• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Coretox vs Xeomin โบลดโอกาสดื้อยา ต่างกันไง?

Coretox vs Xeomin โบลดโอกาสดื้อยา ต่างกันไง?

Coretox vs Xeomin โบลดโอกาสดื้อยา ต่างกันไง?

Coretox กับ Xeomin คือ Botulinum Toxin Type A ลดโอกาสดื้อยา ออกฤทธิ์ ราคา เลือกแบบไหนต่างกัน

เวลาที่ต้องเปรียบเทียบระหว่าง Coretox และ Xeomin botox หลายๆ คนมักจะถามว่า “เห็นบอกว่าทั้งคู่ไม่ดื้อยา แล้วมันต่างกันยังไงคะ?” คนที่เคยฉีด botox มาหลายครั้งแล้ว มักจะค้นหาข้อมูลมาล่วงหน้าอย่างดีเลยค่ะ ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์, ระยะเวลาผลลัพธ์, โอกาสในการดื้อยา ไปจนถึงเรื่องราคาที่แตกต่างกัน

ขอสรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะคะ ทั้ง Coretox และ Xeomin เป็นผลิตภัณฑ์ botulinum toxin type A เหมือนกัน และเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาเพื่อช่วยลดโอกาสในการดื้อยาค่ะ แต่เนื่องจากผู้ผลิต, สูตรตำรับ, ระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบทางคลินิก, ราคา และเกณฑ์การเลือกใช้ของแต่ละคลินิกมีความแตกต่างกัน ดังนั้น แทนที่จะถามว่า “ตัวไหนดีกว่ากัน” สิ่งสำคัญกว่าคือ “จะฉีดบริเวณไหน และฉีดเพื่อวัตถุประสงค์อะไร” ค่ะ

วันนี้เราจะมาสรุปความแตกต่างระหว่าง Xeomin และ Coretox, โอกาสในการดื้อยา, ระยะเวลาผลลัพธ์, ราคา และเกณฑ์ในการเลือกให้เหมาะกับแต่ละบริเวณกันค่ะ

 


Xeomin และ Coretox ทั้งสองตัวนี้เป็น botox แบบไหนกันนะ?

제오민 코어톡스 보톡스 비교 홍대 뷰티스톤의원

 

 Xeomin และ Coretox ต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ botox ที่มีสารสำคัญหลักเป็น botulinum toxin type A ค่ะ โดยจะเข้าไปช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว เพื่อลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก, ระหว่างคิ้ว, หางตา หรือใช้เพื่อปรับรูปหน้าในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างกล้ามเนื้อกราม หรือกล้ามเนื้อน่องค่ะ

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาขึ้นมาโดยลดคอมเพล็กซ์โปรตีน (complexing proteins) ซึ่งเป็นตัวการที่มักถูกพูดถึงว่าทำให้เกิดอาการดื้อยาใน botox รุ่นเก่าๆ ค่ะ ดังนั้น คนที่เคยฉีดซ้ำๆ มาบ่อย หรือเริ่มรู้สึกว่าฉีด botox ตัวเดิมแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ดีเท่าเดิม จึงมักจะมองหาและสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่าง Xeomin หรือ Coretox กันเยอะมากค่ะ

อย่างไรก็ตาม การพูดว่า “จะไม่มีทางดื้อยาอย่างแน่นอน” อาจจะไม่คุ้มคำพูดที่ถูกต้องที่สุดนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ botulinum toxin ตัวไหนก็ตาม หากฉีดซ้ำๆ บ่อยเกินไป, เว้นระยะห่างสั้นเกินไป, ใช้ปริมาณยาที่สูงเกินไป หรือขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล ก็มีโอกาสทำให้รู้สึกว่าเห็นผลลัพธ์น้อยลงได้เช่นกันค่ะ

제오민 코어톡스 비교설명

 

 




ตารางเปรียบเทียบจุดเด่น Xeomin vs Coretox

หัวข้อ

Xeomin

Coretox

ผู้ผลิต

Merz (เยอรมนี)

Medytox (เกาหลี)

คอมเพล็กซ์โปรตีน

ขจัดออกอย่างสมบูรณ์ (naked toxin)

ขจัดออกอย่างสมบูรณ์ + สูตรเฉพาะช่วยเพิ่มความคงตัว

การออกฤทธิ์

3~5 วัน (ค่อนข้างเร็ว)

3~7 วัน (แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

การกระจายตัวของยา

กระจายตัวกว้าง

ค่อนข้างจำกัดเฉพาะจุด

ระยะเวลาผลลัพธ์

4~6 เดือน

4~6 เดือน

โอกาสการสร้างแอนติบอดี

ต่ำ

ต่ำ

บริเวณที่เหมาะเป็นพิเศษ

กล้ามเนื้อขนาดกว้าง เช่น กราม, น่อง, หน้าผาก

บริเวณที่ต้องอาศัยความละเอียด เช่น หางตา, ระหว่างคิ้ว, หน้าผาก




ตารางข้างต้นเป็นข้อมูลเปรียบเทียบพื้นฐานเพื่อทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ค่ะ ในการเลือกใช้จริงแนะนำว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจจากชื่อแบรนด์อย่างเดียว แต่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับบริเวณที่ต้องการฉีด, มวลกล้ามเนื้อ, การตอบสนองต่อ botox ตัวเดิม, ระยะห่างในการฉีด และงบประมาณของคุณด้วยค่ะ

หากยังสับสนว่าระหว่าง Xeomin และ Coretox จะเลือกแบบไหนดี สามารถแจ้งข้อมูลแบรนด์ botox ที่เคยฉีดล่าสุด บริเวณที่ฉีด และระยะเวลาที่ฉีดครั้งล่าสุดให้เราทราบก่อนได้เลยนะคะ เราจะช่วยแนะนำสิ่งที่ควรเช็กก่อนปรึกษาและรายละเอียดในการนัดหมายเข้ามาคุยกับคุณหมอให้ค่ะ

▶ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน LINE เพื่อคุยกับเรา

 

การดื้อ botox สำหรับ Xeomin และ Coretox ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า?

ประเด็นเรื่องการดื้อ botox มักจะถูกยกขึ้นมาบ่อยๆ เมื่อผู้ที่ฉีด botulinum toxin ซ้ำๆ รู้สึกว่าผลลัพธ์ลดลงหรือไม่ปังเหมือนแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถสรุปได้ทันทีนะคะว่าผลลัพธ์ที่ลดลงเกิดจากอาการดื้อยาเสมอไป

มันอาจเกิดจากปริมาณยา (unit) ที่ไม่เพียงพอ, ตำแหน่งการฉีดเปลี่ยนไป, มวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น, ระยะห่างระหว่างการฉีดที่สั้นเกินไป หรืออาจเป็นเพราะสภาพผิวไม่ตอบสนองต่อคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ในขณะนั้นก็เป็นได้ค่ะ ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่า “ฉีด botox แล้วไม่ค่อยเห็นผล” อย่าเพิ่งมองหาแต่การเปลี่ยนแบรนด์ยาอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบทั้งปริมาณยา, ระยะห่าง, ตำแหน่งที่ฉีด และข้อมูลการตอบสนองในครั้งก่อนๆ ร่วมด้วยค่ะ

แม้ว่า Xeomin และ Coretox จะเป็นที่ยอมรับว่ามีโอกาสดื้อยาน้อยมาก แต่ก็ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในโลกที่รับประกันได้ 100% ว่าจะไม่มีการดื้อยาเลยค่ะ ดังนั้น สำหรับใครที่ชอบฉีดอย่างต่อเนื่อง การรักษาความสมดุลเรื่องระยะเวลาฉีดที่เหมาะสมและปริมาณยาที่พอดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

 

Xeomin ดีกว่า Coretox หรือเปล่า?

เราไม่สามารถตอบได้ว่า Xeomin ดีกว่า Coretox เสมอไปค่ะ เนื่องจาก Xeomin เป็นผลิตภัณฑ์สัญชาติเยอรมันที่มีประวัติการใช้งานมายาวนาน จึงเหมาะมากๆ สำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางคลินิกและข้อมูลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือในระดับสากล

ในทางกลับกัน Coretox เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาในเกาหลีใต้ สำหรับใครที่ชื่นชอบ K-beauty หรือเลือกรับบริการในคลินิกที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้อย่างล้นหลาม ก็สามารถเลือก Coretox ได้เช่นกันค่ะ บางโรงพยาบาลหรือคลินิกอาจแนะนำ Coretox ด้วยเหตุผลเรื่องของความคุ้มค่าและโปรโตคอลการรักษาเฉพาะทางค่ะ

ดังนั้น จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเปรียบเทียบว่าตัวไหนเหนือกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่า “แบบไหนเหมาะกับเราที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่านี่เป็นครั้งแรกของคุณหรือไม่, ประวัติการฉีดเป็นอย่างไร, การตอบสนองเป็นแบบไหน และบริเวณที่ต้องการฉีดคือส่วนใด ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อการเลือกผลิตภัณฑ์ค่ะ

제오민 코어톡스 가격 비교 홍대 합정 보톡스

 

 

มีกรณีไหนบ้างที่ Coretox จะเหมาะกว่า Xeomin?

มีบางสถานการณ์ที่ Coretox จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ เช่น หากคุณชอบผลิตภัณฑ์ K-beauty ของเกาหลี หรือเคยฉีด Coretox มาก่อนแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและสม่ำเสมอดี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแบรนด์ยาให้ยุ่งยากค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น หากคลินิกที่คุณเลือกมีความเชี่ยวชาญในการใช้ Coretox ดีเยี่ยม สามารถคุมปริมาณยาและกำหนดระยะห่างแต่ละเคสได้อย่างแม่นยำ ฝีมือและการวางแผนการรักษาของคุณหมอจะส่งผลต่อความพึงพอใจในผลลัพธ์มากกว่าตัวชื่อแบรนด์ยาเสียอีกค่ะ

เพราะ botox ไม่ใช่หัตถการที่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับตัวยาเพียงอย่างเดียว ต่อให้ใช้ยาตัวเดียวกัน แต่การฉีดลงบนกล้ามเนื้อมัดไหน, ความลึกเท่าไหร่ และปริมาณยาเท่าไหร่ ย่อมทำให้ความรู้สึกและผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันชัดเจนค่ะ

 

ระยะเวลาผลลัพธ์ของ Xeomin และ Coretox ต่างกันเยอะไหม?

ระยะเวลาผลลัพธ์ของทั้ง Xeomin และ Coretox ค่อนข้างแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ ปกติทั่วไปจะแนะนำรักษาผลลัพธ์อยู่ที่ช่วง 3-6 เดือน แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด, มวลกล้ามเนื้อ, อัตราการเผาผลาญของร่างกาย, ปริมาณยา และประวัติการฉีดซ้ำด้วยค่ะ

บริเวณที่มีมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างกราม จะมีความรู้สึกถึงระยะเวลาเห็นผลลัพธ์แตกต่างกับบริเวณกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ที่มีขนาดเล็ก เช่น หางตา, ระหว่างคิ้ว หรือหน้าผากค่ะ นอกจากนี้ คนที่เพิ่งเคยฉีดครั้งแรกกับคนที่ฉีดเป็นประจำก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานไม่เท่ากันด้วย

ดังนั้น แทนที่จะสรุปไปเลยว่า “Xeomin อยู่ได้นานกว่า” หรือ “Coretox อยู่ได้นานกว่า” แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอโดยอ้างอิงจากบริเวณที่คุณต้องการรักษาร่วมกับการตอบสนองต่อ botox ที่ผ่านๆ มาจะดีที่สุดค่ะ

 

ราคาของ Xeomin และ Coretox ตัวที่แพงกว่าดีกว่าจริงไหม?

