จูวีลุค Glam เผยเส้นไหปลาร้า: ผลหลัง 1 เดือน
จูวีลุค Glam เผยเส้นไหปลาร้า: ผลหลัง 1 เดือน
จูวีลุค Glam เผยเส้นไหปลาร้า: ผลหลัง 1 เดือน
“ฉีด จูวีลุค ที่ไหล่ได้ด้วยเหรอ?” เป็นการตลาดหรือของจริง ลองเช็กรีวิวจริงใจก่อนทำหัตถการ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนฉีด จูวีลุค Volume (Glam) ที่หัวไหล่
ต้องอ่านก่อนทำ!
ช่วงนี้มีคนมาฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่กันเยอะขึ้นมากๆ เลยครับ
คุณหมอคิมกาอึลยังแอบสนใจเลย
เห็นว่าเร็วๆ นี้จะขอลองทำบ้างเหมือนกันครับ ฮ่าๆ
การฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่ มีข้อดีหลักๆ อยู่ 3 ข้อด้วยกันครับ
ช่วยให้ใบหน้าดูเล็กลง
ทำให้หัวไหล่ดูตั้งตรง สวยได้รูป (ไหล่ตั้งฉาก)
ช่วยพรางตาให้ต้นแขนดูเรียวเล็กลง
นี่คือ 3 ข้อดีหลักค่่า

Q. ฉีด จูวีลุค Volume (Glam) ที่หัวไหล่
แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไงครับ?
ใช่แล้วครับ ส่วนผสมหลักของทั้งสองตัวนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
จูวีลุค คือ PDLLA
ส่วนฟิลเลอร์ทั่วไปคือ HA (Hyaluronic Acid) ครับ
แทนที่จะเป็นการเติมเต็มวอลลุ่มแบบชั่วคราวธรรมดา (HA)
แต่ตัวนี้จะทำงานโดยการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว (PDLLA) ครับ
ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานต่างกัน
ซึ่งหมอจะขออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในเนื้อหาด้านล่างนะครับ
Q. การปรับรูปทรงไหล่ช่วยได้จริงไหมคะ
หรือว่าเป็นแค่การตลาดโฆษณาเฉยๆ?
ไม่ใช่เรื่องการตลาดแน่นอนครับ
การปรับแต่งรูปทรงหัวไหล่ด้วย
จูวีลุค Volume (Glam) จะช่วยปรับบาลานซ์สัดส่วนโดยรวมของร่างกายให้ดูสมดุลขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของแต่ละคน
อาจแตกต่างกันไปตามโครงสร้างไหล่
และการสะสมของไขมันในบริเวณนั้นนะครับ
ซึ่งรายละเอียดเกณฑ์การประเมินของหมอ
ได้สรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้วที่ด้านล่างนี้ครับ
Q. ตอนทำเจ็บไหมคะ
แล้วต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า?
ไม่เจ็บอย่างที่คิดและไม่ต้องพักฟื้นนานเลยครับ
แต่เนื่องจากเป็นบริเวณเฉพาะเจาะจง
จึงมีข้อควรระวังบางประการที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษครับ
เดี๋ยวหมอจะอธิบายให้ฟังแบบละเอียดไม่มีตกหล่นเลยครับ
มาทำความรู้จักกับ
จูวีลุค Volume (Glam) กันก่อนดีกว่าครับ

จูวีลุค Volume (Glam) คือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ที่มีส่วนผสมหลักของ PDLLA (PLLA-based) ครับ
ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ทั่วไป
ตรงที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบเติมเต็มพองฟูในทันทีหลังทำ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามธรรมชาติ
ทำให้เนื้อผิวค่อยๆ เติมเต็มและดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ช่วงแรกๆ อาจจะทำให้รู้สึกกังวลใจนิดหน่อย
เพราะหลังทำทันทีอาจจะรู้สึกเหมือน
ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่
ในช่วงแรกจะดูอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2~4 วอลลุ่มจะยุบตัวลงไปหนึ่งรอบ
แล้วคอลลาเจนจะค่อยๆ ถูกกระตุ้นและเติมเต็มขึ้นมาใหม่
ทีละนิดตลอดช่วงเดือนที่ 1~3 ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของตัวยาครับ
เหตุผลที่เราเลือกใช้ตัวนี้
เพื่อปรับแต่งบริเวณหัวไหล่มีเพียงข้อเดียวเลยครับ
เนื่องจากบริเวณหัวไหล่เป็นส่วนที่มีทั้งไขมันและกล้ามเนื้อปะปนกันอยู่
หากฝืนใช้ฟิลเลอร์ทั่วไปเติมเพียงอย่างเดียว ทรงก็อาจจะเคลื่อนตัวหรือเสียรูปได้ง่าย
แต่ จูวีลุค Volume (Glam) จะเน้นไปที่การสร้างความแข็งแรง
ให้กับโครงสร้างผิวและเนื้อเยื่อโดยตรง
จึงช่วยเข้ามาแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยมครับ
ฟิลเลอร์หัวไหล่ ใครทำแล้วปัง
ใครทำแล้วอาจจะเฉยๆ บ้างนะ?

