จูเวลุคอยู่ได้นานแค่ไหน? ดร.วี ยองจิน คลินิก Beauty Stone ฮับจอง-ฮงแด สรุปจากประสบการณ์จริง เช็กเลย

เนื่องจากมีคำถามเกี่ยวกับ
ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ของ Juvelook เข้ามาเยอะมาก ๆ
หมอเลยรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดมาสรุปให้ฟังกันครับ
Q1. ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Juvelook อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A1. เวลาเรานึกถึงหลักการทำงานของ Juvelook
คือการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ
ลองจินตนาการเวลาที่เราล้มแล้วเป็นแผลถลอกดูครับ
ผิวใหม่จะค่อย ๆ ดันขึ้นมาใช่ไหมครับ?
ช่วงแรกอาจจะดูนูนขึ้นมานิดนึง
แล้วจากนั้นจะค่อย ๆ เรียบเนียนสม่ำเสมอไปกับผิว
กระบวนการของ Juvelook ก็คล้าย ๆ กันเลยครับ
เดียวหมอจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
ให้อ่านกันที่ด้านล่างนี้นะครับ
"ฉีดครั้งเดียวจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?"
นี่คือหนึ่งในคำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุด
ในห้องตรวจเลยครับ
เนื่องจาก Juvelook ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทเติมเต็มที่เห็นผลลัพธ์ทันทีเหมือนฟิลเลอร์
ดังนั้น
การรับรู้ถึงระยะเวลาคงผลลัพธ์ของแต่ละคน
จึงค่อนข้างแตกต่างกันไปพอสมควรครับ
วันนี้หมอจะขอสรุปตามช่วงเวลาความเป็นจริง
จากเคสต่าง ๆ ที่หมอได้รักษาและดูแลคนไข้เองโดยตรงครับ
หมอจะขอเน้นเขียนจากข้อมูลที่ได้ติดตาทัศนคติจริง ๆ
มากกว่าตัวเลขชวนเชื่อเพื่อการโฆษณาครับ ฮ่า ๆ
เราต้องมาทำความเข้าใจ
หลักการทำงานของ Juvelook กันก่อนครับ

Juvelook คือ skin booster ที่ผสมผสานกันระหว่าง PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid,
*สารที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะค่อย ๆ สลายตัวในผิวพร้อมกระตุ้น
การสร้างคอลลาเจนใหม่) และ
กรดไฮยาลูรอนิกแบบไม่เชื่อมต่อไขว้ (Non-crosslinked Hyaluronic Acid)
เข้าไว้ด้วยกันครับ
มันถูกออกแบบมาให้ Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาวได้ทันที
ในขณะเดียวกัน
ส่วนประกอบ PDLLA จะค่อย ๆ ใช้เวลา
ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (*โปรตีนในชั้นผิวแท้ที่ช่วยพยุงความยืดหยุ่นและโครงสร้างผิว)
อย่างเป็นธรรมชาติครับ
ส่วนผสมของ Hyaluronic Acid จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
ค่อนข้างเร็ว แต่
คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดย PDLLA จะต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมาใหม่
ดังนั้นผลลัพธ์จึงแสดงออกมาในรูปแบบของการค่อย ๆ ดีขึ้นสะสมไปเรื่อย ๆ ครับ
ด้วยเหตุนี้ทำให้ระยะการคงผลลัพธ์ของ Juvelook จึงยากที่จะระบุเป็นตัวเลข
"จำนวนเดือน" ที่แน่นอนเป๊ะ ๆ ได้
เพราะจะมีความคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ฉีดรวมถึงสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคลด้วยครับ
ผลลัพธ์ที่แท้จริง
อยู่ได้นานแค่ไหนกันแน่

จากสิ่งที่หมอสังเกตเห็นระหว่างการทำหัตถการคือ
ความจริงแล้ว หากฉีดเพียงแค่ครั้งเดียว การจะพูดถึงเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์นั้นค่อนข้างทำได้ยากครับ
ความฉ่ำน้ำหลังฉีดครั้งแรกจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 2-4 สัปดาห์
ขณะที่
ผลลัพธ์ของการปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) มักจะค่อย ๆ
แสดงผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 4-8 ครับ
ส่วนคำถามที่ว่าผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้นานขนาดไหน จะเริ่มประเมินได้ชัดเจนและเห็นภาพจริง
ก็ต่อเมื่อได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องครบ 2-3 ครั้งเป็นต้นไปครับ
ถ้าอิงจากคนไข้ที่ได้รับการรักษาครบตามจำนวนครั้งที่แนะนำ (โดยปกติจะห่างกันทุก 4 สัปดาห์)
แล้วนั้น
จากประสบการณ์ของหมอ ระยะเวลาที่ผิวหน้าจะเรียบเนียนและกระชับยืดหยุ่น
จะอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 6 ถึง 12 เดือนครับ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอย่างเรื่องการสูบบุหรี่,
ปริมาณการโดนรังสี UV,
และสภาพผิวเริ่มต้นของแต่ละบุคคล
ก็พาลให้ช่วงเวลานี้เปลี่ยนแปลงไปได้ค่อนข้างมากครับ
ตารางด้านล่างนี้หมอได้สรุปเวลาคงผลลัพธ์
ที่สังเกตได้จริงตามจำนวนครั้งที่คนไข้ทำมาให้ดูครับ

จำนวนครั้งที่ทำ | ผลลัพธ์หลัก | ระยะคงผลลัพธ์ (จากประสบการณ์หมอ) |
1 ครั้ง | ผิวดูฉ่ำน้ำ ผิวโกลว์ใสทันที | 2-4 สัปดาห์ (จะดูลดลงหลังจากผิวดูดซึม Hyaluronic Acid ไปหมด) |
2-3 ครั้ง (คอร์สแนะนำ) | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, ผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น | 6-12 เดือน |
ทำโปรแกรมดูแลบำรุงอย่างต่อเนื่อง | ปรับโครงสร้างผิวใหม่อย่างสม่ำเสมอ | ขึ้นอยู่กับบุคคล แต่สามารถอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป |
สมุดบันทึกเคสจริงจาก หมอวี ยองจิน
เคสที่หมอพบบ่อยมาก ๆ ในห้องตรวจก็คือ
หลังจากฉีดไปครั้งแรกแล้วมักจะรู้สึกว่า "หน้าไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเท่าไหร่เลย"
จนเกิดความสงสัยในผลลัพธ์ขึ้นมาครับ
ด้วยคุณลักษณะเฉพาะของกลไกการสร้างคอลลาเจนของ Juvelook แล้ว
บ่อยครั้งที่คุณจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มฟูเวลาใช้มือจับลงบนผิวหน้าจริง ๆ
ก่อนที่จะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงผ่านภาพถ่ายเสียอีกครับ
จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้ส่วนใหญ่จะสัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของผิวและการกระชับรูขุมขน
อย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสัปดาห์ที่ 4-6 หลังจากเข้ารับบริการครั้งที่สองไปแล้วครับ
แทนที่จะกังวลเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์ การทำความเข้าใจว่า 'เมื่อไหร่ที่ผลลัพธ์จะเริ่มแสดงประสิทธิภาพชัดเจน'
จะช่วยจัดการความคาดหวังของคนไข้ได้ดีกว่ามากครับ
นอกจากนี้ ตามคำแนะนำตามมาตรฐานการแพทย์ผิวหนังผิวพรรณ
ระบุว่าโปรแกรมกลุ่มที่ใช้สารกระตุ้นแบบย่อยสลายได้ทางชีวภาพนั้น
จำเป็นต้องรออย่างน้อย 2-3 เดือนหลังจากรับการรักษาครั้งแรก
จึงจะสามารถประเมินผลลัพธ์ความพึงพอใจขั้นสูงสุดได้
อย่างชัดเจนครับ
ปัจจัยสำคัญที่มี
ผลต่อระยะเวลาคงผลลัพธ์

เหตุผลที่การเลือกใช้ตัวยาเดียวกัน
ในปริมาณที่เท่ากัน แต่กลับได้ระยะเวลาคงผลลัพธ์ไม่เท่ากัน
มีดังนี้ครับ
อายุและสภาพผิวเริ่มต้น:
อัตราเร่งในการสร้างคอลลาเจนจะยิ่งลดช้าลงไปตามอายุที่มากขึ้น
ดังนั้น
ในกลุ่มคนไข้อายุ 40 ปีขึ้นไป ผลลัพธ์อาจจะปรากฏช้าลงเล็กน้อย
และระยะเวลาคงผลลัพธ์ก็จะมีความแตกต่างเฉพาะตัวสั้นยาวไม่ยากที่จะฟันธงแน่ชัดครับ
ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้ที่มีความจำเพาะสร้างสังเคราะห์คอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
อย่างในช่วงวัย 30 ปีต้น ๆ มักจะเห็นการแสดงผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
และค่อนข้างคงอยู่ได้ดีกว่าครับ
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต:
หากคุณไม่ทาน้ำยากันแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ
อัตราคอลลาเจนในผิวก็จะถูกทำลายได้เร็วขึ้น
และทำให้ผลลัพธ์จากการทำทรีตเมนต์จืดจางลงไปรวดเร็วตามไปด้วย
ส่วนการสูบบุหรี่ก็เป็นรอยโรคที่กระตุ้นภาวะ Oxidative Stress
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีส่วนทำลายคอลลาเจนในชั้นโครงสร้างผิวให้เสื่อมแอปลงครับ
ความถี่ปริมาณและระยะห่างการทำหัตถการ:
หากมาทำบ่อยจนเกินไปในระยะเวลาที่สั้นกว่าที่แนะนำ หรือในทางตรงกันข้าม
เว้นช่วงการรักษายาวห่างมากเกินไป
ก็อาจส่งผลให้การสะสมของพลังกระตุ้นจากสาร PDLLA
ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพสัมฤทธิ์ผลครับ
เรื่องปริมาณยาเช่นกันครับ ไม่ใช่ว่ายิ่งเยอะขึ้นแล้วจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป
แต่
หัวใจสำคัญคือการปรับค่าสัดส่วนปริมาณให้สอดคล้องกับสภาพและความหนาของชั้นผิวหนังแต่ละท่านนั่นเองครับ
บทสรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:
ระยะเวลาคงผลลัพธ์เฉลี่ยของ Juvelook อยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน เมื่อทำครบตามคอร์สแนะนำ 2-3 ครั้ง
แต่ไม่สามารถชี้วัดอย่างเหมาะสมได้จากโปรแกรมเดี่ยวเพียงครั้งเดียวครับ
ข้อจำกัดที่หมอ
ขออธิบายตามตรงครับ
Juvelook ไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมสารตั้งต้นเพื่อเพิ่มวอลลุ่มครับ
มันจึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อไปทำหน้าที่เติมเต็มร่องแก้มลึก ๆ หรือส่วนแก้มตอบตอบตอบ
และหากเข้ามาเพื่อความคาดหวังในจุดเติมเต็มโครงสร้างผิวหน้าอย่างชัดเจน
ก็อาจจะทำให้รู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจกับผลลัพธ์ได้ครับ
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพความรวดเร็วในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่ของแต่ละบุคคล
ขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางชีวภาพเฉพาะตัวครับ
ดังนั้นแม้จะรักษาร่วมในเทคนิควิธีและจำนวนครั้งที่เท่ากัน
ก็ยังสามารถเห็นของผลสัมฤทธิ์ผิวพรรณที่ต่างออกไปในแต่ละท่านได้อยู่ดีครับ
ซึ่งในประเด็นนี้หมอคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด
ที่ควรมีการพูดคุยตกลงและให้คำปรึกษาก่อนเริ่มทำหัตถการกับคนไข้ครับ
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านมาโป อาทิ ฮับจอง, ฮงแด, ชินชน, มังวอน
หมอมีโอกาสได้ยินเคสบ่อยครั้งที่เล่าว่า เคยทำทรีตเมนต์โปรแกรม skin booster
มาหลายรอบแล้วแต่ความฟูสดใสบนใบหน้าอยู่ได้ไม่นานตามความคาดหวัง
ปัญหาส่วนใหญ่พบว่าได้รับจำนวนโดสสะสมการรักษาที่ไม่เพียงพอ
หรือคนไข้อาจจะละเลยวิธีการดูแลรักษาผิวหน้าหลังจากทำเสร็จสิ้นไปนั่นเองครับ
เป็นเรื่องสำคัญมากที่ทุกคนต้องแยกแยะให้ออก
ระหว่างข้อจำกัดของตัวการรักษาเอง กับความคลาดเคลื่อนจากพฤติกรรมหลังการรักษาครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด Juvelook แค่ครั้งเดียว
จะเห็นผลลัพธ์และคงอยู่ยาวนานไหมคะ?
