เติมขมับแล้วตาดูโตขึ้น เหตุผลจริงอยู่ที่อื่น
เติมขมับแล้วตาดูโตขึ้น เหตุผลจริงอยู่ที่อื่น
เติมขมับแล้วตาดูโตขึ้น เหตุผลจริงอยู่ที่อื่น
ฟิลเลอร์ขมับทำให้ตาดูโตด้วยหลักการพยุง ไม่ใช่การดึง เทนต์เอฟเฟกต์คืออะไรและเหมาะกับใครตามเกณฑ์คลินิก
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ทำไมพอเติมขมับแล้ว
หลายคนถึงบอกว่าตาโตขึ้น,
เหตุผลที่แท้จริงมีอยู่ตรงนี้ครับ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
มีลูกค้าผู้หญิงวัย 40 ต้นๆ เข้ามาปรึกษาที่คลินิกครับ
เธอเข้ามาเพื่อปรึกษาเรื่องการศัลยกรรมปรับกล้ามเนื้อตา (eye correction)
แต่พอหมอดูรูปแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตาเลยครับ
"คุณหมอคะ ตาฉันดูตกๆ หย่อนๆ ตลอดเลย
ต้องผ่าตัดเปิดหัวตาหรือปรับกล้ามเนื้อตาดีไหมคะ?"
เธอถามหมอแบบนี้
แต่เอาจริงๆ ในสายตาของหมอ แทนที่จะมองตา
หมอกล้าพูดเลยว่าเห็น 'ขมับ' ของเธอก่อนเป็นอันดับแรกครับ

จริงๆ แล้วดูคล้ายกันมาก
แต่หัวใจสำคัญมันต่างกันครับ
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ (Temple Filler)
คือการเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณรอยบุ๋มด้านข้างหางคิ้ว
ซึ่งก็คือบริเวณขมับนั่นเองครับ
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า พอแต่งตาให้ยกขึ้น
ก็ต้องนึกถึงการร้อยไหมหรือการปรับกล้ามเนื้อตาก่อน
ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือการดึง (Pulling)
แต่ฟิลเลอร์ขมับไม่เหมือนกันนะค้า
มันคือการประคอง (Supporting) ไม่ใช่การดึงครับ
หลักการทำงานของมันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย
อินไซต์สำคัญ
การเติมวอลลุ่มที่ขมับจะช่วยยกหางตาขึ้น
และทำให้ดูตาโตขึ้นด้วย 'เอฟเฟกต์กางเต็นท์' (Tent Effect)
นี่คือหลักการประคองดันขึ้น ไม่ใช่การดึงรั้งครับ

ลูกค้าวัย 40 คนนั้นที่หมอเล่าให้ฟังตอนแรก
สุดท้ายแล้วแทนที่จะปรับกล้ามเนื้อตา
เธอก็จบที่การฉีดฟิลเลอร์ขมับไปข้างละ 1.5cc ครับ
พอผ่านไป 2 สัปดาห์เธอกลับมาหาหมอ ตัวเธอเองยังตกใจเลยครับ
"ไม่ได้ทำอะไรกับตาเลย
แต่ทำไมตาดูโตขึ้นคะ?" เธอถามแบบนี้เลยล่ะครับ
และนี่ก็คือ Tent Effect (เอฟเฟกต์กางเต็นท์) ครับ
เวลากางเต็นท์ ถ้าเราตั้งเสากลางขึ้นมาสักต้น
ผืนผ้าใบเต็นท์รอบๆ ก็จะตึงและลอยตัวขึ้นใช่ไหมคะ
ใบหน้าของเราก็ใช้หลักการเดียวกันเลยครับ
เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันบริเวณขมับจะบางลง
และกระดูกก็จะเกิดการทรุดตัวลงเล็กน้อยด้วย
พอส่วนนี้เริ่มบุ๋มลง
เนื้อตั้งแต่ช่วงนอกคิ้วก็จะเริ่มหย่อนคล้อยตามลงมาด้วยกัน
ในทางกายวิภาค พังผืดขมับ (temporal fascia) และ
ชั้น SMAS รอบดวงตานั้นเชื่อมต่อกันอยู่
ดังนั้นพอขมับบุ๋ม ตาหมองคล้ำและหางตาก็จะตกลงไปด้วย
ดังนั้น ถ้าเราเติมฟิลเลอร์เข้าไปประมาณ 1~2cc
ตรงชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณขมับ
พังผืดที่เชื่อมต่อกันนี้จะถูกยกตัวขึ้น
ส่งผลให้หางตายกขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2~3 มม. เลยทีเดียวครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ถ้าตาดูล้าหรือตาตก
