
โคร์ท็อกซ์ vs ซีโอมิน แบบไหนเหมาะกับคุณ?
โคร์ท็อกซ์ vs ซีโอมิน แบบไหนเหมาะกับคุณ?
โคร์ท็อกซ์ vs ซีโอมิน แบบไหนเหมาะกับคุณ?
Xeomin ที่สะสมข้อมูลคลินิกมานาน และ Coretox ฝีมือเกาหลี ขึ้นอยู่กับการเลือกส่วนตัว
Xeomin vs Coretox,
ทั้งคู่เป็นโบท็อกซ์แต่
รู้ไหมว่าต่างกันยังไง?
ช่วงนี้ก่อนทำโบท็อกซ์
มีคนที่หาข้อมูลมาก่อนมาปรึกษาเยอะขึ้นมากเลยค่ะ
'Xeomin คะ? Coretox คะ?'
พอเห็นคนถามแบบนี้,
ก็แอบคิดเหมือนกันว่า ถ้าฉันรู้ไม่พอจะทำยังไงดีนะ??
ฮ่าๆ
(จริงๆ ฉันรู้หมดนะ..
ตั้งแต่น้ำหนักโปรตีนที่เรียกว่า 150kDa,
ไปจนถึงเรื่องแอนติเจน-แอนติบอดี!)
อีกด้านหนึ่งก็มีคนที่เอาข้อมูลผิดๆ
มาด้วยอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
รอบนี้เลยอยากสรุปให้เข้าใจแบบจริงจังสักครั้งค่ะ
(*TMI แต่เพื่อนๆ ของฉันทุกคนฉีด Coretox กันค่ะ)
คำถามสำคัญของวันนี้
ขอเริ่มจาก 3 ข้อหลักกันก่อนนะคะ
Q. Xeomin กับ Coretox
เป็นผลิตภัณฑ์คนละตัวยาไหม?
ไม่ใช่ค่ะ ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิด A เหมือนกัน
น้ำหนักก็ใกล้เคียงกัน และความเป็นไปได้เรื่องการดื้อยาก็
มองว่าใกล้เคียงกันค่ะ
Q. Xeomin
ปลอดภัยกว่า Coretox จริงไหม?
จริงบางส่วนค่ะ เพราะว่า
Xeomin ตัวนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2010,
ผ่านมาถึง 16 ปีแบบไม่มีปัญหา
-พูดอีกมุมคือใช้อย่างปลอดภัยมานานกว่า
เลยอาจได้คะแนนพิเศษเพิ่มนิดหน่อยค่ะ
Q. ถ้าราคาสูงกว่า
แปลว่าเห็นผลดีกว่าไหม?
ไม่เสมอไปค่ะ
จริงๆ ฉันแนะนำ Coretox ให้เพื่อนๆ
อยู่ ฮ่าๆ

Xeomin กับ Coretox,
เหมือนกันตรงไหน
และต่างกันตรงไหน?
ทั้งคู่ใช้โบทูลินัมท็อกซินชนิด A
เป็นตัวยาหลักเหมือนกันค่ะ
กลไกคือคลายกล้ามเนื้อเพื่อให้ริ้วรอยเรียบขึ้น หรือ
ช่วยปรับรูปหน้าก็เหมือนกันค่ะ
แต่ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอยู่ข้อหนึ่งค่ะ
โบทูลินัมท็อกซินไม่ได้อยู่แบบเดี่ยวๆ เสมอไป
แต่จะอยู่ในรูปที่จับกับโปรตีนคอมเพล็กซ์ (complexing protein) และ
ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์
ขนาดของโปรตีนคอมเพล็กซ์นี้
ถูกนำมาใช้พูดถึงเรื่องการดื้อยาได้ค่ะ
แล้วโปรตีนคอมเพล็กซ์นี้
ถูกจัดการอย่างไร
ก็จะทำให้ระยะการกระจาย ระยะเริ่มเห็นผล
และระยะคงผลต่างกันไปด้วยค่ะ
Xeomin
คือผลิตภัณฑ์ที่เอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกแล้ว
ในรูปแบบโบท็อกซ์บริสุทธิ์ (naked toxin)
ส่วน Coretox
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ Medytox ในเกาหลีพัฒนาขึ้น
โดยเอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกหมดเหมือนกัน
แต่มี
โครงสร้างโปรตีนเฉพาะของตัวเองเพื่อช่วยเรื่องความเสถียรค่ะ