พูดกันตามตรงเลยนะครับ ฟิลเลอร์หัวไหล่
อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ว้าวเหมือนกัน
สำหรับทุกคนครับ
จากประสบการณ์ที่หมอวิเคราะห์คนไข้
ในห้องตรวจ สามารถสรุปเกณฑ์ได้ดังนี้ครับ
[เคสที่ทำแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจน สวยปัง]
ผู้ที่มีรูปไหล่ค่อนข้างตรงอยู่แล้วแต่
เส้นแบ่งระหว่างไหปลาร้ากับกล้ามเนื้อหัวไหล่ (Deltoid)
ดูไม่คมชัดหรือเลือนหายไป
ผู้ที่เส้นตรงจากลำคอเชื่อมต่อไปยังไหล่มีความแบนราบ
จนทำให้ทรงไหล่ขาดความโดดเด่นมิติ
ผู้ที่มีรูปร่างผอมเพรียวสมส่วนดีอยู่แล้ว
แต่รู้สึกว่าขาดสัดส่วนเว้าโค้งที่สวยงามตรงบริเวณหัวไหล่
[เคสที่ผลลัพธ์อาจจะเห็นได้ค่อนข้างจำกัด]
ผู้ที่มีชั้นไขมันบริเวณหัวไหล่ค่อนข้างหนา
ซึ่งจะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปถูกชั้นไขมันกลืนหายไปจนไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่มีกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) พัฒนาแข็งแรงเกินไป
จนทำให้ไหล่ดูยกสูงและดูห่อ (เคสแบบนี้หมอแนะนำให้ฉีด โบท็อกซ์บ่า ก่อนเป็นอันดับแรกครับ)
ผู้ที่มีปัญหาไหล่ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งการใช้เฉพาะฟิลเลอร์อย่างเดียว
อาจมีขีดจำกัดในการปรับแก้ความสมมาตร
บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:
จากที่หมอดูแลคนไข้มา เคสที่มีชั้นไขมันบริเวณไหล่บาง
และเห็นกรอบกล้ามเนื้อเดลตอยด์ค่อนข้างชัด
จะประทับใจกับผลลัพธ์ที่สุดและมีความพึงพอใจสูงมากครับ
ในทางกลับกัน หากไหล่ช่วงบนหนามากๆ
เนื้อฟิลเลอร์อาจจะกลืนหายไปกับเนื้อผิวธรรมชาติ
จนทำให้คนไข้รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร
จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หมอ
จะชี้แจงและพูดคุยกับคนไข้ให้เข้าใจตรงกันก่อนเสมอครับ
เนื่องจาก จูวีลุค Volume (Glam) เป็นนวัตกรรมที่ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟูผิว
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจึงจะค่อยๆ ปรากฏชัดเจน
หลังทำประมาณ 2~3 เดือนครับ
ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญคือห้ามไปนวดตัว
หรือกดทับบริเวณหัวไหล่แรงๆ เด็ดขาดนะครับ
รบกวนปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดด้วยครับ
ขั้นตอนการรักษา
ขั้นตอนจริงๆ เป็นอย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ สบายใจได้เลย
การออกแบบ (Design)
หมอจะทำการประเมินจุดที่ต้องการแก้ไข
และทำเครื่องหมายระบุพิกัดที่จะทำการฉีดอย่างแม่นยำครับ
ยาชา (Anesthesia)
แปะยาชาเฉพาะที่ทิ้งไว้