ไม่จำเป็นต้องไปแก้ที่ดวงตาเสมอไปนะครับ
สำหรับคนที่มีปัญหาขมับตอบ
การเติมเพื่อประคองขมับขึ้นมาก่อน
จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าและละมุนกว่ามากครับ
ตาคู่เดิม แต่ดูโตและสดใสขึ้น
นั่นแหละครับคือ Tent Effect

หมอขอแบ่งประเภทลูกค้าในห้องตรวจไว้แบบนี้นะครับ
ประเภทปัญหา | แนวทางที่แนะนำ |
ขมับตอบชัดเจน + หางตาตก | แค่ฟิลเลอร์ขมับอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วในหลายๆ เคส |
หนังตาตกอย่างเดียว | แนะนำเป็นการปรับกล้ามเนื้อตาหรือศัลยกรรมตาสองชั้น (upper blepharoplasty) ก่อน |
ขมับตอบ + ผิวขาดความกระชับ | ทำฟิลเลอร์ขมับ ร่วมกับการร้อยไหม |
ปรับรูปหน้าเล็กน้อยช่วงอายุ 20~30 | เติมปริมาณเล็กน้อย (0.5~1cc) เพื่อผลลัพธ์ที่ละมุนขึ้น |
อย่างไรก็ตาม บริเวณขมับนั้น
เป็นจุดที่มีเส้นเลือดทอดผ่านอยู่เป็นจำนวนมากครับ
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดในชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูก
โดยใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) อย่างระมัดระวังที่สุด
หากคุณได้รับการรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง
นี่จะเป็นหัตถการที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
และให้ระดับความพึงพอใจสูงมากเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ครับ
3 คำถามยอดฮิตในห้องตรวจ
Q1. เติมฟิลเลอร์ขมับแล้ว
จะทำให้หน้าดูใหญ่ขึ้นไหมคะ?
จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าขมับตอบ
รอยต่อระหว่างโหนกแก้มกับหน้าผากจะดูบุ๋มเข้าไป
ทำให้หน้าดูเป็นเหลี่ยมและดูใหญ่กว่าความเป็นจริงครับ
แต่พอเติมขมับให้เต็มแล้ว กรอบหน้าด้านข้างจะเรียบเนียนรับกัน
ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงและละมุนขึ้นครับ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
และราคาประมาณเท่าไหร่ครับ?
ฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (HA) ปกติจะอยู่ได้ประมาณ 12~18 เดือนครับ
แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ประเภทกึ่งชั่วคราวฉีดเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว ก็อาจจะอยู่ได้เกือบ 2 ปีเลยครับ
โดยทั่วไปเราจะเริ่มที่ 1~1.5cc
แล้วค่อยมาประเมินอีกทีหลังจากนั้น 1 เดือนว่าต้องเติมเพิ่มไหมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าฉีดฟิลเลอร์ขมับแล้ว ใบหน้าจะดูใหญ่ขึ้นไหม?
A. จริงๆ แล้วมันตรงกันข้ามครับ ถ้าขมับตอบ จะทำให้บริเวณระหว่างโหนกแก้มกับหน้าผากดูเว้า ส่งผลให้ใบหน้าดูเหลี่ยมและดูใหญ่ขึ้น
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร?
A. ฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดโดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน ส่วนฟิลเลอร์ชนิดอยู่ได้นาน บางครั้งอาจอยู่ได้นานเกือบ 2 ปี
Q. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?
A. โดยหลักแล้วควรสอดเข้าไปในชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูกด้วยแคนูลาแทนเข็ม
Q. หางตาดูตก จำเป็นต้องทำตาโต (ptosis correction) ตลอดเลยไหม หรือว่าฟิลเลอร์ขมับ (temple filler) ก็ช่วยแก้ปัญหาได้ครับ?
A. สำหรับใครที่มีปัญหาบริเวณขมับตอบ (ขมับ) การเติมเต็มและพยุงจากช่วงขมับก่อนโดยไม่เข้าไปยุ่งกับดวงตาโดยตรง จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ การเติมข้างบนชั้นเยื่อหุ้มกระดูก (เยื่อหุ้มกระดูก) ประมาณ 1-2cc จะทำให้เกิด 'Tent Effect' ที่ช่วยยกหางตาขึ้นได้ประมาณ 2-3 มม. แต่ถ้าหากมีเฉพาะปัญหาหนังตาตกอย่างเดียว แนะนำว่าควรจัดลำดับความสำคัญไปที่การแก้ไขปรับทรงตา (ปรับทรงตา) ก่อนเป็นอันดับแรกครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างครับ?
โดยหลักการแล้วจะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) แทนเข็มแหลม
เพื่อเติมฟิลเลอร์เข้าไปในการเคลือบชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูกครับ
ในวันแรกที่ทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า, การออกกำลังกายหนักๆ,
รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และอาจจะมีความรู้สึกตึงๆ เจ็บแปลบเวลาที่กดเบาๆ
ซึ่งอาการนี้อาจจะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
หากคุณไม่มั่นใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่ขมับตอบหรือไม่
สามารถส่งรูปถ่ายด้านหน้าและด้านข้างมาทาง LINE ให้ช่วยประเมินได้เลยนะครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ รักษาโดยหมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
▶เหตุผลที่ร้านเลเซอร์ขนฮงแดได้รับความนิยมดั่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์
▶รอบการเปลี่ยนแผ่นแปะ DuoDerm รู้แค่นี้ก็พอแล้ว
▶[คอลัมน์] ทำไม จูวีลุค ถึงเกิดตุ่มไตนูนนูน? วิธีการเจือจางและเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
▶ลองจัดยา Saxenda มา 6 เดือนแล้ว ขอพูดตรงๆ เลยล่ะกันว่าเป็นยังไง
▶"ฉีดกี่ Unit ดีคะ?" คำถามเด็ดที่ทำให้หมอถึงกับเลิ่กลั่กตอนปรึกษา Botox

ทำไมพอเติมขมับแล้ว
หลายคนถึงบอกว่าตาโตขึ้น,
เหตุผลที่แท้จริงมีอยู่ตรงนี้ครับ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
มีลูกค้าผู้หญิงวัย 40 ต้นๆ เข้ามาปรึกษาที่คลินิกครับ
เธอเข้ามาเพื่อปรึกษาเรื่องการศัลยกรรมปรับกล้ามเนื้อตา (eye correction)
แต่พอหมอดูรูปแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตาเลยครับ
"คุณหมอคะ ตาฉันดูตกๆ หย่อนๆ ตลอดเลย
ต้องผ่าตัดเปิดหัวตาหรือปรับกล้ามเนื้อตาดีไหมคะ?"
