อัลเทอร่า ทำไมราคาต่างกัน? อยู่ที่จำนวนช็อต คาร์ทริดจ์ และทักษะ ถูกใช่ว่าแย่ แพงใช่ว่าดี

อ่านก่อนตัดสินใจนะคะ
Q. Ulthera ราคา 1 ล้านวอน
ใช้เครื่องปลอมหรือเปล่านะ?
A. ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปค่ะ ถึงจะเป็นเครื่องแท้
แต่ถ้าลดจำนวนช็อต (shot) และหัวคาร์ทริดจ์ลง ก็ทำราคานั้นได้ค่ะ
ประเด็นจึงไม่ใช่ 'เครื่องราคาถูก' แต่เป็นเพราะ 'ยิงน้อยเกินไป' ต่างหากค่ะ
Q. ถ้าอย่างนั้น ยิ่งแพงยิ่งดีหรือเปล่าคะ?
A. ก็ไม่ใช่อีกเหมือนกันค่ะ ต่อให้ราคา 3 ล้านวอน
แต่ถ้ายิงโดยแพทย์ที่ประสบการณ์น้อย และยิงอัดมากเกินไป
ก็อาจจะทำให้แก้มตอบหรือไขมันฝ่อตัวแทนได้ค่ะ
เวลาหาข้อมูลเรื่อง Ulthera
อาจจะทำให้รู้สึกปวดหัวอยู่บ้างใช่ไหมคะ?
เพราะโปรแกรมชื่อเดียวกันแท้ๆ แต่บางคลินิกราคา 8.9 แสนวอน
ในขณะที่บางคลินิกราคาพุ่งไปถึง 3.2 ล้านวอน
ราคาต่างกันถึง 3 เท่าแบบนี้
ก็ต้องมีแอบคิดบ้างแหละว่า "นี่มันคือเลเซอร์ตัวเดียวกันจริงๆ ใช่ไหมนะ"
พูดตามตรงเลยก็คือ ตัวเครื่องน่ะเหมือนกันเป๊ะเลยค่ะ
แต่สิ่งที่ต่างกันจริงๆ คือส่วนอื่นต่างหาก

สรุปแล้ว มันแตกต่างกันตรงไหนกันแน่นะ?
Ulthera คือโปรแกรมยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU)
ส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิว
เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ
โดย Ulthera จะมีฟังก์ชันที่เรียกว่า DS (Deep See)
ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริงขณะยิงพลังงานลงไปได้แบบเรียลไทม์
เพราะแบบนี้ ความแม่นยำจึงสูงมาก
และทำให้ราคาเครื่องกับหัวคาร์ทริดจ์แพงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

ทำไมแต่ละคลินิกถึงตั้งราคาต่างกันขนาดนี้?
"ทำไมราคา Ulthera ของแต่ละคลินิกไม่อีดทนเหมือนกัน?
มาดูความต่างแบบเนื้อๆ ระหว่างคอร์ส 1 ล้านวอน กับ 3 ล้านวอนกันครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
คีย์เวิร์ดสำคัญคือสิ่งนี้ค่ะ
ความต่างของราคา Ulthera ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ 'ตัวเครื่อง'
แต่ขึ้นอยู่กับ 'จำนวนช็อต + การเลือกใช้หัวคาร์ทริดจ์ + ฝีมือแพทย์ผู้ยิง' ค่ะ
เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้วัย 40 กว่าเข้ามาปรึกษา บอกว่าไปทำ Ulthera ราคา 9.9 แสนวอนมา
แต่กลับรู้สึกไม่เห็นผลเลยแม้แต่น้อย
พอหมอลองเช็กดู ปรากฏว่าทั่วทั้งใบหน้ายิงไปแค่ 300 ช็อตเท่านั้นเองค่ะ
ตามปกติแล้ว สำหรับการยิงทั่วหน้า (Full face)
เราจำเป็นต้องยิงประมาณ 600 - 800 ช็อต
ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ
หัวคาร์ทริดจ์ของ Ulthera มีหลายขนาด เช่น 1.5mm, 3.0mm, และ 4.5mm
เพื่อแก้ปัญหาในชั้นผิวที่แตกต่างกันไปในแต่ละความลึก
สำหรับการดีไซน์การยกกระชับที่สมบูรณ์แบบ แพทย์ควรยิงผสมผสานทั้ง 3 ความลึกนี้
แต่สำหรับพวกโปรโมชั่นราคาถูกมากๆ
มักจะเลือกใช้คาร์ทริดจ์เพียงแบบเดียวเพื่อประหยัดต้นทุนค่ะ
แม้ว่าจะเป็นเครื่อง Ulthera ของแท้แน่นอน
แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะลดลงเหลือแค่ครึ่งเดียวค่ะ
บทสรุปสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
เวลาไปปรึกษาเรื่อง Ulthera แทนที่จะดูแค่เรื่องราคา
มี 2 คำถามสำคัญที่ควรสแกนก่อนเลยค่ะ
"ยิงทั้งหมดกี่ช็อตคะ?" "ใช้หัวคาร์ทริดจ์ทั้งหมดกี่ขนาดคะ?"
ถ้าทั้งสองอย่างนี้เท่ากัน ราคาก็แทบจะไม่ต่างกันมากหรอกค่ะ
คราวนี้คุณก็สามารถนำราคามาเปรียบเทียบกันได้อย่างแฟร์ๆ แล้วนะคะ

ไกด์ไลน์แนะนำการทำตามสภาพผิว
ประเภทผิว | ดีไซน์ที่แนะนำ | ราคาประมาณ |
ช่วงอายุ 30 ปีต้นๆ เน้นการป้องกัน | 3.0/4.5mm จำนวน 300~400 ช็อต | ประมาณ 1 ล้านวอน |
ช่วงอายุ 30 ปลายๆ~40 ปี เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย | 1.5/3.0/4.5mm จำนวน 600 ช็อต | ประมาณ 1.8~2.2 ล้านวอน |
ช่วงอายุ 40 ปีปลายๆ ขึ้นไป ปัญหาหย่อนคล้อยระดับลึก | ทั่วใบหน้า + ลำคอ จำนวน 800~1000 ช็อต | ประมาณ 2.5~3.2 ล้านวอน |
แต่ก็ไม่ใช่ว่ายิ่งกระหน่ำยิงช็อตเยอะๆ
แล้วผลลัพธ์จะดีขึ้นเป็นเท่าทวีคูณนะคะ
สำหรับคนที่มีแก้มค่อนข้างตอบหรือเนื้อแก้มน้อย หากยิงเยอะเกินไป
ก็อาจจะทำให้หน้ายิ่งดูตอบและดูมีอายุขึ้นได้ค่ะ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญพอๆ กับจำนวนช็อตก็คือ
"การดีไซน์และกระจายจำนวนช็อตอย่างสัดส่วนและเหมาะสม" ค่ะ
3 คำถามพบบ่อยสุดๆ ในห้องตรวจ
Q1. คลินิกที่ราคาถูกมากๆ เป็นเพราะใช้เครื่องปลอมใช่ไหมคะ?
ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเครื่องแท้ค่ะ
แต่ที่ทำราคาถูกได้ เป็นเพราะการลดจำนวนช็อตลง
หรือเลือกใช้คาร์ทริดจ์เพียงประเภทเดียว ซึ่งเป็นเรื่องของความต่างในการดีไซน์คอร์สค่ะ
Q2. ผลลัพธ์ของ Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
ถ้าหากยิงในปริมาณจำนวนช็อตที่เหมาะสมและเพียงพอ
ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานถึง 12 ถึง 18 เดือนเลยค่ะ
แต่ถ้าหากยิงจำนวนช็อตน้อยเกินไป มักจะอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำค่ะ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือเปล่าคะ?
เห็นว่ามีโอกาสโดนเส้นประสาทอักเสบด้วย?
เนื่องจาก Ulthera เป็นการยิงส่งพลังงานลงไปลึกมาก
หากยิงโดยแพทย์ที่ยังไม่มีชั่วโมงบินมากพอ ก็อาจจะไปกระตุ้นหรือทำโดนเส้นประสาทได้ค่ะ
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้เข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง
และควรตรวจสอบจุดนี้ให้มั่นใจมากกว่าการเน้นเปรียบเทียบเรื่องราคานะคะ
หากมีข้อสงสัยตรงไหนที่ยังงงๆ อยู่
สามารถเข้ามาให้หมอตรวจวิเคราะห์สภาพผิวจริงและแนะนำให้ที่คลินิกได้เลยนะครับ
ยินดีให้คำปรึกษา หมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่าน
▶เลเซอร์กำจัดขนหนวดเครา อย่าเพิ่งเชื่อว่ากำจัดได้ถาวรจริง ถ้าไม่ใช่ GentleMax Pro Plus
▶โบก้อนแพงๆ ดีจริง สมราคาไหม? (ความจริงจากใจแพทย์ผู้ให้การรักษา)
▶ฉีดโบท็อกซ์กรามไปตั้ง 10 ครั้งก็ไม่เห็นผล แต่พอมาโบท็อกซ์น้ำลายปุ๊บ หน้าเรียวเปลี่ยนไปเลย
▶[ไม่ใช่ AI เขียน] ใครกลัวเจ็บตอนเลเซอร์ขนหนวดเครา มาดูวิธีทนเจ็บแบบชิลๆ กัน - รวมประเภทการยาชา

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

ผิว
หลังจากฉีด Sculptra แล้ว อีกนานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวฟูดูมีวอลลุ่ม และผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหลังฉีด Sculptra ทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง เราได้รวบรวมช่วงเวลาตั้งแต่หลังฉีด ไปจนถึงช่วง 6 สัปดาห์ - 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและเห็น volume ค่อยๆ ฟูสวยชัดเจนขึ้นมาฝากกันค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Secret RF อาการแดงและคันยิบๆ จะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างคะ?
เรามาดูรีวิวขั้นตอนการฟื้นฟูผิวแบบละเอียดกันค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Secret RF ทันทีถึงมีรอยแดง และในแต่ละวันรอยเหล่านั้นจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรบ้าง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบกราม (botox) กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลหน้าเรียวคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ

ผิว
ฝ้าแดดและจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในการทำเลเซอร์เม็ดสีแค่ครั้งเดียว แถมยังคอยจะกลับขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ กันนะ?
เรามาเจาะลึกกันว่าทำไม ฝ้า ถึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียวเหมือนจุดด่างดำหรือกระทั่วไป และทำไมการใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้เกิดรอยดำสะท้อนกลับ (rebound pigmentation) แทนค่ะ

ผิว
รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว
เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ



