[คอลัมน์] Juvelook คงอยู่ได้นานแค่ไหน?
[คอลัมน์] Juvelook คงอยู่ได้นานแค่ไหน?
[คอลัมน์] Juvelook คงอยู่ได้นานแค่ไหน?
จูเวลุคอยู่ได้นานแค่ไหน? ดร.วี ยองจิน คลินิก Beauty Stone ฮับจอง-ฮงแด สรุปจากประสบการณ์จริง เช็กเลย

มีคำถามเข้ามาเยอะมากเลยค่ะว่า
Juvelook อยู่ได้นานไหม?
หมอเลยรวบรวมคำตอบแบบละเอียดมาฝากกันค่ะ
Q1. ระยะเวลาการเห็นผลของ Juvelook อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A1. ถ้าพูดถึงหลักการทำงานของ Juvelook
มันคือการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ
ลองนึกภาพตอนเราหกล้มแล้วเป็นแผลถลอกดูนะคะ
พอแผลเริ่มหาย ก็會有เนื้อใหม่ค่อยๆ ชูขึ้นมาใช่ไหมคะ?
ตอนแรกอาจจะนูนขึ้นมานิดนึง
แล้วหลังจากนั้นก็จะค่อยๆ เรียบเนียนและสมานตัวไปเอง
หลักการทำงานของ Juvelook ก็คล้ายๆ กันแบบนี้เลยค่ะ
เดี๋ยวหมอจะขออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
ให้ฟังด้านล่างนี้ต่อนะคะ
"ฉีดครั้งเดียวจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?"
นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิต
ที่หมอมักจะถูกถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจเลยค่ะ
เนื่องจาก Juvelook ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ฟูขึ้นทันทีหลังฉีด
ผลลัพธ์เรื่องระยะเวลาการรักษาของแต่ละคน
จึงอาจจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไปพอสมควรเลยค่ะ
จากประสบการณ์ที่หมอได้ทำหัตถการและติดตามผลคนไข้ด้วยตัวเอง
หมอขอสรุปผลลัพธ์ตามความเป็นจริงแบบตรงไปตรงมาให้ฟังกันนะคะ
โดยจะเน้นจากผลลัพธ์หลังการรักษาจริงที่หมอสังเกตเห็น
มากกว่าตัวเลขที่ใช้ในการโฆษณาค่ะ (หัวเราะ) ^^
เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงาน
ของ Juvelook กันก่อนดีกว่าค่ะ

Juvelook คือ skin booster ที่ผสมผสานระหว่าง PDLLA (Poly-D, L-lactic acid
*สารย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่จะค่อยๆ ย่อยสลายในผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน)
และ Non-crosslinked Hyaluronic Acid เข้าด้วยกันค่ะ
โครงสร้างของมันถูกออกแบบมาให้ Hyaluronic Acid
ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวในทันที
ในขณะที่ตัวสาร PDLLA จะค่อยๆ ทำงานเมื่อเวลาผ่านไป
เพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (*โปรตีนในชั้นผิวแท้ที่ช่วยพยุงความยืดหยุ่นและโครงสร้างผิว)
ตัว Hyaluronic Acid จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายค่อนข้างเร็ว
แต่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดย PDLLA จะต้องใช้เวลาในการสร้างตัว
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จึงจะค่อยๆ แสดงออกให้เห็นในลักษณะของ 'การสะสมสร้างผลลัพธ์' ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ของ Juvelook จึงตอบเป็นตัวเลข "กี่เดือน" เป๊ะๆ ได้ยาก
เนื่องจากจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ฉีดและสภาพผิวดั้งเดิมของแต่ละคนค่ะ
แล้วระยะเวลาคงผลลัพธ์จริงๆ
จะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

จากประสบการณ์ในการรักษาของหมอ
ถ้าฉีดเพียงแค่ครั้งเดียว จะค่อนข้างประเมินระยะเวลาการคงผลลัพธ์ได้ยากค่ะ
หลังการฉีดครั้งแรก ความชุ่มชื้นฉ่ำวาวจะค่อยๆ ลดลงในช่วง 2-4 สัปดาห์
จากนั้น ผลลัพธ์จากการฟื้นฟูคอลลาเจน (Collagen Remodeling)
มักจะค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึง 8 ค่ะ
ดังนั้นการประเมินว่าผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่างแท้จริง
จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญหลังจากทำการรักษาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันครบ 2-3 ครั้งขึ้นไปค่ะ
สำหรับคนไข้ที่รับการรักษาครบตามจำนวนครั้งที่แนะนำ (โดยทั่วไปจะห่างกันทุกๆ 4 สัปดาห์)
จากประสบการณ์ของหมอ ระยะเวลาที่ผิวดูเนียนละเอียดและยืดหยุ่นเฟิร์มกระชับขึ้น
จะคงอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 6 ถึง 12 เดือนค่ะ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอย่างเช่น การสูบบุหรี่,
ปริมาณการเผชิญแสงแดด (รังสี UV),
รวมถึงสภาพผิวเดิมของแต่ละคน จะทำให้ระยะเวลานี้แตกต่างกันออกไปอย่างมากค่ะ
ตารางด้านล่างนี้คือการสรุปข้อมูลระยะเวลาคงผลลัพธ์
ตามจำนวนครั้งที่ฉีดตามประสบการณ์ของหมอค่ะ

จำนวนครั้งที่ฉีด | ผลลัพธ์หลักที่ได้ | ระยะเวลาคงผลลัพธ์ (จากประสบการณ์ของหมอ) |
1 ครั้ง | ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์ในทันที | 2~4 สัปดาห์ (จะค่อยๆ ลดลงหลัง Hyaluronic Acid ถูกดูดซึม) |
2~3 ครั้ง (คอร์สแนะนำ) | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวเนียนละเอียดขึ้น | 6~12 เดือน |
ทำควบคู่กับทรีตเมนต์บำรุงต่อเนื่อง | กระตุ้นการปรับโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่อง | ขึ้นอยู่กับบุคคล แต่สามารถอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป |
บันทึกเคสจริงจาก หมอวี ยองจิน
เคสที่หมอพบบ่อยๆ ในห้องตรวจก็คือ
คนไข้ที่ฉีดไปแค่ครั้งเดียวแล้วกังวลใจว่า "ดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลย"
เนื่องจากกลไกของ Juvelook คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
เวลาที่ถ่ายรูปออกมาอาจจะยังมองเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนเท่ากับเวลาที่เราเอามือสัมผัสผิวหน้าด้วยตัวเองค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ พบว่าสัดส่วนของคนไข้ที่รู้สึกได้ชัดเจนว่าผิวมีความยืดหยุ่นกระชับขึ้นและรูขุมขนดูเล็กลง
จะอยู่ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการฉีดครั้งที่ 2 ค่ะ
ดังนั้นการเข้าใจว่า 'ผลลัพธ์จะค่อยๆ เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อไหร่' ดีกว่าการโฟกัสแค่ระยะเวลาเพียงอย่างเดียว
จะช่วยให้คนไข้มีระดับความคาดหวังผลลัพธ์ที่ตรงตามจริงและแฮปปี้กว่าค่ะ
นอกจากนี้ ตามแนวทางของสมาคมแพทย์ผิวหนังระบุไว้ว่า
การทำหัตถการในกลุ่มสารกระตุ้นที่ย่อยสลายได้ช้าทางชีวภาพ
จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนหลังการฉีดครั้งแรก
จึงจะสามารถประเมินผลลัพธ์สูงสุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ
ปัจจัยที่มีผลต่อ
ระยะเวลาการรักษา

ถึงแม้จะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน
ในปริมาณเท่าๆ กัน แต่ทำไมผลลัพธ์จึงอยู่ได้นานไม่เท่ากัน? มีเหตุผลตามนี้เลยค่ะ
อายุและสภาพผิวเดิม:
เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติจะลดช้าลงไปเรื่อยๆ
สําหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ผลลัพธ์อาจปรากฏได้ช้ากว่า
และระยะเวลาการคงอยู่ก็จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนในแต่ละบุคคลค่ะ
ในทางกลับกัน คนไข้ในวัย 30 ปีตอนต้น ที่ความสามารถในการสังเคราะห์คอลลาเจนยังดีอยู่
มักจะเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและคงอยู่ได้ยาวนานกว่าค่ะ
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต:
หากไม่ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รังสี UV จะเร่งให้คอลลาเจนเสื่อมสลายเร็วขึ้น
และทำให้ผลลัพธ์ของหัตถการจางหายไปอย่างรวดเร็วค่ะ
นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเป็นตัวเพิ่มอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress)
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าส่งผลให้โครงสร้างคอลลาเจนอ่อนแอลงค่ะ
ระยะเวลาเว้นช่วงและปริมาณการฉีด:
หากฉีดถี่เกินไปกว่าระยะเวลาที่แนะนำ หรือในทางกลับกันหากทิ้งช่วงห่างเกินไปก็ไม่ดีค่ะ
เนื่องจากอาจทำให้สาร PDLLA ไม่สามารถทำหน้าที่ในการสะสมพลังเพื่อกระตุ้นผิวได้อย่างเต็มที่
เรื่องปริมาณก็ไม่ใช่ว่าฉีดเยอะๆ จะดีเสมอไปนะคะ
สิ่งสำคัญคือการปรับตามความหนาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลให้เหมาะสมที่สุดค่ะ
สรุปใจความสำคัญจาก หม오วี ยอง진:
ระยะเวลาของ Juvelook เฉลี่ยอยู่ที่ 6-12 เดือนสำหรับผู้ที่ทำครบคอร์ส 2-3 ครั้ง
แต่ถ้าฉีดเพียงครั้งเดียวนั้น จะประเมินและตัดสินผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจนได้ยากค่ะ
ข้อจำกัดที่หมอ
อยากบอกตรงๆ
ต้องเรียนตามตรงว่า Juvelook ไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมวอลลุ่มนะคะ
ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับการเติมร่องแก้มลึกหรือเติมเต็มแก้มตอบ
และหากตั้งความหวังไว้จุดนั้น ก็อาจทำให้รู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจในผลลัพธ์ได้ค่ะ
และเนื่องจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางชีวภาพของแต่ละบุคคล
บางครั้งแม้ว่าจะใช้วิธีและจำนวนครั้งที่เหมาะสมเหมือนๆ กัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันออกไปค่ะ
ซึ่งหมอมองว่าเรื่องนี้ควรจะมีการอธิบายและให้คำปรึกษาแก่คนไข้ให้เข้าใจอย่างครบถ้วนก่อนการตัดสินใจทำค่ะ
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านมาโป เช่น ฮับจอง ฮงแด ชินชน มังวอน
หมอมักจะได้เจอคนไข้หลายคนที่เคยทำ skin booster มาแล้วหลายรอบ
แต่รู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่าที่คิดไว้ค่อนข้างบ่อยค่ะ
ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากการฉีดจำนวนครั้งที่ยังไม่เพียงพอ
หรือไม่ได้มีการดูแลผิวหลังการทำอย่างเหมาะสมค่ะ
ดังนั้น การแยกแยะความแตกต่างระหว่างข้อจำกัดของตัวหัตถการเอง กับการดูแลตัวเองหลังทำจึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด Juvelook แค่ครั้งเดียว
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานไหมคะ?
หลังจากฉีดไปเพียง 1 ครั้ง
ความชุ่มชื้นและอิ่มนํ้าจะคงอยู่ได้ประมาณ 2~4 สัปดาห์ค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากคาดหวังเรื่องผลลัพธ์การปรับสภาพผิวให้เนียนละเอียดผ่านการสร้างคอลลาเจนใหม่
หมอแนะนำให้เข้ารับการรักษาจนครบคอร์ส 2~3 ครั้งก่อน
แล้วค่อยทำการประเมินระยะเวลาคงผลลัพธ์จะตรงตามจริงที่สุดค่ะ
เนื่องจากการฉีดเพียงครั้งเดียวนั้น สาร PDLLA อาจจะยังไม่ได้สะสมปริมาณมากพอที่จะกระตุ้นผิวได้อย่างเต็มที่ค่ะ
Q2. ค่าบริการฉีด Juvelook
ราคาเท่าไหร่คะ?
เนื่องจากเป็นหัตถการนอกเหนือสิทธิประกันสุขภาพของเกาหลี ค่าบริการของแต่ละคลินิกจึงมีความแตกต่างกันไป
รวมถึงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการใช้และบริเวณที่จะทำการฉีดด้วยค่ะ
ราคาที่แน่นอนสามารถรับข้อมูลคำนแนะได้หลังจากปรึกษากับคุณหมอเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่หากพบโปรโมชั่นที่ถูกจนเกินไป แนะนำให้ตรวจสอบปริมาณและเช็กให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ด้วยนะคะ
Q3. มีวิธีทำให้ผลลัพธ์ของ Juvelook
อยู่ได้นานยิ่งขึ้นอย่างไรบ้างคะ?
A. การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันคือสิ่งที่พื้นฐานที่สุดและสำคัญอย่างยิ่งค่ะ
นอกจากนั้น การงดสูบบุหรี่, ดื่มน้ำให้เพียงพอ,
และการบำรุงด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลเพื่อช่วยพยุงการสังเคราะห์คอลลาเจนก็สามารถช่วยได้เช่นกันค่ะ
และจากที่หมอเคยสังเกต หากเลือกมาทำซ้ำทุกๆ 6 เดือนถึง 1 ปี
ก็จะช่วยให้คงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่าเดิมมากเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับท่านใดที่มีความกังวลหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Juvelook
หรือต้องการประเมินสภาพผิวและวางแผนจำนวนครั้งในการรักษาร่วมกัน
สามารถสำรองคิวล่วงหน้าแล้วเข้ามาปรึกษาที่ Beautystone Clinic สาขาฮงแด ได้เลยนะคะ
หมอวี ยองจิน จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาและลงมือตรวจรักษาคนไข้ทุกเคสด้วยตัวเองโดยตรงค่ะ
คลินิกตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) และเปิดทำการในวันอาทิตย์ด้วยนะคะ
หากคุณกำลังตัดสินใจทำ Juvelook อยู่
ลองเข้ามาวิเคราะห์สภาพผิวเพื่อร่วมวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด แทนที่จะสนใจเพียงแค่เรื่องระยะเวลากันก่อนดีกว่าค่ะ
▶ แชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง KakaoTalk
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶[คอลัมน์] สาเหตุการเกิดตุ่มนูนแดง (Nodule) ของ Juvelook? วิธีผสมและการรักษา
▶ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่นานแค่ไหนของการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยหน้าผาก
▶'ลมสปริงพัดมาเผยให้เห็นกรอบหน้าชัด?' เปรียบเทียบ Ultherapy Prime vs Onda เลือกแบบไหนที่เหมาะกับเรา?
▶เข็มฉีดลดน้ำหนัก Mounjaro ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวจริงหรือ?
▶เทียบอาการบวมหลังทำ Ulthera หัวไหนจะหายไวกว่ากัน?

มีคำถามเข้ามาเยอะมากเลยค่ะว่า
Juvelook อยู่ได้นานไหม?
หมอเลยรวบรวมคำตอบแบบละเอียดมาฝากกันค่ะ
Q1. ระยะเวลาการเห็นผลของ Juvelook อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A1. ถ้าพูดถึงหลักการทำงานของ Juvelook
มันคือการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ
ลองนึกภาพตอนเราหกล้มแล้วเป็นแผลถลอกดูนะคะ
พอแผลเริ่มหาย ก็會有เนื้อใหม่ค่อยๆ ชูขึ้นมาใช่ไหมคะ?
ตอนแรกอาจจะนูนขึ้นมานิดนึง
แล้วหลังจากนั้นก็จะค่อยๆ เรียบเนียนและสมานตัวไปเอง
หลักการทำงานของ Juvelook ก็คล้ายๆ กันแบบนี้เลยค่ะ
เดี๋ยวหมอจะขออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
ให้ฟังด้านล่างนี้ต่อนะคะ
"ฉีดครั้งเดียวจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?"
นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิต
ที่หมอมักจะถูกถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจเลยค่ะ
เนื่องจาก Juvelook ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ฟูขึ้นทันทีหลังฉีด
ผลลัพธ์เรื่องระยะเวลาการรักษาของแต่ละคน
จึงอาจจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไปพอสมควรเลยค่ะ
จากประสบการณ์ที่หมอได้ทำหัตถการและติดตามผลคนไข้ด้วยตัวเอง
หมอขอสรุปผลลัพธ์ตามความเป็นจริงแบบตรงไปตรงมาให้ฟังกันนะคะ
โดยจะเน้นจากผลลัพธ์หลังการรักษาจริงที่หมอสังเกตเห็น
มากกว่าตัวเลขที่ใช้ในการโฆษณาค่ะ (หัวเราะ) ^^
เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงาน
ของ Juvelook กันก่อนดีกว่าค่ะ

Juvelook คือ skin booster ที่ผสมผสานระหว่าง PDLLA (Poly-D, L-lactic acid
*สารย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่จะค่อยๆ ย่อยสลายในผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน)
และ Non-crosslinked Hyaluronic Acid เข้าด้วยกันค่ะ
โครงสร้างของมันถูกออกแบบมาให้ Hyaluronic Acid
ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวในทันที
ในขณะที่ตัวสาร PDLLA จะค่อยๆ ทำงานเมื่อเวลาผ่านไป
เพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (*โปรตีนในชั้นผิวแท้ที่ช่วยพยุงความยืดหยุ่นและโครงสร้างผิว)
ตัว Hyaluronic Acid จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายค่อนข้างเร็ว
แต่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นโดย PDLLA จะต้องใช้เวลาในการสร้างตัว
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จึงจะค่อยๆ แสดงออกให้เห็นในลักษณะของ 'การสะสมสร้างผลลัพธ์' ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ของ Juvelook จึงตอบเป็นตัวเลข "กี่เดือน" เป๊ะๆ ได้ยาก
เนื่องจากจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ฉีดและสภาพผิวดั้งเดิมของแต่ละคนค่ะ
แล้วระยะเวลาคงผลลัพธ์จริงๆ
จะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

จากประสบการณ์ในการรักษาของหมอ
ถ้าฉีดเพียงแค่ครั้งเดียว จะค่อนข้างประเมินระยะเวลาการคงผลลัพธ์ได้ยากค่ะ
หลังการฉีดครั้งแรก ความชุ่มชื้นฉ่ำวาวจะค่อยๆ ลดลงในช่วง 2-4 สัปดาห์
จากนั้น ผลลัพธ์จากการฟื้นฟูคอลลาเจน (Collagen Remodeling)
มักจะค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึง 8 ค่ะ
ดังนั้นการประเมินว่าผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่างแท้จริง
จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญหลังจากทำการรักษาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันครบ 2-3 ครั้งขึ้นไปค่ะ
สำหรับคนไข้ที่รับการรักษาครบตามจำนวนครั้งที่แนะนำ (โดยทั่วไปจะห่างกันทุกๆ 4 สัปดาห์)
จากประสบการณ์ของหมอ ระยะเวลาที่ผิวดูเนียนละเอียดและยืดหยุ่นเฟิร์มกระชับขึ้น
จะคงอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 6 ถึง 12 เดือนค่ะ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอย่างเช่น การสูบบุหรี่,
ปริมาณการเผชิญแสงแดด (รังสี UV),
รวมถึงสภาพผิวเดิมของแต่ละคน จะทำให้ระยะเวลานี้แตกต่างกันออกไปอย่างมากค่ะ
ตารางด้านล่างนี้คือการสรุปข้อมูลระยะเวลาคงผลลัพธ์
ตามจำนวนครั้งที่ฉีดตามประสบการณ์ของหมอค่ะ

จำนวนครั้งที่ฉีด | ผลลัพธ์หลักที่ได้ | ระยะเวลาคงผลลัพธ์ (จากประสบการณ์ของหมอ) |
1 ครั้ง | ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์ในทันที | 2~4 สัปดาห์ (จะค่อยๆ ลดลงหลัง Hyaluronic Acid ถูกดูดซึม) |
2~3 ครั้ง (คอร์สแนะนำ) | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวเนียนละเอียดขึ้น | 6~12 เดือน |
ทำควบคู่กับทรีตเมนต์บำรุงต่อเนื่อง | กระตุ้นการปรับโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่อง | ขึ้นอยู่กับบุคคล แต่สามารถอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป |
บันทึกเคสจริงจาก หมอวี ยองจิน
เคสที่หมอพบบ่อยๆ ในห้องตรวจก็คือ
คนไข้ที่ฉีดไปแค่ครั้งเดียวแล้วกังวลใจว่า "ดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลย"
เนื่องจากกลไกของ Juvelook คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
เวลาที่ถ่ายรูปออกมาอาจจะยังมองเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนเท่ากับเวลาที่เราเอามือสัมผัสผิวหน้าด้วยตัวเองค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ พบว่าสัดส่วนของคนไข้ที่รู้สึกได้ชัดเจนว่าผิวมีความยืดหยุ่นกระชับขึ้นและรูขุมขนดูเล็กลง
จะอยู่ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการฉีดครั้งที่ 2 ค่ะ
ดังนั้นการเข้าใจว่า 'ผลลัพธ์จะค่อยๆ เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อไหร่' ดีกว่าการโฟกัสแค่ระยะเวลาเพียงอย่างเดียว
จะช่วยให้คนไข้มีระดับความคาดหวังผลลัพธ์ที่ตรงตามจริงและแฮปปี้กว่าค่ะ
นอกจากนี้ ตามแนวทางของสมาคมแพทย์ผิวหนังระบุไว้ว่า
การทำหัตถการในกลุ่มสารกระตุ้นที่ย่อยสลายได้ช้าทางชีวภาพ
จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนหลังการฉีดครั้งแรก
จึงจะสามารถประเมินผลลัพธ์สูงสุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ
ปัจจัยที่มีผลต่อ
ระยะเวลาการรักษา

ถึงแม้จะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน
ในปริมาณเท่าๆ กัน แต่ทำไมผลลัพธ์จึงอยู่ได้นานไม่เท่ากัน? มีเหตุผลตามนี้เลยค่ะ
อายุและสภาพผิวเดิม:
เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติจะลดช้าลงไปเรื่อยๆ
สําหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ผลลัพธ์อาจปรากฏได้ช้ากว่า
และระยะเวลาการคงอยู่ก็จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนในแต่ละบุคคลค่ะ
ในทางกลับกัน คนไข้ในวัย 30 ปีตอนต้น ที่ความสามารถในการสังเคราะห์คอลลาเจนยังดีอยู่
มักจะเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและคงอยู่ได้ยาวนานกว่าค่ะ
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต:
หากไม่ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รังสี UV จะเร่งให้คอลลาเจนเสื่อมสลายเร็วขึ้น
และทำให้ผลลัพธ์ของหัตถการจางหายไปอย่างรวดเร็วค่ะ
นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเป็นตัวเพิ่มอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress)
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าส่งผลให้โครงสร้างคอลลาเจนอ่อนแอลงค่ะ
ระยะเวลาเว้นช่วงและปริมาณการฉีด:
หากฉีดถี่เกินไปกว่าระยะเวลาที่แนะนำ หรือในทางกลับกันหากทิ้งช่วงห่างเกินไปก็ไม่ดีค่ะ
เนื่องจากอาจทำให้สาร PDLLA ไม่สามารถทำหน้าที่ในการสะสมพลังเพื่อกระตุ้นผิวได้อย่างเต็มที่
เรื่องปริมาณก็ไม่ใช่ว่าฉีดเยอะๆ จะดีเสมอไปนะคะ
สิ่งสำคัญคือการปรับตามความหนาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลให้เหมาะสมที่สุดค่ะ
สรุปใจความสำคัญจาก หม오วี ยอง진:
ระยะเวลาของ Juvelook เฉลี่ยอยู่ที่ 6-12 เดือนสำหรับผู้ที่ทำครบคอร์ส 2-3 ครั้ง
แต่ถ้าฉีดเพียงครั้งเดียวนั้น จะประเมินและตัดสินผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจนได้ยากค่ะ
ข้อจำกัดที่หมอ
อยากบอกตรงๆ
ต้องเรียนตามตรงว่า Juvelook ไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมวอลลุ่มนะคะ
ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับการเติมร่องแก้มลึกหรือเติมเต็มแก้มตอบ
และหากตั้งความหวังไว้จุดนั้น ก็อาจทำให้รู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจในผลลัพธ์ได้ค่ะ
และเนื่องจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางชีวภาพของแต่ละบุคคล
บางครั้งแม้ว่าจะใช้วิธีและจำนวนครั้งที่เหมาะสมเหมือนๆ กัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันออกไปค่ะ
ซึ่งหมอมองว่าเรื่องนี้ควรจะมีการอธิบายและให้คำปรึกษาแก่คนไข้ให้เข้าใจอย่างครบถ้วนก่อนการตัดสินใจทำค่ะ
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านมาโป เช่น ฮับจอง ฮงแด ชินชน มังวอน
หมอมักจะได้เจอคนไข้หลายคนที่เคยทำ skin booster มาแล้วหลายรอบ
แต่รู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่าที่คิดไว้ค่อนข้างบ่อยค่ะ
ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากการฉีดจำนวนครั้งที่ยังไม่เพียงพอ
หรือไม่ได้มีการดูแลผิวหลังการทำอย่างเหมาะสมค่ะ
ดังนั้น การแยกแยะความแตกต่างระหว่างข้อจำกัดของตัวหัตถการเอง กับการดูแลตัวเองหลังทำจึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด Juvelook แค่ครั้งเดียว
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานไหมคะ?
หลังจากฉีดไปเพียง 1 ครั้ง
ความชุ่มชื้นและอิ่มนํ้าจะคงอยู่ได้ประมาณ 2~4 สัปดาห์ค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากคาดหวังเรื่องผลลัพธ์การปรับสภาพผิวให้เนียนละเอียดผ่านการสร้างคอลลาเจนใหม่
หมอแนะนำให้เข้ารับการรักษาจนครบคอร์ส 2~3 ครั้งก่อน
แล้วค่อยทำการประเมินระยะเวลาคงผลลัพธ์จะตรงตามจริงที่สุดค่ะ
เนื่องจากการฉีดเพียงครั้งเดียวนั้น สาร PDLLA อาจจะยังไม่ได้สะสมปริมาณมากพอที่จะกระตุ้นผิวได้อย่างเต็มที่ค่ะ
Q2. ค่าบริการฉีด Juvelook
ราคาเท่าไหร่คะ?
เนื่องจากเป็นหัตถการนอกเหนือสิทธิประกันสุขภาพของเกาหลี ค่าบริการของแต่ละคลินิกจึงมีความแตกต่างกันไป
รวมถึงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการใช้และบริเวณที่จะทำการฉีดด้วยค่ะ
ราคาที่แน่นอนสามารถรับข้อมูลคำนแนะได้หลังจากปรึกษากับคุณหมอเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่หากพบโปรโมชั่นที่ถูกจนเกินไป แนะนำให้ตรวจสอบปริมาณและเช็กให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ด้วยนะคะ
Q3. มีวิธีทำให้ผลลัพธ์ของ Juvelook
อยู่ได้นานยิ่งขึ้นอย่างไรบ้างคะ?
A. การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันคือสิ่งที่พื้นฐานที่สุดและสำคัญอย่างยิ่งค่ะ
นอกจากนั้น การงดสูบบุหรี่, ดื่มน้ำให้เพียงพอ,
และการบำรุงด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลเพื่อช่วยพยุงการสังเคราะห์คอลลาเจนก็สามารถช่วยได้เช่นกันค่ะ
และจากที่หมอเคยสังเกต หากเลือกมาทำซ้ำทุกๆ 6 เดือนถึง 1 ปี
ก็จะช่วยให้คงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่าเดิมมากเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับท่านใดที่มีความกังวลหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Juvelook
หรือต้องการประเมินสภาพผิวและวางแผนจำนวนครั้งในการรักษาร่วมกัน
สามารถสำรองคิวล่วงหน้าแล้วเข้ามาปรึกษาที่ Beautystone Clinic สาขาฮงแด ได้เลยนะคะ
หมอวี ยองจิน จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาและลงมือตรวจรักษาคนไข้ทุกเคสด้วยตัวเองโดยตรงค่ะ
คลินิกตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) และเปิดทำการในวันอาทิตย์ด้วยนะคะ
หากคุณกำลังตัดสินใจทำ Juvelook อยู่
ลองเข้ามาวิเคราะห์สภาพผิวเพื่อร่วมวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด แทนที่จะสนใจเพียงแค่เรื่องระยะเวลากันก่อนดีกว่าค่ะ
▶ แชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง KakaoTalk
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶[คอลัมน์] สาเหตุการเกิดตุ่มนูนแดง (Nodule) ของ Juvelook? วิธีผสมและการรักษา
▶ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่นานแค่ไหนของการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยหน้าผาก
▶'ลมสปริงพัดมาเผยให้เห็นกรอบหน้าชัด?' เปรียบเทียบ Ultherapy Prime vs Onda เลือกแบบไหนที่เหมาะกับเรา?
▶เข็มฉีดลดน้ำหนัก Mounjaro ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวจริงหรือ?
▶เทียบอาการบวมหลังทำ Ulthera หัวไหนจะหายไวกว่ากัน?
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