ประมาณ 30~40 นาทีเพื่อความสบายขณะทำครับ
ขั้นตอนการฉีด (Injection)
ใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ค่อยๆ ฉีดตัวยา
เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง (ใช้เวลาประมาณ 20~30 นาทีโดยประมาณ)
การจัดทรง (Aftercare)
หลังฉีดทันที หมอจะช่วยนวดเบาๆ
เพื่อให้เนื้อยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและสวยงามเป็นธรรมชาติครับ
เรื่องความเจ็บ หากแปะยาชาอย่างเต็มที่แล้ว
จะแทบไม่ค่อยรู้สึกเลยครับ
แต่อาจจะมีความรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ บ้างเล็กน้อย
เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่ผิวค่อนข้างมีความหนาครับ
ไม่ได้เจ็บปวดรุนแรงจนทนไม่ไหวอย่างแน่นอนครับ
แต่ก็ไม่ได้ถึงกับไร้ความรู้สึกเลยทีเดียว
ช่วงเวลาพักฟื้นถือว่าน้อยมากๆ
ส่วนใหญ่รอยเข็มเล็กๆ จะค่อยๆ จางและเข้าที่ภายใน 1 สัปดาห์ครับ
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ
ที่เน้นการใช้แรงช่วงไหล่และแขนก่อนนะครับ
เรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาผลลัพธ์
ขอพูดคุยกันตรงๆ แบบเปิดอกเลยครับ

ถ้าพูดถึงข้อเสียหลักๆ คงเป็นเรื่องราคาครับ ^^..
เนื่องจากต้นทุนของตัวยานี้ค่อนข้างสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
และปริมาณที่ต้องใช้กับหัวไหล่ก็ถือว่าไม่น้อยเลย
เรื่องราคาจึงอาจจะทำให้หลายคนรู้สึกแอบกังวลใจอยู่บ้างครับ
แต่ถ้ามองในมุมของระยะเวลาผลลัพธ์
บอกเลยว่าคุ้มค่าและเป็นจุดเด่นที่ดีงามมากครับ
เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวสร้างตัวได้อย่างเต็มที่แล้ว
จากเคสส่วนใหญ่ที่หมอดูแล สามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1 ปีครึ่ง ไปจนถึง 2 ปี เลยทีเดียวครับ
แน่นอนว่าระยะเวลาที่แท้จริง
อาจมีความแตกต่างกันส่วนบุคคล
ขึ้นอยู่กับระบบเผาผลาญและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนครับ
โดยปกติ หมอจะแนะนำให้มาประเมินเพื่อเติมซ้ำ
หลังจากการรักษาครั้งแรกประมาณ 1~2 เดือน
การแบ่งฉีดและค่อยๆ ดูแลไปตามขั้นตอนแบบนี้
จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเนียนและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. สามารถฉีดร่วมกับ
โบท็อกซ์ลดบ่า ได้ไหมคะ?
A. สามารถทำร่วมกันได้สบายมากเลยครับ
การฉีดโบท็อกซ์เพื่อช่วยฟิตลดขนาดกล้ามเนื้อบ่าที่นูนขึ้น
ควบคู่ไปกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อจัดแต่งขอบหัวไหล่ให้ตัดตรง
จะยิ่งส่งเสริมผลลัพธ์ให้ไหล่ดูสวยระหงและเป็นธรรมชาติสุดๆ เลยครับ
Q2. หลังทำแล้ว
จะรู้สึกตึงหรือจับเจอเป็นก้อนที่ไหล่ไหมคะ?
A. ในช่วงแรกประมาณ 2~4 สัปดาห์แรก
เนื่องจากเป็นช่วงที่ตัวยากำลังเริ่มกระบวนการจัดเรียงตัว
อาจจะทำให้รู้สึกแข็งตึงๆ เวลาสัมผัสโดนได้บ้างครับ
ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ นิ่มลงและละมุนกลืนไปกับผิวภายในช่วงหนึ่งเดือน
ไม่ต้องกังวลใจไปเลยนะครับ เป็นเรื่องปกติมากครับ
Q3. สามารถมาแวะทำ
ช่วงสั้นๆ ตอนพักเที่ยงได้ไหมคะ?
A. ตัวขั้นตอนการรักษาจริงๆ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ
แต่ถ้ารวมขั้นตอนการประเมินและการแปะยาชาด้วยแล้ว
แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สักประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมงจะดีที่สุดครับ
สำหรับท่านที่ไม่สะดวกรันคิววันธรรมดา ทางคลินิกเรามีเปิดบริการวันอาทิตย์ด้วยนะครับ
สามารถเลือกเข้ามาใช้บริการช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกมากเช่นกันครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเบื้องต้น สามารถทักมาพูดคุย
สอบถามแอดมินผ่านทาง LINE ได้สบายๆ เลยนะครับ
ผม หมอวี ยองจิน ยินดีตอบทุกคำถามครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ฉีดปากลดไขมัน ย่านฮับจอง-ฮงแด โซล เห็นผลลัพธ์จริงไหม? มาเจาะลึกกัน
ลดน้ำหนักแบบติดเร่งด่วนจนหน้าโทรม ดูแก่ลง จะใช้การรีฟติ้งดึงหน้ากู้ชีพได้ไหมนะ?
เทคนิคเลี่ยงปัญหาก้อนแข็ง (Nodule) ผลข้างเคียงจากการฉีด Sculptra
ฟิลเลอร์หน้าผาก ย่านฮงแดในโซล ฉีดครั้งเดียวจะเปลี่ยนหน้าผากแบนให้ละมุนได้ขนาดไหนกัน?
เลเซอร์หน้าใส Pico Toning คืออะไร? มารู้จักกับเลเซอร์เผยผิวออร่าโดยหมอฮับจองอธิบายเองโดยตรง
3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนฉีด จูวีลุค Volume (Glam) ที่หัวไหล่
ต้องอ่านก่อนทำ!
ช่วงนี้มีคนมาฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่กันเยอะขึ้นมากๆ เลยครับ
คุณหมอคิมกาอึลยังแอบสนใจเลย
เห็นว่าเร็วๆ นี้จะขอลองทำบ้างเหมือนกันครับ ฮ่าๆ
การฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่ มีข้อดีหลักๆ อยู่ 3 ข้อด้วยกันครับ
ช่วยให้ใบหน้าดูเล็กลง
ทำให้หัวไหล่ดูตั้งตรง สวยได้รูป (ไหล่ตั้งฉาก)
ช่วยพรางตาให้ต้นแขนดูเรียวเล็กลง
นี่คือ 3 ข้อดีหลักค่่า

Q. ฉีด จูวีลุค Volume (Glam) ที่หัวไหล่
แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไงครับ?
ใช่แล้วครับ ส่วนผสมหลักของทั้งสองตัวนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
จูวีลุค คือ PDLLA
ส่วนฟิลเลอร์ทั่วไปคือ HA (Hyaluronic Acid) ครับ
แทนที่จะเป็นการเติมเต็มวอลลุ่มแบบชั่วคราวธรรมดา (HA)
แต่ตัวนี้จะทำงานโดยการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว (PDLLA) ครับ
ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานต่างกัน
ซึ่งหมอจะขออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในเนื้อหาด้านล่างนะครับ
Q. การปรับรูปทรงไหล่ช่วยได้จริงไหมคะ
หรือว่าเป็นแค่การตลาดโฆษณาเฉยๆ?
ไม่ใช่เรื่องการตลาดแน่นอนครับ
การปรับแต่งรูปทรงหัวไหล่ด้วย
จูวีลุค Volume (Glam) จะช่วยปรับบาลานซ์สัดส่วนโดยรวมของร่างกายให้ดูสมดุลขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของแต่ละคน
อาจแตกต่างกันไปตามโครงสร้างไหล่
และการสะสมของไขมันในบริเวณนั้นนะครับ
ซึ่งรายละเอียดเกณฑ์การประเมินของหมอ
ได้สรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้วที่ด้านล่างนี้ครับ
Q. ตอนทำเจ็บไหมคะ
แล้วต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า?
ไม่เจ็บอย่างที่คิดและไม่ต้องพักฟื้นนานเลยครับ
แต่เนื่องจากเป็นบริเวณเฉพาะเจาะจง
จึงมีข้อควรระวังบางประการที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษครับ
เดี๋ยวหมอจะอธิบายให้ฟังแบบละเอียดไม่มีตกหล่นเลยครับ
มาทำความรู้จักกับ
จูวีลุค Volume (Glam) กันก่อนดีกว่าครับ

จูวีลุค Volume (Glam) คือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ที่มีส่วนผสมหลักของ PDLLA (PLLA-based) ครับ
ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) ทั่วไป
ตรงที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบเติมเต็มพองฟูในทันทีหลังทำ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามธรรมชาติ
ทำให้เนื้อผิวค่อยๆ เติมเต็มและดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ช่วงแรกๆ อาจจะทำให้รู้สึกกังวลใจนิดหน่อย
เพราะหลังทำทันทีอาจจะรู้สึกเหมือน
ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่
ในช่วงแรกจะดูอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2~4 วอลลุ่มจะยุบตัวลงไปหนึ่งรอบ
แล้วคอลลาเจนจะค่อยๆ ถูกกระตุ้นและเติมเต็มขึ้นมาใหม่
ทีละนิดตลอดช่วงเดือนที่ 1~3 ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของตัวยาครับ
เหตุผลที่เราเลือกใช้ตัวนี้
เพื่อปรับแต่งบริเวณหัวไหล่มีเพียงข้อเดียวเลยครับ
เนื่องจากบริเวณหัวไหล่เป็นส่วนที่มีทั้งไขมันและกล้ามเนื้อปะปนกันอยู่
หากฝืนใช้ฟิลเลอร์ทั่วไปเติมเพียงอย่างเดียว ทรงก็อาจจะเคลื่อนตัวหรือเสียรูปได้ง่าย
แต่ จูวีลุค Volume (Glam) จะเน้นไปที่การสร้างความแข็งแรง
ให้กับโครงสร้างผิวและเนื้อเยื่อโดยตรง
จึงช่วยเข้ามาแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยมครับ
ฟิลเลอร์หัวไหล่ ใครทำแล้วปัง
ใครทำแล้วอาจจะเฉยๆ บ้างนะ?