พูดง่ายๆ คือ ทั้งคู่มีแนวคิดคล้ายกันว่า "ลดโปรตีนที่ไม่จำเป็น"
แต่
วิธีการและรูปแบบตำรับต่างกัน
และนั่นก็ทำให้
เห็นความต่างในทางคลินิกจริงๆ ค่ะ
รายการ | Xeomin | Coretox |
|---|---|---|
ผู้ผลิต | Merz (เยอรมนี) | Medytox (เกาหลี) |
โปรตีนคอมเพล็กซ์ | กำจัดออกหมด (naked toxin) | กำจัดออกหมด + เสถียรภาพเฉพาะของตัวเอง |
ระยะเริ่มเห็นผล | 3~5 วัน (ค่อนข้างเร็ว) | 3~7 วัน (แล้วแต่บุคคล) |
การกระจาย | ค่อนข้างกว้าง | ค่อนข้างจำกัด |
ระยะคงผล | 4~6 เดือน | 4~6 เดือน |
โอกาสเกิดแอนติบอดี | ต่ำ | ต่ำ |
บริเวณที่เหมาะใช้หลัก | กราม, น่อง, หน้าผาก และกล้ามเนื้อใหญ่ | รอบตา, หว่างคิ้ว, หน้าผาก และจุดที่ต้องความแม่นยำ |

ความต่างของการกระจาย,
ทำไมถึงสำคัญ?
หลายคนเข้าใจผิดตรงนี้ค่ะ
ว่าการกระจายกว้าง
ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป
เวลาที่ต้องคลายกล้ามเนื้อใหญ่และกว้าง เช่น กล้ามเนื้อ masseter (กล้ามเนื้อกราม)
ในโบท็อกซ์กราม
ผลิตภัณฑ์ที่กระจายกว้างกว่าอย่าง Xeomin
อาจช่วยให้กระจายตัวได้สม่ำเสมอและเห็นผลดีได้ค่ะ
แต่ในจุดที่ต้องเก็บรายละเอียด เช่น ริ้วรอยรอบตา หรือหว่างคิ้ว
การจับเฉพาะกล้ามเนื้อเป้าหมาย
เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
ถ้ากระจายมากเกินไป ก็อาจไปโดนกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ
ได้ด้วย
แบบนี้เอง ผลิตภัณฑ์ที่การกระจาย
จำกัดกว่าอย่าง Coretox จึงได้เปรียบค่ะ
พูดตรงๆ เลยก็คือ
ไม่ใช่คำถามว่า "ตัวไหนดีกว่า" แต่เป็น
"บริเวณนี้เหมาะกับตัวไหน" มากกว่าค่ะ
นี่แหละคือหัวใจหลัก
จริงๆ แล้วก็แล้วแต่เคสค่ะ
แต่ปกติฉันจะเลือกแบบนี้
บริเวณกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กรามหรือน่อง
ฉันจะใช้ Xeomin บ่อยกว่า
ส่วนบริเวณที่ต้องละเอียด เช่น รอบดวงตาหรือหน้าผาก
ฉันค่อนข้างชอบ Coretox ค่ะ
บันทึกภาคสนามของคุณหมอวี ยองจิน
จากประสบการณ์ของฉัน แม้จะฉีดบริเวณเดียวกันในปริมาณเท่ากัน
แต่ความรู้สึกที่ได้จากแต่ละผลิตภัณฑ์ก็ต่างกันชัดเจนค่ะ
โดยเฉพาะบริเวณที่บอบบางอย่างรอบตา
ความต่างของระยะการกระจายจะเห็นได้ชัดจริงๆ
มีอีกเรื่องที่อยากบอกให้ชัดค่ะ
ไม่ว่าโบท็อกซ์ตัวไหน ถ้าเกิดแอนติบอดีขึ้นมา
ประสิทธิภาพก็อาจลดลงได้
จากหลักฐานทางคลินิกตอนนี้ โปรตีนคอมเพล็กซ์ยิ่งน้อย
ก็ยิ่งมีความเสี่ยงเกิดแอนติบอดีต่ำลง
แต่ในขณะเดียวกัน
ทั้ง Xeomin และ Coretox ในแง่นี้
ถือว่ามีข้อได้เปรียบกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนๆ ค่ะ
แต่ถึงผลิตภัณฑ์จะดีแค่ไหน
ถ้าฉีดห่างกันสั้นเกินไป
ข้อดีตรงนี้ก็อาจลดทอนลงได้
ยิ่งราคาแพง
ยิ่งได้ผลดีกว่าหรือเปล่า?
