คิดว่าวันครึ้มไม่ทากันแดดก็ได้ จริงไหมคะ มาดูรังสี UV ที่ทะลุกระจกและสะสมจนเกิดริ้วรอยจากแดดกันค่ะ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
ทั้งที่ไม่ใช่ออฟฟิศแบบไม่มีหน้าต่าง แต่วันที่อยู่แต่ในห้องทั้งวัน เคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ ว่า "วันนี้ไม่ทากันแดดก็คงไม่เป็นไร" โดยเฉพาะวันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้มจัด ๆ ยิ่งรู้สึกแบบนั้นมากขึ้นค่ะ เพราะดูเหมือนไม่มีแดด เลยรู้สึกว่าการทาครีมกันแดดเหนียว ๆ ซ้ำอีกทีเป็นเรื่องยุ่งยากไปหน่อยค่ะ
ตอบสั้น ๆ ก็คือ การอยู่ในบ้านหรือเป็นวันฟ้าครึ้มไม่ได้แปลว่ารังสี UV จะหายไปค่ะ รังสี UV ที่ทะลุกระจกหน้าต่างและที่ลอดผ่านเมฆลงมา แม้ตาจะมองไม่ค่อยเห็น แต่ก็ยังตกกระทบผิวเราอยู่ดี โดยเฉพาะรังสีที่แทรกซึมลึกเข้าไปในผิวจนเร่งความเสื่อมวัยนั้น ผ่านกระจกได้ง่ายมาก ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างความรู้สึกที่ว่า "ไม่ได้ออกไปข้างนอกก็คงไม่เป็นไร" กับการสัมผัสรังสีที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทาครีมกันแดดหนา ๆ ทั่วตัวทุกวันนะคะ แค่จับจุดว่าแต่ละสถานการณ์ควรดูแลตัวเองแค่ไหน ก็จะสบายใจขึ้นค่ะ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของคลินิกบิวตี้สโตน ฮับจองค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้
รังสี UV ชนิดไหนที่ทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาได้
วันฟ้าครึ้มยังมีรังสี UV ลงมามากแค่ไหน
ในบ้าน ริมหน้าต่าง และวันฟ้าครึ้ม แต่ละสถานการณ์ควรป้องกันแค่ไหน
การสัมผัสรังสีเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่สะสมจนเกิดผิวเสื่อมจากแสงแดด จะชะลอได้อย่างไร
รังสี UV ที่มองไม่เห็นต่างหากที่น่ากังวลกว่า
รังสี UV แบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็น UVA* และ UVB* สองชนิดค่ะ ความรู้สึกที่เราคุ้นเคย เช่น "ผิวไหม้แดด" หรือ "หน้าแสบร้อน" ส่วนใหญ่มาจาก UVB เพราะมีความยาวคลื่นสั้นและออกฤทธิ์ที่ชั้นหนังกำพร้าเป็นหลัก จึงทำให้เกิดอาการแดงหรือไหม้ได้ทันที เวลาอยู่กลางแดดจัดนาน ๆ จึงรู้สึกได้เร็วค่ะ
UVA*: รังสี UV ที่มีความยาวคลื่นยาว จึงแทรกซึมลึกเข้าไปถึงชั้นหนังแท้ของผิว แม้จะไม่ทำให้แดงทันที แต่ค่อย ๆ ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจากวัย เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ และผิวหย่อนคล้อย
UVB*: รังสี UV ที่มีความยาวคลื่นสั้น ออกฤทธิ์ที่ชั้นหนังกำพร้าเป็นหลัก ทำให้เกิดอาการแดงคล้ายผิวไหม้แดดหรือผิวไหม้ได้ค่อนข้างเร็ว
ปัญหาคือ UVA ที่เราไม่รู้สึกตัวนี่แหละค่ะ เพราะ UVA มีความยาวคลื่นยาว จึงไม่หยุดอยู่แค่ผิวชั้นนอก แต่ทะลุลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ ตามที่มีคำอธิบายว่ารังสีนี้แทรกซึมลึกเข้าไปในชั้นผิวจนสร้างอนุมูลอิสระ และก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังค่ะ ในชั้นหนังแท้มีคอลลาเจนและอีลาสตินที่คอยพยุงความยืดหยุ่นของผิวอยู่ เมื่อชั้นนี้ถูกกระตุ้น จะไม่แสดงผลให้เห็นภายในไม่กี่วัน แต่จะค่อย ๆ ปรากฏเป็นริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวหย่อนคล้อยในอีกหลายปีข้างหน้า เพราะไม่เห็นผลทันที รังสี UV ชนิดนี้จึงเป็นตัวที่คนมักชะล่าใจ ทำให้การดูแลอย่างสม่ำเสมอยิ่งสำคัญค่ะ


