• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ราคา Ulthera ที่แต่ละคลินิกแตกต่างกัน สรุปแล้วขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยนี้ค่ะ

ราคา Ulthera ที่แต่ละคลินิกแตกต่างกัน สรุปแล้วขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยนี้ค่ะ

ราคา Ulthera ที่แต่ละคลินิกแตกต่างกัน สรุปแล้วขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยนี้ค่ะ

ทำไมจำนวนช็อตเท่ากัน แต่ราคา Ulthera ถึงต่างกัน? นั่นเป็นเพราะ 3 ปัจจัยหลักค่ะ คือ รุ่นของเครื่องแท้, สภาพของหัวคาร์ทริดจ์ (cartridge) และการที่แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการเองโดยตรงหรือไม่ วันนี้เราได้รวบรวมวิธีเช็ก Ulthera ให้คุ้มค่าคุ้มราคามาฝากกันค่ะ

ไม่อยากถูกหลอกเรื่องราคาอุลเทอร่า ต้องถามคำถามนี้กับคลินิก

 

"ตัดสินใจจ่ายเงินค่า Ulthera

เพียงเพราะดูแค่จำนวนช็อตหรือเปล่าคะ?

ถ้าใช่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่คุณอาจจะกำลังเสียเงินเปล่าค่ะ"

 

เวลาที่อยู่ในห้องให้คำปรึกษา

แล้วได้ยินคนไข้พูดว่า

"ทำไปตั้ง 600 ช็อต แต่ไม่เห็นผลเลยค่ะ"

สิ่งแรกที่หมอจะถามกลับไปเสมอเลยก็คือ...

 

"ในจำนวนนั้น เป็นหัวคาร์ทริจขนาด 4.5 mm

ไปทั้งหมดกี่ช็อตคะ?"

 

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะตอบกันไม่ได้ครับ

 

และนี่แหละครับคือความลับที่

'คลินิก Ulthera แบบโรงงาน' ที่เน้นโฆษณาคาราถูก

ไม่มีวันบอกคุณ

 

วันนี้หมอจะมาสรุปเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำ Ulthera

ให้เข้าใจกันแบบเคลียร์ๆ เลยครับ

 

Q. ระหว่าง Ulthera 300 ช็อต กับ 600 ช็อต

ราคาแตกต่างกันเป็นสองเท่าเป๊ะเลยไหมคะ?

 

โดยประมาณแล้วใช่ครับ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนช็อต

ก็คือการจัดสัดส่วนบริเวณที่ทำ (Area Customization) ครับ

 

Q. แล้วคลินิกที่โฆษณาว่าราคาถูกมากๆ

มันมีความแตกต่างตรงไหนหรือเปล่าคะ?

 

แตกต่างแน่นอนครับ

ไม่ว่าจะเป็นรุ่นของตัวเครื่อง, สภาพของหัวคาร์ทริจ,

รวมถึงประสบการณ์และฝีมือของแพทย์ผู้ทำครับ

 

Q. ทำแค่ครั้งเดียว

จะเห็นผลเลยไหมคะ?














เห็นผลแน่นอนครับ

แต่มีเงื่อนไขว่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

จะต้องได้รับการรักษาด้วยจำนวนช็อตและระดับพลังงาน

ที่เหมาะสมและตรงจุดจริงๆ เท่านั้นครับ

 

ทำไมราคา Ulthera

ของแต่ละคลินิกถึงไม่เท่ากัน?

[คลินิกผิวหนัง ฮับจอง] เกณฑ์แยกแยะ

 

ราคาค่าบริการ Ulthera ของแต่ละคลินิกนั้น

มีความแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ

 

แม้จะเป็นโปรแกรม "ทั่วหน้า 600 ช็อต" เหมือนกัน

แต่ในความเป็นจริง รูปแบบการรักษาอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ

 

เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ราคาต่างกัน

มีอยู่ 3 ข้อด้วยกันครับ

 

1. รุ่นของเครื่องมือ (Device Generation)

Ulthera ของแท้จะเป็นเครื่องจากบริษัท Merz เท่านั้นครับ

แต่ก็มักจะมีเครื่อง HIFU ทั่วไปที่คล้ายๆ กัน

ถูกนำมาทำการตลาดเสมือนว่าเป็น "การทำ Ulthera" อยู่บ่อยๆ

 

ถึงแม้ว่าหลักการทำงานจะคล้ายกัน

แต่ในแง่ของข้อมูลทางคลินิก (Clinical Data) และความแม่นยำ

มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนแน่นอนครับ

 

2. สภาพของหัวคาร์ทริจ (Cartridge Condition)

หัวคาร์ทริจถือเป็นวัสดุสิ้นเปลืองครับ

หากมีการฝืนใช้งานเกินจำนวนช็อตที่กำหนดไว้

ประสิทธิภาพในการส่งพลังงานก็จะลดน้อยลง

 

เพื่อให้ทำราคาได้ถูกลง คลินิกบางแห่งที่เป็นระบบโรงงาน

อาจจะใช้หัวคาร์ทริจเกินโควตาที่กำหนด (Over-used)

ซึ่งคนไข้ไม่มีทางมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยครับ

 

3. แพทย์ผู้ทำการรักษา

การที่แพทย์ลงมือทำเองโดยตรง

หรือมีการส่งต่อเคสให้ผู้อื่นทำแทน

ล้วนส่งผลต่อราคาและผลลัพธ์ในการรักษาทั้งสิ้นครับ

 

การทำ Ulthera ต้องส่งพลังงานลงไปลึกมาก

จนเกือบถึงชั้นเยื่อหุ้มกระดูก (Bone periosteum)

 

หากผู้ทำไม่ทราบตำแหน่งของเส้นประสาทอย่างแม่นยำ

ก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ครับ

 

ดังนั้น การเปรียบเทียบแค่ราคาเพียงอย่างเดียวจึงไม่ปลอดภัยเลยครับ

เราต้องดูด้วยว่า รายละเอียดในแพ็กเกจมีอะไรบ้าง

 

โครงสร้างราคาตามจริง

แบ่งตามจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ

อุลเทอร่าครั้งละ 3 ล้านวอนคุ้มค่าจริงไหม ตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ปกติแล้ว ราคาของ Ulthera

จะคำนวณจากสูตร "จำนวนช็อต × ราคาต่อหน่วย" ครับ

 

ตารางด้านล่างนี้คือราคาตลาด

โดยประมาณในประเทศเกาหลีครับ

รบกวนใช้เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงคร่าวๆ นะครับ

 

บริเวณที่ทำ

จำนวนช็อตมาตรฐาน

ช่วงราคาตลาด (วอน)

หน้าผาก

100~150 ช็อต

300,000 ~ 600,000 วอน

รอบดวงตา

100~200 ช็อต

300,000 ~ 700,000 วอน

แก้มและกรอบหน้า

150~250 ช็อต

500,000 ~ 1,000,000 วอน

ทั่วใบหน้า

400~600 ช็อต

1,500,000 ~ 4,000,000 วอน

ทั่วใบหน้า + ลำคอ

600~800 ช็อต

2,000,000 ~ 5,000,000 วอน

 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด

ไม่ใช่ตัวเลขของจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียวครับ

 

Ulthera จะส่งพลังงานลงไปที่ชั้นผิวหนัง, ชั้นหนังแท้ และชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) รวมเป็น 3 ระดับความลึก

 

ซึ่งหัวใจสำคัญของการยกกระชับลดความหย่อนคล้อย

ก็คือการโฟกัสไปที่ชั้น SMAS

ด้วยหัวคาร์ทริจขนาด 4.5 mm ครับ

 

และหัวตัวนี้แหละครับที่มีราคาสูงที่สุดและหัวหมดไวที่สุด

แพ็กเกจราคาถูกส่วนใหญ่

มักจะใช้สัดส่วนของหัวคาร์ทริจสำหรับชั้นผิวตื้นๆ มากกว่า

แล้วใส่จำนวนช็อตของหัว 4.5 mm มาให้ในสัดส่วนที่น้อยมากๆ

 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนปรึกษาหมอ

คุณถึงต้องคอยถามเรื่องสัดส่วนการใช้หัวคาร์ทริจให้ดีครับ

 

บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ของหมอ สำหรับการทำทั่วใบหน้า

จะต้องใช้หัวคาร์ทริจ 4.5 mm อย่างน้อย 200 ช็อตขึ้นไป

ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในการยกกระชับความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนครับ

 

ต่อให้โฆษณาว่าทำไป "600 ช็อต"

แต่ถ้ามีหัว 4.5 mm ปนอยู่แค่ 50 ช็อต

การรักษานั้นจะส่งผลแค่เรื่องการฟื้นฟูผิวสัมผัสภายนอก (Skin Texture) มากกว่าครับ

 

ความจริงก็คือ หากจัดสัดส่วนการรักษาอย่างถูกต้องสำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ

ราคาปกติก็จะพุ่งสูงไปที่ 3 ล้านวอนขึ้นไปเลยครับ

 

เรื่องนี้หมอขอชี้แจงตรงๆ ให้คนไข้ทราบล่วงหน้าก่อนเลยครับ

 

เพราะการยอมสู้ราคาเพื่อทำแบบดีๆ ให้เห็นผลชัดเจนในครั้งเดียว

ย่อมคุ้มค่ากว่าการไปทำแบบแบ่งๆ ครึ่งๆ กลางๆ หลายๆ หนอย่างแน่นอนครับ

 

จุดที่ต้องเช็กให้ดี

เมื่อมาทำย่านฮับจองและฮงแด

3 เหตุผลที่คนจากมังวอน-ชินชนเลือกมาทำอุลเทอร่าที่บิวตี้สโตน (ราคา vs ประสิทธิภาพ)

 

ย่านฮับจองและฮงแดเป็นแหล่งรวมคลินิกความงามที่มีเยอะมากๆ

ทำให้มีการแข่งขันด้านราคากันอย่างดุเดือดสุดๆ ครับ

 

ดังนั้น จึงมีบางคลินิกที่ยอมลดทอน

สัดส่วนหัวยิงตัวสำคัญลง

เพื่อทำราคาโปรโมชันให้ดูถูกล่อใจคนไข้

 

ก่อนเริ่มปรึกษา ขอให้คุณช่วยตรวจสอบ 3 ข้อนี้ให้มั่นใจก่อนนะครับ

 

1. เป็นเครื่อง Ulthera ของแท้

จากบริษัท Merz ใช่หรือไม่?

ลองมองหาใบรับรองของแท้ (Certificate) ภายในคลินิกดูครับ

ถ้าหาไม่เจอ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงเลยครับ

 

2. คลินิกยอมแจ้งรายละเอียด

สัดส่วนของหัวคาร์ทริจหรือไม่?

เมื่อเราถามว่า "จะใช้หัว 4.5 mm ทั้งหมดกี่ช็อตคะ?"

คลินิกที่ดีและจริงใจควรจะต้องตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจนครับ

 

3. ใครเป็นผู้ลงมือยิงให้โดยตรง?

ต้องแน่ใจว่าแพทย์เป็นผู้อ่านประเมินใบหน้าและลงมือยิงด้วยตัวเอง

เพราะ Ulthera เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยฝีมือแพทย์โดยตรงเท่านั้น

ถึงจะออกมาปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

 

บอกตามตรงเลยครับ คลินิกที่ทำได้ครบ ถูกต้องตามมาตรฐานทั้ง 3 ข้อนี้

ถ้าลองหาดูจริงๆ อาจจะมีอยู่ไม่เยอะเท่าไหร่ครับ

 

ทำแค่ครั้งเดียวก็พอใช่ไหมคะ?

 

สำหรับ Ulthera ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวครับ

ว่า "คุณจะต้องทำทั้งหมดกี่ครั้ง"

 

ผลลัพธ์ของการรักษาจะไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ

แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2~3 เดือนผ่านไปครับ

 

เนื่องจากกระบวนการกระตุ้นเพื่อกระชับ

และสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาในการทำงานครับ

 

เพราะฉะนั้น หลังทำเสร็จทันทีต่อให้รู้สึกว่ายังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก

ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดามากครับ สบายใจได้เลยนะครับ

 

ถ้าได้รับการรักษาด้วยการจัดสัดส่วนหัวยิงที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว

ทำแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนครับ

 

โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี

หลังจากนั้นคนไข้ส่วนใหญ่ก็จะกลับมาทำซ้ำรอบใหม่กันครับ

 

แน่นอนว่าเราไม่สามารถหยุดกระบวนการร่วงโรยตามวัยได้แบบถาวร

แต่ความยืดหยุ่นกระชับของผิวในกลุ่มคนที่ดูแลตัวเองเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ย่อมแตกต่างจากคนที่ไม่เคยทำอย่างเห็นได้ชัดแน่นอนครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. ตอนสุมพลังงานยิง เจ็บมากไหมคะ?

 

บอกตรงๆ เลยนะครับ เจ็บพอสมควรเลยครับ

โดยเฉพาะตอนที่ส่งพลังงานลงไปกระตุ้นที่ชั้นลึกๆ

 

แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี

ที่บ่งชี้ว่าพลังงานกำลังทำงานได้อย่างตรงจุดครับ

 

ซึ่งทางคลินิกมีระบบดูแลควบคุมความเจ็บปวดให้อยู่ในระดับที่ทนได้สบายใจ

ผ่านการใช้ยาแก้ปวดระดับแรง หรือการบล็อกเส้นประสาท (Nerve Block) ครับ

 

Q2. ไม่ได้นัดล่วงหน้า

สามารถ Walk-in เข้ามาเลยได้ไหมคะ?

 

เนื่องจากเรามีกระบวนการวิเคราะห์และออกแบบใบหน้าแบบเฉพาะตัวบุคคลก่อนลงมือทำ

หมอจึงแนะนำให้ทำการจองคิวล่วงหน้าดีกว่าครับ

 

หรือจะทักเข้ามาสอบถามทาง LINE

ก่อนเดินทางเข้ามาที่คลินิกก็ได้เลยนะครับ

ที่สำคัญ คลินิกเราเปิดให้บริการวันอาทิตย์ด้วยครับ

 

Q3. ทำเสร็จแล้ว สามารถ

ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ทันทีเลยไหมคะ?

 

ได้แน่นอนครับ

อาการบวมเล็กน้อยหลังทำจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1~2 วันครับ

 

แค่หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือการออกกำลังกายหนักๆ ในช่วงแรกสัก 2-3 วันพอนะครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทักมาถามทาง LINE ได้เลยนะครับ

หมอจะเป็นคนคอยตอบคำถามด้วยตัวเองเลยครับ

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone คลินิก ย่านฮับจอง ครับ

 

✦ บทความแนะนำให้อ่านคู่กัน

 

ปรึกษาผ่าน คาเคาทอล์ก

อยากรู้ว่ารูปหน้าของคุณเหมาะกับการทำโปรแกรมไหน คุณหมอพร้อมเข้ามาช่วยดูให้โดยตรงเลยครับ

▶ แชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE Click!

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

속눈썹 연장을 붙인 상태로 눈가 리프팅이나 스킨부스터 시술을 그대로 받아도 괜찮을까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?

หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ถ้าจะทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์ลดกรามในวันเดียวกัน ควรเรียงลำดับขั้นตอนตามเกณฑ์ไหนดีคะ?

ยกกระชับ

Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้

ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

หลังจากฉีดไขมันทั่วใบหน้า (facial fat grafting) แล้ว จะสามารถทำ Inmode FX lifting ได้ตั้งแต่ตอนไหนดีคะ?

ยกกระชับ

ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?

หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1