• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Shurink Universe: ตัวแปรจริงหลังปรึกษา 47 นาที

Shurink Universe: ตัวแปรจริงหลังปรึกษา 47 นาที

Shurink Universe: ตัวแปรจริงหลังปรึกษา 47 นาที

ทำไม Shurink Universe ได้ผลต่างกัน? คุณหมอเผยหลักการ ความคาดหวัง และความลึกคาร์ทริดจ์

왜 40대 고객님은 슈링크 400샷을 맞고도 턱선 처짐이 그대로였을까?

 

ขอสรุปให้ฟังตรงนี้ก่อนเลยนะคะ

Shurink Universe ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ความเทพของเครื่อง" หรอกค่ะ

แต่ขึ้นอยู่กับ "การออกแบบความลึกที่แม่นยำ" ต่างหาก

ในบทความนี้ หมอจะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นค่ะ

슈링크 유니버스 1.5mm vs 4.5mm: 내 고민에 맞는 리프팅 설계법 완벽 가이드

 

 







แล้วเครื่องนี้มันแตกต่างจากแบบอื่นยังไงกันนะ?

Shurink Universe คือ

เครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

เพื่อสร้างจุดความร้อนพิกเซลเล็กๆ ส่งลงลึกไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis)

และชั้น SMAS ของผิวเราค่ะ

 

สิ่งที่ต่างจาก Shurink รุ่นเดิมก็คือ

รุ่น Universe มีการเพิ่ม MP Mode (Micro Pulse) เข้ามาค่ะ

ทำให้พลังงานถูกกระจายและยิงออกไปอย่างละเอียดและถี่ขึ้นใน 1 ช็อต

 

พูดง่ายๆ ก็คือ เจ็บน้อยลง

และสามารถช่วยดูแลพื้นที่กว้างๆ อย่างบริเวณแก้มหรือหน้าผาก

ได้อย่างละเอียดและทั่วถึงมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

"몇 샷 쏘나요?"보다 "어느 층을 타겟하나요?"라고 물어야 하는 이유

 

 







ทำไมบางคนทำแล้วถึงรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลล่ะ?

 

ข้อมูลเจาะลึกจาก

หมอวี ยองจิน

 

Shurink Universe เห็นผลจริงๆ ไหม?

หมอสรุปมาให้ฟังตั้งแต่หลักการทำงานไปจนถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังได้เลยค่ะ

 

หัวใจสำคัญมันอยู่ตรงนี้ค่ะ

ผลลัพธ์ของ Shurink Universe

ไม่ได้ตัดสินกันที่ "ยิงไปกี่ช็อต"

แต่อยู่ที่ "ยิงไปที่ความลึกเท่าไหร่ และยิงลงบนตำแหน่งไหน" ต่างหากค่ะ

 

อย่างคนไข้วัย 40 กว่าๆ ที่มาหาหมอเมื่อเดือนก่อน

เคยได้รับการรักษาด้วยหัวคาร์ทริดจ์ขนาด 1.5 mm เพียงอย่างเดียว

ทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยเลยค่ะ

 

เพราะความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้าและมุมปากนั้น

ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ในชั้นหนังแท้ตื้นๆ แต่ต้องส่งพลังงานไปกระตุ้นถึงชั้น SMAS ที่ลึก 4.5 mm ค่ะ

 

ปกติแล้ว Shurink Universe จะต้องเลือกใช้หัวคาร์ทริดจ์

ขนาด 1.5 mm (ริ้วรอยเล็กๆ), 3.0 mm (ความยืดหยุ่น), 4.5 mm (ความหย่อนคล้อย)

และออกแบบให้เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะจุดถึงจะเห็นผลดีที่สุดค่ะ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

Shurink Universe หัวใจสำคัญไม่ใช่เรื่อง "จำนวนช็อต"

แต่คือ "ระดับความลึก" ที่เหมาะสมค่ะ

 

ตอนที่เข้าปรึกษา แนะนำให้แยกแยะก่อนว่าความกังวลหลักของเราคือเรื่องความหย่อนคล้อย ความยืดหยุ่น หรือริ้วรอยเล็กๆ

แล้วค่อยเช็กการผสมผสานของหัวคาร์ทริดจ์ที่จะใช้นะคะ

홍대 뷰티스톤의원이 알려주는 슈링크 유니버스: 볼 꺼짐 걱정 없는 맞춤형 리프팅

 

 







สำหรับหมอ เวลาประเมินคนไข้ในห้องตรวจจะแบ่งแบบนี้ค่ะ

ปัญหาหลัก

หัวคาร์ทริดจ์ที่แนะนำ

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล

แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด

เน้น 4.5mm + เสริมด้วย 3.0mm

4~8 สัปดาห์

ผิวขาดความยืดหยุ่น เนื้อผิวไม่เรียบเนียน

3.0mm + 1.5mm

2~4 สัปดาห์

เน้นเรื่องรูขุมขนกว้าง และริ้วรอยเล็กๆ

เน้น 1.5mm เป็นหลัก

1~3 สัปดาห์

ดูแลภาพรวมเพื่อชะลอวัย

เน้น 3.0mm + เสริม 4.5mm เล็กน้อย

3~6 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม Shurink ก็มีคุณสมบัติในการช่วยสลายไขมันด้วยบางส่วน

ดังนั้น ใครที่แก้มตอบหรือมีไขมันแก้มบิ๋มน้อย แล้วยิงหัว 4.5 mm มากเกินไป

ก็อาจจะทำให้ใบหน้าดูตอบหรือซูบลงได้ค่ะ

 

สำหรับคนที่มีโครงหน้าผอมบาง การจำกัดจำนวนช็อต

หรือเลือกเน้นใช้หัว 3.0 mm เป็นหลักจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ

 

3 คำถามยอดฮิตที่หมอเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. Shurink Universe

ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?

ถ้าเป็นเรื่องของสัมผัสและเนื้อผิว ทำแค่ครั้งเดียวก็รู้สึกได้ค่ะ

แต่ถ้าต้องการแก้ปัญหากลุ่มความหย่อนคล้อย ทำเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่พอค่ะ

 

โดยทั่วไป หมอแนะนำเป็นคอร์สพื้นฐาน

ประมาณ 2~3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4~6 เดือนค่ะ

 

Q2. ควรยิงประมาณกี่ช็อตดี

และต้องเตรียมงบไว้ประมาณเท่าไหร่คะ?

ถ้าทำทั่วหน้า โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ

600 ถึง 1,000 ช็อตค่ะ

 

พวกโปรโมชั่นราคาถูกมากๆ บางครั้งอาจไม่ได้รวมหัว 4.5 mm สำหรับยกกระชับ

ดังนั้นอย่าลืมเช็กรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจนะคะ

 

Q3. หลังทำมีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมคะ?

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ รอยแดงและอาการตึงๆ ขัดๆ ใต้ผิวค่ะ

 

ส่วนความเสี่ยงเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราวซึ่งพบได้น้อยมากนั้น

จะขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในกายวิภาคศาสตร์ใบหน้าของแพทย์ผู้รักษาค่ะ

 

หลังจากทำเสร็จ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่าและดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 2 สัปดาห์

และควรเน้นทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษด้วยนะคะ

 

ถ้ายังไม่แน่ใจว่ารูปหน้าของเราเหมาะกับการรักษาแบบไหน

สามารถส่งรูปมาปรึกษาทาง KakaoTalk ได้เลยนะคะ

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน ค่ะ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

ฉีด Sculptra แล้วอีกนานไหมกว่าผิวจะดูฟูมีวอลลุ่มขึ้นมา? แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากฉีด Sculptra แล้ว อีกนานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวฟูดูมีวอลลุ่ม และผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหลังฉีด Sculptra ทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง เราได้รวบรวมช่วงเวลาตั้งแต่หลังฉีด ไปจนถึงช่วง 6 สัปดาห์ - 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและเห็น volume ค่อยๆ ฟูสวยชัดเจนขึ้นมาฝากกันค่ะ

หลังจากทำ secret RF แล้ว อาการแดงและรวบตึงจะหายไปในกี่วัน และควรดูแลผิวอย่างไรดีคะ?

ผิว

หลังจากทำ Secret RF อาการแดงและคันยิบๆ จะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างคะ?

เรามาดูรีวิวขั้นตอนการฟื้นฟูผิวแบบละเอียดกันค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Secret RF ทันทีถึงมีรอยแดง และในแต่ละวันรอยเหล่านั้นจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรบ้าง

หลังจากฉีด โบท็อกซ์ลดกราม จะเริ่มเห็นใบหน้าเรียวสวยขึ้นในอีกไม่กี่วันถัดมา และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดโบกราม (botox) กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลหน้าเรียวคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ

ฝ้ากระจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในครั้งเดียวด้วยเลเซอร์ pigment แถมยังชอบกลับขึ้นมาใหม่อีกเรื่อยๆ เกิดจากอะไรกันแน่นะ?

ผิว

ฝ้าแดดและจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในการทำเลเซอร์เม็ดสีแค่ครั้งเดียว แถมยังคอยจะกลับขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ กันนะ?

เรามาเจาะลึกกันว่าทำไม ฝ้า ถึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียวเหมือนจุดด่างดำหรือกระทั่วไป และทำไมการใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้เกิดรอยดำสะท้อนกลับ (rebound pigmentation) แทนค่ะ

รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ Toning ทีไร สีจางลงแป๊บเดียวก็กลับมาเข้มอีกแล้ว

ผิว

รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว

เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1