CureJet รักษารอยแผลเป็นสิวได้จริงไหม? หมอวียองจิน สรุปหลักการและข้อจำกัดแบบตรงๆ
เมื่อค้นหาเกี่ยวกับการรักษาหลุมสิวด้วย CureJet
“หลุมสิวลึกๆ จะเต็มขึ้นได้ด้วยการทำ CureJet เพียงครั้งเดียวจริงไหมคะ?”
“เห็นว่าเจ็บน้อยกว่าเลเซอร์ แล้วผลลัพธ์จะดีด้วยหรือเปล่าคะ?”
“ถ้าใส่ Rejuran หรือ Exosome เข้าไปด้วย หลุมสิวจะหายเร็วขึ้นไหมคะ?”
มักจะมีคำถามยอดฮิตประมาณนี้เข้ามาบ่อยๆ ค่ะ
ขอสรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะคะว่า CureJet เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยรักษาหลุมสิวได้จริง แต่ไม่ใช่การรักษาที่สามารถเติมเต็มหลุมสิวที่ลึกทุกประเภทให้ตื้นขึ้นได้ในครั้งเดียวค่ะ โดยเฉพาะหลุมสิวประเภท Icepick scar หรือ Boxcar scar ที่โครงสร้างผิวถูกทำลายลึก การใช้ CureJet เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ มักจะต้องพิจารณาทำร่วมกับเลเซอร์, Subcision หรือ skin booster ร่วมด้วยค่ะ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่า CureJet ไม่มีประโยชน์นะคะ ในกรณีที่ต้องการฟื้นฟูผิว เช่น รอยแดง รอยดำ หลุมสิวตื้นๆ ผิวไม่เรียบเนียน หรือต้องการช่วยฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์ CureJet สามารถใช้เป็นหนึ่งในโปรแกรมการรักษาหลักเพื่อช่วยกระตุ้นการ再生ฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดีค่ะ

CureJet ไม่ใช่เลเซอร์นะ
CureJet ไม่ใช่เครื่องเลเซอร์ค่ะ พูดให้ถูกต้องคือเป็นเครื่องมือส่งผ่านตัวยาเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกโดยไม่ใช้เข็ม (Needle-free injector) อาศัยแรงดันเจ็ทความเร็วสูงในการผลักยาลงไปสู่ผิว
เนื่องจากภายนอกดูเหมือนมีการยิงอะไรบางอย่างลงผิว หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าเป็นเลเซอร์ แต่หลักการทำงานไม่ใช่การใช้พลังงานแสงในการตัดผิวหรือใช้ความร้อนกระตุ้นแบบเลเซอร์ แต่เป็นการใช้แรงดันในการกระจายตัวยาให้แทรกซึมไปในชั้นผิวหนังค่ะ
สำหรับการทำ CureJet มักจะทำควบคู่กับสารบำรุงผิวที่ช่วยฟื้นฟูผิว เช่น Rejuran, Hyaluronic Acid, Exosome หรือ Growth Factor ซึ่งวัตถุประสงค์ ผลลัพธ์ และค่าใช้จ่ายก็จะแตกต่างกันไปตามตัวยาที่เลือกใช้ค่ะ
ทำไม CureJet ถึงถูกนำมาใช้รักษาหลุมสิว
ปัญหาหลุมสิว ไม่ใช่แค่ปัญหาบนพื้นผิวธรรมดาๆ ค่ะ หลังจากเกิดการอักเสบ โครงสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้จะถูกทำลาย หรือมีพังผืดดึงรั้งผิวใต้หลุมสิวเอาไว้ ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูบุ๋มลงไป
CureJet จะใช้แรงดันเจ็ทส่งผ่านตัวยาเข้าไปในชั้นผิวเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างใหม่ของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการดูแลฟื้นฟูผิวอย่างรอยแดง รอยดำ ผิวไม่เรียบเนียน หรือหลุมสิวตื้นๆ ก็สามารถพิจารณาให้ CureJet เป็นทรีตเมนต์เสริมได้ค่ะ
อย่างไรก็ตาม สำหรับหลุมสิวที่ลึกมาก โครงสร้างใต้ผิวหนังมักจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในกรณีนี้ แทนที่จะคาดหวังให้ CureJet เพียงอย่างเดียวเติมเต็มหลุมสิวได้ทั้งหมด การวางแผนรักษาร่วมกับการทำเลเซอร์หรือ Subcision ให้เหมาะสมกับประเภทของหลุมสิว จะเป็นแนวทางที่เห็นผลได้จริงและตรงจุดมากกว่าค่ะ

การรักษาหลุมสิวด้วย CureJet เหมาะกับแผลเป็นแบบไหน?
ประเภทของแผลเป็น/หลุมสิว | ลักษณะ | ความเหมาะสมกับการทำ CureJet |
รอยแดงสิว (Erythematous) | มีรอยแดงสิวเกิดขึ้นแต่ผิวไม่เว้าแหว่ง | ได้ผลดีมาก |
รอยดำสิว (Pigmentation) | ผิวเปลี่ยนสีเนื่องจากเม็ดสีเมลานินสะสม | ได้ผลดีมาก |
หลุมสิวแอ่งกระทะ (Rolling Scar) | หลุมกว้าง ขอบโค้งมน | สามารถใช้เป็นทรีตเมนต์เสริมได้ |
หลุมสิวกล่อง (Boxcar Scar) | ขอบหลุมชัด ขุดลึกในแนวตั้ง | ทำเดี่ยวๆ อาจเห็นผลจำกัด |
หลุมสิวจิก (Icepick Scar) | หลุมแคบแต่ลึกมากคล้ายโดนเข็มเจาะ | ทำเดี่ยวๆ เห็นผลค่อนข้างน้อย |
ตารางด้านบนนี้เป็นเพียงหลักเกณฑ์เบื้องต้นเพื่อช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ในความเป็นจริงจะต้องประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความลึกของหลุมสิว, ความหนาของผิว, การมีรอยแดง, รอยดำสิว, รูขุมขนกว้าง ตลอดจนสภาพการอักเสบของสิวในปัจจุบัน
หากยังไม่แน่ใจว่า CureJet เหมาะกับหลุมสิวของคุณหรือไม่ ลองแชร์ปัญหาผิวหนังและลักษณะหลุมสิวให้เราทราบก่อนได้ค่ะ เราจะช่วยแนะนำสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเข้ารับการปรึกษา รวมถึงแนวทางการรักษาที่สามารถพูดคุยอย่างละเอียดได้เมื่อมาถึงคลินิกค่ะ
▶ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน LINE
สำหรับหลุมสิวลึก แค่ CureJet อย่างเดียวเพียงพอไหม?

การรักษาหลุมสิวจะใช้วิธีการแตกต่างกันไปตามความลึกและรูปทรงของหลุมค่ะ หากเป็นหลุมสิวตื้นประเภท Rolling Scar หรือเน้นแก้ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน การทำ CureJet จะช่วยกระตุ้นการสร้างผิวใหม่และปรับสมดุลผิวให้เรียบเนียนขึ้นได้ดีมากค่ะ
แต่ถ้าเป็นหลุมสิวลึกขอบชัดอย่าง Boxcar Scar หรือ Icepick Scar การรักษาแบบเดี่ยวๆ อาจเห็นผลค่อนข้างจำกัด ในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ตรวจรักษาควบคู่ไปกับการทำ Fraxel, Infini, CO2 Laser หรือเครื่องมือจัดการพังผืดใต้หลุมสิวอย่าง Subcision ร่วมด้วยค่ะ
ดังนั้น CureJet จึงไม่ใช่เครื่องมือหลักในการถมหลุมสิวให้เต็มในทันทีในครั้งเดียว แต่เป็นเสมือนตัวช่วยเสริมสร้างสภาวะที่ดีให้กับผิวเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งหลุมสิวลึกเท่าไหร่ การวางแผนรักษาด้วยวิธีผสมผสาน (Combination Therapy) ก็จะยิ่งสำคัญและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการพึ่งพาวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียวค่ะ
CureJet กับ เลเซอร์ แตกต่างกันอย่างไร?
แม้ว่า CureJet กับเลเซอร์จะมีเป้าหมายการรักษาที่ใกล้เคียงกัน แต่กระบวนการทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ เลเซอร์จะทำงานโดยส่งผ่านพลังงานแสงหรือพลังงานความร้อนลงไปใต้ผิว เพื่อกระตุ้นและเร่งปฏิกิริยาฟื้นฟูของเนื้อเยื่อหลุมสิว
ในขณะที่ CureJet จะเป็นวิธีผลักตัวยาลงสู่ชั้นผิวด้วยแรงดันลมความเร็วสูง ไม่เหมือนเลเซอร์ที่ต้องเผาหรือกรอทำลายผิวชั้นบน จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าผิวหลังทำฟื้นตัวได้เร็วกว่าและไม่ต้องพักหน้ายาวนาน
อย่างไรก็ตาม การที่ผิวฟื้นตัวเร็วไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพจะน้อยกว่า หรือในทางกลับกันก็ไม่ได้แปลว่าจะดีกว่าเลเซอร์เสมอไป สำหรับรอยแผลเป็นหลุมสิว การประเมินตามความลึกและรูปทรง จะมีบางเคสที่เลเซอร์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และบางเคสที่ CureJet เข้ามาเสริมแล้วตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ
ตัวยาอะไรที่นิยมใช้คู่กับ CureJet?
ตัวยาที่นำมาใช้กับ CureJet จะแตกต่างไปตามแต่ละสถานพยาบาลและวัตถุประสงค์ในการรักษา โดยทั่วไปมักใช้ส่วนผสมที่เน้นการเสริมสร้างผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Rejuran, Hyaluronic Acid, Exosome หรือ Growth Factor Complex เป็นต้น
Rejuran เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการฟื้นฟูและสร้างเซลล์ผิวใหม่ ในขณะที่ Hyaluronic Acid ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นอิ่มน้ำให้ผิว ส่วน Exosome หรือพวกกลุ่ม Growth Factor จะช่วยปรับสภาพและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน
อย่างไรก็ดี ไม่มีสารตัวไหนที่บอกได้ว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกสารบำรุงที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับประเภทของหลุมสิว, ความบอบบางของผิว, อัตราการเกิดสิว, งบประมาณ และระยะเวลาในการพักฟื้นของแต่ละท่านค่ะ
ขั้นตอนการทำ CureJet และระดับความเจ็บเป็นอย่างไร?

แม้ว่า CureJet จะเป็นนวัตกรรมแบบไร้เข็ม แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้สึกเจ็บเลยนะคะ ขณะที่แรงดันเจ็ทความเร็วสูงสัมผัสผิว อาจรู้สึกจี๊ดๆ หรือมีความรู้สึกเหมือนผิวโดนดีดเบาๆ ได้ค่ะ
โดยทั่วไปจะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ก่อนเริ่มทำหัตถการ ส่วนระยะเวลาในการทำจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา ว่าทำทั่วใบหน้าหรือเน้นเฉพาะจุดที่มีปัญหาค่ะ
หลังทำทันทีอาจมีอาการแดง ร้อนผ่าว บวมเล็กน้อย หรือมีรอยจุดแดงเล็กๆ (Petechiae) เกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่รอยเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและจางลงไปเองตามธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือในจุดที่ใช้แรงดันลมสูง อาจใช้เวลาในการฟื้นฟูผิวนานขึ้นเล็กน้อยค่ะ
วิธีดูแลตนเองหลังทำ CureJet
หลังจากทำ CureJet ผิวอาจบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นชั่วคราว การดูแลจีงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ หลีกเลี่ยงการจับหรือถูหน้าแรงๆ หลังจัดทำทันที และควรทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นสูตรอ่อนโยนเพื่อช่วยปลอบประโลมและสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
ในวันแรกที่ทำ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนหรือหน้าแดงง่าย เช่น การเข้าซาวน่า, สตรีม, การออกกำลังกายอย่างหนัก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ และแม้ว่าจะสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สครับผิว, การผลัดเซลล์ผิว (Peeling) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ไปก่อนสักระยะค่ะ
การป้องกันแสงแดดก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากผิวในช่วงฟื้นฟูหลุมสิวจะไวต่อแดดมาก หากโดนแดดจัดโดยไม่มีสิ่งป้องกัน อาจกระตุ้นให้รอยดำเด่นชัดขึ้นมาได้ง่ายค่ะ
ต้องทำ CureJet กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
CureJet ไม่ใช่การรักษาที่เห็นผลร้อยเปอร์เซ็นต์ในครั้งเดียว แต่เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปแล้ว หากทำเพื่อรักษาหลุมสิวหรือฟื้นฟูสภาพผิว มักจะวางแผนทำเป็นคอร์สหลายครั้ง ซึ่งจำนวนครั้งที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิวและสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ
ในกรณีของรอยแดงรอยดำ กับกรณีหลุมสิวลึก แผนการรักษาก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากเน้นไปที่รอยแผลเป็นตื้นๆ สามารถเน้นโปรแกรม CureJet เป็นหลักได้ แต่หากมีหลุมสิวลึกโจทย์นี้อาจต้องพิจารณาทำร่วมกับเลเซอร์หรือ Subcision
ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรด่วนสรุปว่า "ทำกี่ครั้งถึงพอ" แต่ควรปรับแต่งโปรแกรมตามโครงสร้างหลุมสิวจริง ความลึก และการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งจะดีที่สุดค่ะ
ค่าบริการ CureJet ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
อัตราค่าบริการของ CureJet จะขึ้นอยู่กับบริเวณผิวที่ทำ, ตัวยาที่นำมาผสม, จำนวนครั้งในคอร์ส รวมถึงเทคนิคเฉพาะของแต่ละโรงพยาบาลหรือคลินิกค่ะ ราคาจะต่างกันไปตามบริเวณว่าต้องการทำทั่วใบหน้า, เน้นเฉพาะแก้ม หรือทำเฉพาะจุดที่มีหลุมสิวลึก
นอกจากนี้ การเลือกส่วนผสมบำรุงผิวอย่าง Rejuran, Exosome, Hyaluronic Acid หรือ Growth Factor ก็จะทำให้ราคาแพ็กเกจมีความแตกต่างกันไปด้วย เนื่องจาก CureJet เป็นหัตถการประเภททางเลือกที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสุขภาพ ราคาและแพ็กเกจของแต่ละคลินิกจึงมีเกณฑ์การตั้งราคาเฉพาะตัวค่ะ
ดังนั้น ก่อนตกลงทำ แนะนำให้ตรวจสอบว่าราคานั้นรวมตัวยาชนิดใด, ต้องทำจำนวนกี่ครั้ง, จำเป็นต้องทำคู่กับเลเซอร์หรือไม่ และมีระยะเวลาพักฟื้นผิวอย่างไร มากกว่าการเปรียบเทียบแค่ราคาต่อครั้งเพียงอย่างเดียวค่ะ
ใครที่เหมาะกับการรักษาด้วย CureJet บ้าง
แม้ CureJet จะไม่ได้เหมาะกับทุกหลุมสิวในรูปแบบเดียวกัน แต่หากคุณมีความกังวลใจตรงกับหัวข้อเหล่านี้ สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อพิจารณาเลือกทำ CureJet ได้ค่ะ
ผู้ที่ทิ้งรอยแดงสิวไว้นานหลังจากสิวหาย
ผู้ที่มีรอยดำควบคู่กับปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียน
ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง หลุมสิวตื้น หรือหลุมสิวแบบ Rolling Scar
ผู้ที่ต้องการบำรุงฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์กลุ่ม Fraxel, Infini หรือ CO2 Laser
ผู้ที่กังวลหรือกลัวการฉีดยาแบบใช้เข็ม
ผู้ที่อยากรักษาหลุมสิวแต่ไม่อยากผ่านช่วงเวลาพักหน้ายาวนาน
ทางตรงกันข้าม หากยังมีสิวอักเสบเห่อขึ้นค่อนข้างมาก แนะนำให้ทำการรักษาสิวอักเสบให้อยู่หมัดก่อนเริ่มรักษาหลุมสิว การฝืนทำหัตถการขณะผิวอักเสบอาจเป็นการกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองหนักกว่าเดิม จึงแนะนำให้ปรับคอร์สตามช่วงเวลาที่เหมาะสมดีที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. CureJet คือเลเซอร์ใช่ไหม?
CureJet ไม่ใช่เลเซอร์ค่ะ แต่เป็นอุปกรณ์ประเภท Needle-free injector ที่ส่งผ่านตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวโดยใช้แรงดันลมเจ็ทความเร็วสูงแทนเข็ม ซึ่งต่างจากวิธีของเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงหรือพลังงานความร้อนในการจี้หน้าโดยตรงค่ะ
Q2. ทำ CureJet ครั้งเดียวหลุมสิวตื้นขึ้นเลยไหม?
ยากที่จะเห็นผลว่าหลุมสิวลึกกระชับอิ่มเต็มขึ้นทั้งหมดได้ในครั้งเดียวค่ะ แม้ว่าจะช่วยดูแลเรื่องรอยแดง รอยดำ ผิวขรุขระ หรือหลุมตื้นๆ ได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเคสหลุมลึกอย่าง Boxcar หรือ Icepick มักต้องการการรักษาควบคู่กับเลเซอร์หรือ Subcision เพิ่มเติมค่ะ
Q3. CureJet กับ Rejuran Healer แตกต่างกันอย่างไร?
ปกติแล้ว Rejuran Healer จะเป็นการฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรงผ่านปลายเข็มขนาดเล็ก ส่วน CureJet จะเปลี่ยนมาใช้วิธีแรงดันลมผลักยาลงไปแทน แม้จะใช้ตัวยาหรือสารบำรุงที่คล้ายคลึงกัน แต่ความสะดวกรวดเร็ว ความรู้สึกเจ็บขณะทำ รอยแผลหลังทำ ตลอดจนระยะเวลาพักฟื้นผิวจะมีความแตกต่างกันไปค่ะ
Q4. สามารถทำ CureJet ร่วมกับเลเซอร์รักษาหลุมสิวในวันเดียวกันได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวจริงค่ะ ในเคสสิวระดับรุนแรงหรือหลุมลึก อาจจำเป็นต้องเริ่มปรับพังผืดด้วยเลเซอร์หรือ Subcision ก่อน แล้วใช้ CureJet เข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมกระตุ้นความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิวภายหลัง อย่างไรก็ตาม การจะรวบยอดทำในวันเดียวกันและบริเวณเดียวกันเลยหรือไม่นั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความพร้อมของสภาพผิวให้อีกครั้งค่ะ
Q5. หากยังมีสิวอุดตันหรือสิวขึ้นอยู่ สามารถทำ CureJet ได้ไหม?
หากยังมีสิวอักเสบแอคทีฟอยู่เป็นจำนวนมาก แนะนำให้เคลียร์ปัญหาสิวและคุมการอักเสบให้ดีขึ้นก่อนเริ่มรักษาหลุมสิวค่ะ เพราะการทำหัตถการกระตุ้นผิวตรงบริเวณที่มีสิวอักเสบ อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายหรืออักเสบแดงรุนแรงยิ่งขึ้น จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับตารางการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
Q6. หลังทำ CureJet สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหม?
โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ แต่อาจมีรอยแดง รู้สึกตึงผิวอุ่นๆ รวมถึงรอยจุดแดงเล็กๆ เกิดขึ้นหลังทำได้ หากมีนัดหมายสำคัญ แนะนำให้เผื่อเวลาและวางแผนสเกดูลล่วงหน้าโดยคำนึงถึงระยะฟื้นฟูผิวสักนิดจะดีที่สุดค่ะ

การรักษาหลุมสิวด้วย CureJet การตั้งความคาดหวังที่ตรงกับความเป็นจริงสำคัญที่สุดค่ะ
CureJet เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจและมีประโยชน์อย่างยิ่งในโปรแกรมรักษาหลุมสิว แต่ไม่ใช่การรักษาที่จะเนรมิตหลุมสิวลึกให้เรียบกริบได้จากการทำเพียงครั้งเดียว แม้จะช่วยกระตุ้นผิวในหลุมสิวตื้น รอยแดง รอยดำ และปรับโครงสร้างผิวได้ดี แต่หากต้องการรักษาหลุมสิวแบบ Boxcar หรือ Icepick Scar ก็ยังมีจำเป็นต้องผสมผสานโปรแกรมอย่างเหมาะสมอยู่ค่ะ
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการประเมินแยกประเภทหลุมผิวของเราก่อน ว่าเป็นรอยแดง รอยดำ หลุมสิวแนวตื้นกว้าง (Rolling) หรือเป็นหลุมขอบตัดลึก (Boxcar/Icepick) เพื่อทิศทางการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำ
ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจอง (Beautystone_Hapjeong) เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรมรักษาที่หลากหลาย ทั้ง CureJet, เลเซอร์รักษาหลุมสิว รวมถึง skin booster ชนิดต่างๆ ให้สอดรับและตอบโจทย์กับปัญหาผิวรวมถึงรูปแบบหลุมสิวเฉพาะบุคคล หากกำลังวางแผนรักษาหลุมสิวแถวฮับจอง, ฮงแด, ชินชน หรืออีแด แวะมาปรึกษาและตรวจเช็กสภาพผิวกันก่อนได้นะคะ
✦ บทความที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



