
โบท็อกซ์ลดกราม ไม่ควรฉีดทุก 3 เดือน | บิวตี้สโตน
โบท็อกซ์ลดกราม ไม่ควรฉีดทุก 3 เดือน | บิวตี้สโตน
โบท็อกซ์ลดกราม ไม่ควรฉีดทุก 3 เดือน | บิวตี้สโตน
ข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมาจากผู้อำนวยการวี ยองจิน: โบท็อกซ์คลายฤทธิ์เร็วไม่ใช่เพราะภาวะดื้อยา
ได้ผลแรงมาก
แต่ก็ยังกลับมาฉีดซ้ำ
คนที่กลับมาฉีดอีก,
เหตุผลที่ผมต้องบอกให้กลับไปก่อน

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ซึ่งเป็นช่วงเตรียมตัวเริ่มต้นใหม่,
กรามเหลี่ยม หน้าผาก และหว่างคิ้ว!
ในจุดที่เห็นผลชัดที่สุด
«คราวนี้คงต้องฉีดโบท็อกซ์หน่อยแล้ว»
คนที่เข้ามาปรึกษาจึงเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ
ทุกครั้งจะมีคำถามที่เจอเหมือนกันเสมอ
วันนี้ผมขอสรุปให้ชัดๆ เลย
📌 ก่อนฉีดโบท็อกซ์
คำถามสำคัญ
Q. ต้องฉีดทุก 3 เดือน
จริงๆ ไหม?
ไม่จำเป็นครับ/ค่ะ 3 เดือนเป็นแค่ค่าเฉลี่ยเท่านั้น
เพราะอัตราเมตาบอลิซึมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
รอบการฉีดจึงต่างกันไปด้วย
*ฉีดเมื่อจำเป็นก็พอ!
Q. ฉีดบ่อยขึ้น
จะได้ผลดีกว่าไหม?
ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป
ถี่เกินไปอาจ
ทำให้เกิดปัญหาได้
*ปัญหา: กล้ามเนื้อชดเชยอาจแข็งแรงขึ้น
Q. ถ้าหมดฤทธิ์เร็ว
แปลว่าดื้อยาแล้วหรือ?
ไม่เกี่ยวกับการดื้อยาเลย!
การดื้อยาและอัตราเมตาบอลิซึม
เป็นคนละเรื่องกันชัดเจน
1. ทำไม
“ทุก 3 เดือน” ถึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ยังคงผลอยู่
ต่างกันไปมากในแต่ละคน
เพราะการส่งสัญญาณประสาทถูกบล็อกไปแล้ว
กลับมาเปิดใหม่เร็วช้า
ไม่เท่ากัน
ถ้าดูจากเคสจริงในคลินิก
จะแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 กลุ่ม
ประเภท | ระยะคงอยู่ | ลักษณะ |
คนที่เมตาบอลิซึมเร็ว | ประมาณ 2 เดือน | ออกกำลังกายเยอะ พบบ่อยในวัยหนุ่มสาว |
คนทั่วไป | 3~4 เดือน | เคสที่พบบ่อยที่สุด |
คนที่เมตาบอลิซึมช้า | 5~6 เดือนขึ้นไป | ผลลดริ้วรอยอยู่ได้นาน |
ทั้งที่ผลยังอยู่ชัดๆ
เพราะ «ครบ 3 เดือนแล้ว»
ก็กลับมาฉีดซ้ำ
ถือเป็นการเสียเงินเกินจำเป็น เท่านั้นเอง
[*ทางเราก็อธิบายโดยใช้กรอบ 3 เดือนเหมือนกัน]
2. ถ้าฉีดถี่เกินไป
ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นคืออะไร

