อาการแก้มตอบหลังทำ 턱보톡스 (โบท็อกซ์กราม) เกิดจากกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (masseter muscle) ที่ลดขนาดลงค่ะ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมยิ่งฉีดในตำแหน่งที่ต่ำลงมา โอกาสแก้มตอบก็จะยิ่งน้อยลง พร้อมสรุปช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด filler แก้มเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้มาให้แล้วค่ะ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากในแต่ละวัน
แถมฝุ่นละออง PM2.5 ก็กลับมาทำร้ายผิวเราอีกแล้วนะคะ
ที่ญี่ปุ่นอากาศสะอาดมากจริงๆ ค่ะ
เหมือนประเทศเราคอยช่วย
ทำความสะอาดฝุ่นให้หมดเลย ฮ่าๆ
ยิ่งในช่วงเวลาแบบนี้ ก่อนจะเลือกทำหัตถการอะไร เรายิ่งต้องคิดและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนค่ะ
วันนี้หมอขอเริ่มด้วยคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจนะคะ
"ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้ว รู้สึกเหมือนแก้มตอบลงเลยค่ะ"
ตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก หลายคนอาจจะคิดว่า
แค่ผอมลงหรือเปล่า หรือเราคิดไปเองไหม
แต่จากประสบการณ์ที่หมอเจอเคสแบบนี้มาเยอะมาก หมอบอกได้เลยค่ะว่าไม่ได้คิดไปเองแน่นอน
💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้
Q. ทำไมฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแก้มถึงตอบลงคะ?
A. เป็นเพราะเมื่อกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) หดเล็กลง โครงสร้างที่ช่วยพยุงบริเวณแก้มรอบนอกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยค่ะ
Q. แก้มตอบเกิดจากการฉีดหัตถการที่ผิดพลาดหรือเปล่าคะ?
A. ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปค่ะ ยิ่งผู้ที่มีเนื้อแก้มเดิมน้อยอยู่แล้ว ก็จะยิ่งมีโอกาสเห็นแก้มตอบได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
Q. ถ้าแก้มตอบไปแล้ว มีวิธีแก้ไขอย่างไรได้บ้างคะ?
A. สามารถแก้ไขได้โดยการเติมฟิลเลอร์ (filler) หรือการทำหัตถการยกกระชับเพื่อเพิ่มวอลลุ่มค่ะ รายละเอียดเพิ่มเติมหมอจะเขียนไว้ในเนื้อหานะคะ

สาเหตุที่โบท็อกซ์ลดกรามทำให้แก้มตอบ
โบท็อกซ์ลดกราม หรือโบท็อกซ์บริเวณ กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter muscle)
เป็นการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เข้าไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยว
เพื่อลดขนาดของมัดกล้ามเนื้อลงค่ะ
จุดประสงค์หลักคือเพื่อลดเหลี่ยมมุมของกราม หรือปรับรูปหน้าส่วนล่างให้เรียวสวย
และเนื่องจากเห็นผลค่อนข้างชัดเจน
จึงเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงมากค่ะ
แต่มีจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องระวังค่ะ
กล้ามเนื้อเคี้ยวไม่ได้ทำหน้าที่แค่เกาะอยู่ข้างกระดูกกรามเท่านั้น
แต่ยังมีส่วนช่วย พยุงโครงสร้างบริเวณแก้มส่วนกลางและส่วนล่าง อีกด้วยค่ะ
ดังนั้นเมื่อกล้ามเนื้อเคี้ยวลดขนาดลง
ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้ม (buccal fat) และผิวหนังที่เคยพยุงอยู่ด้านบน
อาจจะคล้อยตัวลงมาเล็กน้อยหรือยุบตัวลง ทำให้ดูแก้มตอบได้ค่ะ
จุดนี้แหละค่ะที่ค่อนข้างก้ำกึ่ง
เพราะถึงแม้รูปหน้าจะเรียวเล็กลงจริง
แต่บางครั้งกลับรู้สึกว่าแก้มตอบจนดูมีอายุขึ้นมาซะอย่างนั้น
จากงานวิจัยเกี่ยวกับการลดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยวและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่ออ่อนโดยรอบ (PubMed) ก็ได้รายงานไว้เช่นกันว่า
เมื่อทำการฉีดโบท็อกซ์ซ้ำๆ ในผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อเคี้ยวโตผิดปกติ
อาจส่งผลให้ตำแหน่งของชั้นไขมันบริเวณแก้มเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยค่ะ

แก้มตอบ... มักจะเกิดขึ้นกับใครได้ง่ายกว่าปกติ?