กระจกหน้าต่างกันรังสี UVA ได้ไม่ค่อยดี
ถ้าอยู่ในบ้านแต่เป็นตำแหน่งริมหน้าต่าง เรื่องจะเปลี่ยนไปค่ะ กระจกหน้าต่างทั่วไปกรอง UVB ได้ค่อนข้างมาก แต่ปล่อยให้ UVA ที่มีความยาวคลื่นยาวผ่านเข้ามาได้ง่าย ตามที่มีคำแนะนำว่า UVA ที่ทะลุผ่านกระจกหน้าต่างอาจเร่งให้ผิวเสื่อมวัย เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้ ผิวบริเวณที่นั่งริมหน้าต่างที่มีแดดส่อง หรือฝั่งที่นั่งขับรถ จึงสัมผัสรังสี UV มากกว่าที่คิดค่ะ ในความเป็นจริงก็มีเคสที่พูดถึงกันบ่อย ๆ ว่าคนที่ขับรถเป็นเวลานาน ใบหน้าฝั่งที่ติดกระจกจะเสื่อมวัยเร็วกว่าฝั่งตรงข้าม
ดังนั้นแทนที่จะคิดว่า "อยู่ในบ้านก็ไม่เป็นไร" ลองแบ่งตามจริงว่า "อยู่ตรงไหน นานแค่ไหน" จะใช้ได้จริงมากกว่าค่ะ ถ้านั่งอยู่ด้านในที่ห่างจากหน้าต่างมาก การสัมผัสรังสีก็น้อย แต่ถ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่ริมหน้าต่างที่มีแดดส่อง แม้จะอยู่ในบ้านก็ควรทาครีมกันแดดไว้ดีกว่าค่ะ สรุปตามสถานการณ์ได้ดังนี้ค่ะ
สถานการณ์ | การสัมผัสรังสี UV | ความจำเป็นในการป้องกัน |
|---|---|---|
ในบ้านฝั่งที่ไม่มีหน้าต่าง | น้อยมาก | น้อย |
ริมหน้าต่างที่มีแดดส่อง | ปานกลาง (UVA) | ปานกลาง |
ขับรถ·เดินทางไกล | ปานกลาง~สูง (UVA) | สูง |
กลางแจ้งวันฟ้าครึ้ม | ปานกลาง~สูง | สูง |
กลางแจ้งวันแดดจัด | สูง | สูงมาก |

วันฟ้าครึ้มรังสี UV ก็ยังลอดผ่านเมฆลงมาได้
พอมองไม่เห็นแดด ก็เผลอคิดว่ารังสี UV คงพักไปด้วย แต่จริง ๆ แล้วเมฆไม่ได้กันรังสี UV ได้มากอย่างที่คิดค่ะ อย่างที่บอกไปแล้วว่าปริมาณแสงที่ตามองเห็นกับปริมาณรังสี UV จริงเป็นคนละเรื่องกัน แม้เป็นวันที่ฟ้าครึ้มจัด รังสี UV ส่วนใหญ่ก็ยังทะลุผ่านชั้นเมฆลงมาถึงพื้นผิวได้อยู่ดีค่ะ

โดยเฉพาะวันที่ฟ้าครึ้มบาง ๆ เมฆจะกระจายแสงไปทั่วทุกทิศทาง จนบางครั้งรังสี UV กลับตกกระทบผิวจากหลายทิศทางมากขึ้นด้วยซ้ำ อีกทั้งความจ้าที่น้อยลงยังทำให้อยู่ข้างนอกได้นานขึ้น ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้สัมผัสรังสีมากขึ้นค่ะ วันที่ฝนตกหรือเมฆดำหนาทึบมาก ปริมาณรังสีที่ลงมาจะลดลงเห็นได้ชัด แต่ก็ยังสรุปแบบเหมารวมไม่ได้ว่า "ฟ้าครึ้มแล้วไม่ต้องทาก็ได้" หากแค่ออกไปแป๊บเดียวก็ไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ถ้าวันฟ้าครึ้มที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งนาน ๆ ทาครีมกันแดดไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่าค่ะ

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง
บิวตี้สโตน ฮับจอง เน้นดูสภาพผิวในตอนนี้ก่อนเป็นอันดับแรก มากกว่าจะพูดถึงเรื่องหัตถการทันทีค่ะ แม้จะสัมผัสรังสี UV แบบเดียวกัน แต่แนวทางดูแลจะต่างกันไปตามโทนผิว การตอบสนองของเม็ดสี และรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน จึงแยกให้ชัดว่าช่วงไหนดูแลเองที่บ้านได้ และสัญญาณแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ค่ะ เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอย่างใกล้ชิด แล้วค่อย ๆ วางแผนขั้นตอนถัดไปร่วมกันได้ค่ะ

การสัมผัสรังสีเล็ก ๆ ทุกวันสะสมจนกลายเป็นผิวเสื่อมจากแสงแดด
รังสี UV ในแต่ละวันอาจดูเหมือนไม่มากนัก แต่ถ้าสัมผัสแบบนี้สะสมต่อเนื่องหลายปี ก็จะนำไปสู่ภาวะผิวเสื่อมจากแสงแดดได้ค่ะ ผิวเสื่อมจากแสงแดดนี้ต่างจากความเสื่อมตามวัยตามธรรมชาติ เพราะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ถูกเร่งขึ้นจากการสะสมของรังสี UV ตามที่มีคำอธิบายว่าการสัมผัสรังสี UV เรื้อรังก่อให้เกิดผิวเสื่อมวัย เช่น ริ้วรอย ผิวหยาบกร้าน และจุดด่างดำ ริ้วรอยลึกหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอที่เราเห็น ส่วนใหญ่จึงไม่ใช่ผลจากวันเดียว แต่เป็นผลจากการสะสมทีละน้อยเป็นเวลานานค่ะ
ดังนั้นการป้องกันแดดไม่ควรทำแค่ "วันที่ออกไปข้างนอกนาน ๆ" แต่ควรเป็นนิสัยพื้นฐานในชีวิตประจำวันค่ะ เพียงแต่ปรับความเข้มข้นให้เหมาะกับสถานการณ์ ก็จะไม่รู้สึกเป็นภาระมากเกินไป
วันที่นั่งริมหน้าต่างหรือขับรถนาน — แม้อยู่ในบ้านก็ควรทาครีมกันแดดที่ใบหน้า
ทำกิจกรรมกลางแจ้งวันฟ้าครึ้ม — ดูแลเหมือนวันแดดจัดเลยค่ะ
ออกไปแค่แป๊บเดียว — ไม่ต้องกังวลจนเกินไปก็ได้ค่ะ
นิสัยอื่นนอกจากครีมกันแดด — ถ้าอยู่ริมหน้าต่างก็ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ช่วย ถ้าอยู่กลางแจ้งก็ใช้หมวกหรือร่มช่วยได้ด้วยค่ะ
ที่สำคัญคือ แทนที่จะพยายามทำให้สมบูรณ์แบบจนเหนื่อยแล้วเลิกทำไปเลย ลองเรียงลำดับความสำคัญจากสถานการณ์ที่สัมผัสรังสีมากที่สุดก่อน จะทำต่อเนื่องได้นานกว่าค่ะ หากมีปัญหาเม็ดสีหรือริ้วรอยที่เริ่มกังวลอยู่แล้ว บางครั้งการดูแลตัวเองอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะแก้ไขได้ กรณีแบบนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสภาพผิวจะปลอดภัยกว่าค่ะ ราคาและความเหมาะสมของหัตถการอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาและสภาพผิว ดังนั้นแนวทางที่เหมาะกับตัวเองควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. วันที่อยู่แต่ในบ้าน ก็ยังต้องทาครีมกันแดดอยู่ไหมคะ
A. ถ้าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ด้านในที่ห่างจากหน้าต่างมาก ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องทาทุกครั้งครับ แต่ถ้านั่งอยู่ริมหน้าต่างที่มีแดดส่องเข้ามาเป็นเวลานาน หรือเปิดม่านไว้ตลอด ก็ควรทาที่ใบหน้าไว้บ้างครับ เพราะกระจกหน้าต่างกันรังสี UVA ได้ไม่ค่อยดีครับ
Q. วันฟ้าครึ้มออกไปแป๊บเดียว ก็ต้องทาไหมคะ
A. ถ้าออกไปแค่แป๊บเดียวจริง ๆ ไม่ต้องกังวลมากครับ แต่ถึงเป็นวันฟ้าครึ้ม รังสี UV ส่วนใหญ่ก็ยังทะลุผ่านเมฆลงมาได้ ถ้าคาดว่าจะทำกิจกรรมกลางแจ้งนานเกิน 30 นาที ทาไว้ก่อนจะอุ่นใจกว่าครับ วันแบบนี้ความจ้าน้อยจนมักชะล่าใจ เลยยิ่งควรใส่ใจครับ
Q. ตอนขับรถก็ต้องกันแดดด้วยไหมคะ
A. ใช่ครับ ผิวฝั่งที่นั่งขับรถมักสัมผัส UVA ที่ทะลุผ่านกระจกหน้าต่างได้ง่าย ถ้าขับทางไกลหรือขับรถไปทำงานทุกวันเป็นเวลานาน ควรทาครีมกันแดดที่ใบหน้าและแขนด้วยครับ ฟิล์มกรองรังสี UV หรือเสื้อแขนยาวก็ช่วยป้องกันเพิ่มเติมได้ครับ
Q. ทาครีมกันแดดอย่างเดียวป้องกันผิวเสื่อมจากแสงแดดได้หมดเลยไหมคะ
A. ครีมกันแดดช่วยชะลอผิวเสื่อมจากแสงแดดได้มาก แต่ไม่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ 100% ครับ จึงควรใช้การป้องกันทางกายภาพร่วมด้วย เช่น หมวก ร่ม หรือหลบในที่ร่ม หากมีปัญหาเม็ดสีหรือริ้วรอยที่เกิดขึ้นแล้ว บางครั้งการดูแลตัวเองอย่างเดียวอาจแก้ไขได้ยาก ถ้ากังวลแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสภาพผิวครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้
ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

ยกกระชับ
ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?
หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ



