หน้าถั่วลิสง แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ขมับ? แพทย์จุฬาฯ Beauty Stone ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่อง Radiesse
หน้าทรงผลถั่วลิสง เติมฟิลเลอร์ขมับช่วยได้จริงไหม?
เจาะลึกความจริง ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียงของ Radiesse
สวัสดีครับ
ผมหมอวี ยองจิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Beautystone คลินิก สาขา ม.โซล ครับ
[หน้าทรงผลถั่วลิสง
เป็นเพราะโหนกแก้มใหญ่เกินไป?
หรือเป็นเพราะขมับ
และแก้มตอบส่วนข้าง
มันยุบตัวลงกันแน่?]
นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุดครับ
ใบหน้าทรงผลถั่วลิสง
หมายถึงใบหน้าที่ดูไม่เรียบเนียน เป็นลูกคลื่น
แต่เราต้องมาวิเคราะห์กันว่า
ปัญหาเกิดจากส่วนที่นูนออกมา
หรือส่วนที่เว้าลึกลงไปกันแน่ครับ ฮ่าๆ

เบอร์ 1 ดูใหญ่เกินไปหรือเปล่าครับ?
หรือเบอร์ 2 มันตอบลงไป?
หรือว่า
จะเป็นทั้งสองอย่างผสมกันครับ ฮ่าๆ
[เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Radiesse]
"แก้มก็ดูอวบอิ่มดีนะคะ แต่ขมับนี่สิ
ตอบลงไปมากจนทำให้หน้าดูเป็นรูปถั่วลิสงเลยค่ะ"
นี่เป็นคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากๆ ในห้องให้คำปรึกษาครับ
ทุกครั้งที่ส่องกระจกแล้วเห็นบริเวณข้างหน้าผากยุบตัวลง
ทำให้รู้สึกว่าหน้าดูมีอายุขึ้น
ความกังวลนั้นเลยทำให้คุณลองค้นหาข้อมูลดูใช่ไหมครับ
วันนี้เรามาเจาะลึกความจริงกันดีกว่าครับว่า การฉีด Radiesse ที่ขมับ
จะได้ผลลัพธ์อย่างไรในความเป็นจริง
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน
และจะขอพูดถึงเรื่องผลข้างเคียงกันตรงๆ แบบไม่มีหมกเม็ดเลยครับ

1. ทำไมพอขมับตอบ
หน้าถึงดูเป็น 'รูปถั่วลิสง'?
เมื่อวอลลุ่มบริเวณขมับลดลง
หน้าผากทั้งสองข้างจะดูลึกลงไป
ทำให้ส่วนโหนกแก้มดูเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ส่งผลให้กรอบหน้าดูด้านบนและด้านล่างกว้าง แต่ตรงกลางคอดเข้า
จนกลายเป็น ใบหน้ารูปถั่วลิสง นั่นเองครับ
ซึ่งนี่ไม่ใช่只是เพราะน้ำหนักลดลงเฉยๆ นะครับ
แต่เป็นกระบวนการแก่ชราตามธรรมชาติ ที่ชั้นไขมัน
และตัวกระดูกเองค่อยๆ ลดขนาดลงตามอายุที่มากขึ้น
แต่สำหรับบางคนที่อายุ 20-30 ปี
ก็อาจจะมีปัญหาขมับตอบมาตั้งแต่เกิดได้เช่นกันครับ
ในกรณีนี้ การเติมวอลลุ่มด้วยฟิลเลอร์
จะช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าโดยรวมให้ดูละมุน
และดูสมดุลมีมิติขึ้นได้อย่างมากครับ