ราคาของ botox จะแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์, บริเวณที่รักษา, ปริมาณยูนิต และการจัดเซ็ตโปรแกรมของแต่ละคลินิกค่ะ เนื่องจากทั้ง Xeomin และ Coretox มีกระบวนการผลิตขจัดโปรตีนเพื่อลดการดื้อยา ทำให้มีราคาที่สูงกว่า botox ทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวที่แพงที่สุดจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกจุดเสมอไปนะคะ

สิ่งที่คุณควรมองหาเป็นอันดับแรกก่อนเรื่องราคาก็คือ “จุดประสงค์ของการฉีด” ค่ะ ว่าต้องการลดขนาดมัดกล้ามเนื้อใหญ่อย่างกราม หรือต้องการความประณีตในการฉีดริ้วรอยเล็กๆ อย่างรอบดวงตาหรือระหว่างคิ้ว หรือคุณกำลังมีภาวะที่รู้สึกว่าฉีด botox แล้วเห็นผลน้อยลงหรือไม่

เวลาเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย อย่าดูแค่ตัวเลขราคาต่อครั้งเพียงอย่างเดียว แนะนำให้ดูเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง, ปริมาณยูนิตต่อจุด, ความใส่ใจในขั้นตอนการให้คำปรึกษา และการดูแลแนะนำหลังใช้บริการร่วมด้วยนะคะ

 

ควรเลือกฉีด botox ยี่ห้อไหนดีตามจุดต่างๆ บนใบหน้า?

ฉีดลดกราม

การฉีดลดกรามจะเป็นการฉีดไปที่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่ ปริมาณยูนิตและตำแหน่งในการฉีดจะขึ้นอยู่กับขนาดมัดกล้ามเนื้อ, ความสมมาตรของใบหน้าซ้ายขวา และพฤติกรรมการเคี้ยวของแต่ละคนค่ะ ไม่ว่าจะเลือกใช้ Xeomin หรือ Coretox ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ โดยประเมินร่วมกับขนาดกล้ามเนื้อจริงและประวัติการฉีดเดิมของคุณค่ะ




ฉีดหน้าผาก

การฉีดบริเวณหน้าผากไม่เพียงแต่ช่วยลดริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการขยับคิ้วและการลืมตาด้วย จึงต้องอาศัยการดีไซน์และกำหนดจุดอย่างละเอียดอ่อนมากค่ะ เรื่องนี้เรื่องของปริมาณยาและระดับความลึกของการฉีดจะสำคัญกว่าแบรนด์ยามาก เพราะหากฉีดหนักมือเกินไปอาจทำให้รู้สึกตึง หนักตา หรือคิ้วตกได้ค่ะ




ฉีดระหว่างคิ้ว

ระหว่างคิ้วเป็นจุดที่คุมการทำงานของกล้ามเนื้อเวลาแสดงสีหน้าขมวดคิ้ว หากเริ่มมีริ้วรอยร่องลึกที่ฝังแน่น การฉีด botox จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีค่ะ แต่เนื่องจากเป็นบริเวณที่ใกล้กับกล้ามเนื้อรอบดวงตา จึงต้องการเทคนิคการฉีดที่ประณีตและแม่นยำสูง




ฉีดหางตา

เนื่องจากรอบดวงตาเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวแสดงอารมณ์บ่อยและเป็นธรรมชาติ การคุมปริมาณยาไม่ให้ตึงเกินไปจึงสำคัญยิ่งกว่าการเลือกผลิตภัณฑ์เสียอีกค่ะ คุณหมอต้องกะตวงปริมาณยาและกระจายจุดฉีดให้พอดิบพอดี เพื่อให้เวลายิ้มแล้วหน้ายังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งเกร็ง




ฉีดลดน่อง

การฉีดลดน่องจะฉีดกับกล้ามเนื้อขนาดใหญ่มากและมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่อนข้างสูง เนื่องจากอาจต้องใช้ปริมาณยูนิตค่อนข้างเยอะ แนะนำว่าควรเข้ามาปรึกษาเรื่องของงบประมาณ, ขอบเขตที่อยากลด, ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และการวางแผนฉีดต่อเนื่องร่วมกันกับคุณหมอก่อนนะคะ




หากรู้สึกว่าฉีด botox แล้วเห็นผลสั้นลงหรือเริ่มไม่เห็นผล?

หากคุณรู้สึกว่าระยะเวลาผลลัพธ์ของ botox ตัวเดิมสั้นลงกว่าแต่ก่อน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตรวจสอบวันเวลาที่ฉีดครั้งล่าสุด, ชื่อแบรนด์ที่ใช้, บริเวณที่ฉีด, ปริมาณยูนิต และระยะห่างในการฉีดในประวัติเก่าก่อนค่ะ แม้ว่าผลลัพธ์ที่สั้นลงอาจเกิดจากอาการริเริ่มดื้อยา แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่เป็นไปได้เสมอนะคะ

ในบางเคส อาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นที่รุนแรงขึ้น, ปริมาณยาไม่พอ หรืออาจจะเพิ่งฉีดไปได้ไม่นานแล้วรีบร้อนประเมินผลลัพธ์เร็วเกินไปก็เป็นได้ค่ะ

ด้วยเหตุนี้ ทางเราจึงแนะแนวทางว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเปลี่ยนแบรนด์ยาเองแบบทันที แต่ให้นำประวัติการฉีดเดิมมาคุยกับคุณหมอก่อนเพื่อร่วมกันออกแบบการรักษา และหากจำเป็นจริงๆ ค่อยพิจารณาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขจัดโปรตีนเพื่อลดความเสี่ยงในการดื้อยาอย่าง Xeomin หรือ Coretox เป็นลำดับถัดไปค่ะ

보톡스 부위별 제품 선택 기준 홍대 뷰티스톤의원

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1. ส่วนผสมของ Xeomin และ Coretox แตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งคู่มีส่วนประกอบสำคัญหลักคือ botulinum toxin type A เหมือนกันค่ะ แต่อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องผู้ผลิต, สูตรตำรับโครงสร้างตัวยา, วิธีการขจัดคอมเพล็กซ์โปรตีน และแนวทางที่ปรับใช้ในแต่ละคลินิก ดังนั้น แม้จะเป็นยาในกลุ่มเดียวกัน แต่เกณฑ์ในการพิจารณาเลือกใช้อาจแตกต่างกันออกไปค่ะ




Q2. ฉีด Xeomin หรือ Coretox แล้วไม่มีโอกาสดื้อยาเลยจริงไหม?

คงไม่สามารถบอกว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ 100% ค่ะ แต่ข้อดีคือทั้งคู่ถูกผลิตมาเพื่อมุ่งเน้นลดโอกาสเสี่ยงในการดื้อยาให้ต่ำที่สุด จึงทำให้คนไข้ที่มีประวัติฉีดเป็นประจำ หรือคนที่บ่นว่าเอฟเฟกต์ตัวเก่าเริ่มลดลง มักจะเลือกเข้ามาปรึกษาเพื่อเปลี่ยนมาใช้สองตัวนี้กันเยอะมากค่ะ




Q3. Coretox เหมาะกับหางตามากกว่า และ Xeomin เหมาะสำหรับลดกรามมากกว่าจริงไหม?

เราไม่สามารถแบ่งแยกชัดเจนตายตัวขนาดนั้นได้สำหรับทุกบริเวณค่ะ บริเวณหางตา หน้าผาก หรือระหว่างคิ้ว สิ่งที่สำคัญกว่าตัวยาคือเรื่องของปริมาณยูนิตและความแม่นยำในตำแหน่งที่ฉีด ส่วนบริเวณกรามก็ต้องเน้นประเมินขนาดกล้ามเนื้อและความสมดุลใบหน้าเป็นหลัก ดังนั้น ควรประเมินตามความเหมาะสมเฉพาะบุคคลร่วมกับคุณหมอดีที่สุดค่ะ




Q4. ผลลัพธ์ของ Xeomin และ Coretox อยู่ได้นานแค่ไหน?

แม้จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือนค่ะ ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับมวลกล้ามเนื้อ, บริเวณที่ฉีด, ปริมาณยูนิตที่ใช้, อัตราการเผาผลาญในร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมการฉีดซ้ำของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ




Q5. ยิ่ง botox ราคาแพงขึ้น แปลว่าผลลัพธ์จะยิ่งดีขึ้นตามไปด้วยไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ สิ่งที่สำคัญกว่าราคายาก็คือความเหมาะสมของบริเวณที่ฉีด, ความพอดีของปริมาณยา, ความแม่นยำของตำแหน่งที่ฉีด และวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหา หากเลือกผลิตภัณฑ์ราคาแพงแต่ปริมาณและวิธีฉีดไม่ตอบโจทย์กับปัญหาในจุดนั้นๆ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็อาจจะไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควรค่ะ




Q6. ถ้าฉีด botox ถี่เกินไป จะทำให้ดื้อยาใช่ไหม?

ใช่ค่ะ หากได้รับปริมาณที่เข้มข้นสูงเกินไปหรือฉีดซ้ำถี่เกินไปในระยะเวลาสั้นๆ อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาต้านและทำให้เห็นผลลดลงได้ เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงโอกาสดื้อยา การรักษาระยะห่างที่เหมาะสมและฉีดในปริมาณที่พอเหมาะตามคำแนะนำของคุณหมอจึงสำคัญที่สุดค่ะ

 

จุดในการตัดสินเลือกใช้ Coretox และ Xeomin คือวัตถุประสงค์ของคนไข้ ไม่ใช่แค่แบรนด์สินค้า

สรุปแล้ว ทั้ง Coretox และ Xeomin ต่างก็เป็นสาร botulinum toxin type A ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเน้นการลดเป้าหมายการดื้อยาของร่างกายเหมือนกัน แต่แทนที่จะมองว่าตัวไหนดีเด่นกว่ากันเฉยๆ แนะนำให้เลือกจากการประเมินจุดที่ต้องการแก้ปัญหา, ประวัติการตอบสนองต่อ botox เดิม, ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และงบประมาณร่วมกันจะลงตัวที่สุดค่ะ

การพูดคุยออกแบบจะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างใบหน้า ว่าคุณต้องการลดจุดมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างกรามและน่อง หรือต้องการความละเอียดละออเป็นธรรมชาติบริเวณริ้วรอยหน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเดิมๆ ที่เคยฉีดเห็นผลลดลง แนะนำให้นำประวัติการรักษาเดิมรวมถึงช่วงระยะเวลาที่ฉีดล่าสุดมาประเมินร่วมกันดีกว่าการมองหาทางเปลี่ยนแบรนด์เพียงอย่างเดียวค่ะ

ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจอง (Beautystone คลินิก) ก่อนการทำหัตถการ botox ทุกครั้ง คุณหมอจะตรวจประเมินการขยับของมัดกล้ามเนื้อแต่ละส่วนอย่างละเอียด เช็กประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา และระดับความพึงพอใจที่คุณต้องการ เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณค่ะ หากคุณกำลังวางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวแถวฮับจอง, ฮงแด, ชินชน หรือบริเวณแถวมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา และสนใจบริการฉีด Xeomin หรือ Coretox สามารถทักมานัดหมายเพื่อพูดคุยประเมินปัญหาเฉพาะตัวของคุณก่อนได้เลยนะคะ




▶ ติดต่อปรึกษาผ่าน LINE

▶ จองคิวใช้บริการทันที

 

✦ บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1