
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ? ตรวจสอบจุดฉีด ยิ่งฉีดต่ำลงยิ่งลดปัญหาแก้มตอบได้อย่างปลอดภัย
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มยุบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนวันละหลายรอบ
แถมฝุ่นละเอียดก็กลับมาหนักอีกแล้ว
ที่ญี่ปุ่นอากาศสะอาดจริง ๆ เลยนะครับ
เหมือนประเทศเราจะคอย
ช่วยเก็บกวาดฝุ่นละเอียดให้เขาเลย ㅎㅎ
ยิ่งช่วงแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่า แม้แต่หัตถการเพียงอย่างเดียวก็ต้อง
พิจารณาให้ละเอียดก่อนทำ
วันนี้เลยจะเริ่มจากคำถามที่ได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจครับ
"หลังฉีดโบท็อกซ์กราม รู้สึกว่าแก้มยุบลงไปมากเลยค่ะ"
พอได้ยินแบบนี้ครั้งแรก หลายคนมักคิดว่า
อาจจะแค่ผอมลงหรือคิดไปเองหรือเปล่า
แต่ผมเจอเคสมาไม่น้อย จนรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกไปเอง
อย่างแน่นอนครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของบทความวันนี้
Q. ทำไมฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มถึงยุบ?
A. เพราะเมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง โครงสร้างพยุงบริเวณขอบแก้มก็เปลี่ยนไปด้วย
Q. แก้มยุบเกิดจากฉีดผิดพลาดใช่ไหม?
A. ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป คนที่เดิมมีวอลุ่มแก้มน้อยจะเห็นชัดกว่า
Q. ถ้าเกิดแก้มยุบแล้ว จะแก้ยังไงได้บ้าง?
A. มีวิธีเสริมวอลุ่มด้วยฟิลเลอร์หรือทำหัตถการยกกระชับ ซึ่งจะอธิบายละเอียดในเนื้อหาด้านล่างครับ

เหตุผลที่โบท็อกซ์กรามทำให้แก้มยุบได้
โบท็อกซ์กราม หรือ โบท็อกซ์กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ (masseter muscle)คือการฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยว
เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อครับ
เป้าหมายหลักคือช่วยลดกรามเหลี่ยมหรือทำให้ช่วงล่างของใบหน้าดูเรียวขึ้น
และเพราะผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน
จึงเป็นหัตถการที่คนทำกันเยอะครับ
แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ไม่ได้เป็นแค่กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่ข้างกระดูกเท่านั้น
แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพยุงบริเวณช่วงกลาง-ล่างของแก้มด้วยครับ
เมื่อกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์เล็กลง
ชั้นไขมันแก้ม (buccal fat) และผิวหนังที่อยู่ด้านบน
อาจมีการหย่อนลงเล็กน้อยหรือดูยุบลงได้ครับ
ความยากคือ
เส้นกรอบหน้าดูเรียวขึ้นชัดเจนก็จริง
แต่แก้มกลับดูมีอายุขึ้นได้ในบางเคสครับ
งานวิจัยเรื่องการลดปริมาตรกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้าง (PubMed)ก็รายงานว่า เมื่อฉีดโบท็อกซ์ซ้ำในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์หนา
อาจเกิดการเปลี่ยนตำแหน่งของชั้นไขมันแก้มร่วมด้วยได้ครับ