2. ทำไมถึงนิยมใช้ Radiesse เป็นฟิลเลอร์ขมับ?
แล้วมันต่างจาก Hyaluronic Acid (HA) Filler ยังไง?
เนื่องจากฟิลเลอร์มีหลายประเภท หลายคนเลยอาจจะสับสนใช่ไหมครับ
แต่เหตุผลที่คนเลือกใช้ Radiesse สำหรับบริเวณขมับ
ก็มีสาเหตุสำคัญอยู่ครับ
ส่วนประกอบหลักของ Radiesse คือ
Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ครับ
พูดง่ายๆ ก็คือ
เป็นฟิลเลอร์เนื้อเจลที่มีอนุภาคขนาดเล็กมาก
ซึ่งมีส่วนประกอบคล้ายกับกระดูกของเรา
จุดเด่นที่สุดคือ หลังฉีดจะเห็นผลลัพธ์ในการเติมเต็มทันที
และเมื่อเวลาผ่านไป มันจะช่วยกระตุ้น
การสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังไปในตัวด้วยครับ
แถมยังมีความหนืด (Cohesivity) ที่สูงกว่า HA filler
ทำให้เวลาเติมวอลลุ่มในบริเวณกว้างอย่างขมับ
จะใช้ปริมาณยาน้อยกว่า
แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
ส่วนระยะเวลาของผลลัพธ์จะอยู่ได้ เฉลี่ย 12-18 เดือน
ซึ่งยาวนานกว่ากลุ่ม HA (ที่อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน)
ค่อนข้างมากเลยครับ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป
ตามอัตราการเผาผลาญของแต่ละบุคคลและบริเวณที่ฉีดครับ
ประเภท | Radiesse (CaHA) | ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) |
|---|---|---|
ส่วนประกอบหลัก | Calcium Hydroxylapatite | Hyaluronic Acid |
ระยะเวลาผลลัพธ์ | เฉลี่ย 12-18 เดือน | เฉลี่ย 6-12 เดือน |
การกระตุ้นคอลลาเจน | มี | แทบไม่มี |
การสลายออก (ฉีดสลาย) | ไม่สามารถฉีดสลายได้ (ต้องรอให้ละลายเองตามธรรมชาติ) | สามารถฉีดสลายได้ทันทีด้วย Hyaluronidase |
ความเหมาะสมกับขมับ | สูง (ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ดี) | ปานกลาง |

3. เจาะลึกผลข้างเคียงของ Radiesse ขมับ
— ขอพูดตรงๆ เลยนะครับ
พูดกันตามตรงเลยนะครับ Radiesse
ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับทุกคน 100%
เพราะมีผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนตัดสินใจครับ
① ไม่สามารถฉีดสลายได้
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดเลยครับ
ถ้าหากเกิดปัญหาจากการฉีด HA filler
เราสามารถฉีดสลายเพื่อแก้ไขได้ทันที
แต่สำหรับ Radiesse นั้นไม่สามารถทำได้ครับ
ต้องรอให้ตัวยาถูกดูดซึมสลายไปเองตามธรรมชาติเท่านั้น
ดังนั้น ก่อนทำจึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด
และเลือกคุณหมอเฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูงจริงๆ เท่านั้นครับ
② ความเสี่ยงต่อการกดทับหรืออุดตันของเส้นเลือด
ตรงบริเวณขมับจะมีเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ชื่อว่า Superficial Temporal Artery วิ่งผ่านอยู่ครับ
หากฟิลเลอร์เข้าไปกดเบียดเส้นเลือด
หรือฉีดเข้าไปในเส้นเลือดโดยตรงโดยไม่ตั้งใจ
อาจก่อให้เกิดเนื้อตายหรือผลข้างเคียงรุนแรงต่อการมองเห็นได้
แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดต่ำมาก แต่จากความเสี่ยงข้อนี้
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง
ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์เป็นอย่างดีครับ
③ โอกาสในการเกิดก้อน (Nodule/Lump)
เนื่องจาก Radiesse มีความหนืดค่อนข้างสูง
หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไปหรือเทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง
ก็อาจทำให้จับตัวเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนังได้ครับ
อาการนี้เรียกว่า ก้อนนูน (Nodule)
แต่หากเป็นแพทย์เฉพาะทางที่ฉีดในระดับความลึกและใช้เทคนิคที่ถูกต้อง
ผลข้างเคียงข้อนี้ก็สามารถป้องกันได้ล่วงหน้าครับ
④ อาการบวมและรอยช้ำ
อาการบวมและรอยช้ำหลังทำทันทีถือเป็นเรื่องปกติที่แทบจะเกิดขึ้นกับทุกคนครับ
โดยปกติแล้วจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติภายใน 3~7 วัน
หากคุณจำเป็นต้องออกงานหรือพบปะผู้คน
แนะนำให้วางแผนจองคิวฉีดล่วงหน้าสักนิดจะดีที่สุดครับ
⑤ การทำโอเวอร์ฟิลลิ่ง (Overfilling)
หากเติมในปริมาณที่มากเกินไป
ขมับอาจจะดูปูดนูนออกมาราวกับหน้าผากผึ้ง
หรือรูปหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ
จากประสบการณ์ของผม การทยอยเติมทีละน้อย
แล้วคอยเช็กผลลัพธ์เพื่อเพิ่มทีหลัง จะปลอดภัยกว่ากันเยอะเลยครับ
👉 แทนที่จะเติมเยอะๆ ตั้งแต่แรก
การลองดูทีละนิดก่อนคือแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. การฉีด Radiesse ขมับ
ใช้เวลาทำนานไหมคะ?
A. เมื่อรวมเวลาแปะยาชาด้วยแล้ว
ปกติจะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ครับ
โดยจะเริ่มแปะยาชาก่อนประมาณ 20-30 นาที
ส่วนขั้นตอนการฉีดจริงๆ จะเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 10 นาทีครับ
มีกลุ่มคนทำงานออฟฟิศแวะมารับบริการช่วงพักเที่ยงก็ค่อนข้างเยอะเลยครับ 😊
Q2. หลังทำแล้วสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?
A. ใช่ครับ สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีในวันเดียวกัน
เพียงแต่ในวันแรกควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ การเข้าซาวน่า
และการดื่มแอลกอฮอล์ครับ
และเนื่องจากอาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำได้บ้าง
จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนัดหมายสำคัญในวันทำจะดีกว่าครับ
Q3. นอกจาก Radiesse แล้ว สามารถใช้ HA filler
เพื่อเติมเต็มขมับได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้แน่นอนครับ ฟิลเลอร์ HA
มีข้อดีตรงที่สามารถฉีดสลายได้ทันที
ดังนั้นหากทำเป็นครั้งแรกหรือยังกังวลเรื่องผลลัพธ์
การลองทดสอบด้วย HA ก่อนก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยครับ
เพียงแต่อาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่า
และอาจจะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากกว่า
การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับตัวคุณ
ควรตัดสินใจหลังจากผ่านการปรึกษากับแพทย์โดยตรงจะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดครับ
การเติมฟิลเลอร์ขมับดูเหมือนจะเป็นหัตถการเล็กๆ
แต่มันเป็นบริเวณที่ต้องอาศัยความละเอียดและระมัดระวังในเรื่องโครงสร้างทางกายวิภาคสูงมากครับ
หากคุณกำลังมองหาคลินิกแถว ย่านฮงแด ฮับจอง หรือมาโพ
ที่ Beautystone คลินิก หมอวี ยองจิน
พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาแบบ 1:1 ด้วยตัวเองเลยครับ
มีบริการดูแลหลังทำอย่างประณีตด้วยเคสต่อเคส
หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถเดินเข้ามาคุยสบายๆ ได้เลยนะครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง: วิธีป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงก้อนแข็งจาก Sculptra | Ulthera หัตถการที่ผู้ชายทุกคนจำเป็นต้องทำ (feat. รีวิวจากคลินิกฮงแด)

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