เธอถามหมอแบบนี้
แต่เอาจริงๆ ในสายตาของหมอ แทนที่จะมองตา
หมอกล้าพูดเลยว่าเห็น 'ขมับ' ของเธอก่อนเป็นอันดับแรกครับ

จริงๆ แล้วดูคล้ายกันมาก
แต่หัวใจสำคัญมันต่างกันครับ
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ (Temple Filler)
คือการเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณรอยบุ๋มด้านข้างหางคิ้ว
ซึ่งก็คือบริเวณขมับนั่นเองครับ
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า พอแต่งตาให้ยกขึ้น
ก็ต้องนึกถึงการร้อยไหมหรือการปรับกล้ามเนื้อตาก่อน
ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคือการดึง (Pulling)
แต่ฟิลเลอร์ขมับไม่เหมือนกันนะค้า
มันคือการประคอง (Supporting) ไม่ใช่การดึงครับ
หลักการทำงานของมันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย
อินไซต์สำคัญ
การเติมวอลลุ่มที่ขมับจะช่วยยกหางตาขึ้น
และทำให้ดูตาโตขึ้นด้วย 'เอฟเฟกต์กางเต็นท์' (Tent Effect)
นี่คือหลักการประคองดันขึ้น ไม่ใช่การดึงรั้งครับ

ลูกค้าวัย 40 คนนั้นที่หมอเล่าให้ฟังตอนแรก
สุดท้ายแล้วแทนที่จะปรับกล้ามเนื้อตา
เธอก็จบที่การฉีดฟิลเลอร์ขมับไปข้างละ 1.5cc ครับ
พอผ่านไป 2 สัปดาห์เธอกลับมาหาหมอ ตัวเธอเองยังตกใจเลยครับ
"ไม่ได้ทำอะไรกับตาเลย
แต่ทำไมตาดูโตขึ้นคะ?" เธอถามแบบนี้เลยล่ะครับ
และนี่ก็คือ Tent Effect (เอฟเฟกต์กางเต็นท์) ครับ
เวลากางเต็นท์ ถ้าเราตั้งเสากลางขึ้นมาสักต้น
ผืนผ้าใบเต็นท์รอบๆ ก็จะตึงและลอยตัวขึ้นใช่ไหมคะ
ใบหน้าของเราก็ใช้หลักการเดียวกันเลยครับ
เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันบริเวณขมับจะบางลง
และกระดูกก็จะเกิดการทรุดตัวลงเล็กน้อยด้วย
พอส่วนนี้เริ่มบุ๋มลง
เนื้อตั้งแต่ช่วงนอกคิ้วก็จะเริ่มหย่อนคล้อยตามลงมาด้วยกัน
ในทางกายวิภาค พังผืดขมับ (temporal fascia) และ
ชั้น SMAS รอบดวงตานั้นเชื่อมต่อกันอยู่
ดังนั้นพอขมับบุ๋ม ตาหมองคล้ำและหางตาก็จะตกลงไปด้วย
ดังนั้น ถ้าเราเติมฟิลเลอร์เข้าไปประมาณ 1~2cc
ตรงชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณขมับ
พังผืดที่เชื่อมต่อกันนี้จะถูกยกตัวขึ้น
ส่งผลให้หางตายกขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2~3 มม. เลยทีเดียวครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ถ้าตาดูล้าหรือตาตก
ไม่จำเป็นต้องไปแก้ที่ดวงตาเสมอไปนะครับ
สำหรับคนที่มีปัญหาขมับตอบ
การเติมเพื่อประคองขมับขึ้นมาก่อน
จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าและละมุนกว่ามากครับ
ตาคู่เดิม แต่ดูโตและสดใสขึ้น
นั่นแหละครับคือ Tent Effect

หมอขอแบ่งประเภทลูกค้าในห้องตรวจไว้แบบนี้นะครับ
ประเภทปัญหา | แนวทางที่แนะนำ |
ขมับตอบชัดเจน + หางตาตก | แค่ฟิลเลอร์ขมับอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วในหลายๆ เคส |
หนังตาตกอย่างเดียว | แนะนำเป็นการปรับกล้ามเนื้อตาหรือศัลยกรรมตาสองชั้น (upper blepharoplasty) ก่อน |
ขมับตอบ + ผิวขาดความกระชับ | ทำฟิลเลอร์ขมับ ร่วมกับการร้อยไหม |
ปรับรูปหน้าเล็กน้อยช่วงอายุ 20~30 | เติมปริมาณเล็กน้อย (0.5~1cc) เพื่อผลลัพธ์ที่ละมุนขึ้น |
อย่างไรก็ตาม บริเวณขมับนั้น
เป็นจุดที่มีเส้นเลือดทอดผ่านอยู่เป็นจำนวนมากครับ
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดในชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูก
โดยใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) อย่างระมัดระวังที่สุด
หากคุณได้รับการรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง
นี่จะเป็นหัตถการที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
และให้ระดับความพึงพอใจสูงมากเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ครับ
3 คำถามยอดฮิตในห้องตรวจ
Q1. เติมฟิลเลอร์ขมับแล้ว
จะทำให้หน้าดูใหญ่ขึ้นไหมคะ?
จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าขมับตอบ
รอยต่อระหว่างโหนกแก้มกับหน้าผากจะดูบุ๋มเข้าไป
ทำให้หน้าดูเป็นเหลี่ยมและดูใหญ่กว่าความเป็นจริงครับ
แต่พอเติมขมับให้เต็มแล้ว กรอบหน้าด้านข้างจะเรียบเนียนรับกัน
ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงและละมุนขึ้นครับ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
และราคาประมาณเท่าไหร่ครับ?
ฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (HA) ปกติจะอยู่ได้ประมาณ 12~18 เดือนครับ
แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ประเภทกึ่งชั่วคราวฉีดเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว ก็อาจจะอยู่ได้เกือบ 2 ปีเลยครับ
โดยทั่วไปเราจะเริ่มที่ 1~1.5cc
แล้วค่อยมาประเมินอีกทีหลังจากนั้น 1 เดือนว่าต้องเติมเพิ่มไหมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าฉีดฟิลเลอร์ขมับแล้ว ใบหน้าจะดูใหญ่ขึ้นไหม?
A. จริงๆ แล้วมันตรงกันข้ามครับ ถ้าขมับตอบ จะทำให้บริเวณระหว่างโหนกแก้มกับหน้าผากดูเว้า ส่งผลให้ใบหน้าดูเหลี่ยมและดูใหญ่ขึ้น
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร?
A. ฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดโดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน ส่วนฟิลเลอร์ชนิดอยู่ได้นาน บางครั้งอาจอยู่ได้นานเกือบ 2 ปี
Q. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?
A. โดยหลักแล้วควรสอดเข้าไปในชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูกด้วยแคนูลาแทนเข็ม
Q. หางตาดูตก จำเป็นต้องทำตาโต (ptosis correction) ตลอดเลยไหม หรือว่าฟิลเลอร์ขมับ (temple filler) ก็ช่วยแก้ปัญหาได้ครับ?
A. สำหรับใครที่มีปัญหาบริเวณขมับตอบ (ขมับ) การเติมเต็มและพยุงจากช่วงขมับก่อนโดยไม่เข้าไปยุ่งกับดวงตาโดยตรง จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ การเติมข้างบนชั้นเยื่อหุ้มกระดูก (เยื่อหุ้มกระดูก) ประมาณ 1-2cc จะทำให้เกิด 'Tent Effect' ที่ช่วยยกหางตาขึ้นได้ประมาณ 2-3 มม. แต่ถ้าหากมีเฉพาะปัญหาหนังตาตกอย่างเดียว แนะนำว่าควรจัดลำดับความสำคัญไปที่การแก้ไขปรับทรงตา (ปรับทรงตา) ก่อนเป็นอันดับแรกครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างครับ?
โดยหลักการแล้วจะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) แทนเข็มแหลม
เพื่อเติมฟิลเลอร์เข้าไปในการเคลือบชั้นลึกเหนือเยื่อหุ้มกระดูกครับ
ในวันแรกที่ทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า, การออกกำลังกายหนักๆ,
รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และอาจจะมีความรู้สึกตึงๆ เจ็บแปลบเวลาที่กดเบาๆ
ซึ่งอาการนี้อาจจะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
หากคุณไม่มั่นใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่ขมับตอบหรือไม่
สามารถส่งรูปถ่ายด้านหน้าและด้านข้างมาทาง LINE ให้ช่วยประเมินได้เลยนะครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ รักษาโดยหมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
▶เหตุผลที่ร้านเลเซอร์ขนฮงแดได้รับความนิยมดั่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์
▶รอบการเปลี่ยนแผ่นแปะ DuoDerm รู้แค่นี้ก็พอแล้ว
▶[คอลัมน์] ทำไม จูวีลุค ถึงเกิดตุ่มไตนูนนูน? วิธีการเจือจางและเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
▶ลองจัดยา Saxenda มา 6 เดือนแล้ว ขอพูดตรงๆ เลยล่ะกันว่าเป็นยังไง
▶"ฉีดกี่ Unit ดีคะ?" คำถามเด็ดที่ทำให้หมอถึงกับเลิ่กลั่กตอนปรึกษา Botox
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1