พูดกันตามตรงเลยนะครับ ฟิลเลอร์หัวไหล่
อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ว้าวเหมือนกัน
สำหรับทุกคนครับ
จากประสบการณ์ที่หมอวิเคราะห์คนไข้
ในห้องตรวจ สามารถสรุปเกณฑ์ได้ดังนี้ครับ
[เคสที่ทำแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจน สวยปัง]
ผู้ที่มีรูปไหล่ค่อนข้างตรงอยู่แล้วแต่
เส้นแบ่งระหว่างไหปลาร้ากับกล้ามเนื้อหัวไหล่ (Deltoid)
ดูไม่คมชัดหรือเลือนหายไป
ผู้ที่เส้นตรงจากลำคอเชื่อมต่อไปยังไหล่มีความแบนราบ
จนทำให้ทรงไหล่ขาดความโดดเด่นมิติ
ผู้ที่มีรูปร่างผอมเพรียวสมส่วนดีอยู่แล้ว
แต่รู้สึกว่าขาดสัดส่วนเว้าโค้งที่สวยงามตรงบริเวณหัวไหล่
[เคสที่ผลลัพธ์อาจจะเห็นได้ค่อนข้างจำกัด]
ผู้ที่มีชั้นไขมันบริเวณหัวไหล่ค่อนข้างหนา
ซึ่งจะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปถูกชั้นไขมันกลืนหายไปจนไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่มีกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) พัฒนาแข็งแรงเกินไป
จนทำให้ไหล่ดูยกสูงและดูห่อ (เคสแบบนี้หมอแนะนำให้ฉีด โบท็อกซ์บ่า ก่อนเป็นอันดับแรกครับ)
ผู้ที่มีปัญหาไหล่ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งการใช้เฉพาะฟิลเลอร์อย่างเดียว
อาจมีขีดจำกัดในการปรับแก้ความสมมาตร
บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:
จากที่หมอดูแลคนไข้มา เคสที่มีชั้นไขมันบริเวณไหล่บาง
และเห็นกรอบกล้ามเนื้อเดลตอยด์ค่อนข้างชัด
จะประทับใจกับผลลัพธ์ที่สุดและมีความพึงพอใจสูงมากครับ
ในทางกลับกัน หากไหล่ช่วงบนหนามากๆ
เนื้อฟิลเลอร์อาจจะกลืนหายไปกับเนื้อผิวธรรมชาติ
จนทำให้คนไข้รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร
จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หมอ
จะชี้แจงและพูดคุยกับคนไข้ให้เข้าใจตรงกันก่อนเสมอครับ
เนื่องจาก จูวีลุค Volume (Glam) เป็นนวัตกรรมที่ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟูผิว
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจึงจะค่อยๆ ปรากฏชัดเจน
หลังทำประมาณ 2~3 เดือนครับ
ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญคือห้ามไปนวดตัว
หรือกดทับบริเวณหัวไหล่แรงๆ เด็ดขาดนะครับ
รบกวนปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดด้วยครับ
ขั้นตอนการรักษา
ขั้นตอนจริงๆ เป็นอย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ สบายใจได้เลย
การออกแบบ (Design)
หมอจะทำการประเมินจุดที่ต้องการแก้ไข
และทำเครื่องหมายระบุพิกัดที่จะทำการฉีดอย่างแม่นยำครับ
ยาชา (Anesthesia)
แปะยาชาเฉพาะที่ทิ้งไว้
ประมาณ 30~40 นาทีเพื่อความสบายขณะทำครับ
ขั้นตอนการฉีด (Injection)
ใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ค่อยๆ ฉีดตัวยา
เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง (ใช้เวลาประมาณ 20~30 นาทีโดยประมาณ)
การจัดทรง (Aftercare)
หลังฉีดทันที หมอจะช่วยนวดเบาๆ
เพื่อให้เนื้อยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและสวยงามเป็นธรรมชาติครับ
เรื่องความเจ็บ หากแปะยาชาอย่างเต็มที่แล้ว
จะแทบไม่ค่อยรู้สึกเลยครับ
แต่อาจจะมีความรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ บ้างเล็กน้อย
เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่ผิวค่อนข้างมีความหนาครับ
ไม่ได้เจ็บปวดรุนแรงจนทนไม่ไหวอย่างแน่นอนครับ
แต่ก็ไม่ได้ถึงกับไร้ความรู้สึกเลยทีเดียว
ช่วงเวลาพักฟื้นถือว่าน้อยมากๆ
ส่วนใหญ่รอยเข็มเล็กๆ จะค่อยๆ จางและเข้าที่ภายใน 1 สัปดาห์ครับ
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ
ที่เน้นการใช้แรงช่วงไหล่และแขนก่อนนะครับ
เรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาผลลัพธ์
ขอพูดคุยกันตรงๆ แบบเปิดอกเลยครับ

ถ้าพูดถึงข้อเสียหลักๆ คงเป็นเรื่องราคาครับ ^^..
เนื่องจากต้นทุนของตัวยานี้ค่อนข้างสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
และปริมาณที่ต้องใช้กับหัวไหล่ก็ถือว่าไม่น้อยเลย
เรื่องราคาจึงอาจจะทำให้หลายคนรู้สึกแอบกังวลใจอยู่บ้างครับ
แต่ถ้ามองในมุมของระยะเวลาผลลัพธ์
บอกเลยว่าคุ้มค่าและเป็นจุดเด่นที่ดีงามมากครับ
เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวสร้างตัวได้อย่างเต็มที่แล้ว
จากเคสส่วนใหญ่ที่หมอดูแล สามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1 ปีครึ่ง ไปจนถึง 2 ปี เลยทีเดียวครับ
แน่นอนว่าระยะเวลาที่แท้จริง
อาจมีความแตกต่างกันส่วนบุคคล
ขึ้นอยู่กับระบบเผาผลาญและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนครับ
โดยปกติ หมอจะแนะนำให้มาประเมินเพื่อเติมซ้ำ
หลังจากการรักษาครั้งแรกประมาณ 1~2 เดือน
การแบ่งฉีดและค่อยๆ ดูแลไปตามขั้นตอนแบบนี้
จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเนียนและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. สามารถฉีดร่วมกับ
โบท็อกซ์ลดบ่า ได้ไหมคะ?
A. สามารถทำร่วมกันได้สบายมากเลยครับ
การฉีดโบท็อกซ์เพื่อช่วยฟิตลดขนาดกล้ามเนื้อบ่าที่นูนขึ้น
ควบคู่ไปกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อจัดแต่งขอบหัวไหล่ให้ตัดตรง
จะยิ่งส่งเสริมผลลัพธ์ให้ไหล่ดูสวยระหงและเป็นธรรมชาติสุดๆ เลยครับ
Q2. หลังทำแล้ว
จะรู้สึกตึงหรือจับเจอเป็นก้อนที่ไหล่ไหมคะ?
A. ในช่วงแรกประมาณ 2~4 สัปดาห์แรก
เนื่องจากเป็นช่วงที่ตัวยากำลังเริ่มกระบวนการจัดเรียงตัว
อาจจะทำให้รู้สึกแข็งตึงๆ เวลาสัมผัสโดนได้บ้างครับ
ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ นิ่มลงและละมุนกลืนไปกับผิวภายในช่วงหนึ่งเดือน
ไม่ต้องกังวลใจไปเลยนะครับ เป็นเรื่องปกติมากครับ
Q3. สามารถมาแวะทำ
ช่วงสั้นๆ ตอนพักเที่ยงได้ไหมคะ?
A. ตัวขั้นตอนการรักษาจริงๆ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ
แต่ถ้ารวมขั้นตอนการประเมินและการแปะยาชาด้วยแล้ว
แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สักประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมงจะดีที่สุดครับ
สำหรับท่านที่ไม่สะดวกรันคิววันธรรมดา ทางคลินิกเรามีเปิดบริการวันอาทิตย์ด้วยนะครับ
สามารถเลือกเข้ามาใช้บริการช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกมากเช่นกันครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเบื้องต้น สามารถทักมาพูดคุย
สอบถามแอดมินผ่านทาง LINE ได้สบายๆ เลยนะครับ
ผม หมอวี ยองจิน ยินดีตอบทุกคำถามครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ฉีดปากลดไขมัน ย่านฮับจอง-ฮงแด โซล เห็นผลลัพธ์จริงไหม? มาเจาะลึกกัน
ลดน้ำหนักแบบติดเร่งด่วนจนหน้าโทรม ดูแก่ลง จะใช้การรีฟติ้งดึงหน้ากู้ชีพได้ไหมนะ?
เทคนิคเลี่ยงปัญหาก้อนแข็ง (Nodule) ผลข้างเคียงจากการฉีด Sculptra
ฟิลเลอร์หน้าผาก ย่านฮงแดในโซล ฉีดครั้งเดียวจะเปลี่ยนหน้าผากแบนให้ละมุนได้ขนาดไหนกัน?
เลเซอร์หน้าใส Pico Toning คืออะไร? มารู้จักกับเลเซอร์เผยผิวออร่าโดยหมอฮับจองอธิบายเองโดยตรง
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



