[รายงานบิวตี้สโตน] ความแตกต่างของราคาโบท็อกซ์ในประเทศ vs นำเข้า: เกณฑ์การเลือกที่คุ้มค่าเงิน

Author
Wi Young-jin · Chief director
→

"คลินิกข้างๆ ราคา 50,000 วอนเอง ทำไมที่นี่ถึง 150,000 วอนล่ะคะ?"
เวลาที่ให้คำปรึกษาเรื่องโบท็อกซ์
นี่คือคำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดเลยครับ
ในมุมของผู้บริโภค มันก็คือ 'โบท็อกซ์' เหมือนกัน
แต่ถ้าราคาต่างกันถึง 3 เท่า ก็ไม่แปลกใจเลยครับที่จะรู้สึกสงสัย
แต่ถ้าให้หมอสรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยก็คือ
โบท็อกซ์ไม่ใช่การซื้อ 'บริเวณที่ฉีด'
แต่เป็นการซื้อตาม 'ปริมาณยา (Unit)' ต่างหากครับ
วันนี้หมอจะมาแชร์ให้ฟังกันอย่างตรงไปตรงมาในมุมมองของแพทย์ว่า ส่วนต่าง 100,000 วอนนั้นเกิดขึ้นจากอะไร
Q. แต่ละคลินิกตั้งราคา
ไม่เท่ากัน ถือเป็นเรื่องปกติไหมปกติ?
ใช่ครับ เป็นเรื่องปกติมาก เพราะราคาจะสะท้อนปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ ปริมาณยา และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้รักษาครับ
สำหรับหมอแล้ว หมอคิดว่ามันคือเรื่องของ 'เวลา' ครับ
การสละเวลาสักนิดเพื่อถามประวัติการรักษาในอดีต
และถามถึงผลลัพธ์ในแบบที่คนไข้ต้องการ
จะช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำออกมาน่าพึงพอใจและตรงใจที่สุดครับ
(หนุ่มๆ จำร้านตัดผม Blue Club สมัยก่อนได้ไหมครับ?
พอเดินเข้าไปปุ๊บ เขาก็เริ่มตัดผมเลยโดยไม่ถามอะไรสักคำ)
Q. โบท็อกซ์ราคาถูก
ประสิทธิภาพจะด้อยกว่าไหม?
ปัจจัยไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์เองหรอกครับ แต่หาก 'ปริมาณยาที่ฉีด' (Unit) น้อยเกินไป
ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์ก็อาจจะสั้นลงอย่างรวดเร็วได้ครับ
Q. ทำไมราคาแต่ละบริเวณ
ถึงไม่เท่ากันครับ?
นั่นเป็นเพราะขนาดของกล้ามเนื้อแต่ละจุดต่างกัน
ปริมาณ *'ยูนิต (Unit)' ที่ต้องใช้จึงแตกต่างกันไปด้วยครับ
ราคาโบท็อกซ์
ทำไมถึงแตกต่างกันขนาดนี้?
สารภาพตามตรงเลยนะครับ
เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย. เกาหลี ก็มีเยอะมากแล้วครับ
ไม่ว่าจะเป็น Meditoxin, Botulax, Xeomin, หรือ Allergan
ซึ่งมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกเลยครับ
นอกจากต้นทุนของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันแล้ว
ความแตกต่างที่แท้จริงยังอยู่ที่ 'ความเข้มข้นในการเจือจาง' และ 'ปริมาณยูนิต' ที่ใช้ครับ
ปกติแล้วผลลัพธ์ของโบท็อกซ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
แต่ถ้าพยายามลดปริมาณยูนิตลงเพื่อทำราคาให้ถูกมากๆ
ก็จะเกิดปัญหาผลลัพธ์หายไปภายในเวลาแค่ 2-3 เดือนเท่านั้นครับ
สุดท้ายแล้ว การหลงไปกับป้ายราคาถูกๆ อาจทำให้ต้องกลับมาฉีดบ่อยขึ้น
ซึ่งนั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี อาจจะแพงกว่าเดิมเสียอีกครับ
[ไกด์] ปริมาณและราคาเฉลี่ยแยกตามบริเวณ

ตัวเลขด้านล่างนี้คือเกณฑ์เรทราคาเฉลี่ย
ของคลินิกผิวหนังในเกาหลี ซึ่งผลลัพธ์และปริมาณที่ใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ
บริเวณ | ปริมาณแนะนำ (Unit) | ช่วงราคาเฉลี่ย | วัตถุประสงค์หลัก |
หว่างคิ้ว/หน้าผาก | 10~25U | 50,000~150,000 วอน | ลดเลือนริ้วรอย |
หางตา | 10~15U | 50,000~120,000 วอน | ปรับปรุงริ้วรอยเล็กๆ |
กราม | 40~60U | 150,000~300,000 วอน | ปรับรูปหน้า V-line, ลดการนอนกัดฟัน |
น่อง | ตั้งแต่ 100U ขึ้นไป | 250,000~500,000 วอน | ปรับสัดส่วนเรียวสวย |
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
คีย์หลักของราคาไม่ใช่ 'บริเวณที่ฉีด'
แต่เป็น 'ปริมาณยูนิต (Unit) ที่ถูกฉีดเข้าไป' ต่างหากครับ
บันทึกประสบการณ์จริงจากหมอวี ยองจิน:
เวลาที่หมอเจอคนไข้ที่เคยฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจากคลินิกอื่นแล้วบอกว่าไม่ได้ผล
พอย้อนกลับไปดู มักจะพบว่า
ได้รับการฉีดรวมสองข้างไปเพียงแค่ 20-30U เท่านั้นเองครับ
สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างใหญ่และพัฒนาเต็มที่
ปริมาณเท่านี้แทบจะไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงเลยครับ
เวลาเข้าปรึกษา ลองถามคำถามนี้ดูสักนิดนะครับ: "ครั้งนี้ใช้ทั้งหมดกี่ยูนิต (Unit) ครับ/คะ?"
เพราะคำถามสั้นๆ เพียงข้อนี้
จะช่วยเช็กความโปร่งใสของคลินิกนั้นๆ ได้ทันทีเลยครับ
4 ปัจจัยสำคัญ
ที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน
1. ประเภทของผลิตภัณฑ์ (แบรนด์เกาหลี vs แบรนด์นำเข้า)
ต้นทุนยามีความแตกต่างกัน
การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับโอกาสในการเกิดอาการดื้อยาและผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการครับ
2. ความจริงใจในปริมาณยาที่ฉีด
คลินิกที่ราคาถูกมากๆ มักจะเซฟปริมาณยูนิตที่ฉีด
ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระยะเวลาของผลลัพธ์ครับ
3. ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้รักษา
สิ่งสำคัญคือแพทย์เป็นผู้ตรวจประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้อ
และทำการรักษาด้วยตัวเองโดยตรงหรือไม่
(ที่ Beautystone เรายึดหลักการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงทุกเคสครับ)
4. โครงสร้างการดำเนินงานของคลินิก
ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายคงที่
ตามทำเลที่ตั้งของคลินิกก็อาจส่งผลต่อการตั้งราคาได้เช่นกันครับ
เช็คลิสต์ก่อนรับบริการ
ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์
คลินิกเปิดเผยอย่างโปร่งใสหรือไม่ว่าใช้โบท็อกซ์แบรนด์อะไร?
ปริมาณยูนิตที่ชัดเจน
แทนที่จะใช้คำกำกวมอย่างเช่น '1 จุด/1 บริเวณ' คลินิกสามารถตอบได้ชัดเจนไหมว่าใช้ 'กี่ยูนิต'?
รักษาโดยแพทย์โดยตรง
แพทย์เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาไปจนถึงการทำหัตถการเลยหรือไม่?
ข้อเสียจุดเดียวคือเรื่องของค่าใช้จ่ายครับ เพราะหากเราใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมและถูกต้องอย่างซื่อสัตย์
ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำราคาให้ถูกมากๆ ได้ครับ
แต่แทนที่จะเสียเงินไปกับ 'การรักษาที่ไม่ได้ผลลัพธ์'
การเลือกฉีดให้ดีและถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกย่อมคุ้มค่าและประหยัดกว่าในระยะยาวแน่นอนครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. โบท็อกซ์ราคา 50,000 วอน กับ 150,000 วอน
แตกต่างกันจริงๆ ไหมคะ?
A. หากเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์เดียวกัน ส่วนใหญ่แล้วจะแตกต่างกันที่ ปริมาณยูนิต (Unit) ครับ
หากรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้สั้นเกินไป
อาจต้องลองสงสัยเรื่องปริมาณยูนิตที่ได้รับว่าน้อยเกินไปหรือไม่ครับ
Q2. ควรฉีดบ่อยแค่ไหนดีครับ?
A. หากฉีดในปริมาณยูนิตที่เหมาะสม
แนะนำให้ฉีด ทุกๆ 4-6 เดือน จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดครับ
Q3. หากต้องการเข้ารับคำปรึกษา
แถวย่านฮับจอง หรือ ฮงแด ต้องทำอย่างไรบ้าง?
A. ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจอง เราให้บริการโปรแกรมโบท็อกซ์ทุกส่วน
โดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลรักษาโดยตรง ครับ
ก่อนเข้ามาใช้บริการ สามารถทักมาสอบถามข้อสงสัย
ผ่านทาง KakaoTalk ก่อนได้เลยครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ
แทนที่จะเลือกโบท็อกซ์จากปัจจัยเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว
อยากให้ลองเช็กผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ปริมาณยูนิต และแนวทางการรักษาร่วมกับแพทย์ให้เหมาะกับจุดที่กังวลก่อนนะครับ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk
✦ บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้
ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

ยกกระชับ
ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?
หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ



