• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ราคาโบท็อกซ์เท่าไหร่ดี? คำนวณจาก 20 ยูนิตหว่างคิ้ว

ราคาโบท็อกซ์เท่าไหร่ดี? คำนวณจาก 20 ยูนิตหว่างคิ้ว

ราคาโบท็อกซ์เท่าไหร่ดี? คำนวณจาก 20 ยูนิตหว่างคิ้ว

ก่อนดูราคาโบท็อกซ์ ควรดู 'ยูนิต' ก่อนค่ะ สรุปปริมาณแนะนำแต่ละจุด และวิธีเทียบค่าใช้จ่ายรายปี

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาหาข้อมูลเรื่องโบท็อกซ์ (Botox) จะเห็นว่าราคาของบริเวณเดียวกันมีตั้งแต่ 3 หมื่นวอนไปจนถึง 2 แสนวอนเลยค่ะ บางคลินิกก็ลงไว้แค่ "1 ครั้ง" ในขณะที่บางคลินิกเขียนว่า "50 ยูนิต" ทำเอาหลายคนงงจนจับจุดไม่ถูกว่าจะต้องเปรียบเทียบจากอะไรดี

 

ถ้าให้ตอบแบบด่วนๆ เลย สิ่งที่ควรเช็กในตารางราคาก่อนตัวเลขจำนวนเงินก็คือ ยูนิต (U) ค่ะ เพราะโบท็อกซ์เป็นยาที่คำนวณราคาตามปริมาณยูนิต ไม่ใช่ปริมาตรของเหลว แม้จะเป็นบริเวณเดียวกัน แต่ราคาต้นทุนก็จะต่างกันไปตามจำนวนยูนิตที่ใส่เข้าไปค่ะ

ยูนิต (U, Unit)*: คือหน่วยมาตรฐานในการวัดปริมาณของ Botulinum Toxin โดยวัดจากประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ไม่ใช่ปริมาตร (cc)

 

จริงๆ แล้วมีเกณฑ์มาตรฐานเผยแพร่อยู่นะคะ หากไปดูข้อมูลอ้างอิงของสาร Botulinum Toxin ที่ได้รับการรับรองในสหรัฐอเมริกา จะมีการระบุไว้ว่า แนะนำให้ใช้ทั้งหมด 20 ยูนิตสำหรับริ้วรอยระหว่างคิ้ว และ 24 ยูนิตสำหรับริ้วรอยรอบดวงตา พอเรารู้ตัวเลขนี้แล้ว เวลาไปเจอโปรโมชั่นประเภท "1 ครั้ง ราคาเท่านั้นเท่านี้" เราก็จะพอประเมินได้ว่าข้างในนั้นได้ปริมาณเท่าไหร่ค่ะ

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจ

  • โครงสร้างราคาโบท็อกซ์ที่คำนวณตามจำนวนยูนิต

  • ปริมาณแนะนำสำหรับแต่ละจุดตามข้อมูลที่ได้รับการรับรอง

  • ทำไมพอเปลี่ยนแบรนด์ผลิตภัณฑ์ ตัวเลขยูนิตที่ต้องใช้ถึงเปลี่ยนตามไปด้วย

  • วิธีเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายปี แทนที่จะดูแค่ราคาต่อ 1 ครั้ง



 

ทำไมต้องดูจำนวนยูนิตก่อนราคาในตารางโปรโมชั่นโบท็อกซ์

แม้จะฉีดจุดเดียวกันและใช้ชื่อคอร์สเหมือนกัน แต่ถ้าจำนวนยูนิตต่างกัน ก็ถือเป็นคนละเคสกันเลยค่ะ การฉีดระหว่างคิ้ว 10 ยูนิต กับ 20 ยูนิต นอกจากราคาจะต่างกันแล้ว ระยะเวลาที่คงผลลัพธ์ไว้ก็ต่างกันด้วยนะคะ

 

เพราะฉะนั้น การเปรียบเทียบแค่คำว่า "1 ครั้ง 30,000 วอน" จึงยังวัดอะไรไม่ได้ค่ะ ถ้าไม่ได้ระบุว่าในนั้นมีกี่ยูนิต เราก็จะไม่สามารถคำนวณราคาเฉลี่ยต่อยูนิตได้ ในทางกลับกัน ถ้ามีจำนวนยูนิตเขียนบอกไว้ การคำนวณก็จะง่ายขึ้นมาก สูตรหลักๆ ของการฉีดก็คือ จำนวนยูนิตที่จำเป็น × ราคาต่อยูนิต นั่นเองค่ะ

 

นอกจากนี้ยังต้องดูขนาดของขวด (Vial) ด้วยนะคะ หากดูข้อมูลที่ได้รับการอนุมัติแบบเดียวกัน ยานี้จะ จัดจำหน่ายในขนาด 50 ยูนิต และ 100 ยูนิต ส่วนผลิตภัณฑ์ในเกาหลีบางตัวก็อาจจะมีขนาดต่างออกไป เช่น Botulax 150 ยูนิต ได้รับอนุมัติให้ จัดจำหน่ายในขนาดขวดละ 150 ยูนิต ซึ่งการที่เราเหมาขวดเดียวคนเดียว หรือแชร์ปริมาณที่เหลือร่วมกับคนอื่น ก็ส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนที่คลินิกตั้งไว้ต่อยูนิตด้วยเช่นกันค่ะ

 

เนื่องจากราคาจริงเป็นส่วนของค่ารักษาที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสุขภาพ (Non-reimbursable) ซึ่งแต่ละคลินิกจะกำหนดเอง จึงอาจจะไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ค่ารักษาพยาบาลนอกระบบประกันสังคมเหล่านี้ จะมีการเปิดเผยแยกตามสถานพยาบาลบนเว็บไซต์ของ Health Insurance Review and Assessment Service (HIRA) และแอปพลิเคชัน Health e-Eum ซึ่งในปี 2025 มีการระบุข้อมูลไว้กว่า 693 รายการ ส่วนคลินิกที่ไม่มีเว็บไซต์ ก็จะมีการแจ้งไว้เป็นโบรชัวร์หรือบอร์ดประชาสัมพันธ์ภายในคลินิกค่ะ


ทำไมต้องดูจำนวนยูนิตก่อนราคาในตารางโปรโมชั่นโบท็อกซ์



 

แต่ละจุดใช้ยูนิตไม่เท่ากัน เกณฑ์มาตรฐานตามข้อมูลที่ได้รับอนุมัติ

สาเหตุแรกที่ทำให้ราคาแต่ละบริเวณต่างกันก็คือ "ขนาดของกล้ามเนื้อ" ค่ะ กล้ามเนื้อมัดเล็กก็จะใช้ยูนิตน้อย ส่วนกล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็ต้องใช้ยูนิตเยอะขึ้นตามระเบียบ

 

ข้อมูลอ้างอิงจากสหรัฐอเมริกาได้ระบุปริมาณที่แนะนำไว้แยกตามจุด โดยแนะนำให้ใช้ 20 ยูนิตสำหรับริ้วรอยระหว่างคิ้ว, 24 ยูนิตสำหรับริ้วรอยหางตา และ 40 ยูนิตสำหรับบริเวณหน้าผากรวมกับระหว่างคิ้ว สาเหตุที่ไม่ฉีดหน้าผากเดี่ยวๆ แต่มักจะจับคู่กับระหว่างคิ้วรวมเป็น 40 ยูนิตนั้น ก็เพื่อออกแบบมาให้ลดความเสี่ยงเรื่องคิ้วตก (Brow ptosis) นั่นเองค่ะ

แต่ละจุดใช้ยูนิตไม่เท่ากัน เกณฑ์มาตรฐานตามข้อมูลที่ได้รับอนุมัติ

บริเวณที่ฉีด

ปริมาณแนะนำทั้งหมด

เกณฑ์อ้างอิง

จุดที่ทำให้ราคาต่างกัน

ระหว่างคิ้ว

20 ยูนิต

ปริมาณแนะนำตามเอกสารอนุมัติ

ราคาต่อหนึ่งยูนิต

รอบดวงตา/หางตา

24 ยูนิต

ปริมาณแนะนำตามเอกสารอนุมัติ

การแบ่งฉีดสองข้าง

หน้าผาก

40 ยูนิต

ปริมาณรวมเมื่อฉีดร่วมกับระหว่างคิ้ว

การฉีดควบคู่กับระหว่างคิ้ว

กราม (Masseter)

นอกเหนือขอบเขตที่ระบุในฉลาก (Off-label)

แตกต่างกันไปตามงานวิจัย

ปริมาณที่ใช้วัดจริงตามเคส

บ่า (Trapezius) / น่อง

นอกเหนือขอบเขตที่ระบุในฉลาก (Off-label)

แตกต่างกันไปตามงานวิจัย

ปริมาตรของมัดกล้ามเนื้อ

จากตารางด้านบน สองแถวล่างสุดจะมีลักษณะต่างจากสามแถวบนค่ะ เนื่องจากส่วนล่างเป็นบริเวณที่ไม่ได้ระบุปริมาณแนะนำไว้ในข้อมูลการรับรองทั่วไป เกณฑ์มาตรฐานจึงแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก บริเวณที่ราคาประเมินแกว่งมากๆ มักจะมากระจุกตัวอยู่ตรงนี้ค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ว่าทำไมเทคนิคการฉีดแต่ละจุดถึงต่างกัน สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความเปรียบเทียบการฉีดหน้าผากและลดกรามแบบเคียงคู่กัน ได้เลยค่ะ


แต่ละจุดใช้ยูนิตไม่เท่ากัน เกณฑ์มาตรฐานตามข้อมูลที่ได้รับอนุมัติ



 

พอเปลี่ยนแบรนด์ ตัวเลขยูนิตก็เปลี่ยนตาม

นี่คือจุดที่หลายคนสับสนกันบ่อยมากค่ะ การเอาคำพูดที่ว่า "เราใช้ 100 ยูนิต" ไปเปรียบเทียบข้ามแบรนด์กันตรงๆ นั้นใช้ไม่ได้ผลนะคะ เพราะในข้อมูลการรับรองของสหรัฐฯ ระบุไว้ชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์ Botulinum Toxin แต่ละตัวไม่มีความเทียบเท่ากัน และไม่สามารถเปรียบเทียบหรือแปลงค่ายูนิตการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของแบรนด์หนึ่งไปเป็นอีกแบรนด์หนึ่งได้โดยตรง

 

พูดง่ายๆ ก็คือ 20 ยูนิตของแบรนด์ A กับ 20 ยูนิตของแบรนด์ B มีแค่ตัวเลขที่เหมือนกันเท่านั้นค่ะ การเปรียบเทียบราคาต่อยูนิตจะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์เดียวกันเท่านั้น พอเปลี่ยนแบรนด์ ปริมาณยูนิตที่จำเป็นต้องใช้ก็ต้องเริ่มคำนวณใหม่ทั้งหมด บางครั้งการเลือกแบรนด์ที่ดูเหมือนราคาต่อยูนิตถูกกว่า อาจจะทำให้ราคารวมแพงกว่าเมื่อคำนวณเสร็จสรรพก็ได้ค่ะ สามารถดูความแตกต่างของแต่ละแบรนด์ได้ที่ บทความเปรียบเทียบแบรนด์ Botulinum Toxin ที่รวบรวมไว้ให้แล้วค่ะ

 

ขอบเขตการรักษาที่ได้รับการรับรอง (Indications) ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเช็กในแต่ละแบรนด์ค่ะ อย่างเช่น Botulax 150 ยูนิต ได้รับการรับรองในเกาหลีสำหรับเพื่อรักษาริ้วรอยระหว่างคิ้ว, ริ้วรอยรอบดวงตา (Crow's feet), อาการตาปูดเกร็ง (Blepharospasm), อาการเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนบน และภาวะเท้าปุกในเด็กสมองพิการ แต่จะไม่มีกล้ามเนื้อกรามหรือกล้ามเนื้อบ่าอยู่ในรายชื่อที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการนี้ค่ะ

กล้ามเนื้อกราม (Masseter)*: คือกล้ามเนื้อสำหรับการเคี้ยวที่อยู่ข้างแก้มซึ่งจะแข็งขึ้นเวลากัดฟันเคี้ยว หากกล้ามเนื้อส่วนนี้หนา จะทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเป็นเหลี่ยมกว้าง

 

สำหรับบริเวณที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการรับรองทั่วไป จะต้องอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยต่างๆ ค่ะ เช่น ในงานวิจัยแบบสุ่ม (Randomized Study) เกี่ยวกับการฉีดลดกราม ได้มีการ ฉีด AbobotulinumtoxinA ข้างละ 75 ยูนิต ในกลุ่มตัวอย่าง 26 คน และพบว่าความหนาของกล้ามเนื้อกรามลดลงผ่านการอัลตราซาวนด์หลังจากผ่านไป 1 เดือน แต่ตัวเลข 75 ยูนิตนี้ก็เป็นยูนิตเฉพาะของตัวยานั้นๆ ไม่สามารถนำไปใช้กับแบรนด์อื่นได้ทันทีค่ะ นี่ไม่ได้แปลว่าไม่มีเกณฑ์มาตรฐานนะคะ แต่หมายความว่าเราต้องเช็กเกณฑ์มาตรฐานแยกตามจุดและตามแบรนด์ผลิตภัณฑ์เฉพาะตัวค่ะ


พอเปลี่ยนแบรนด์ ตัวเลขยูนิตก็เปลี่ยนตาม



 

อยากให้ลองเทียบค่าใช้จ่ายแบบรายปี มากกว่าราคาต่อครั้งค่ะ

เนื่องจากโบท็อกซ์ไม่ใช่การฉีดครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ตลอดไป พอเราเปลี่ยนมุมมองจากการเปรียบเทียบราคาต่อ 1 ครั้ง มาเป็นค่าใช้จ่ายสะสมต่อ 1 ปี ภาพรวมที่ได้จะเปลี่ยนไปทันทีค่ะ

 

งานวิจัยเรื่องกล้ามเนื้อกรามก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นจุดนี้ชัดเจนค่ะ กลุ่มที่รับการฉีดเพียงครั้งเดียว เมื่อผ่านไป 3 เดือน ขนาดของกล้ามเนื้อกรามจะกลับมาเท่าเดิม ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับการฉีดซ้ำอีกครั้งในเดือนที่ 3 สามารถคงสภาพกล้ามเนื้อที่ลดลงไว้ได้จนถึงเดือนที่ 6 ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง จำนวนครั้งในการฉีดนี่แหละค่ะที่จะกลายเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายรายปีที่แท้จริง

 

เพราะฉะนั้น เวลาเปรียบเทียบ แนะนำให้จด 3 ข้อนี้ไว้เพื่อความสะดวกในการตัดสินใจค่ะ

สิ่งที่จะต้องเช็ก

ทำไมต้องดู

คำถามสำหรับใช้ปรึกษาแพทย์

ชื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์

เป็นตัวตั้งต้นในการเทียบยูนิต

ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนทำคะ/ครับ

จำนวนยูนิตทั้งหมด

ตัวหารในการคำนวณราคาเฉลี่ยต่อหน่วย

ฉีดกี่ยูนิตคะ/ครับ

ช่วงเวลาที่ต้องมาฉีดซ้ำ

ตัวคูณในการคิดค่าใช้จ่ายต่อปี

ต้องกลับมาฉีดซ้ำอีกประมาณช่วงไหนคะ/ครับ

ถ้าคุณไปเจอราคาที่ถูกจนน่าเหลือเชื่อ ลองดูว่าข้อมูล 3 ข้อนี้มีช่องไหนที่หายไปบ้าง แล้วคุณจะได้คำตอบค่ะ ถ้าไม่ได้ระบุจำนวนยูนิตไว้ แปลว่านั่นไม่ใช่ราคารวมที่แท้จริงแต่เป็นโปรโมชั่นที่ยังมีเงื่อนไขซ่อนอยู่ ส่วนใครที่รู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วกว่าที่คิด สามารถลองไปเช็กจุดสังเกตได้ที่ บทความรวบรวมสาเหตุที่ทำให้โบท็อกซ์อยู่ได้สั้นลง ค่ะ

 

หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้เลื่อนการฉีดออกไปก่อนและปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดค่ะ:

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์, ให้นมบุตร หรือมีแพลนจะตั้งครรภ์

  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือกำลังใช้ยาที่เกี่ยวข้อง

  • บริเวณที่จะฉีดมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่ยังไม่หายดี

  • เพิ่งเข้ารับการฉีดสารเติมเต็มหรือหัตถการประเภทอื่นในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน

  • เคยมีประวัติแพ้หรือมีอาการข้างเคียงที่รุนแรงจากการฉีด Botulinum Toxin ครั้งก่อนๆ

หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่ง ให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความปลอดภัยและกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมร่วมกันนะคะ


อยากให้ลองเทียบค่าใช้จ่ายแบบรายปี มากกว่าราคาต่อครั้งค่ะ



 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ในขั้นตอนการปรึกษา เราจะแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์รวมถึงจดจำนวนยูนิตทั้งหมดที่ใช้จริงในวันนั้นให้คุณทราบอย่างโปร่งใสค่ะ เพราะการที่คุณสามารถนำไปเปรียบเทียบในเงื่อนไขเดียวกันในการฉีดครั้งต่อไปได้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีที่สุดว่าราคาที่จ่ายไปนั้นเหมาะสมจริงหรือไม่

 

นอกจากนี้เราจะไม่รีบฉีดอัดทีเดียวในปริมาณมากๆ สำหรับครั้งแรก แต่เราจะเริ่มจากปริมาณมาตรฐานที่เหมาะสมก่อน จากนั้นจะนัดติดตามผลในอีก 2 สัปดาห์เพื่อดูการขยับของกล้ามเนื้อ แล้วจึงค่อยพิจารณาปริมาณที่จะเติมในครั้งถัดไปค่ะ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เดินทางสะดวก จึงทำให้คนไข้แวะเข้ามาปรับระยะเวลาการฉีดตามความสะดวกได้ง่ายมากๆ ค่ะ

 

หากต้องการศึกษาผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ไว้ล่วงหน้า สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดที่แยกตามอาการได้ที่ บทความสรุปผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ จะเป็นประโยชน์มากๆ ค่ะ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)



 

คำถามที่พบบ่อย

Q. จริงไหมคะที่โบท็อกซ์สำหรับผู้ชายราคาแพงกว่าผู้หญิง?

 

A. ทางคลินิกไม่ได้แยกตารางราคาตามเพศค่ะ แต่เนื่องจากปริมาณยูนิตที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงส่งผลให้ยอดรวมต่างกันได้ โดยเฉพาะจุดที่ฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม เพราะต้องปรับปริมาณยาให้เหมาะกับความหนาของมัดกล้ามเนื้อจริงของคนไข้ค่ะ และเนื่องจากการลดกรามเป็นจุดที่อยู่นอกเหนือขอบเขตที่ระบุในฉลากทั่วไป จึงไม่มีตัวเลขระบุตายตัว การเข้ามาตรวจประเมินกล้ามเนื้อจริงเพื่อกำหนดปริมาณยูนิตจึงมีความแม่นยำที่สุดค่ะ หากจดจำนวนยูนิตทั้งหมดเอาไว้ ก็จะช่วยให้เปรียบเทียบกับการรักษาในครั้งถัดไปได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

Q. ถ้าเปลี่ยนมาใช้ของ Xeomin หรือ Allergan ราคาจะสูงขึ้นเยอะไหมคะ?

 

A. ก่อนจะดูเรื่องราคาที่ต่างกัน มีจุดหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะ เอกสารกำกับยาของสหรัฐฯ ระบุไว้ชัดเจนว่า สาร Botulinum Toxin แต่ละตัวไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรือแปลงค่ายูนิตทางชีวภาพร่วมกันได้โดยตรง ดังนั้นการเทียบราคาเฉลี่ยโดยทึกทักเอาเองว่า "แบรนด์ A 100 ยูนิต" เท่ากับ "แบรนด์ B 100 ยูนิต" จึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนค่ะ แนะนำว่าเวลาเปลี่ยนไปปรึกษาแบรนด์อื่น ให้เปรียบเทียบเป็นเซ็ตข้อมูลดังนี้ค่ะ: ① ชื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์, ② จำนวนยูนิตที่ต้องใช้ของแบรนด์นั้นๆ และ ③ ราคารวมสุทธิค่ะ

 

Q. ทำไมราคาโบท็อกซ์ลดกรามของแต่ละโรงพยาบาลถึงต่างกันมากเลยคะ?

 

A. เป็นเพราะว่าไม่มีการระบุปริมาณที่แนะนำไว้ในเอกสารอย่างเป็นทางการค่ะ อย่างผลิตภัณฑ์ Botulax 150 ยูนิต ข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรองในเกาหลีจะมีเพียงริ้วรอยระหว่างคิ้ว, หางตา, อาการตาปูดเกร็ง, อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ และภาวะเท้าปุกในเด็กสมองพิการเท่านั้น ส่วนการฉีดกรามจะเป็นการอ้างอิงจากงานวิจัย ซึ่งในเคสการรักษากล้ามเนื้อกรามเคยมีรายงานการใช้ AbobotulinumtoxinA อยู่ที่ข้างละ 75 ยูนิต แต่ปริมาณนี้ก็เป็นมาตรฐานเฉพาะแบรนด์นั้นๆ ไม่สามารถเคลื่อบย้ายตัวเลขไปใช้กับแบรนด์อื่นตรงๆ ได้ สุดท้ายแล้วการประเมินจึงขึ้นอยู่กับความหนาของกล้ามเนื้อที่แพทย์แต่ละท่านวิเคราะห์เป็นหลัก ราคาจึงมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากค่ะ

 

Q. โบท็อกซ์ราคาโปรโมชั่นที่ถูกมากๆ ต้องเช็กอะไรบ้างคะ?

 

A. แนะนำให้มองหาเงื่อนไขการฉีดก่อนตัวเลขราคาค่ะ สิ่งสำคัญที่ต้องเช็กให้ครบ 3 ช่องคือ ชื่อผลิตภัณฑ์, จำนวนยูนิตทั้งหมด และกำหนดการฉีดครั้งต่อไป หากไม่มีการระบุจำนวนยูนิต เราจะไม่สามารถคำนวณราคาเฉลี่ยต่อยูนิตได้เลย ทำให้เปรียบเทียบกับที่อื่นไม่ได้ ทั้งนี้ ค่าบริการนอกระบบประกันสุขภาพสามารถตรวจสอบล่วงหน้าได้ผ่านทางเว็บไซต์ HIRA หรือแอปพลิเคชัน Health e-Eum ของเกาหลี ส่วนสถานพยาบาลที่ไม่มีเว็บไซต์จะต้องติดป้ายประกาศไว้ภายในคลินิกค่ะ เมื่อเราเช็กข้อมูลภายใต้เงื่อนไขเดียวกันแล้ว การเปรียบเทียบราคาก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ



 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1