ชูริงค์ แล้วแก้มตอบ? อาจเกิดจากออกแบบจุดยิงผิด จุดไหนควรทำ จุดไหนห้ามทำ มาเช็กกันครับ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
เคยฮิตกันมากๆ เลยนะครับ
แต่ช่วงนี้ คนนิยมทำ Ulthera กันมากกว่าครับ
แต่หมอก็คิดว่า Shrink ก็เป็นหัตถการที่ดีเช่นกันนะ ฮ่าๆ 😊
ด้วยการกระชับและสลายไขมันที่ฐานชั้นผิวไขมันใต้ผิวหนัง
ทำให้เกิดผลลัพธ์การยกกระชับขึ้นมา
วันนี้หมอจะมาพูดถึงเครื่อง Shrink Universe กันครับ
การทำเลเซอร์ Shrink,
ความกังวลเรื่องผลข้างเคียงที่กลัวว่า "ทำแล้วแก้มจะตอบ/แก้มตอบลง"
เพราะกลัวข้อนี้ใช่ไหมคะ เลยไม่กล้าตัดสินใจทำกันสักที?
Q. ทำ Shrink แล้วแก้มจะตอบลงจริงไหม?
A. ไม่ใช่ทุกคนที่แก้มจะตอบลงครับ
สำหรับคนที่มีไขมันแก้มน้อย หรือเมื่อทำโดยไม่มีการดีไซน์กรอบหน้าล่วงหน้า
ปัญหานี้ก็จะยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นครับ
Q. อาการแก้มตอบเป็นเรื่องชั่วคราว หรือถาวรครับ?
A. ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยกลับมาฟื้นฟูได้เหมือนเดิมเต็มร้อยครับ
ในกรณีนี้ หมอคิดว่าการทำ skin booster อย่าง จูวีลุค น่าจะตอบโจทย์กว่าครับ
Q. มีวิธีป้องกันไม่ให้แก้มตอบก่อนทำ Shrink ไหมคะ?
A. มีแน่นอนครับ! ป้องกันได้อย่างไรนั้น หมอจะอธิบายไว้ในเนื้อหาด้านล่างนะครับ

แก้มตอบหลังทำ คือผลข้างเคียงจริงไหม หรือเป็นผลลัพธ์ปกติอยู่แล้ว?
หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดกันตรงนี้นะครับ
จริงๆ แล้วตัวโปรแกรม Shrink เองไม่ได้เป็นหัตถการที่เข้าไปละลายไขมันแก้มโดยตรงครับ
Shrink (HIFU, High-Intensity Focused Ultrasound)
จะส่งพลังงานความร้อนไปโฟกัสที่ ชั้น SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ) ใต้ผิวหนัง
เพื่อทำให้เนื้อเยื่อหดตัวกระชับและเกิดผลลัพธ์ในการยกกระชับครับ
แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
ในขณะที่พลังงานความร้อนนี้ เดินทางผ่านชั้นไขมัน
ก็อาจจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเซลล์ไขมันในชั้นนั้นได้เช่นกัน
โดยเฉพาะผู้ที่เดิมทีไม่ได้มีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะอยู่แล้ว
หากไม่หลีกเลี่ยงหรือเว้นบริเวณนั้นไว้ แล้วยิงพลังงานลงไปตรงๆ...
ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดปัญหาแก้มตอบหรือแก้มดูยุบตัวลงตามมาครับ
ซึ่งตรงนี้ไม่มีอะไรก้ำกึ่งเลยครับ
มันคือการที่ยิงโดนบริเวณที่ไม่สมควรจะยิงนั่นเองครับ..
บางท่านถึงกับรู้สึกว่า พอนิ่งยุบตัวลงไปแล้ว ยิ่งทำให้หน้าดูแก่กว่าเดิม หรือดูมีอายุขึ้นเลยก็มีครับ
สรุปคือ ถ้าทำออกมาแล้วแก้มตอบจนคุณรู้สึกไม่ชอบ
ก็นับว่าเป็นผลข้างเคียงได้ใช่ไหมล่ะครับ?

เคสแบบไหนที่มีโอกาสเกิดปัญหาแก้มตอบได้ง่ายเป็นพิเศษ
ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไป หมอจะแบ่งกลุ่มเคสไว้ประมาณนี้ครับ
คนที่มีไขมันแก้มเดิมค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว
ในสภาวะที่ปริมาตรผิวเดิมไม่เพียงพออยู่แล้ว หากยิงพลังงานลงไปซ้ำอีก
แทนที่จะได้ผลลัพธ์การยกกระชับ อาจจะทำให้เห็นรอยแก้มตอบชัดเจนขึ้นแทนครับคนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง (Subcutaneous fat layer บาง)
พลังงานของ Shrink จะทะลุผ่านชั้นไขมันสั้นๆ
ส่งผลให้พลังงานความร้อนไปสะสมและส่งผลกระทบเข้มข้นที่ชั้นนั้นโดยตรงได้ง่ายขึ้นครับเมื่อตั้งค่าพลังงานไม่เหมาะสม
เพราะต่อให้เป็นเครื่องมือวิจัยที่ดีแค่ไหน
หากสาดพลังงานสูงๆ แบบเหมาโหลเหมือนกันหมด ก็ยากที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ดี
ซ้ำร้ายอาจทิ้งไว้เพียงปัญหาแก้มตอบให้ช้ำใจแทนครับเมื่อยิงสะสมจำนวนช็อต (Shot) มากเกินไป
การยิงจำนวนช็อตเยอะๆ ในครั้งเดียว หรือทำซ้ำในระยะเวลาที่สั้นเกินไป
อาจสะสมความเสียหายต่อชั้นไขมันได้ครับ
แต่สิ่งสำคัญที่สุด อย่างที่หมอได้บอกไปแล้วก็คือ
มันคือบริเวณที่ไม่ควรยิงพลังงานลงไปตั้งแต่แรกครับ
บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:
สำหรับหมอเอง หมอจะอธิบายและคุยเรื่องนี้ล่วงหน้ากับคนไข้เสมอครับ
โดยเฉพาะเคสที่รู้สึกว่าแก้มตอบอยู่แล้ว
หรือดูเป็นคนเนื้อแก้ม/ไขมันแก้มค่อนข้างน้อย
ก่อนที่จะทำ Shrink หมอจะต้องแพลนจำกัดระดับพลังงานสำหรับบริเวณแก้มก่อนเป็นอันดับแรกเสมอครับ
จากประสบการณ์ของหมอ แม้จะใช้เครื่อง Shrink ตัวเดียวกัน
แต่การปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมและแตกต่างกันไปตามแต่ละส่วนของใบหน้า
ช่วยป้องกันปัญหาแก้มตอบได้อย่างเห็นผลชัดเจนลัพธ์ที่ต่างกันจริงๆ ครับ
โดยเฉพาะบริเวณแนบแก้มขนาบกับขมับ หมอจะเลือกใช้พลังงานต่ำลง
และค่อนข้างเซฟจำนวนช็อตอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษครับ
ซึ่งนี่ก็เป็นจุดที่น่าเสียดายนะครับ
เพราะความที่คลินิกหลายๆ แห่งตั้งค่าโปรแกรมแบบสำเร็จรูปสูตรเดียวใช้กับทุกคน (Package standard)
จึงทำให้เกิดเคสที่มีปัญหาแบบนี้ซ้ำๆ ออกมาเรื่อยๆ ครับ
ประเภท | โอกาสแก้มตอบได้ง่าย | การรักษาที่ปลอดภัย |
|---|---|---|
ปริมาณไขมันแก้ม | คนไขมันแก้มเดิมน้อย | ลดระดับพลังงานบริเวณแก้มลง |
บริเวณที่ยิงการรักษา | ยิงลากเข้ามาถึงกลางแก้ม | เว้น/ข้ามส่วนที่ตอบง่ายไปเลย |
การออกแบบ | ยิงสาดทั่วหน้าสัดส่วนเดียว | วิเคราะห์ละทำดีไซน์เฉพาะจุดก่อนทำการยิง |
แล้วการจะป้องกันปัญหาแก้มตอบ ต้องมีความต่างอย่างไรบ้าง?
พูดกันตรงๆ เลยก็คือ
แทนที่จะเน้นเรื่อง "ใช้เครื่องแบรนด์ไหนดี"
"ตั้งค่าพลังงานอย่างไร และยิงจุดไหน" เป็นเรื่องที่สำคัญกว่ามากๆ ครับ
และนี่คือแนวทางปฏิบัติที่ต้องแตกต่างออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้เจอปัญหาแก้มตอบครับ
การประเมินการกระจายตัวของไขมันบนใบหน้าก่อนเริ่มทำ
สำหรับคนที่มีเนื้อแก้มน้อย กับฝั่งที่มีแก้มเยอะพอดี
แนวทางการรักษาจำเป็นต้องดีไซน์ออกมาแตกต่างกันอย่างชิ้นเชิงครับต้องดีไซน์ให้ชัดเจน ส่วนไหนที่ดูขาดวอลลุ่มเดิมอยู่แล้ว
จะต้องเลี่ยงไม่ให้ Shrink เข้าไปโดนเด็ดขาดครับ
การดร็อปพลังงานบริเวณแก้มลง หรือสลับหัวทิป (Tip) ให้เหมาะสม
ระดับความลึกในการทำของหัวยิง 3mm และ 4.5mm แตกต่างกันครับ
คนที่มีไขมันแก้มสไลด์บาง การใช้ระดับพลังงานที่เหมาะสม
หรือลดการใช้หัวยิงระดับลึกบริเวณนั้น จึงจะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุดครับการพิจารณาทำร่วมกับ ฟิลเลอร์ หรือการฉีดไขมัน (Fat Grafting)
สำหรับเคสที่สภาพเดิมมีแก้มที่ตอบตัวลงมากอยู่แล้ว
แทนที่จะพึ่งพาโปรแกรม Shrink เดี่ยวๆ
การพิจารณาเลือกเติมเต็มวอลลุ่มผิวควบคู่ไปด้วยกัน จะดูเป็นทางออกที่เห็นผลลัพธ์ชัดสุดและสมจริงกว่าครับ
แต่ข้อนี้ก็ไม่ได้แปลว่าดีไปหมดทุกอย่างนะครับ
เพราะหากปรับพลังงานลง ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการยกกระชับก็อาจจะลดทอนลงไปตามสัดส่วนด้วยครับ
ดังนั้นในจุดนี้ หมอจะแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อบาลานซ์ก่อนว่า
คุณต้องการเน้นไปที่ผลลัพธ์การยกกระชับ หรือต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติตึงกระชับของวอลลุ่มพวงแก้มไว้มากกว่ากันครับ

สรุปใจความสำคัญ: ปัญหาแก้มตอบหลังทำ Shrink มักป้องกันได้ขึ้นอยู่กับการดีไซน์พลังงานและการวิเคราะห์สัดส่วนไขมันเฉพาะบุคคลครับ
หากแก้มดูตอบลงไปแล้ว ตอนนี้มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง?
มีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะบอกให้สบายใจขึ้นครับ คือ
ถึงแม้จะเกิดภาวะแก้มตอบหลังทำ Shrink ไปบ้างแล้ว
แต่มันไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นรอยตอบถาวรเสมอไปนะครับ
มีหลายเคสเลยครับที่ สามารถฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นได้เองในช่วงเวลา 3-6 เดือน หลังรับบริการ
เนื่องจากในบางเคสไม่ได้เกิดจากเซลล์ไขมันสลายฝ่อตัวถาวรจริงๆ
แต่เกิดจากการยุบบวมชั่วคราว หรืออาการตอบรับจากปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวครับ
อย่างไรก็ตาม หากพ้นเวลาไปแล้วหน้ายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
หรือกรณีที่มีไขมันเดิมน้อยอยู่แล้วทำให้หน้ายิ่งดูโทรมชัดเจน
คุณสามารถพิจารณาวิธีปรับปรุงแก้ไขได้ตามด้านล่างนี้เลยครับ
ฟิลเลอร์ (กลุ่ม Hyaluronic Acid)
เป็นการเติมปริมาตร (Volume) เข้าไปตรงจุดบริเวณที่แก้มตอบ
เห็นผลลัพธ์ทันที สะดวกรวดเร็วและชัดเจนที่สุดครับ
แต่ทั้งนี้ฟิลเลอร์มีพ้นระยะเวลาสลายตัว จึงจำเป็นต้องคอยเติมเป็นระยะประปรายครับการฉีดไขมันตัวเอง (Fat Transfer)
เป็นการย้ายเซลล์ไขมันของตัวคนไข้เองมาเติมเต็ม
ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูละมุนเป็นธรรมชาติ
แต่จุดที่ต้องทราบไว้ล่วงหน้าก่อนทำคือ อัตราการรอดชีวิตของเซลล์ไขมัน (Survival rate) ในพงผิวแต่ละคนจะไม่เท่ากันครับการเฝ้าสังเกตการณ์ไปก่อนในระยะเวลาหนึ่ง
หากเพิ่งทำหัตถการมาได้ไม่นาน แทนที่จะรีบแก้ไขทันที
การรอเฝ้าดูประเมินอาการสัก 3 เดือนก่อน จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับกรณีส่วนใหญ่ครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. เพิ่งทำ Shrink มาได้ไม่นาน รู้สึกเหมือนแก้มตอบฮวบลงเลยครับ ควรรอดูก่อนไหม?
A. ในช่วงแรกหลังทำ อาจจะเกิดจากอาการยุบบวม หรือปฏิกิริยาเซ็ตตัวชั่วคราวของเนื้อเยื่อ
ทำให้ดูแก้มตอบกว่าความจริงได้ครับ
หมอแนะนำให้รอดูอาการอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ก่อนนะครับ
และถ้าหากผ่านไป 3 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น ค่อยเข้ามาปรึกษาตรวจประเมินกันอีกทีครับ
การเฝ้าดูอย่างใจเย็นเหมาะสมที่สุดสำหรับระยะแรกเริ่ม ดีกว่ารีบเติมอะไรทับเข้าไปทันทีแน่นอนครับ
Q2. เดิมทีเป็นคนมีแก้มค่อนข้างตอบอยู่แล้ว สามารถมาทำ Shrink ได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ครับ แต่ดีไซเนอร์การยิงจะต้องมีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น
เช่น การปรับพลังงานลงบริเวณข้างแก้ม หรือการเลี่ยงไม่ยิงพลังงานบริเวณซีกแก้มที่ตอบเลย
ดังนั้น ตอนที่เข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อนทำ สิ่งสำคัญคือต้องบอกชี้จุดหรือดีไซน์ร่วมกันก่อนให้ชัดเจนนะครับ
Q3. กลัวแก้มตอบเลยอยากให้ลดระดับพลังงานของ Shrink ลง ผลลัพธ์ของการยกกระชับจะดรอปลงไหมคะ?
A. ตอบตรงๆ เลยว่า มีส่วนทำให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับดรอปหรือเจือจางลงจริงครับ
เพราะระดับพลังงานและผลลัพธ์ของการรักษาย่อมมีสัดส่วนที่แปรผันตามกันระดับนึง
ด้วยเหตุนี้ การคุยตกลงจัดอันดับความสำคัญตั้งแต่ก่อนทำจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ
แต่ถ้าหากต้องการทั้ง "แก้มตึงยกกระชับ" ควบคู่ไปกับ "การรักษาพวงแก้มให้อิ่มฟู"
หมอแนะนำให้ปรึกษาโปรแกรมยิงควบคู่กับหัตถการเติมเต็ม (Combination treatment) แทนการทำ Shrink เดี่ยวๆ ครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากสนใจอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับสภาพผิวหน้าตัวเองไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาให้คำปรึกษาตอบคำถามเองเลยครับ
▶ คลิกคุยปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE
หากมีส่วนไหนที่ยังสงสัย สอบถามทางทีมงามแชท LINE ได้อย่างเป็นกันเองนะครับ
จะทักมาถามคำถามไขข้อข้องใจล่วงหน้าก่อนเข้ามาที่คลินิกก็ได้เลยครับ
แล้วพบกันนะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
✦ บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน
ลบรอยสักคิ้ว/ลบรอยสักยากๆ ช่างกี่ครั้งถีงจาง? เฉลี่ยประมาณ 15 ครั้งขึ้นไปครับ
เลเซอร์เพิ่มความฉ่ำโกลว์กระจ่างใส Pico Toning ดีไหม? หมอแห่งย่านฮับจองมาอธิบายให้ละเอียดยิบ
Timeline ผลลัพธ์ของ Botox — ลดริ้วรอยใน 1 สัปดาห์ ประสิทธิภาพกรามเรียวใน 1 เดือน?
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากย่านฮงแด/กรุงโซล ครั้งเดียวเปลี่ยนได้มากน้อยแค่ไหนมารอดูกัน?

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