ถ้าฉีดโบท็อกซ์ซ้ำในช่วงเวลาที่สั้นมากเกินไป
ร่างกายอาจสร้างแอนติบอดี (neutralizing antibody)
ได้
คนทั่วไปมักเรียกสิ่งนี้ว่า «ดื้อยา»
และถ้าเกิดขึ้นแล้ว
ผลจะไม่ดีเท่าเดิม
(*ลอง Coretox ดูนะครับ/ค่ะ เพราะขนาดเล็ก
โอกาสดื้อยาต่ำกว่ามาก)
แน่นอนว่าในขนาดที่เหมาะสม สำหรับการปรับ
ริ้วรอยหรือกรามเหลี่ยม
โอกาสดื้อยาจะต่ำอยู่แล้ว
แต่ถ้าผลยังเหลืออยู่
แล้วฉีดซ้ำบ่อยๆ ก็ไม่แนะนำครับ/ค่ะ
โดยปกติผมจะบอกว่า
«ตอนที่ฤทธิ์คลายไปประมาณ 70~80%» คือ
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับ
การฉีดซ้ำ
👨⚕️ โน้ตภาคปฏิบัติของ
หมอวี ยองจิน
«ผ่านไปแค่ 2 เดือนก็หมดฤทธิ์แล้ว
นี่คือดื้อยาใช่ไหม?»
มีคนกังวลแล้วมาปรึกษาเยอะพอสมควร
พอตรวจดูจริง ส่วนใหญ่ไม่ใช่ดื้อยา
แต่เป็นคนที่เผาผลาญเร็วโดยธรรมชาติ
มากกว่า
กรณีแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์
แต่ให้ปรับขนาดยา หรือจุดฉีด
เล็กน้อย
จะได้ผลดีกว่ามาก
เคสดื้อยาจริงๆ
พบได้น้อยมากกว่าที่คิด
3. แต่ละตำแหน่ง
มีรอบที่เหมาะสมไม่เหมือนกัน

เพราะแต่ละจุดที่ฉีด
ขนาดของกล้ามเนื้อและ
การเคลื่อนไหวต่างกัน
หน้าผาก·หว่างคิ้ว·หางตา (3~4 เดือน)
ใช้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามาก จึงหมดฤทธิ์เร็ว
กรามเหลี่ยม·น่อง (4~6 เดือน)
กล้ามเนื้อใหญ่และหนา จึงอยู่ได้นานกว่า
ริ้วรอยคอ (ประมาณ 3 เดือน)
บริเวณนี้ขยับเยอะ จึงคงผลได้สั้นกว่า
ฉีดโบท็อกซ์กรามทุก 3 เดือนเหมือนหน้าผาก
มักเป็น
การฉีดที่เกินความจำเป็น
4. ฉีดซ้ำต่อเนื่อง
ช่วยให้ผลสะสมได้ไหม?

ถ้าฉีดต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ตัวกล้ามเนื้อเองจะ
ค่อยๆ บางลงได้
โดยเฉพาะบริเวณอย่างกรามเหลี่ยมหรือน่อง
ที่จุดประสงค์คือการลดขนาด
ถ้าทำต่อเนื่อง 2~3 ครั้ง
ความพึงพอใจจะค่อนข้างสูง
แต่ผลสะสมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
เว้นระยะให้เหมาะสมเท่านั้น
ถ้าถี่เกินไป หรือ
ห่างเกินไป ผลก็จะลดลง
โบท็อกซ์ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ฉีดครั้งเดียวแล้วจบ
แต่คือการดูแลต่อเนื่อง ที่ต้อง
เข้าใจ
💬 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้าฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ
หน้าจะเพี้ยนไหม?
ถ้าคุมขนาดยาและตำแหน่งฉีดได้เหมาะสม ก็ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ
แต่ถ้าฉีดซ้ำทั้งที่ฤทธิ์ยังไม่หมด
สีหน้าจะดูแข็งหรือแปลกได้
จึงต้องระวัง
Q2. ถ้าหยุดฉีด
จะยิ่งแย่กว่าเดิมไหม?
ไม่ครับ/ค่ะ
ก็แค่กลับไปเป็นเหมือนเดิมเท่านั้น
จริงๆ แล้วคนที่ฉีดมานาน กล้ามเนื้อจะบางลง
เลยดูไม่เด่นเท่าเดิมด้วยซ้ำ
Q3. กังวลเรื่องดื้อยา
ควรทำยังไงดี?
เลี่ยงการฉีดขนาดสูง
และรักษารอบการฉีดให้ดี
ถ้ากังวล ตอนปรึกษา
สามารถเลือก pure toxin ที่ช่วยลด
โอกาสดื้อยา ได้ครับ/ค่ะ
ก่อนทำหัตถการ
ปรึกษาให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
ถ้ามีคำถาม ทักมาทางคาแชตได้เลย
ผมจะตอบให้เองครับ/ค่ะ
สรุปโดย หมอวี ยองจิน แห่งคลินิก Beautystone ฮับจอง
หมอวี ยองจิน
✦ อ่านต่อ
ได้ผลแรงมาก
แต่ก็ยังกลับมาฉีดซ้ำ
คนที่กลับมาฉีดอีก,
เหตุผลที่ผมต้องบอกให้กลับไปก่อน