แก้มยุบ มักเกิดกับใครมากกว่า?
พูดตรง ๆ เลยนะครับ
ยิ่งกล้ามเนื้อกรามใหญ่ และวอลุ่มแก้มเดิมน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดแก้มยุบมากขึ้นเท่านั้น
จากประสบการณ์ของผม คนกลุ่มนี้ควรระวังเป็นพิเศษครับ
คนที่กล้ามเนื้อกรามหนามากและแก้มบางอยู่แล้ว
คนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ความยืดหยุ่นของผิวเริ่มลดลงแล้ว
คนที่ไขมันในร่างกายต่ำหรือผอมโดยรวม
คนที่ฉีดโบท็อกซ์กรามซ้ำหลายครั้งจนกล้ามเนื้อฝ่อไปมาก
ในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนอายุต้น-กลาง 20s ที่แก้มอิ่มและผิวยืดหยุ่นดี
แม้กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ปัญหาแก้มยุบ
ก็มักเกิดน้อยกว่าครับ
ตอนแรกผมก็คิดผิดในจุดนี้เหมือนกันครับ
แรก ๆ นึกว่าแค่ target กล้ามเนื้อกรามให้ถูกก็พอแล้ว
แต่พอสะสมเคสมากขึ้น ก็รู้ว่าการดูวอลุ่มแก้มก่อน
สำคัญกว่ามากครับ
ถ้ากังวลเรื่องแก้มยุบ
ลองปรึกษาเรื่องการฉีดในตำแหน่งที่ต่ำลงดูได้ครับ
ถ้ายุบมาก
คอลลาเจนบูสเตอร์อย่าง Juvelook หรือ Sculptra
ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันครับ
👨⚕️ บันทึกจากการปฏิบัติจริงของคุณหมอวีย็องจิน:
จากประสบการณ์ของผม เคสที่ผู้รับบริการไม่พอใจเรื่องแก้มยุบส่วนใหญ่
มักเกิดจากการที่ไม่ได้ตรวจวอลุ่มแก้มให้ดีพอในการปรึกษาก่อนทำ
เวลาผมปรึกษาเรื่องโบท็อกซ์กราม ผมจะตรวจ
ความหนาของชั้นไขมันแก้มและความยืดหยุ่นของผิวก่อนเสมอครับ
สำหรับคนที่กล้ามเนื้อกรามหนามากและวอลุ่มแก้มน้อย
ผมจะแจ้งล่วงหน้าเสมอว่า "กรอบหน้าจะเรียวขึ้น แต่แก้มอาจดูยุบลงได้"
จุดนี้น่าเสียดายนิดหนึ่ง
เพราะโบท็อกซ์กรามได้ผลชัดเจน
แต่ถ้าไม่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงวอลุ่มใบหน้าโดยรวมด้วย
อาจส่งผลให้ดูแก่ลงกว่าเดิมได้ครับ
มีอีกอย่างที่อยากบอกไว้คือ
คลินิกที่เน้นทำเร็วทำเยอะแบบสายพาน มักข้ามขั้นตอนการปรึกษานี้ไปครับ
ถ้าแก้มยุบไปแล้ว จะทำยังไงดี?
สำหรับคนที่เกิดปัญหาแก้มยุบไปแล้ว มีแนวทางหลัก ๆ อยู่ 2 วิธีครับ
เสริมวอลุ่มด้วยฟิลเลอร์: ฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเพื่อเติมวอลุ่มบริเวณแก้มที่ยุบ เห็นผลทันที และถ้าทำได้เป็นธรรมชาติก็ดูดีโดยไม่ผิดปกติครับ
ทำหัตถการยกกระชับร่วมด้วย: อาจพิจารณาร้อยไหมหรือหัตถการกลุ่ม HIFU เพื่อดึงกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสครับ
อยากเพิ่มเติมอีกนิดว่า
การหยุดฉีดโบท็อกซ์กรามทันทีไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดครับ
กล้ามเนื้อกรามจะพัฒนากลับมาได้บ้างเมื่อหมดฤทธิ์โบท็อกซ์
ซึ่งทำให้แก้มดูดีขึ้นได้ส่วนหนึ่ง
แต่ก็มีเคสที่กล้ามเนื้อที่ฝ่อไปมากไม่กลับสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์
การแก้ปัญหาแก้มยุบที่ได้ผลจริงคือ ไม่ใช่การหยุดโบท็อกซ์กราม
แต่เป็นการเสริมวอลุ่มแก้มให้เหมาะสม
ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้ผลกว่าในทางปฏิบัติครับ

