레티놀과 각질제거, 왁싱은 며칠 전부터 멈추는 게 좋을까요?

ยกกระชับ

จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน

ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

명절이나 행사 사진 일정이 잡혔다면 올리지오 엑스는 언제쯤 미리 받아두는 게 좋을까요?

ยกกระชับ

มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?

วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요

ผิว

여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요

지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요

ผิว

샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요

뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

중안면 팔자·입가 처짐, 소프웨이브로 어디까지 정리될까요?

ยกกระชับ

ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ

เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

관자 꺼짐 스컬트라, 회차는 어떻게 나누어 설계할까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี

ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1