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ซึ่งเป็นช่วงเตรียมตัวเริ่มต้นใหม่,
กรามเหลี่ยม หน้าผาก และหว่างคิ้ว!
ในจุดที่เห็นผลชัดที่สุด
«คราวนี้คงต้องฉีดโบท็อกซ์หน่อยแล้ว»
คนที่เข้ามาปรึกษาจึงเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ
ทุกครั้งจะมีคำถามที่เจอเหมือนกันเสมอ
วันนี้ผมขอสรุปให้ชัดๆ เลย
📌 ก่อนฉีดโบท็อกซ์
คำถามสำคัญ
Q. ต้องฉีดทุก 3 เดือน
จริงๆ ไหม?
ไม่จำเป็นครับ/ค่ะ 3 เดือนเป็นแค่ค่าเฉลี่ยเท่านั้น
เพราะอัตราเมตาบอลิซึมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
รอบการฉีดจึงต่างกันไปด้วย
*ฉีดเมื่อจำเป็นก็พอ!
Q. ฉีดบ่อยขึ้น
จะได้ผลดีกว่าไหม?
ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป
ถี่เกินไปอาจ
ทำให้เกิดปัญหาได้
*ปัญหา: กล้ามเนื้อชดเชยอาจแข็งแรงขึ้น
Q. ถ้าหมดฤทธิ์เร็ว
แปลว่าดื้อยาแล้วหรือ?
ไม่เกี่ยวกับการดื้อยาเลย!
การดื้อยาและอัตราเมตาบอลิซึม
เป็นคนละเรื่องกันชัดเจน
1. ทำไม
“ทุก 3 เดือน” ถึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ยังคงผลอยู่
ต่างกันไปมากในแต่ละคน
เพราะการส่งสัญญาณประสาทถูกบล็อกไปแล้ว
กลับมาเปิดใหม่เร็วช้า
ไม่เท่ากัน
ถ้าดูจากเคสจริงในคลินิก
จะแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 กลุ่ม
ประเภท | ระยะคงอยู่ | ลักษณะ |
คนที่เมตาบอลิซึมเร็ว | ประมาณ 2 เดือน | ออกกำลังกายเยอะ พบบ่อยในวัยหนุ่มสาว |
คนทั่วไป | 3~4 เดือน | เคสที่พบบ่อยที่สุด |
คนที่เมตาบอลิซึมช้า | 5~6 เดือนขึ้นไป | ผลลดริ้วรอยอยู่ได้นาน |
ทั้งที่ผลยังอยู่ชัดๆ
เพราะ «ครบ 3 เดือนแล้ว»
ก็กลับมาฉีดซ้ำ
ถือเป็นการเสียเงินเกินจำเป็น เท่านั้นเอง
[*ทางเราก็อธิบายโดยใช้กรอบ 3 เดือนเหมือนกัน]
2. ถ้าฉีดถี่เกินไป
ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นคืออะไร

ถ้าฉีดโบท็อกซ์ซ้ำในช่วงเวลาที่สั้นมากเกินไป
ร่างกายอาจสร้างแอนติบอดี (neutralizing antibody)
ได้
คนทั่วไปมักเรียกสิ่งนี้ว่า «ดื้อยา»
และถ้าเกิดขึ้นแล้ว
ผลจะไม่ดีเท่าเดิม
(*ลอง Coretox ดูนะครับ/ค่ะ เพราะขนาดเล็ก
โอกาสดื้อยาต่ำกว่ามาก)
แน่นอนว่าในขนาดที่เหมาะสม สำหรับการปรับ
ริ้วรอยหรือกรามเหลี่ยม
โอกาสดื้อยาจะต่ำอยู่แล้ว
แต่ถ้าผลยังเหลืออยู่
แล้วฉีดซ้ำบ่อยๆ ก็ไม่แนะนำครับ/ค่ะ
โดยปกติผมจะบอกว่า
«ตอนที่ฤทธิ์คลายไปประมาณ 70~80%» คือ
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับ
การฉีดซ้ำ
👨⚕️ โน้ตภาคปฏิบัติของ
หมอวี ยองจิน
«ผ่านไปแค่ 2 เดือนก็หมดฤทธิ์แล้ว
นี่คือดื้อยาใช่ไหม?»
มีคนกังวลแล้วมาปรึกษาเยอะพอสมควร
พอตรวจดูจริง ส่วนใหญ่ไม่ใช่ดื้อยา
แต่เป็นคนที่เผาผลาญเร็วโดยธรรมชาติ
มากกว่า
กรณีแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์
แต่ให้ปรับขนาดยา หรือจุดฉีด
เล็กน้อย
จะได้ผลดีกว่ามาก
เคสดื้อยาจริงๆ
พบได้น้อยมากกว่าที่คิด
3. แต่ละตำแหน่ง
มีรอบที่เหมาะสมไม่เหมือนกัน

เพราะแต่ละจุดที่ฉีด
ขนาดของกล้ามเนื้อและ
การเคลื่อนไหวต่างกัน
หน้าผาก·หว่างคิ้ว·หางตา (3~4 เดือน)
ใช้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามาก จึงหมดฤทธิ์เร็ว
กรามเหลี่ยม·น่อง (4~6 เดือน)
กล้ามเนื้อใหญ่และหนา จึงอยู่ได้นานกว่า
ริ้วรอยคอ (ประมาณ 3 เดือน)
บริเวณนี้ขยับเยอะ จึงคงผลได้สั้นกว่า
ฉีดโบท็อกซ์กรามทุก 3 เดือนเหมือนหน้าผาก
มักเป็น
การฉีดที่เกินความจำเป็น
4. ฉีดซ้ำต่อเนื่อง
ช่วยให้ผลสะสมได้ไหม?

ถ้าฉีดต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ตัวกล้ามเนื้อเองจะ
ค่อยๆ บางลงได้
โดยเฉพาะบริเวณอย่างกรามเหลี่ยมหรือน่อง
ที่จุดประสงค์คือการลดขนาด
ถ้าทำต่อเนื่อง 2~3 ครั้ง
ความพึงพอใจจะค่อนข้างสูง
แต่ผลสะสมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
เว้นระยะให้เหมาะสมเท่านั้น
ถ้าถี่เกินไป หรือ
ห่างเกินไป ผลก็จะลดลง
โบท็อกซ์ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ฉีดครั้งเดียวแล้วจบ
แต่คือการดูแลต่อเนื่อง ที่ต้อง
เข้าใจ
💬 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ถ้าฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ
หน้าจะเพี้ยนไหม?
ถ้าคุมขนาดยาและตำแหน่งฉีดได้เหมาะสม ก็ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ
แต่ถ้าฉีดซ้ำทั้งที่ฤทธิ์ยังไม่หมด
สีหน้าจะดูแข็งหรือแปลกได้
จึงต้องระวัง
Q2. ถ้าหยุดฉีด
จะยิ่งแย่กว่าเดิมไหม?
ไม่ครับ/ค่ะ
ก็แค่กลับไปเป็นเหมือนเดิมเท่านั้น
จริงๆ แล้วคนที่ฉีดมานาน กล้ามเนื้อจะบางลง
เลยดูไม่เด่นเท่าเดิมด้วยซ้ำ
Q3. กังวลเรื่องดื้อยา
ควรทำยังไงดี?
เลี่ยงการฉีดขนาดสูง
และรักษารอบการฉีดให้ดี
ถ้ากังวล ตอนปรึกษา
สามารถเลือก pure toxin ที่ช่วยลด
โอกาสดื้อยา ได้ครับ/ค่ะ
ก่อนทำหัตถการ
ปรึกษาให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
ถ้ามีคำถาม ทักมาทางคาแชตได้เลย
ผมจะตอบให้เองครับ/ค่ะ
สรุปโดย หมอวี ยองจิน แห่งคลินิก Beautystone ฮับจอง
หมอวี ยองจิน
✦ อ่านต่อ
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?
แม้ส่วนผสมจะดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ เราจะอธิบายความแตกต่างในทางปฏิบัติระหว่าง Dysport และ Botox ให้เข้าใจง่าย ๆ

ผู้ชาย
สำหรับฝ้า (melasma) ใช้ tranexamic acid ส่วน PIH ใช้ niacinamide — ทำไมถึงแยกกัน
พอค้นหา “เครื่องสำอางสำหรับฝ้า” มักจะเจอส่วนผสมสองตัวนี้ขึ้นมาพร้อมกัน แต่จริงๆ แล้วแต่ละตัวเหมาะกับจุดที่ต่างกันนะคะ/ครับ เลยขอสรุปความต่างระหว่าง melasma และ PIH ไว้ก่อนค่ะ/ครับ

ผิว
เดินเล่น 30 นาที vs ออกไปข้างนอกทั้งวัน ใช้ครีมกันแดด SPF เดียวกันพอไหม
ครีมกันแดดที่ทาไว้เพียงครั้งเดียว เมื่อเวลาผ่านไปชั้นฟิล์มจะบางลง เราเลยสรุปให้ดูว่า ควรเลือกช่วงเวลาในการทาซ้ำอย่างไรให้เหมาะกับตารางของแต่ละวัน

ผู้ชาย
Boxcar·Ice pick·Rolling: ทำไมการเลือกเลเซอร์ถึงแตกต่างกันตามรูปแบบรอยแผลเป็น
หลายคนอาจคิดว่า "เลเซอร์รอยแผลเป็นแค่ครั้งเดียวก็น่าจะพอ" แต่จริง ๆ แล้วเครื่องมือที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของรอยแผลเป็น เราลองสรุปหัตถการที่เหมาะกับรอยแผลเป็น 3 แบบไว้ให้แล้ว

ผู้ชาย
สิวหัวดำ: ทำไมการบีบออก, salicylic acid และ tretinoin ถึงให้ผลต่างกันหลังผ่านไป 1 เดือน
ถ้าบีบออกจะเห็นผลเร็ว, ส่วน salicylic acid ต้องใช้เวลา, และ tretinoin ต้องใช้ระยะยาว ถ้าจัดการดูแล blackhead ตามกรอบเวลา ก็จะมองเห็นแนวทางได้ชัดขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อปลายคางสั้น จุดที่ต้องเลือกว่าจะใช้ฟิลเลอร์ 1cc หรือโบท็อกซ์
สำหรับคนที่โปรไฟล์ด้านข้างดูยุบลง แนะนำฟิลเลอร์ ส่วนคนที่ใบหน้าดูถูกกลบเพราะกรอบหน้าเหลี่ยม แนะนำโบท็อกซ์ และยังอธิบายลำดับการทำในกรณีที่ทำทั้งสองอย่างร่วมกันด้วย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