สรุปสำคัญ: แก้มยุบหลังฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นผลจากโครงสร้างพยุงแก้มที่เปลี่ยนไปเมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง คนที่วอลุ่มแก้มน้อยควรตรวจสอบให้ดีก่อนทำหัตถการเสมอครับ
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนฉีดโบท็อกซ์กราม
เพื่อป้องกันปัญหาแก้มยุบ ควรตรวจสอบรายการเหล่านี้ให้ครบในการปรึกษาก่อนทำครับ
วอลุ่มแก้มเพียงพอหรือเปล่า (ชั้นไขมันบางหรือไม่)
ความยืดหยุ่นของผิว (ถ้าอายุ 30 ปีขึ้นไปต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนขึ้น)
เคยฉีดโบท็อกซ์กรามมาก่อนกี่ครั้งแล้ว
ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร — ลดกรามเหลี่ยม หรือปรับเส้นกรอบหน้าโดยรวม
แม้จะขึ้นอยู่กับแต่ละเคส
แต่โดยทั่วไปผมจะแนะนำให้คนที่วอลุ่มแก้มน้อย
ลดปริมาณโบท็อกซ์กราม
หรือฉีดฟิลเลอร์แก้มก่อนแล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์กรามทีหลังครับ
หลายคนเข้าใจผิดในจุดนี้ว่า
ฉีดโบท็อกซ์กรามเยอะ ๆ ยิ่งดี — จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ
ยิ่งปริมาณมาก กล้ามเนื้อกรามก็ยิ่งเล็กลงมาก
และความเสี่ยงแก้มยุบก็ยิ่งสูงตามไปด้วยครับ
คุณหมอวีย็องจินจะอธิบายจุดนี้
ทุกครั้งในการปรึกษาโดยไม่ข้ามไปครับ
ไม่ใช่แค่ "ลดกล้ามเนื้อกรามให้นะคะ" แต่มองภาพรวมโครงสร้างใบหน้าทั้งหมด
ซึ่งทำให้ความพึงพอใจในผลลัพธ์สูงกว่ามากครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. แก้มยุบจะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม ถ้าหยุดฉีดโบท็อกซ์กราม?
A. กล้ามเนื้อกรามจะพัฒนากลับมาได้ระดับหนึ่งเมื่อหมดฤทธิ์โบท็อกซ์ครับ แต่ถ้าฝ่อมากจากการฉีดซ้ำหลายครั้ง ก็อาจไม่กลับสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ถ้ากังวลเรื่องแก้มยุบ การเสริมด้วยฟิลเลอร์แก้มน่าจะเป็นทางเลือกที่ได้ผลกว่าการหยุดฉีดครับ
Q2. มีวิธีลดกรามเหลี่ยมโดยไม่ให้แก้มยุบไหม?
A. การปรับปริมาณคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ถ้าใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับระดับความหนาของกล้ามเนื้อกรามและวอลุ่มแก้ม กรอบหน้าจะเรียวขึ้นโดยที่แก้มยุบน้อยที่สุด สำหรับคนที่วอลุ่มแก้มน้อย การฉีดฟิลเลอร์ก่อนแล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์กรามก็เป็นแนวทางที่ดีครับ
Q3. ถ้าแก้มยุบแล้ว ต้องฉีดฟิลเลอร์เท่าไหร่?
A. ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละคนครับ และผมไม่สามารถบอกตัวเลขได้โดยไม่ได้เห็นตัวจริง เพราะแนวทางจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่ง ความลึกของรอยยุบ และสภาพผิว จึงควรมาปรึกษาที่คลินิกก่อนครับ หรือถ้าอยากสอบถามเบื้องต้น ส่งรูปมาทาง KakaoTalk ได้เลยครับ
มีคำถามอะไรก็ทักมาคุยได้เลยนะครับผ่าน KakaoTalk
จะถามก่อนมาก็ได้ครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ — คุณหมอวีย็องจิน
✦ บทความที่น่าสนใจ
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มยุบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนวันละหลายรอบ
แถมฝุ่นละเอียดก็กลับมาหนักอีกแล้ว
ที่ญี่ปุ่นอากาศสะอาดจริง ๆ เลยนะครับ
เหมือนประเทศเราจะคอย
ช่วยเก็บกวาดฝุ่นละเอียดให้เขาเลย ㅎㅎ
ยิ่งช่วงแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่า แม้แต่หัตถการเพียงอย่างเดียวก็ต้อง
พิจารณาให้ละเอียดก่อนทำ
วันนี้เลยจะเริ่มจากคำถามที่ได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจครับ
"หลังฉีดโบท็อกซ์กราม รู้สึกว่าแก้มยุบลงไปมากเลยค่ะ"
พอได้ยินแบบนี้ครั้งแรก หลายคนมักคิดว่า
อาจจะแค่ผอมลงหรือคิดไปเองหรือเปล่า
แต่ผมเจอเคสมาไม่น้อย จนรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกไปเอง
อย่างแน่นอนครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของบทความวันนี้
Q. ทำไมฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มถึงยุบ?
A. เพราะเมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง โครงสร้างพยุงบริเวณขอบแก้มก็เปลี่ยนไปด้วย
Q. แก้มยุบเกิดจากฉีดผิดพลาดใช่ไหม?
A. ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป คนที่เดิมมีวอลุ่มแก้มน้อยจะเห็นชัดกว่า
Q. ถ้าเกิดแก้มยุบแล้ว จะแก้ยังไงได้บ้าง?
A. มีวิธีเสริมวอลุ่มด้วยฟิลเลอร์หรือทำหัตถการยกกระชับ ซึ่งจะอธิบายละเอียดในเนื้อหาด้านล่างครับ

เหตุผลที่โบท็อกซ์กรามทำให้แก้มยุบได้
โบท็อกซ์กราม หรือ โบท็อกซ์กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ (masseter muscle)คือการฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้าไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยว
เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อครับ
เป้าหมายหลักคือช่วยลดกรามเหลี่ยมหรือทำให้ช่วงล่างของใบหน้าดูเรียวขึ้น
และเพราะผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน
จึงเป็นหัตถการที่คนทำกันเยอะครับ
แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ไม่ได้เป็นแค่กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่ข้างกระดูกเท่านั้น
แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพยุงบริเวณช่วงกลาง-ล่างของแก้มด้วยครับ
เมื่อกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์เล็กลง
ชั้นไขมันแก้ม (buccal fat) และผิวหนังที่อยู่ด้านบน
อาจมีการหย่อนลงเล็กน้อยหรือดูยุบลงได้ครับ
ความยากคือ
เส้นกรอบหน้าดูเรียวขึ้นชัดเจนก็จริง
แต่แก้มกลับดูมีอายุขึ้นได้ในบางเคสครับ
งานวิจัยเรื่องการลดปริมาตรกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้าง (PubMed)ก็รายงานว่า เมื่อฉีดโบท็อกซ์ซ้ำในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์หนา
อาจเกิดการเปลี่ยนตำแหน่งของชั้นไขมันแก้มร่วมด้วยได้ครับ

แก้มยุบ มักเกิดกับใครมากกว่า?
พูดตรง ๆ เลยนะครับ
ยิ่งกล้ามเนื้อกรามใหญ่ และวอลุ่มแก้มเดิมน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดแก้มยุบมากขึ้นเท่านั้น
จากประสบการณ์ของผม คนกลุ่มนี้ควรระวังเป็นพิเศษครับ
คนที่กล้ามเนื้อกรามหนามากและแก้มบางอยู่แล้ว
คนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ความยืดหยุ่นของผิวเริ่มลดลงแล้ว
คนที่ไขมันในร่างกายต่ำหรือผอมโดยรวม
คนที่ฉีดโบท็อกซ์กรามซ้ำหลายครั้งจนกล้ามเนื้อฝ่อไปมาก
ในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนอายุต้น-กลาง 20s ที่แก้มอิ่มและผิวยืดหยุ่นดี
แม้กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ปัญหาแก้มยุบ
ก็มักเกิดน้อยกว่าครับ
ตอนแรกผมก็คิดผิดในจุดนี้เหมือนกันครับ
แรก ๆ นึกว่าแค่ target กล้ามเนื้อกรามให้ถูกก็พอแล้ว
แต่พอสะสมเคสมากขึ้น ก็รู้ว่าการดูวอลุ่มแก้มก่อน
สำคัญกว่ามากครับ
ถ้ากังวลเรื่องแก้มยุบ
ลองปรึกษาเรื่องการฉีดในตำแหน่งที่ต่ำลงดูได้ครับ
ถ้ายุบมาก
คอลลาเจนบูสเตอร์อย่าง Juvelook หรือ Sculptra
ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันครับ
👨⚕️ บันทึกจากการปฏิบัติจริงของคุณหมอวีย็องจิน:
จากประสบการณ์ของผม เคสที่ผู้รับบริการไม่พอใจเรื่องแก้มยุบส่วนใหญ่
มักเกิดจากการที่ไม่ได้ตรวจวอลุ่มแก้มให้ดีพอในการปรึกษาก่อนทำ
เวลาผมปรึกษาเรื่องโบท็อกซ์กราม ผมจะตรวจ
ความหนาของชั้นไขมันแก้มและความยืดหยุ่นของผิวก่อนเสมอครับ
สำหรับคนที่กล้ามเนื้อกรามหนามากและวอลุ่มแก้มน้อย
ผมจะแจ้งล่วงหน้าเสมอว่า "กรอบหน้าจะเรียวขึ้น แต่แก้มอาจดูยุบลงได้"
จุดนี้น่าเสียดายนิดหนึ่ง
เพราะโบท็อกซ์กรามได้ผลชัดเจน
แต่ถ้าไม่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงวอลุ่มใบหน้าโดยรวมด้วย
อาจส่งผลให้ดูแก่ลงกว่าเดิมได้ครับ
มีอีกอย่างที่อยากบอกไว้คือ
คลินิกที่เน้นทำเร็วทำเยอะแบบสายพาน มักข้ามขั้นตอนการปรึกษานี้ไปครับ
ถ้าแก้มยุบไปแล้ว จะทำยังไงดี?
สำหรับคนที่เกิดปัญหาแก้มยุบไปแล้ว มีแนวทางหลัก ๆ อยู่ 2 วิธีครับ
เสริมวอลุ่มด้วยฟิลเลอร์: ฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกเพื่อเติมวอลุ่มบริเวณแก้มที่ยุบ เห็นผลทันที และถ้าทำได้เป็นธรรมชาติก็ดูดีโดยไม่ผิดปกติครับ
ทำหัตถการยกกระชับร่วมด้วย: อาจพิจารณาร้อยไหมหรือหัตถการกลุ่ม HIFU เพื่อดึงกระชับเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสครับ
อยากเพิ่มเติมอีกนิดว่า
การหยุดฉีดโบท็อกซ์กรามทันทีไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดครับ
กล้ามเนื้อกรามจะพัฒนากลับมาได้บ้างเมื่อหมดฤทธิ์โบท็อกซ์
ซึ่งทำให้แก้มดูดีขึ้นได้ส่วนหนึ่ง
แต่ก็มีเคสที่กล้ามเนื้อที่ฝ่อไปมากไม่กลับสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์
การแก้ปัญหาแก้มยุบที่ได้ผลจริงคือ ไม่ใช่การหยุดโบท็อกซ์กราม
แต่เป็นการเสริมวอลุ่มแก้มให้เหมาะสม
ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้ผลกว่าในทางปฏิบัติครับ

สรุปสำคัญ: แก้มยุบหลังฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นผลจากโครงสร้างพยุงแก้มที่เปลี่ยนไปเมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง คนที่วอลุ่มแก้มน้อยควรตรวจสอบให้ดีก่อนทำหัตถการเสมอครับ
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนฉีดโบท็อกซ์กราม
เพื่อป้องกันปัญหาแก้มยุบ ควรตรวจสอบรายการเหล่านี้ให้ครบในการปรึกษาก่อนทำครับ
วอลุ่มแก้มเพียงพอหรือเปล่า (ชั้นไขมันบางหรือไม่)
ความยืดหยุ่นของผิว (ถ้าอายุ 30 ปีขึ้นไปต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนขึ้น)
เคยฉีดโบท็อกซ์กรามมาก่อนกี่ครั้งแล้ว
ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร — ลดกรามเหลี่ยม หรือปรับเส้นกรอบหน้าโดยรวม
แม้จะขึ้นอยู่กับแต่ละเคส
แต่โดยทั่วไปผมจะแนะนำให้คนที่วอลุ่มแก้มน้อย
ลดปริมาณโบท็อกซ์กราม
หรือฉีดฟิลเลอร์แก้มก่อนแล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์กรามทีหลังครับ
หลายคนเข้าใจผิดในจุดนี้ว่า
ฉีดโบท็อกซ์กรามเยอะ ๆ ยิ่งดี — จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ
ยิ่งปริมาณมาก กล้ามเนื้อกรามก็ยิ่งเล็กลงมาก
และความเสี่ยงแก้มยุบก็ยิ่งสูงตามไปด้วยครับ
คุณหมอวีย็องจินจะอธิบายจุดนี้
ทุกครั้งในการปรึกษาโดยไม่ข้ามไปครับ
ไม่ใช่แค่ "ลดกล้ามเนื้อกรามให้นะคะ" แต่มองภาพรวมโครงสร้างใบหน้าทั้งหมด
ซึ่งทำให้ความพึงพอใจในผลลัพธ์สูงกว่ามากครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. แก้มยุบจะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม ถ้าหยุดฉีดโบท็อกซ์กราม?
A. กล้ามเนื้อกรามจะพัฒนากลับมาได้ระดับหนึ่งเมื่อหมดฤทธิ์โบท็อกซ์ครับ แต่ถ้าฝ่อมากจากการฉีดซ้ำหลายครั้ง ก็อาจไม่กลับสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ถ้ากังวลเรื่องแก้มยุบ การเสริมด้วยฟิลเลอร์แก้มน่าจะเป็นทางเลือกที่ได้ผลกว่าการหยุดฉีดครับ
Q2. มีวิธีลดกรามเหลี่ยมโดยไม่ให้แก้มยุบไหม?
A. การปรับปริมาณคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ถ้าใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับระดับความหนาของกล้ามเนื้อกรามและวอลุ่มแก้ม กรอบหน้าจะเรียวขึ้นโดยที่แก้มยุบน้อยที่สุด สำหรับคนที่วอลุ่มแก้มน้อย การฉีดฟิลเลอร์ก่อนแล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์กรามก็เป็นแนวทางที่ดีครับ
Q3. ถ้าแก้มยุบแล้ว ต้องฉีดฟิลเลอร์เท่าไหร่?
A. ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละคนครับ และผมไม่สามารถบอกตัวเลขได้โดยไม่ได้เห็นตัวจริง เพราะแนวทางจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่ง ความลึกของรอยยุบ และสภาพผิว จึงควรมาปรึกษาที่คลินิกก่อนครับ หรือถ้าอยากสอบถามเบื้องต้น ส่งรูปมาทาง KakaoTalk ได้เลยครับ
มีคำถามอะไรก็ทักมาคุยได้เลยนะครับผ่าน KakaoTalk
จะถามก่อนมาก็ได้ครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ — คุณหมอวีย็องจิน
✦ บทความที่น่าสนใจ
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ร่องน้ำหมากไม่ใช่ปัญหา! เหตุผลที่ต้องลบ "เงา" ด้วยฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ได้อย่างไร? อธิบายให้เข้าใจง่ายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเงาที่เกิดขึ้นในบริเวณที่ยุบลงกับความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์

ผิว
เลเซอร์ฝ้า ยิงแรงยิ่งหายดีจริงหรือ? "กลับอาจทำให้เข้มขึ้นได้"
การรักษาฝ้า ไม่ใช่ว่าเลเซอร์ที่แรงกว่าจะดีที่สุด ยิ่งเป็นฝ้าฝังลึกเท่าไร ก็ยิ่งต้องทำโทนนิ่งซ้ำๆ ด้วยพลังงานอ่อนๆ เราจะอธิบายตั้งแต่หลักการพื้นฐานว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

กำจัดขน
แพ็กเกจกำจัดขนขา 3 ครั้ง? ทำไมกดจ่ายทันทีเพราะราคาถูกถึงอาจไม่คุ้ม
ทำไมการเลเซอร์กำจัดขนที่ขาจึงต้องทำมากกว่า 5 ครั้ง? เราสรุปไว้ตั้งแต่หลักการของพื้นที่และวงจรการเจริญเติบโต ไปจนถึงเกณฑ์ในการเลือกแพ็กเกจตามค่าใช้จ่ายแล้ว


กำจัดขน
การกำจัดขนสำหรับผู้ชาย ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันในแต่ละคลินิก?
หากกำลังมองหาคลินิกผิวหนังสำหรับเลเซอร์กำจัดขนผู้ชายย่านฮงแด ควรตรวจสอบความแตกต่างของอุปกรณ์เลเซอร์ก่อนเป็นอันดับแรก การตั้งค่าความยาวคลื่นให้เหมาะกับสภาพผิวเป็นตัวกำหนดทั้งประสิทธิภาพและโอกาสเกิดผลข้างเคียง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กราม ฉีดตำแหน่งไหนกันแน่?
ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบ? ตรวจสอบจุดฉีด ยิ่งฉีดต่ำลงยิ่งลดปัญหาแก้มตอบได้อย่างปลอดภัย


โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ
โบท็อกซ์คาง 60U ไม่ใช่แค่เยอะ! หมออธิบายปริมาณที่เหมาะตามเพศ-รูปร่าง พร้อมผลลัพธ์ที่ต่างกันจริง

![[บิวตี้สโตน] อยากไม่ให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำล้มเหลวใช่ไหม? "ความละเอียดที่ระดับ 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์ได้"](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)