หลังจากทำเสร็จ 1 ครั้งแรก คนไข้จะสังเกตเห็นเรื่องความโกลว์ใสและชุ่มชื้น
อยู่ที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ครับ
แต่หากจุดประสงค์หลักของคุณเพื่อต้องการเน้นปรับละเอียดงานผิวจากกลไกกระตุ้นสร้างคอลลาเจนตัวใหม่
แนะนำให้เริ่มประเมินวัดผลหลังจากเสร็จคอร์สรักษา
ประมาณ 2-3 ครั้งเป็นต้นไป จะสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงสูงสุดครับ
เพราะผิวหน้ามักจะได้ปริมาณกระตุ้นจากสารตั้งต้น PDLLA สะสมไม่เพียงพอ
จากการเปลี่ยนระดับในครั้งเดียวแรกครับ
Q2. ราคาและงบประมาณ
การทำ Juvelook คือเท่าไหร่คะ?
เนื่องจากเป็นหัตถการนอกเหนือสิทธิประกันสุขภาพ ราคาจึงมีความต่างไปตามคลินิก,
ขนาดและปริมาณมิลลิลิตรที่ใช้ รวมถึงแนวตำแหน่งพื้นที่การรักษาครับ
คุณหมอจะสามารถยืนยันราคาประเมินที่ชัดเจนที่สุดหลังจากขั้นตอนพูดคุยตรวจวิเคราะห์เบื้องต้น
หากเจอป้ายราคาราคาถูกอย่างน่าสงสัย หมอแนะตรวจเช็กปริมาณสาร
ความเป็นของแท้ดั้งเดิมของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการนะครับ
Q3. เคล็ดลับเพื่อยืด
เวลาผลลัพธ์ให้อยู่นานที่สุดทำอย่างไรได้บ้าง?
A. การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันคือหัวใจหลัก
และเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญที่สุดเลยครับ
วิธีการเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น การหลีกเลี่ยงบุหรี่,
การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน,
และการเลือกใช้ครีมบำรุงส่วนผสมเสริมการสร้างคอลลาเจนเช่น เรตินอล
ก็สามารถช่วยยืดเวลาดูแลงานนี้ร่วมกันได้เป็นอย่างดีครับ
นอกจากนี้ จากสถิติคนไข้ที่มาทำต่อเนื่องรักษาสภาพผิวทุกรอบ 6 เดือน - 1 ปี
มักจะระบุว่ามีระยะความฉ่ำเนียนละเอียดคงทนอยู่ได้นานขึ้นในแต่ละรอบครับ
ท่านใดที่ประสงค์ศึกษาข้อมูลเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับช่วงผลคงอยู่ของ Juvelook
หรือ
ท่านต้องการอยากนัดเข้ามาออกแบบรอบจำเพาะ และรับคำปรึกษาวิเคราะห์ผิวหน้าของท่านโดยเฉพาะ
ท่านสามารถเข้าสัมผัสประสบการณ์ได้ที่สาขา ฮงแด Beautystone Clinic
ทางคลินิกมีคุณหมอคอยให้การดูแลรักษาและตรวจรักษาอย่างใกล้ชิดด้วยตนเองทุกสายเคสครับ
คลินิกตั้งอยู่ใกล้บริเวณสถานีฮับจอง (Hapjeong) คลินิกของเราเปิดต้อนรับบริการ
วันอาทิตย์ด้วยนะครับ
✦ บทความแนะนำให้อ่านร่วมเพิ่มเติม
▶วิเคราะห์ผลลัพธ์และตัวช่วยระยะคงอยู่ สำหรับแก้ไขรอยเหี่ยวย่นหน้าผากด้วย Botox
▶ไขข้อข้องใจเรื่องความหย่อนคล้อยหลังเลือกรับประทานยาลดน้ำหนักกลุ่ม Mounjaro?
▶ปัญหาอาการบวมแดงช้ำหลังทำ Ulthermage จะดีขึ้นเมื่อไหร่กันนะ?
ติดต่อปรึกษาเพิ่มเติมผ่าน LINE
หากต้องการทราบว่าผิวของคุณเหมาะกับบริการหัตถการประเภทใด ปรึกษาคุณหมอได้ทุกเคสด้วยตนเอง

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