เรื่องนี้ค่อนข้างต้องดูเป็นกรณีไปค่ะ
Coretox ในเกาหลีมักถูกตั้งราคา
สูงกว่า Xeomin เล็กน้อย
ในหลายๆ เคส
เหตุผลก็มีหลายอย่างค่ะ
ทั้งต้นทุนการพัฒนารูปแบบยา วิธีการเก็บรักษา
รวมถึงเรื่องนำเข้าด้วย
แต่ไม่ได้แปลว่า "แพงกว่าแล้วดีกว่าเสมอไป"
นะคะ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้
การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับบริเวณคือ
หัวใจของผลลัพธ์ค่ะ
ถ้าเอาผลิตภัณฑ์แพงไปใช้ผิดจุด
ก็กลายเป็นทั้งผลลัพธ์และเงินที่เสียไปเปล่าๆ
ข้อเสียที่เห็นชัดคือเรื่องราคา
ถ้าฉีดโบท็อกซ์กรามด้วย Coretox
บางครั้งอาจแพงกว่า Xeomin ตั้งแต่ 10,000~20,000 วอนขึ้นไป
แต่ถ้าเป็นจุดนั้น จริงๆ แล้ว
Xeomin อาจเหมาะกว่าด้วยซ้ำค่ะ
แต่ถ้าเป็นบริเวณอย่างรอบตา
ที่ต้องการความแม่นยำสูง
ส่วนต่างราคาของ Coretox ก็พอเข้าใจได้
ในระดับหนึ่งค่ะ
ถ้าจะดูความคุ้มค่าจริงๆ
ไม่ควรดูแค่ป้ายราคา แต่ควรเริ่มจากเป้าหมายและบริเวณที่ทำ
แล้วค่อยคุยปรึกษาค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ
Xeomin เหมาะกับบริเวณกล้ามเนื้อกว้าง
ส่วน Coretox เด่นในงานฉีดที่ต้องความละเอียดสูง
และ
ไม่ใช่ว่าตัวไหนดีกว่ากัน แต่การเลือกให้เหมาะกับ
บริเวณและเป้าหมายสำคัญที่สุดค่ะ
แล้วฉันควรเลือกตัวไหน
ดี?
อาจจะดูยากหน่อยค่ะ
แต่ขอให้แค่หลักเดียวก่อนนะคะ
ถ้าเป้าหมายของการทำคือ
ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง)
Xeomin ที่กระจายได้กว้างกว่า
มักจะเหมาะในหลายๆ เคสค่ะ
ถ้าเป้าหมายคือ
ลดริ้วรอย (รอบตา·หว่างคิ้ว·หน้าผากแบบละเอียด)
Coretox ที่ควบคุมได้แม่นยำ
เป็นตัวเลือกที่ลองพิจารณาก่อนได้ค่ะ
ถ้าเคยฉีดโบท็อกซ์แล้วเห็นผลลดลง
การเปลี่ยนไปใช้
Xeomin หรือ Coretox ที่ตัดโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกแล้ว
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งได้ค่ะ
เพราะอาจมีโอกาสที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมา
แล้ว
เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าค่อนข้างน่าเสียดายค่ะ
เพราะในความจริงหลายคลินิก
ไม่ได้เลือกผลิตภัณฑ์ตามบริเวณหรือสภาพของคนไข้เสมอไป
แต่กลับใช้แค่ตัวเดียวตลอด
ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยค่ะ
ฉันจะบอกคนไข้เสมอว่าใช้ตัวไหนล่วงหน้า
และอธิบายว่าทำไมถึงเลือกตัวนั้นค่ะ
นอกจากนี้ ก่อนทำฉันจะเลือกผลิตภัณฑ์ต่างกันตามความหนาของกล้ามเนื้อในแต่ละจุด
และตามเป้าหมายของการรักษาด้วยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. Xeomin กับ Coretox
ระยะคงผลต่างกันจริงไหม?
A. จากประสบการณ์ของฉัน ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัว
อยู่ที่ประมาณ 4~6 เดือนใกล้เคียงกันค่ะ
ความต่างที่รู้สึกได้ชัดกว่า
คือเรื่องการกระจายและระยะเริ่มเห็นผล
มากกว่าระยะคงผลค่ะ
และยังต่างกันมากขึ้นตามมวลกล้ามเนื้อของแต่ละคนหรืออัตราการเผาผลาญด้วยค่ะ
Q2. โบท็อกซ์ที่เคยฉีดกับคลินิกอื่น
อยู่ๆ ก็ไม่เห็นผล
ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Xeomin หรือ Coretox จะช่วยไหม?
A. ถ้าสาเหตุที่ผลลดลงเกิดจาก
การสร้างแอนติบอดี
การเปลี่ยนไปใช้
Xeomin หรือ Coretox ที่เอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกแล้ว
อาจช่วยได้ค่ะ
แต่ไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไปค่ะ
บางครั้งอาจเป็นปัญหาเรื่องปริมาณยา หรือวิธีฉีดก็ได้
ดังนั้นควรให้แพทย์ประเมินหลังปรึกษาโดยตรงจะตรงที่สุดค่ะ
Q3. ได้ยินว่า Coretox เหมาะกับรอบตา
แล้ว Xeomin ใช้รอบตาไม่ได้หรือ?
ไม่มีตัวไหนที่ดีกว่ารอบตาโดยเฉพาะค่ะ
ระดับการกระจายจะต่างกันตามระดับการเจือจาง
บริเวณรอบตาต้องควบคุมปริมาณยาและ
ตำแหน่งที่ฉีดให้แม่นยำเป็นพิเศษ
ถ้าแพทย์มีประสบการณ์
Xeomin ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างเพียงพอค่ะ
นี่แหละคือเหตุผลที่การตัดสินใจของผู้ฉีด
สำคัญกว่าตัวผลิตภัณฑ์เอง
ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติม
ทัก KakaoTalk มาถามก่อนได้เลยค่ะ
ก่อนเข้ามาคลินิก
สามารถถามล่วงหน้าได้ว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ
แนะนำให้คุยให้ชัด
ก่อนตัดสินใจทำค่ะ
เท่านี้ค่ะ หมอวี ยองจิน
✦ อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
Xeomin vs Coretox,
ทั้งคู่เป็นโบท็อกซ์แต่
รู้ไหมว่าต่างกันยังไง?
ช่วงนี้ก่อนทำโบท็อกซ์
มีคนที่หาข้อมูลมาก่อนมาปรึกษาเยอะขึ้นมากเลยค่ะ
'Xeomin คะ? Coretox คะ?'
พอเห็นคนถามแบบนี้,
ก็แอบคิดเหมือนกันว่า ถ้าฉันรู้ไม่พอจะทำยังไงดีนะ??
ฮ่าๆ
(จริงๆ ฉันรู้หมดนะ..
ตั้งแต่น้ำหนักโปรตีนที่เรียกว่า 150kDa,
ไปจนถึงเรื่องแอนติเจน-แอนติบอดี!)
อีกด้านหนึ่งก็มีคนที่เอาข้อมูลผิดๆ
มาด้วยอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
รอบนี้เลยอยากสรุปให้เข้าใจแบบจริงจังสักครั้งค่ะ
(*TMI แต่เพื่อนๆ ของฉันทุกคนฉีด Coretox กันค่ะ)
คำถามสำคัญของวันนี้
ขอเริ่มจาก 3 ข้อหลักกันก่อนนะคะ
Q. Xeomin กับ Coretox
เป็นผลิตภัณฑ์คนละตัวยาไหม?
ไม่ใช่ค่ะ ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิด A เหมือนกัน
น้ำหนักก็ใกล้เคียงกัน และความเป็นไปได้เรื่องการดื้อยาก็
มองว่าใกล้เคียงกันค่ะ
Q. Xeomin
ปลอดภัยกว่า Coretox จริงไหม?
จริงบางส่วนค่ะ เพราะว่า
Xeomin ตัวนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2010,
ผ่านมาถึง 16 ปีแบบไม่มีปัญหา
-พูดอีกมุมคือใช้อย่างปลอดภัยมานานกว่า
เลยอาจได้คะแนนพิเศษเพิ่มนิดหน่อยค่ะ
Q. ถ้าราคาสูงกว่า
แปลว่าเห็นผลดีกว่าไหม?
ไม่เสมอไปค่ะ
จริงๆ ฉันแนะนำ Coretox ให้เพื่อนๆ
อยู่ ฮ่าๆ

Xeomin กับ Coretox,
เหมือนกันตรงไหน
และต่างกันตรงไหน?
ทั้งคู่ใช้โบทูลินัมท็อกซินชนิด A
เป็นตัวยาหลักเหมือนกันค่ะ
กลไกคือคลายกล้ามเนื้อเพื่อให้ริ้วรอยเรียบขึ้น หรือ
ช่วยปรับรูปหน้าก็เหมือนกันค่ะ
แต่ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอยู่ข้อหนึ่งค่ะ
โบทูลินัมท็อกซินไม่ได้อยู่แบบเดี่ยวๆ เสมอไป
แต่จะอยู่ในรูปที่จับกับโปรตีนคอมเพล็กซ์ (complexing protein) และ
ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์
ขนาดของโปรตีนคอมเพล็กซ์นี้
ถูกนำมาใช้พูดถึงเรื่องการดื้อยาได้ค่ะ
แล้วโปรตีนคอมเพล็กซ์นี้
ถูกจัดการอย่างไร
ก็จะทำให้ระยะการกระจาย ระยะเริ่มเห็นผล
และระยะคงผลต่างกันไปด้วยค่ะ
Xeomin
คือผลิตภัณฑ์ที่เอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกแล้ว
ในรูปแบบโบท็อกซ์บริสุทธิ์ (naked toxin)
ส่วน Coretox
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ Medytox ในเกาหลีพัฒนาขึ้น
โดยเอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกหมดเหมือนกัน
แต่มี
โครงสร้างโปรตีนเฉพาะของตัวเองเพื่อช่วยเรื่องความเสถียรค่ะ
พูดง่ายๆ คือ ทั้งคู่มีแนวคิดคล้ายกันว่า "ลดโปรตีนที่ไม่จำเป็น"
แต่
วิธีการและรูปแบบตำรับต่างกัน
และนั่นก็ทำให้
เห็นความต่างในทางคลินิกจริงๆ ค่ะ
รายการ | Xeomin | Coretox |
|---|---|---|
ผู้ผลิต | Merz (เยอรมนี) | Medytox (เกาหลี) |
โปรตีนคอมเพล็กซ์ | กำจัดออกหมด (naked toxin) | กำจัดออกหมด + เสถียรภาพเฉพาะของตัวเอง |
ระยะเริ่มเห็นผล | 3~5 วัน (ค่อนข้างเร็ว) | 3~7 วัน (แล้วแต่บุคคล) |
การกระจาย | ค่อนข้างกว้าง | ค่อนข้างจำกัด |
ระยะคงผล | 4~6 เดือน | 4~6 เดือน |
โอกาสเกิดแอนติบอดี | ต่ำ | ต่ำ |
บริเวณที่เหมาะใช้หลัก | กราม, น่อง, หน้าผาก และกล้ามเนื้อใหญ่ | รอบตา, หว่างคิ้ว, หน้าผาก และจุดที่ต้องความแม่นยำ |

ความต่างของการกระจาย,
ทำไมถึงสำคัญ?
หลายคนเข้าใจผิดตรงนี้ค่ะ
ว่าการกระจายกว้าง
ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป
เวลาที่ต้องคลายกล้ามเนื้อใหญ่และกว้าง เช่น กล้ามเนื้อ masseter (กล้ามเนื้อกราม)
ในโบท็อกซ์กราม
ผลิตภัณฑ์ที่กระจายกว้างกว่าอย่าง Xeomin
อาจช่วยให้กระจายตัวได้สม่ำเสมอและเห็นผลดีได้ค่ะ
แต่ในจุดที่ต้องเก็บรายละเอียด เช่น ริ้วรอยรอบตา หรือหว่างคิ้ว
การจับเฉพาะกล้ามเนื้อเป้าหมาย
เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
ถ้ากระจายมากเกินไป ก็อาจไปโดนกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ
ได้ด้วย
แบบนี้เอง ผลิตภัณฑ์ที่การกระจาย
จำกัดกว่าอย่าง Coretox จึงได้เปรียบค่ะ
พูดตรงๆ เลยก็คือ
ไม่ใช่คำถามว่า "ตัวไหนดีกว่า" แต่เป็น
"บริเวณนี้เหมาะกับตัวไหน" มากกว่าค่ะ
นี่แหละคือหัวใจหลัก
จริงๆ แล้วก็แล้วแต่เคสค่ะ
แต่ปกติฉันจะเลือกแบบนี้
บริเวณกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กรามหรือน่อง
ฉันจะใช้ Xeomin บ่อยกว่า
ส่วนบริเวณที่ต้องละเอียด เช่น รอบดวงตาหรือหน้าผาก
ฉันค่อนข้างชอบ Coretox ค่ะ
บันทึกภาคสนามของคุณหมอวี ยองจิน
จากประสบการณ์ของฉัน แม้จะฉีดบริเวณเดียวกันในปริมาณเท่ากัน
แต่ความรู้สึกที่ได้จากแต่ละผลิตภัณฑ์ก็ต่างกันชัดเจนค่ะ
โดยเฉพาะบริเวณที่บอบบางอย่างรอบตา
ความต่างของระยะการกระจายจะเห็นได้ชัดจริงๆ
มีอีกเรื่องที่อยากบอกให้ชัดค่ะ
ไม่ว่าโบท็อกซ์ตัวไหน ถ้าเกิดแอนติบอดีขึ้นมา
ประสิทธิภาพก็อาจลดลงได้
จากหลักฐานทางคลินิกตอนนี้ โปรตีนคอมเพล็กซ์ยิ่งน้อย
ก็ยิ่งมีความเสี่ยงเกิดแอนติบอดีต่ำลง
แต่ในขณะเดียวกัน
ทั้ง Xeomin และ Coretox ในแง่นี้
ถือว่ามีข้อได้เปรียบกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนๆ ค่ะ
แต่ถึงผลิตภัณฑ์จะดีแค่ไหน
ถ้าฉีดห่างกันสั้นเกินไป
ข้อดีตรงนี้ก็อาจลดทอนลงได้
ยิ่งราคาแพง
ยิ่งได้ผลดีกว่าหรือเปล่า?
เรื่องนี้ค่อนข้างต้องดูเป็นกรณีไปค่ะ
Coretox ในเกาหลีมักถูกตั้งราคา
สูงกว่า Xeomin เล็กน้อย
ในหลายๆ เคส
เหตุผลก็มีหลายอย่างค่ะ
ทั้งต้นทุนการพัฒนารูปแบบยา วิธีการเก็บรักษา
รวมถึงเรื่องนำเข้าด้วย
แต่ไม่ได้แปลว่า "แพงกว่าแล้วดีกว่าเสมอไป"
นะคะ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้
การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับบริเวณคือ
หัวใจของผลลัพธ์ค่ะ
ถ้าเอาผลิตภัณฑ์แพงไปใช้ผิดจุด
ก็กลายเป็นทั้งผลลัพธ์และเงินที่เสียไปเปล่าๆ
ข้อเสียที่เห็นชัดคือเรื่องราคา
ถ้าฉีดโบท็อกซ์กรามด้วย Coretox
บางครั้งอาจแพงกว่า Xeomin ตั้งแต่ 10,000~20,000 วอนขึ้นไป
แต่ถ้าเป็นจุดนั้น จริงๆ แล้ว
Xeomin อาจเหมาะกว่าด้วยซ้ำค่ะ
แต่ถ้าเป็นบริเวณอย่างรอบตา
ที่ต้องการความแม่นยำสูง
ส่วนต่างราคาของ Coretox ก็พอเข้าใจได้
ในระดับหนึ่งค่ะ
ถ้าจะดูความคุ้มค่าจริงๆ
ไม่ควรดูแค่ป้ายราคา แต่ควรเริ่มจากเป้าหมายและบริเวณที่ทำ
แล้วค่อยคุยปรึกษาค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ
Xeomin เหมาะกับบริเวณกล้ามเนื้อกว้าง
ส่วน Coretox เด่นในงานฉีดที่ต้องความละเอียดสูง
และ
ไม่ใช่ว่าตัวไหนดีกว่ากัน แต่การเลือกให้เหมาะกับ
บริเวณและเป้าหมายสำคัญที่สุดค่ะ
แล้วฉันควรเลือกตัวไหน
ดี?
อาจจะดูยากหน่อยค่ะ
แต่ขอให้แค่หลักเดียวก่อนนะคะ
ถ้าเป้าหมายของการทำคือ
ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง)
Xeomin ที่กระจายได้กว้างกว่า
มักจะเหมาะในหลายๆ เคสค่ะ
ถ้าเป้าหมายคือ
ลดริ้วรอย (รอบตา·หว่างคิ้ว·หน้าผากแบบละเอียด)
Coretox ที่ควบคุมได้แม่นยำ
เป็นตัวเลือกที่ลองพิจารณาก่อนได้ค่ะ
ถ้าเคยฉีดโบท็อกซ์แล้วเห็นผลลดลง
การเปลี่ยนไปใช้
Xeomin หรือ Coretox ที่ตัดโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกแล้ว
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งได้ค่ะ
เพราะอาจมีโอกาสที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมา
แล้ว
เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าค่อนข้างน่าเสียดายค่ะ
เพราะในความจริงหลายคลินิก
ไม่ได้เลือกผลิตภัณฑ์ตามบริเวณหรือสภาพของคนไข้เสมอไป
แต่กลับใช้แค่ตัวเดียวตลอด
ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยค่ะ
ฉันจะบอกคนไข้เสมอว่าใช้ตัวไหนล่วงหน้า
และอธิบายว่าทำไมถึงเลือกตัวนั้นค่ะ
นอกจากนี้ ก่อนทำฉันจะเลือกผลิตภัณฑ์ต่างกันตามความหนาของกล้ามเนื้อในแต่ละจุด
และตามเป้าหมายของการรักษาด้วยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. Xeomin กับ Coretox
ระยะคงผลต่างกันจริงไหม?
A. จากประสบการณ์ของฉัน ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัว
อยู่ที่ประมาณ 4~6 เดือนใกล้เคียงกันค่ะ
ความต่างที่รู้สึกได้ชัดกว่า
คือเรื่องการกระจายและระยะเริ่มเห็นผล
มากกว่าระยะคงผลค่ะ
และยังต่างกันมากขึ้นตามมวลกล้ามเนื้อของแต่ละคนหรืออัตราการเผาผลาญด้วยค่ะ
Q2. โบท็อกซ์ที่เคยฉีดกับคลินิกอื่น
อยู่ๆ ก็ไม่เห็นผล
ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Xeomin หรือ Coretox จะช่วยไหม?
A. ถ้าสาเหตุที่ผลลดลงเกิดจาก
การสร้างแอนติบอดี
การเปลี่ยนไปใช้
Xeomin หรือ Coretox ที่เอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกแล้ว
อาจช่วยได้ค่ะ
แต่ไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไปค่ะ
บางครั้งอาจเป็นปัญหาเรื่องปริมาณยา หรือวิธีฉีดก็ได้
ดังนั้นควรให้แพทย์ประเมินหลังปรึกษาโดยตรงจะตรงที่สุดค่ะ
Q3. ได้ยินว่า Coretox เหมาะกับรอบตา
แล้ว Xeomin ใช้รอบตาไม่ได้หรือ?
ไม่มีตัวไหนที่ดีกว่ารอบตาโดยเฉพาะค่ะ
ระดับการกระจายจะต่างกันตามระดับการเจือจาง
บริเวณรอบตาต้องควบคุมปริมาณยาและ
ตำแหน่งที่ฉีดให้แม่นยำเป็นพิเศษ
ถ้าแพทย์มีประสบการณ์
Xeomin ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างเพียงพอค่ะ
นี่แหละคือเหตุผลที่การตัดสินใจของผู้ฉีด
สำคัญกว่าตัวผลิตภัณฑ์เอง
ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติม
ทัก KakaoTalk มาถามก่อนได้เลยค่ะ
ก่อนเข้ามาคลินิก
สามารถถามล่วงหน้าได้ว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ
แนะนำให้คุยให้ชัด
ก่อนตัดสินใจทำค่ะ
เท่านี้ค่ะ หมอวี ยองจิน
✦ อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้
ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

ผิว
รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?
เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

ผิว
เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'
คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ยกกระชับ
เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?
เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?
Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