พูดกันตามตรงเลยนะคะ
ยิ่งกล้ามเนื้อกรามใหญ่ และยิ่งมีเนื้อแก้มเดิมน้อยเท่าไหร่ โอกาสเกิดแก้มตอบก็ยิ่งสูงขึ้นค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ ผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ควรระวังเป็นพิเศษค่ะ
ผู้ที่มีกล้ามเนื้อเคี้ยวใหญ่มาก แต่เดิมทีไม่มีเนื้อแก้มเลย
ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นแล้ว
ผู้ที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายต่ำ หรือมีรูปร่างผอมบาง
ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามซ้ำๆ เป็นประจำ จนกล้ามเนื้อฝ่อลีบไปมาก
ในทางกลับกัน หากเป็นคนที่มีเนื้อแก้มอวบอิ่มและผิวมีความยืดหยุ่นดีในช่วงอายุ 20 ต้นๆ ถึงกลางๆ
ถึงแม้กล้ามเนื้อกรามจะลดลง
อาการแก้มตอบก็จะไม่ค่อยปรากฏให้เห็นเด่นชัดนักค่ะ
เรื่องนี้ในตอนแรกหมอเองก็เคยเข้าใจคลาดเคลื่อนเหมือนกันค่ะ
ตอนแรกหมอคิดว่าแค่เล็งตำแหน่งฉีดกล้ามเนื้อเคี้ยวให้แม่นยำก็ไม่มีปัญหาแล้ว
แต่พอได้สะสมประสบการณ์ดูแลเคสต่างๆ มากขึ้น หมอจึงตระหนักได้ว่า การประเมินปริมาตรแก้มก่อนทำ นั้นมีความสำคัญยิ่งกว่าค่ะ
หากคุณกังวลเรื่องแก้มตอบ
ลองเปลี่ยนมาฉีดบริเวณส่วนล่างลงไปดีไหมคะ?
หรือถ้าหากแก้มตอบมากจนเกินไป
หัตถการประเภท
collagen booster อย่าง Juvelook หรือ Sculptra ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากเช่นกันค่ะ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจริงโดย หมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของหมอ เคสที่คนไข้ไม่พอใจเรื่องแก้มตอบหลังทำ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ไม่ได้ประเมินเนื้อแก้มอย่างละเอียดในระหว่างการปรึกษาก่อนทำหัตถการค่ะ
เวลาที่หมอให้คำปรึกษาเคสโบท็อกซ์กราม หมอจะต้องตรวจเช็ก
ความหนาของชั้นไขมันแก้มและความยืดหยุ่นของผิวเป็นอันดับแรกเสมอ
สำหรับคนไข้ที่กล้ามเนื้อกรามใหญ่แต่มีเนื้อแก้มน้อย
หมอจะแจ้งล่วงหน้าเสมอว่า "รูปหน้าจะเรียวขึ้นจริง แต่อาจทำให้เห็นแก้มตอบชัดขึ้นและดูมีอายุขึ้นได้นะครับ"
นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะคะ
เพราะโบท็อกซ์ลดกรามเป็นหัตถการที่เห็นผลชัดเจนมาก
แต่ถ้าเราไม่พิจารณาการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มโดยรวมทั่วทั้งใบหน้า
ก็อาจจะเกิดผลลัพธ์ย้อนกลับที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุขึ้นได้
และมีเรื่องหนึ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำเลยก็คือ
คลินิกที่เน้นทำเร็วแบบโรงงานอุตสาหกรรม (Factory-style clinics) มักจะข้ามขั้นตอนการปรึกษาและวิเคราะห์อย่างละเอียดตรงนี้ไปค่ะ
ถ้าแก้มตอบไปแล้ว จะทำอย่างไรดี?
สำหรับท่านที่มีปัญหาแก้มตอบเกิดขึ้นแล้ว หมอมีแนวทางแก้ไขหลักๆ 2 วิธีดังนี้ค่ะ
เติมฟิลเลอร์แก้มตอบ: เป็นการเติมเต็มปริมาตรบริเวณแก้มที่ตอบด้วยฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) วิธีนี้จะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และหากปรับแต่งอย่างเป็นธรรมชาติ ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างเนียนตาโดยไม่ดูขัดเขินค่ะ
ทำหัตถการยกกระชับร่วมด้วย: อาจพิจารณาการร้อยไหมเพื่อดึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยใต้แก้มขึ้น หรือทำหัตถการกลุ่ม HIFU/Ultherapy ร่วมด้วย ทั้งนี้ หัตถการที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลค่ะ
หมอขอเสริมอีกนิดนะคะ
การหยุดฉีดโบท็อกซ์ลดกรามทันที ไม่ใช่ทางออกของปัญหาเสมอไปค่ะ
เพราะแม้ว่ากล้ามเนื้อกรามจะสามารถกลับมาโตขึ้นได้เองหลังจากโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ ซึ่งอาจช่วยให้แก้มดูเต็มขึ้นบ้าง
แต่ในบางรายที่กล้ามเนื้อฝ่อไปมากแล้ว กล้ามเนื้อก็อาจไม่กลับคืนมาเท่าเดิม 100% ค่ะ
ดังนั้น การแก้ปัญหาแก้มตอบที่ตรงจุดและเห็นผลจริง จึงไม่ใช่การหยุดฉีดโบท็อกซ์กราม แต่เป็นการเติมวอลลุ่มให้แก้มอย่างเหมาะสม ค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ: อาการแก้มตอบหลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม เกิดจากการลดลงของกล้ามเนื้อเคี้ยวที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพยุงแก้ม โดยเฉพาะผู้ที่มีเนื้อแก้มเดิมน้อยจำเป็นต้องได้รับการประเมินและยืนยันสภาพผิวก่อนทำหัตถการทุกครั้งค่ะ
สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์ ก่อนฉีดโบท็อกซ์ลดกราม
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแก้มตอบ หมอแนะนำให้เช็กหัวข้อต่อไปนี้
กับคุณหมอในขั้นตอนปรึกษาก่อนทำนะคะ
เนื้อแก้มของเรามีเพียงพอไหม (ชั้นไขมันบางเกินไปหรือเปล่า)
สภาพความยืดหยุ่นของผิว (หากอายุ 30 ปีขึ้นไป ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น)
ประวัติการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามก่อนหน้านี้ว่าฉีดมาแล้วกี่ครั้ง
ความต้องการที่ชัดเจน ว่าต้องการลดกรามเหลี่ยม หรือต้องการปรับรูปหน้าโดยรวมให้เรียวสวย
แม้จะขึ้นอยู่กับแต่ละเคส
แต่โดยทั่วไปสำหรับคนไข้ที่มีเนื้อแก้มไม่พอดี
หมอมักจะแนะนำให้ลดปริมาณยูนิต (Units) ของโบท็อกซ์กรามลง
หรือแนะนำให้เติมฟิลเลอร์แก้มตอบก่อน แล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์กรามตามในภายหลังค่ะ
มีหลายคนที่เข้าใจผิดว่า
ยิ่งฉีดโบท็อกซ์กรามเยอะๆ ยิ่งดี ซึ่งไม่เป็นความจริงเลยค่ะ
ยิ่งใช้ปริมาณยาเยอะ กล้ามเนื้อกรามก็ยิ่งลดขนาดลงมาก
และความเสี่ยงที่จะเกิดแก้มตอบก็สูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ
หมอวี ยองจิน จะอธิบายจุดนี้ให้คนไข้ฟัง
อย่างละเอียดทุกครั้งในการปรึกษาค่ะ
เพราะการประเมินโดยมองโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ไม่ใช่แค่พูดว่า "จะลดกรามให้นะครับ"
จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจและตรงใจคนไข้มากที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้าหยุดฉีดโบท็อกซ์กราม แก้มที่ตอบจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมคะ?
A. โดยทั่วไปเมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อเคี้ยวจะค่อยๆ กลับมาทำงานและโตขึ้นตามธรรมชาติค่ะ อย่างไรก็ตาม ในเคสที่ฉีดซ้ำๆ จนกล้ามเนื้อฝ่อลีบไปมากแล้ว อาจมีบางกรณีที่กล้ามเนื้อไม่สามารถกลับคืนมาขนาดเท่าเดิมได้ทั้งหมด หากคุณกังวลเรื่องแก้มตอบ การเลือกเติมฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขปัญหาจะเห็นผลลัพธ์ที่ตรงจุดและรวดเร็วที่สุดค่ะ
Q2. มีวิธีลดกรามโดยไม่ทำให้แก้มตอบไหมคะ?
A. การปรับปริมาณยา (dose) ให้เหมาะสมคือหัวใจสำคัญที่สุดค่ะ หากแพทย์ประเมินระดับความหนาของกล้ามเนื้อและปริมาตรแก้มอย่างละเอียด แล้วเลือกใช้ปริมาณยูนิตที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดกรามให้หน้าเรียวสวยได้โดยเกิดอาการแก้มตอบน้อยที่สุดค่ะ หรือสำหรับคนไข้ที่แก้มตอบอยู่แล้ว การเลือกเติมฟิลเลอร์ก่อนแล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์กรามตามทีหลังก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีค่ะ
Q3. ถ้าแก้มตอบแล้ว ต้องใช้ฟิลเลอร์ประมาณกี่ CC คะ?
A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้าของแต่ละบุคคลค่ะ หมอไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนให้ได้หากยังไม่ได้ประเมินด้วยตัวเอง เนื่องจากตำแหน่ง ความลึกของรอยตอบ รวมถึงสภาพผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน การเข้ามาปรึกษาที่คลินิกจึงเป็นขั้นตอนแรกที่ดีที่สุดค่ะ หรือก่อนจะเข้ามา สามารถส่งรูปถ่ายมาปรึกษาคุณหมอทาง KakaoTalk ก่อนได้นะคะ
ปรึกษาผ่าน KakaoTalk
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับเราไหม คุณหมอพร้อมประเมินและให้คำปรึกษาโดยตรงค่ะ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk คลิกที่นี่
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามทาง KakaoTalk ได้อย่างสบายใจเลยนะคะ
จะทักมาถามก่อนเข้ามาที่คลินิกก็ได้ค่ะ
ผม หมอวี ยองจิน ครับ
✦ บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้
ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

ยกกระชับ
ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?
หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ



