จำนวนครั้งลบรอยสักขึ้นอยู่กับสีและความลึก โดยทั่วไป 5–10 ครั้ง ดูวิธีลดจำนวนครั้งด้วยพิโคเวย์
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

โดยเฉลี่ยแล้ว จะเสร็จสิ้นภายใน 8 ครั้งครับ
เช็คข้อมูลที่นี่ก่อนอ่านนะครับ
Q. ทำจากที่อื่นมามากกว่า 10 ครั้งแล้ว
ทำไมรอยสักยังไม่จางลงเลยครับ?
A. หากความยาวคลื่น (wavelength) และความกว้างพัลส์ (pulse width) ของเครื่องเลเซอร์ไม่แมตช์กัน
อนุภาคของหมึกก็จะไม่ถูกทำลายอย่างสะใจครับ
แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Picoway
ก็มักจะช่วยลดจำนวนครั้งในการรักษาลงได้ถึงประมาณ 30% เลยนะครับ
Q. สีของรอยสักทำให้
จำนวนครั้งที่ต้องทำแตกต่างกันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?
A. ใช่เลยครับ! ถ้ารอยสักสีดำจะจางลงเร็วมาก แต่ถ้าเป็นสีแดง สีเหลือง สีเขียว
จะต้องใช้ความยาวคลื่นที่ต่างออกไป ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าพอสมควรเลยครับ

เหตุผลที่เราไม่สามารถบอกเป๊ะๆ ว่า
"ต้องทำกี่ครั้ง" เป็นตัวเลขเดียวได้
จริงๆ แล้วการลบรอยสักคือการใช้เลเซอร์
เข้าไปตีสลายอนุภาคหมึกใต้ผิวหนังให้แตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ
เพื่อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายค่อยๆ ขจัดออกไปครับ
ซึ่งต่างจากเลเซอร์แบบเดิมๆ เพราะ Pico laser มีความกว้างพัลส์
ในระดับ picosecond ไม่ใช่ nanosecond
ทำให้สามารถสลายโมเลกุลน้ำหมึกให้แตกละเอียดได้ดีกว่ามากๆ ครับ
ข้อมูลเจาะลึกสุดพิเศษ
โดยหมอวี ยองจิน
ถึงแม้จะขึ้นอยู่กับสี ความลึก และขนาดพื้นที่ของรอยสักเป็นหลัก
แต่โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 - 10 ครั้งครับ
และถ้าทำด้วยเครื่อง Picoway เมื่อเทียบกับเลเซอร์รุ่นเก่าๆ
ในหลายๆ เคสสามารถช่วยย่นจำนวนครั้งลงได้ถึง 30% เลยครับ
— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก สาขาฮงแด)

จำนวนครั้งในการลบรอยสักจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
ขึ้นอยู่กับสี ความลึก และพื้นที่ของรอยสักครับ
โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 5 - 10 ครั้ง
แต่ถ้าเข้าการรักษาด้วย Picoway ก็มักจะช่วยลดจำนวนครั้ง
ลงไปได้มากกว่าเดิมถึงประมาณ 30% เลยครับ
อย่างเคสคนไข้ผู้ชายวัย 30 ที่มาเมื่อเดือนก่อน
ไปทำจากที่อื่นมาแล้วถึง 8 ครั้งแต่ก็ยังมีรอยจางๆ เหลืออยู่
เราเลยสวิตช์มาใช้ Picoway ปรับเจาะเฉพาะความยาวคลื่นที่เหมาะสม
ทำไปเพียง 3 ครั้ง รอยสักก็จางลงจนแทบมองไม่เห็นเลยครับ
นั่นเป็นเพราะขนาดของอนุภาคหมึกและความกว้างพัลส์ของเลเซอร์เข้าคู่กันพอดี
แรงกระแทกคลื่นเสียง (Shockwave) จึงช่วยทุบทำลายเม็ดสีให้แตกละเอียดได้เป็นอย่างดีครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
หากเป็นรอยสักสีดำล้วนขนาดเล็ก จะใช้เวลาประมาณ 3 - 5 ครั้ง
หากเป็นรอยสักขนาดใหญ่ที่มีสีสันผสมอยู่ด้วย จะใช้เวลาประมาณ 8 - 12 ครั้ง
ให้ประเมินไว้ประมาณนี้ได้เลยครับ
แค่เลือกใช้เครื่อง Pico laser และปรับการยิงให้ตรงกับความยาวคลื่นที่พอดี
ก็สามารถลดจำนวนครั้งในการทำลงได้ถึง 30% แล้วครับ

ตารางเปรียบเทียบประมาณการจำนวนครั้งในการลบรอยสักแต่ละประเภท
ประเภทของรอยสัก | จำนวนครั้งที่คาดว่าจะใช้ | หมายเหตุ |
รอยสักสีดำทั่วไป (มือสมัครเล่นสัก) | 3~5 ครั้ง | เม็ดสีฝังอยู่ตื้น ตอบสนองต่อเลเซอร์ได้เร็ว |
รอยสักตัวอักษรสีดำ (ช่างมืออาชีพสัก) | 5~8 ครั้ง | สีเข้มและฝังลึก ต้องใช้เวลาในการรักษา |
รอยสักสีผสมหลายสี | 8~12 ครั้ง | จำเป็นต้องสลับหัวยิงตามแต่ละความยาวคลื่นเพื่อเจาะจงสี |
สักกึ่งถาวร (สักคิ้ว, สักปาก) | 2~4 ครั้ง | จำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องการเปลี่ยนสีหลังทำ |
งานสักทับ (Cover-up) / ลงงานซ้ำ | 10 ครั้งขึ้นไป | เลเยอร์ของหมึกมีการซ้อนทับกัน จึงใช้เวลานานที่สุด |
พูดตามตรงเลยก็คือ
ยากมากที่จะกดเคาะจำนวนครั้งที่แน่นอนได้ทันทีตั้งแต่การเข้าปรึกษาครั้งแรกครับ
ทางที่ดีที่สุดและทำได้จริงคือ ลองรักษาดูก่อนสัก 3~4 ครั้งเพื่อประเมินผลการตอบสนองของผิว
แล้วค่อยมาปรับแผนและประเมินรอบการทำที่เหลือด้วยกันอีกครั้งหนึ่งครับ
3 คำถามยอดฮิตจากห้องตรวจ
Q1. ระยะห่างในการทำแต่ละครั้งควรเว้นไว้นานแค่ไหนดีครับ?
ปกติแล้วจะแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 6~8 สัปดาห์ครับ
เพราะร่างกายเราต้องใช้เวลา
ในการส่งเซลล์ภูมิคุ้มกันมาช่วยลำเลียงเม็ดสีหมึกที่ถูกทำลายออกไปครับ
หากทำซ้ำเร็วเกินไป อาจเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงกับผิวได้สูงขึ้นครับ
Q2. ค่าใช้จ่ายต่อครั้งประมาณเท่าไหร่ครับ?
ราคาจะแปรผันตามขนาดและจำนวนสีที่ลบครับ
แนะนำให้วางงบประมาณคร่าวๆ เผื่อไว้ก่อนล่วงหน้าจะดีที่สุดครับ
ทั้งนี้การประเมินราคาที่ถูกต้องแม่นยำ
หมอจำเป็นต้องขอดูสภาพรอยสักจริงๆ ระหว่างเข้าปรึกษานะครับ
Q3. จะมีรอยแผลเป็นหรือรอยดำทิ้งไว้ไหมคะ?
หากรักษาด้วยเครื่อง Picoway โดยปรับพลังงานที่เหมาะสม
โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นนั้นค่อนข้างต่ำมากเลยครับ
หลังทำเสร็จเพียงแค่ขยันทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ
ผิวก็จะสามารถฟื้นฟูกลับมาเรียบเนียนสดใสได้เหมือนเดิมครับ
หากมีจุดไหนที่ยังลังเลหรือสงสัยกันอยู่
เข้ามาให้หมอตรวจดูรอยสักจริงที่ห้องตรวจเพื่อประเมินร่วมกันได้เลยนะครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านคู่กัน
▶Xeomin vs Coretox ทั้งคู่เป็นโบท็อกซ์ที่ไม่ดื้อยา แล้วรู้ไหมคะว่าแตกต่างกันอย่างไร?
▶ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ เป็นเพราะอะไรและเกิดจากอะไรกันนะ?
▶มุลกวังจูซา (ฉีดผิวฉ่ำวาว) ย่านฮงแด กับ 5 ข้อที่ต้องรู้ก่อนทำคลิกเลย
▶การลบรอยสักด้วย Picoway เฉลี่ยกี่ครั้งถึงจะหายไปหมดเกลี้ยงนะ?
ในการปรึกษาจริงที่บิวตี้สโตนคลินิก แพทย์จะใช้แบบประเมิน Kirby–Desai ดูหกหัวข้อ ได้แก่ ชนิดผิว ตำแหน่ง ปริมาณหมึก การสักทับ แผลเป็นหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ และสี เพื่อกะจำนวนครั้งโดยประมาณแทนการตอบเป็นตัวเลขเดียว ค่าที่ได้อาจเปลี่ยนตามการตอบสนองของผิวและความแตกต่างของแต่ละคน สำหรับงานกึ่งถาวรอย่างคิ้วหรือปาก แพทย์จะดูความเหมาะสมก่อนแล้วจึงคุยเรื่องจำนวนครั้ง ส่วนความปลอดภัยของผิวเป็นการประเมินแยกต่างหาก หากคุณมาเที่ยวโซลระยะสั้น เราจะคุยเรื่องระยะพักและแผนกลับมาทำต่อด้วย









