หากมีอาการหน้าแดงร่วมด้วย? กรณีที่แนะนำ Rejuran HB มากกว่า Rejuran แบบทั่วไป

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ จู่ๆ
ก็เริ่มมีหลายๆ อย่าง
ที่ชวนให้รู้สึกกังวลใจใช่ไหมคะ
ทั้งเรื่องความเรียบเนียนของผิว เติมความชุ่มชื้น
และช่วงนี้ก็มีคนไข้
ทักมาสอบถามกันเยอะมากๆ
นั่นก็คือ Rejuran HB นั่นเองค่ะ
วันนี้เราเลยจะมา
สรุปราคา Rejuran HB แบบจัดเต็มกันค่ะ
มันแตกต่างจาก Rejuran
สูตรปกติยังไง
แล้วราคาที่ต่างกันนั้น
จะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าจริงไหม
เราไปหาคำตอบพร้อมๆ กันเลยค่ะ
Q. Rejuran HB
ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า Rejuran สูตรปกติไหมคะ?
A. เนื่องจากจุดประสงค์การใช้ต่างกัน
จึงไม่ใช่ว่าอันไหน "ดีกว่า" นะคะ
แต่ต้องเรียกว่า "แตกต่าง" กันค่ะ
มาดูคำอธิบายด้านล่างนี้กันเลย
Q. ได้ยินมาว่าแถวฮงแดหรือฮับจอง
มีคลินิกที่มี Rejuran HB
ไม่ค่อยเยอะจริงไหมคะ?
A. ใช่ค่ะ มีคลินิกที่ให้บริการไม่มากนักค่ะ
เดี๋ยวหมอจะแนะนำเกณฑ์การเลือกคลินิกให้ด้วยนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า
Rejuran HB คืออะไรกันแน่

Rejuran นั้นมีส่วนผสมหลักคือ
PDRN (Polynucleotide) ที่สกัดมาจากดีเอ็นเอของปลาแซลมอนค่ะ
ซึ่งเป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดการอักเสบ
และเป็นเมโสที่นำมาใช้เพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวค่ะ
ส่วน Rejuran HB นั้น
ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นค่ะ
โดยเป็นการผสานส่วนผสมของ
HA (Hyaluronic Acid) เพิ่มเติมเข้ามาค่ะ
พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นสูตรผสมผสานที่รวมเอา
พลังการฟื้นฟูของ PDRN เข้ากับ
คุณสมบัติในการเติมความชุ่มชื้นของ Hyaluronic Acid นั่นเองค่ะ
แต่ก็มีจุดที่ทำให้หลายคนแอบสับสนอยู่เหมือนกันค่ะ
เพราะมีคนไข้ถามหมอเข้ามาบ่อยมากๆ ว่า
"งั้นแค่ฉีด Rejuran HB ตัวเดียว
ก็แก้ได้ทุกปัญหาผิวเลยไม่ใช่เหรอคะ?"
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะ
ปริมาณ HA ที่ผสมอยู่ใน Rejuran HB นั้น
ไม่ได้เข้มข้นจนเทียบเท่าฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับเติมวอลลุ่มนะคะ
แต่เป็นความเข้มข้นในระดับที่เข้าไปช่วย
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมความชุ่มชื้นภายในชั้นผิวหนังแท้เท่านั้นค่ะ
ถึงแม้จะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวของแต่ละคน
แต่โดยปกติแล้วหมอจะแนะนำแบบนี้ค่ะ
"สำหรับใครที่รู้สึกว่าผิวขาดน้ำ แห้งกร้าน
Rejuran HB จะตอบโจทย์ได้ดีมากค่ะ
แต่หากเป้าหมายหลักคือการกู้ผิวที่หย่อนคล้อยหรือเน้นการฟื้นฟูเซลล์ผิว
Rejuran สูตรปกติ
หรือ Rejuran Healer จะเหมาะสมกว่าค่ะ"
ราคา Rejuran HB
จริงๆ แล้วอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง

บอกตามตรงนะคะว่าราคาของแต่ละคลินิก
จะค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควรเลยค่ะ
เนื่องจากเป็นการรักษาแบบนอกระบบประกันสุขภาพ (Non-reimbursable)
จึงไม่มีราคามาตรฐานที่กำหนดไว้ตายตัวค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ โดยอ้างอิงอัตราราคาในโซล
จะอยู่ในเรทประมาณนี้ค่ะ
Rejuran Healer (สูตรปกติ):
150,000 ~ 250,000 วอน
(เน้น PDRN เดี่ยวๆ เหมาะสำหรับฟื้นฟูและสร้างความยืดหยุ่น)
Rejuran HB:
250,000 ~ 400,000 วอน
(เน้นผสมผสาน PDRN+HA เหมาะสำหรับเติมน้ำให้ผิวและฟื้นฟู)
Rejuran I (Rejuran Eye):
200,000 ~ 355,000 วอน
(สูตรเฉพาะสำหรับผิวรอบดวงตา มีความหนืดต่ำ)
จุดด้อยเพียงข้อเดียวคงจะเป็นเรื่องราคาค่ะ ^^..
Rejuran HB จะมีราคาแพงกว่า
Rejuran สูตรปกติประมาณ 1.5 - 2 เท่าค่ะ
เนื่องจากเป็นสูตรผสมผสานที่มีส่วนผสมเพิ่มขึ้นอย่าง HA
ต้นทุนผลิตภัณฑ์ก็เลยสูงขึ้นตามธรรมดาค่ะ
แต่หากมองในแง่ของคนที่ต้องการเน้นความชุ่มชื้นเป็นหลัก
เมื่อเทียบกับการแยกฉีด Mulgwang-jusa (เมโสหน้าใสแบบเกาหลี) หรือ skin booster ตัวอื่นแยกกันต่างหาก
การเลือกทำ Rejuran HB แค่ตัวเดียว
แต่ครอบคลุมทั้งสองฟังก์ชันก็นับว่าคุ้มค่าและไม่ได้เปลืองงบจนเกินไปค่ะ
บันทึกจากประสบการณ์ตรงของ หมอวี ยองจิน:
Rejuran HB ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมกับผิวที่ขาดน้ำ
แต่มันก็ไม่ได้มีแค่ข้อดีอย่างเดียวนะครับ
เนื่องจากมีส่วนผสมของ HA ทำให้ในบางเคสอาจมี
รอยบวมหรือรอยแดงหลังทำ นานกว่าการฉีด Rejuran สูตรปกตินิดหน่อยครับ
จากประสบการณ์ของหมอ หลังทำอาจจะมีรอยเข็ม
หรือรอยบวมจางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วันครับ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไข้ที่มีผิวบาง
ผิวจะตอบสนองและบวมแดงได้ง่ายกว่าเคสอื่นๆ ครับ
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หมอ
มักจะแจ้งคนไข้ล่วงหน้าเสมอครับ
ถ้าคนไข้มีนัดสำคัญๆ
หมอแนะนำว่าควรมาฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ
และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากทำความเข้าใจก่อน
คือ Rejuran HB ไม่ใช่โปรแกรมที่จะเห็นผลลัพธ์หน้ามือเป็นหลังมือได้ในครั้งเดียว
แต่เมื่อเทียบกับการทำอย่างต่อเนื่อง 3-4 ครั้งขึ้นไป
จะสังเกตเห็นเลยครับว่าผลลัพธ์ของความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นของผิว
จะดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียวครับ
Rejuran HB
เหมาะกับใคร
และไม่เหมาะกับใครบ้างนะ

นี่คือจุดที่คนไข้หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากค่ะ
เพราะไม่ใช่ว่า Rejuran HB จะดีกว่า Rejuran สูตรปกติ
กับทุกๆ สภาพผิวหรอกนะคะ
โดยปกติแล้วหมอจะแนะนำ
Rejuran HB ให้กับคนไข้กลุ่มนี้ค่ะ
กลุ่มที่คนไข้รู้สึกว่าผิวแห้งกร้านและแห้งตึง
เป็นประจำ
ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้ว
แต่ผิวก็ยังรู้สึกแห้งขาดน้ำจากข้างใน (แห้งจากภายใน)
ผู้ที่มีความกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและรอบดวงตา
หรือผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน
ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องการฟื้นฟูผิว
และกักเก็บความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน
ในทางกลับกัน สภาพผิวแบบนี้หมอคิดว่า Rejuran สูตรปกติ
หรือหัตถการตัวอื่นๆ อาจจะตอบโจทย์ได้ตรงเจุดมากกว่าค่ะ
คนที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อยเป็นหลัก
→ Rejuran Healer จะเหมาะสมมากกว่าค่ะ
จุดประสงค์เพื่อรักษาและฟื้นฟูรอยแผลเป็นจากสิว
→ ควรพิจารณาเป็น Rejuran เดี่ยวๆ หรือทำควบคู่กับหัตถการรักษารอยสิวอื่นๆ
คนไข้ที่ผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพออยู่แล้ว
และมีจุดประสงค์หลักเพื่อเน้นการฟื้นฟูซ่อมแซมอย่างเดียว
→ จุดเด่นเรื่องเติมน้ำของสูตร HB จะลดทอนความคุ้มค่าลงไปค่ะ
ถึงมันจะซับซ้อนไปบ้าง
แต่นี่ล่ะค่ะคือเหตุผลที่หมอไม่สามารถสรุปได้ง่ายๆ เลยว่า
"อันนี้ดีกว่าแน่นอน"
โดยที่ยังไม่ได้เข้ามาวิเคราะห์สภาพผิวจริงของคนไข้ค่ะ
ถ้าคนไข้เลือกโปรแกรมโดยการเปรียบเทียบแค่เรื่องราคาเป็นหลักโดยไม่ปรึกษาหรือตรวจวิเคราะห์ก่อน
ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามเป้าหมายที่หวังไว้ได้ค่ะ
สรุปใจความสำคัญ:
Rejuran HB เหมาะกับผิวที่เน้นฟื้นฟูคืนความอ่อนเยาว์และเติมน้ำควบคู่กัน
แม้ว่าราคาจะแพงกว่า Rejuran สูตรปกติประมาณ 1.5 - 2 เท่า
แต่มันคุ้มค่ามากๆ เลยค่ะถ้าเลือกใช้ได้ตรงกับปัญหาผิวจริงๆ
เช็คลิสต์ที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจ
ทำ Rejuran HB ย่านฮงแดและฮับจอง

คนไข้จากแถวชินช็อนหรือแถวหน้า ม.อีฮวา
ก็มักจะถามเข้ามากันเยอะเลยค่ะ
แต่ถ้าอิงตามโซนย่านฮับจองและฮงแดเป็นหลักแล้ว
คลินิกที่มีโปรแกรม Rejuran HB
จริงๆ แล้วมีอยู่น้อยกว่าที่คิดนะคะ
และนี่คือเช็คลิสต์สำคัญๆ
ที่หมออยากให้ตรวจสอบให้ดีก่อนค่ะ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงมือฉีดเองหรือไม่
เพราะระดับความลึกและระยะห่างในการฉีด Rejuran HB
ส่งผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่จะออกมาค่ะ
หากดูแลโดยเจ้าหน้าที่แพทย์ที่ยังไม่มีความคุ้นมือ
และทำไปตามคู่มือเท่านั้น
ก็อาจจะพลาดดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปได้ง่ายมากค่ะ
ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์จากการฉีดเมโสพวกนี้
ฝีมือการฉีดที่ละเอียดประณีตของแพทย์
รวมถึงประสบการณ์ที่สะสมมาจะเป็นตัวตัดสินคุณภาพของผลลัพธ์ค่ะ
เป็นตัวยาแท้ผ่านการตรวจสอบหรือไม่
ในปัจจุบัน Rejuran HB มีทั้งตัวยาของแท้ที่ได้รับอนุมัติในเกาหลีอย่างเป็นทางการ
รวมถึงสินค้าลอกเลียนแบบปะปนอยู่ด้วยกันค่ะ
ดังนั้นในขั้นตอนการให้คำปรึกษาครั้งแรก
คุณควรสังเกตขอดูข้อมูลผลิตภัณฑ์จริงด้วยตนเองดีกว่าค่ะ
มีการวางแผนกำหนดระยะเวลาการจองรักษา
และจำนวนครั้งที่เหมาะสมหรือไม่
คลินิกที่ดีควรทำความเข้าใจและแจ้งความจริงกับคนไข้ตั้งแต่แรก
ว่าผลลัพธ์นั้นไม่ใช่โปรแกรมแบบครั้งเดียวทำแล้วจบค่ะ
ตอนแรกตัวหมอเองก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันครับ
แต่หลังจากที่ผ่านการทำเคสมาหลายร้อยราย
มันก็ทำให้หมอได้พบและรู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้ครับ
หากจุดประสงค์หลักคือเรื่องความชุ่มชื้น การออกแบบโปรแกรมแบบรักษาควบคู่
ร่วมกับหัตถการอื่นๆ ตามสภาพผิวของคนไข้
มักจะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการฉีดเพียง Rejuran HB เดี่ยวๆ ครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Rejuran HB กับ Mulgwang-jusa
มีความต่างกันอย่างไรคะ?
A. Mulgwang-jusa (ในกลุ่มสกินบูสเตอร์ประเภท HA)
คือสกินบูสเตอร์ที่เติมเต็ม HA เข้าสู่ผิวโดยตรง
เพื่อช่วยสร้างความชุุ่มชื้นให้ผิวแบบเห็นผลได้อย่างรวดเร็วทันใจ
แต่ในทางกลับกัน Rejuran HB มีส่วนผสมหลักเป็น PDRN
จึงมุ่งหวังผลลัพธ์เรื่องฟื้นฟูระดับเซลล์ผิวควบคู่ไปกับคุณสมบัติเติมความชุ่มชื้นค่ะ
หากวัดเรื่องความเร็วในการเห็นผลลัพธ์
Mulgwang-jusa จะช่วยกู้ผิวข้ามคืนได้รวดเร็วกว่าค่ะ
แต่ในเรื่องความคงอยู่และการพัฒนาคุณภาพผิวอย่างยั่งยืน
Rejuran HB จะยิ่งเห็นผลลัพธ์สะสมที่ดีชัดเจนและยาวนานขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องค่ะ
Q2. การฉีด Rejuran HB
1 ครั้ง ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. จากประสบการณ์ของหมอ หลังจากการรักษาครั้งแรก
ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้จริงจะอยู่ได้ราวๆ 4-6 สัปดาห์ค่ะ
แต่หากรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง เพื่อเพิ่มความสามารถ
ในการอุ้มน้ำกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของชั้นผิวแล้ว
หลังจากนั้นก็ผ่อนระยะการมาทำซ้ำให้เว้นช่วงยาวนานยิ่งขึ้นได้ค่ะ
ถ้าคนไข้ตั้งคาดหวังผลความยาวนานไว้มากตั้งแต่ครั้งแรก
อาจจะรู้สึกแอบผิดหวังได้นะคะ
Q3. วันที่เข้ารับบริการ
สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติเลยไหมคะ?
A. งดการแต่งหน้าในวันแรกที่มาทำ
จะเหมาะสมต่อแผลที่สุดค่ะ
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้เข็มฉีดตัวยา หลังทำเสร็จทันที
เกราะป้องกันผิวชั้นนอกจะยังเปิดอยู่ชั่วขณะค่่ะ
ปกติแล้วจะสามารถแต่งหน้าได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นถัดไปค่ะ
แต่สำหรับการทาครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน
สามารถทาได้หลังทำหัตถการไปแล้ว
ประมาณ 4-5 ชั่วโมงค่ะ
หากคุณยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม
สามารถปรึกษาช่องทาง LINE ได้ค่ะ
หากคุณอยากรู้ว่าหัตถการตัวนี้เหมาะกับผิวคุณหรือไม่ สามารถเข้ามาให้คุณหมอช่วยตรวจดูประเมินได้โดยตรงค่ะ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านช่องทาง LINE ที่นี่
สอบถามกันเข้ามาทาง LINE สบายๆ ได้เลยค่ะ
ส่งข้อความมาสอบถามก่อนจองคิวเดินทางเข้ามาได้เลยนะคะ
เขียนเนื้อหาโดยคุณหมอ หมอวี ยองจิน ครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ฉีดเมโสหน้าใส Water Glow ย่านฮงแด 5 เช็คลิสต์สำคัญที่ต้องรู้ก่อนฉีด
ปักหมุดฉีด Exosome ย่านฮงแด แนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อนทำดีที่สุดครับ
เจาะลึกความต่าง Rejuran Healer vs HB เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียละเอียดยิบ
เลเซอร์โทนนิ่งหน้าใสคืออะไร? Pico Toning คุณหมอประจำย่านฮับจองมาอธิบายด้วยตัวเอง
Seoul LDM ย่านฮงแด กับ 5 ปัญหาผิว ยอดฮิตที่ให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์ได้จริงๆ

ยกกระชับ
หน้าผาก-คิ้วหย่อนคล้อย Sofwave ช่วยได้ไหม? เจาะลึกข้อควรรู้
หน้าผาก-คิ้วหย่อนจนดูหนัก Sofwave ยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ช่วยได้แค่ไหน สรุปกลไกและข้อควรระวัง

ผิว
หน้าแดง รอยแดงไม่ยอมจาง Potenza ช่วยได้ไหม? เจาะลึก
รอยแดงบนใบหน้าไม่ยอมจาง Potenza (Microneedle RF) ช่วยดูแลได้แค่ไหน สรุปกลไกและข้อควรระวัง

ผิว
หลังมือผอมจนเห็นเส้นเอ็น สคัลป์ตร้าช่วยได้ไหม?
หลังมือผอมจนเห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือด สคัลป์ตร้าช่วยเติมวอลุ่มได้ไหม สรุปกลไกและข้อควรระวัง

ผิว
อยู่ในร่มหรือวันฟ้าครึ้มต้องทากันแดดไหม?
อยู่ในร่มหรือวันฟ้าครึ้มก็ยังต้องทากันแดดไหม UVA ทะลุกระจกและเมฆลงมาถึงผิว สรุปเหตุผลและการดูแล

ยกกระชับ
อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage ยุบเมื่อไหร่ เจาะลึกไทม์ไลน์
อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage ยุบเมื่อไหร่ ไทม์ไลน์หลังทำ 1 และ 2 สัปดาห์ พร้อมวิธีดูแลค่ะ

ยกกระชับ
Sofwave ครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง เจาะลึกหลักการและการฟื้นตัว
Sofwave ครั้งแรกต้องรู้อะไร เจาะลึกหลักการยกกระชับ ความต่างจาก Ulthera และการดูแลหลังทำค่ะ



