
ราคาโบท็อกซ์ 5 หมื่น vs 30 หมื่น วอน เพราะ Xeomin?
ราคาโบท็อกซ์ 5 หมื่น vs 30 หมื่น วอน เพราะ Xeomin?
ราคาโบท็อกซ์ 5 หมื่น vs 30 หมื่น วอน เพราะ Xeomin?
ทำไมราคาฉีดโบท็อกซ์ของแต่ละโรงพยาบาลถึงแตกต่างกัน? เช็กแค่ 4 ข้อนี้
คุณหมอวี ยองจิน บอกด้วยตัวเอง
คู่มือปรึกษาโบท็อกซ์แบบไม่พลาด

ช่วงนี้อุณหภูมิระหว่างวันต่างกันพอสมควรเลยใช่ไหมคะ
ตอนเช้าก็เย็น ๆ
แต่กลางวันร้อนจนอยากใส่เสื้อแขนสั้น..
ฤดูใบไม้ผลิจริง ๆ ใช่ไหมคะ 555
ช่วงนี้เรื่องราคาโบท็อกซ์
ก็มีคำบ่นเข้ามาเป็นบางครั้งค่ะ
ทำไมที่นี่แพงจังคะ? ..
แต่ของถูกก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปค่ะ
วันนี้เรื่องราคาโบท็อกซ์
จะสรุปให้จบในครั้งเดียวเลยค่ะ
Q. ราคาของโบท็อกซ์ในแต่ละคลินิก
ต่างกันมากแบบนี้ปกติไหมคะ?
ใช่ค่ะ เป็นเรื่องปกติ
มีทั้งความต่างของผลิตภัณฑ์
และความต่างของปริมาณที่ใช้
จึงสะท้อนรวมออกมาเป็นราคาค่ะ
เดี๋ยวในเนื้อหาจะอธิบายทีละข้อให้ค่ะ
Q. โบท็อกซ์ราคาถูก
ประสิทธิภาพจะด้อยลงไหม?
ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป
แต่ความเสี่ยงผลข้างเคียงจะสูงขึ้นค่ะ
เป็นตัวแปรอะไรบ้าง
อธิบายไว้ด้านล่างค่ะ
Q. ทำไมราคาตามแต่ละตำแหน่ง
ถึงต่างกันคะ?
ใช่ค่ะ ต่างกัน
เพราะปริมาณที่ต้องใช้ต่างกัน
และถ้าทุกคลินิกทำได้ดีเท่ากันหมด
ราคาก็น่าจะถูกลงได้เหมือนกันค่ะ
เกณฑ์ตามตำแหน่งก็สรุปเป็นตารางไว้ให้แล้วค่ะ
ราคาโบท็อกซ์ ทำไมแต่ละคลินิก
ถึงต่างกันมากขนาดนี้

พูดกันตรง ๆ เลยนะคะ
เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตในเกาหลี
โบท็อกซ์ก็มีหลายชนิดพอสมควรค่ะ
Meditoxin, Botulax, Xeomin,
และ Allergan Botox (อเมริกา) เป็นต้นค่ะ
ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ต่างกัน
จำนวนยูนิตที่อยู่ใน 1 ไวอัล (vial)
ก็ต่างกันด้วย
รวมถึงความเข้มข้นในการเจือจาง
บางคลินิกก็ใช้แตกต่างกันค่ะ
จุดที่กำกวมคือ
แม้จะเขียนว่า "โบท็อกซ์ 1 ตำแหน่ง 50,000 วอน"
แต่ปริมาณที่ฉีดจริงเท่าไร
ดูจากตารางราคาอย่างเดียวไม่รู้ค่ะ
แต่ตรงนี้มีประเด็นสำคัญอยู่ข้อหนึ่งค่ะ
โบท็อกซ์โดยทั่วไปมีระยะเวลาคงผล
ประมาณ 4–6 เดือน
ถ้าใส่ปริมาณไม่พอ
อาจลดลงเหลือ 2–3 เดือนได้ค่ะ
หมายความว่า ต่อให้ราคาเริ่มต้นถูกกว่า
ถ้าต้องฉีดบ่อยขึ้น ค่าใช้จ่ายทั้งปีอาจสูงกว่าค่ะ
โบท็อกซ์ตามตำแหน่ง
เกณฑ์ราคาเฉลี่ย

แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
และแต่ละคลินิกก็ไม่เหมือนกัน
ขอให้ดูเป็นข้อมูลอ้างอิงนะคะ
ตำแหน่ง | ปริมาณเฉลี่ย (unit) | ช่วงราคาเฉลี่ย | จุดประสงค์หลัก |
หว่างคิ้ว | 15~25 units | 50,000~150,000 วอน | ลดริ้วรอยแนวตั้ง |
หน้าผาก | 10~20 units | 50,000~150,000 วอน | ลดริ้วรอยแนวนอน |
หางตา (ตีนกา) | 10~15 units | 50,000~120,000 วอน | ลดริ้วรอยเล็กเวลายิ้ม |
กรามเหลี่ยม (กล้ามเนื้อกราม) | 40~60 units | 150,000~300,000 วอน | ปรับกรอบหน้าให้เรียว, ลดนอนกัดฟัน |
น่อง (กล้ามเนื้อน่อง) | มากกว่า 100 units | 250,000~500,000 วอน | ลดความเด่นของน่อง |
เหงื่อออกมาก (รักแร้) | 50~100 units | 300,000~600,000 วอน | ยับยั้งการหลั่งเหงื่อ |
ตำแหน่งกรามเหลี่ยมกับน่องต้องใช้ปริมาณมากกว่า
จึงทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ
กลับกัน หว่างคิ้วหรือหางตาใช้ปริมาณน้อยกว่า
ก็เห็นผลได้
จึงมักราคาย่อมเยากว่าค่ะ
เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดบ่อย ๆ ค่ะ
ไม่ใช่ "จำนวนตำแหน่ง" แต่เป็น "ปริมาณ (unit)"
ที่เป็นเกณฑ์หลักของราคา
โน้ตภาคปฏิบัติจากคุณหมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ตรวจคนไข้ของผม
หนึ่งในเคสที่เจอบ่อยคือ
ไปฉีดโบท็อกซ์กรามเหลี่ยมที่คลินิกอื่น
ในราคาถูก
แต่กลับมาบอกว่าไม่เห็นผลค่ะ
พอตรวจดูแล้ว พบว่าปริมาณรวมสองข้าง
อยู่แค่ประมาณ 20~30 unit
ซึ่งถ้าเป็นคนที่กล้ามเนื้อกรามพัฒนาเด่น
ปริมาณระดับนั้น
แทบคาดหวังผลได้ยากค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่า
คลินิกแพงจะดีกว่าเสมอไปนะคะ
ตอนปรึกษาแค่ถามว่า "ใส่กี่ยูนิต?"
เพียงประโยคเดียว
ก็ช่วยดูความโปร่งใสของคลินิกได้
ในระดับหนึ่งแล้วค่ะ
ส่วนนี้ผมเองก็
แจ้งล่วงหน้าเสมอครับ
4 ตัวแปรที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

1. ประเภทผลิตภัณฑ์
สินค้าผลิตในประเทศกับนำเข้า (เช่น Allergan)
มีต้นทุนต่างกันค่ะ
บอกไม่ได้ว่าฝั่งไหนดีกว่าเสมอไป
เพราะขึ้นกับตำแหน่งและวัตถุประสงค์ในการใช้ด้วย
2. ปริมาณที่ฉีด
แม้เป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่ขึ้นกับมวลกล้ามเนื้อและความรุนแรงของอาการ
ปริมาณที่ต้องใช้ก็แตกต่างกัน
บางที่ราคาถูกเพราะลดปริมาณลง
ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาคงผลค่ะ
3. ผู้ทำหัตถการ
โบท็อกซ์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่
แพทย์ต้องเป็นผู้ทำโดยตรง
การประเมินสภาพกล้ามเนื้อผู้ป่วยอย่างแม่นยำ
และแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบการรักษา
ล้วนสะท้อนอยู่ในราคาค่ะ
4. ทำเลและโครงสร้างการดำเนินงาน
ย่านอย่างคังนัมหรือฮงแดที่ค่าเช่าสูง
ต้นทุนคงที่ก็สูงขึ้นตามหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่อีกด้านหนึ่งเรื่องความสะดวกในการเดินทางและการดูแลหลังทำ
ก็ยอมรับว่าที่ใกล้บ้านสบายกว่าค่ะ
สรุปสำคัญ:
ความต่างของราคาโบท็อกซ์
เป็นผลจากผลิตภัณฑ์·ปริมาณ·ผู้ทำหัตถการ·พื้นที่
ที่สะท้อนร่วมกันค่ะ
ก่อนปรึกษาโบท็อกซ์
เช็กแค่นี้พอค่ะ

อาจดูยากนิดหน่อย แต่ถ้าเช็กในตอนปรึกษาโบท็อกซ์
จะช่วยได้มาก เลยสรุปจุดสำคัญให้ค่ะ
1. ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร?
ที่บอกชื่อผลิตภัณฑ์ชัดเจนมักจะโปร่งใสกว่าค่ะ
2. ใส่กี่ยูนิต?
ควรเป็นที่ตอบเป็นตัวเลขพร้อมหน่วยชัดเจนค่ะ
ถ้าตอบแบบ "1 ตำแหน่ง" อย่างเดียว เกณฑ์จะคลุมเครือ
3. แพทย์ทำเองโดยตรงไหม?
ถามตรง ๆ ได้เลยค่ะ
ไม่ใช่คำถามที่เสียมารยาท
ในคนที่มาหาผม
ก็มีไม่น้อยที่มาจากย่าน Sinchon·Edae·Mangwon
หลายคนจะทัก KakaoTalk มาก่อน
เพื่อสอบถามล่วงหน้าค่ะ
แบบนั้นสะดวกกว่ามาก
ผมเองก็เตรียมตัวก่อนตรวจรักษาได้ดีด้วยครับ
ที่ Beauty Stone Clinic
คุณหมอตรวจเองโดยตรงทุกราย
และตอนปรึกษาจะแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์และเกณฑ์ปริมาณ
ให้ก่อนเสมอค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. โบท็อกซ์
แบบ 50,000 วอนกับ 150,000 วอน
ผลลัพธ์ต่างกันไหม?
A. ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน
มีโอกาสสูงว่าต่างกันที่ปริมาณค่ะ
ถ้าที่ราคาถูกใส่ปริมาณน้อยกว่า
มักทำให้ระยะเวลาคงผลสั้นลง
มากกว่าดูที่ราคา ให้ถามว่า "ใส่กี่ยูนิต?"
จะเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ
ที่แม่นยำกว่าค่ะ
Q2. โบท็อกซ์
ควรฉีดบ่อยแค่ไหน?
A. จากประสบการณ์ของผม
ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทุก 4–6 เดือน
ถ้าใส่ปริมาณเหมาะสม
หลายคนก็อยู่ได้เกือบ 6 เดือนค่ะ
ถ้าต้องฉีดถี่เกินไป ควรเช็กสักครั้งว่า
ปริมาณที่ใช้เพียงพอหรือไม่
Q3. หลังฉีดโบท็อกซ์
ใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีไหม?
A. ได้ค่ะ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันเดียวกัน
แต่หลังทำประมาณ 4 ชั่วโมงควรหลีกเลี่ยงการนอนราบ
หรือการถูบริเวณที่ทำแรง ๆ
และควรงดออกกำลังกายหนักในวันนั้นค่ะ
บางครั้งอาจมีรอยช้ำได้
ซึ่งไม่ใช่ปัญหาจากหัตถการโดยตรง
แต่ต่างกันตามสภาพผิวและตำแหน่งหลอดเลือดค่ะ
หากมีข้อสงสัย
สอบถามทาง KakaoTalk ได้สบาย ๆ เลยค่ะ
ผม คุณหมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนครับ
✦ อ่านต่อด้วยกัน
คุณหมอวี ยองจิน บอกด้วยตัวเอง
คู่มือปรึกษาโบท็อกซ์แบบไม่พลาด

ช่วงนี้อุณหภูมิระหว่างวันต่างกันพอสมควรเลยใช่ไหมคะ
ตอนเช้าก็เย็น ๆ
แต่กลางวันร้อนจนอยากใส่เสื้อแขนสั้น..
ฤดูใบไม้ผลิจริง ๆ ใช่ไหมคะ 555
ช่วงนี้เรื่องราคาโบท็อกซ์
ก็มีคำบ่นเข้ามาเป็นบางครั้งค่ะ
ทำไมที่นี่แพงจังคะ? ..
แต่ของถูกก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปค่ะ
วันนี้เรื่องราคาโบท็อกซ์
จะสรุปให้จบในครั้งเดียวเลยค่ะ
Q. ราคาของโบท็อกซ์ในแต่ละคลินิก
ต่างกันมากแบบนี้ปกติไหมคะ?
ใช่ค่ะ เป็นเรื่องปกติ
มีทั้งความต่างของผลิตภัณฑ์
และความต่างของปริมาณที่ใช้
จึงสะท้อนรวมออกมาเป็นราคาค่ะ
เดี๋ยวในเนื้อหาจะอธิบายทีละข้อให้ค่ะ
Q. โบท็อกซ์ราคาถูก
ประสิทธิภาพจะด้อยลงไหม?
ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป
แต่ความเสี่ยงผลข้างเคียงจะสูงขึ้นค่ะ
เป็นตัวแปรอะไรบ้าง
อธิบายไว้ด้านล่างค่ะ
Q. ทำไมราคาตามแต่ละตำแหน่ง
ถึงต่างกันคะ?
ใช่ค่ะ ต่างกัน
เพราะปริมาณที่ต้องใช้ต่างกัน
และถ้าทุกคลินิกทำได้ดีเท่ากันหมด
ราคาก็น่าจะถูกลงได้เหมือนกันค่ะ
เกณฑ์ตามตำแหน่งก็สรุปเป็นตารางไว้ให้แล้วค่ะ
ราคาโบท็อกซ์ ทำไมแต่ละคลินิก
ถึงต่างกันมากขนาดนี้

พูดกันตรง ๆ เลยนะคะ
เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตในเกาหลี
โบท็อกซ์ก็มีหลายชนิดพอสมควรค่ะ
Meditoxin, Botulax, Xeomin,
และ Allergan Botox (อเมริกา) เป็นต้นค่ะ
ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ต่างกัน
จำนวนยูนิตที่อยู่ใน 1 ไวอัล (vial)
ก็ต่างกันด้วย
รวมถึงความเข้มข้นในการเจือจาง
บางคลินิกก็ใช้แตกต่างกันค่ะ
จุดที่กำกวมคือ
แม้จะเขียนว่า "โบท็อกซ์ 1 ตำแหน่ง 50,000 วอน"
แต่ปริมาณที่ฉีดจริงเท่าไร
ดูจากตารางราคาอย่างเดียวไม่รู้ค่ะ
แต่ตรงนี้มีประเด็นสำคัญอยู่ข้อหนึ่งค่ะ
โบท็อกซ์โดยทั่วไปมีระยะเวลาคงผล
ประมาณ 4–6 เดือน
ถ้าใส่ปริมาณไม่พอ
อาจลดลงเหลือ 2–3 เดือนได้ค่ะ
หมายความว่า ต่อให้ราคาเริ่มต้นถูกกว่า
ถ้าต้องฉีดบ่อยขึ้น ค่าใช้จ่ายทั้งปีอาจสูงกว่าค่ะ
โบท็อกซ์ตามตำแหน่ง
เกณฑ์ราคาเฉลี่ย

แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
และแต่ละคลินิกก็ไม่เหมือนกัน
ขอให้ดูเป็นข้อมูลอ้างอิงนะคะ
ตำแหน่ง | ปริมาณเฉลี่ย (unit) | ช่วงราคาเฉลี่ย | จุดประสงค์หลัก |
หว่างคิ้ว | 15~25 units | 50,000~150,000 วอน | ลดริ้วรอยแนวตั้ง |
หน้าผาก | 10~20 units | 50,000~150,000 วอน | ลดริ้วรอยแนวนอน |
หางตา (ตีนกา) | 10~15 units | 50,000~120,000 วอน | ลดริ้วรอยเล็กเวลายิ้ม |
กรามเหลี่ยม (กล้ามเนื้อกราม) | 40~60 units | 150,000~300,000 วอน | ปรับกรอบหน้าให้เรียว, ลดนอนกัดฟัน |
น่อง (กล้ามเนื้อน่อง) | มากกว่า 100 units | 250,000~500,000 วอน | ลดความเด่นของน่อง |
เหงื่อออกมาก (รักแร้) | 50~100 units | 300,000~600,000 วอน | ยับยั้งการหลั่งเหงื่อ |
ตำแหน่งกรามเหลี่ยมกับน่องต้องใช้ปริมาณมากกว่า
จึงทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ
กลับกัน หว่างคิ้วหรือหางตาใช้ปริมาณน้อยกว่า
ก็เห็นผลได้
จึงมักราคาย่อมเยากว่าค่ะ
เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดบ่อย ๆ ค่ะ
ไม่ใช่ "จำนวนตำแหน่ง" แต่เป็น "ปริมาณ (unit)"
ที่เป็นเกณฑ์หลักของราคา
โน้ตภาคปฏิบัติจากคุณหมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ตรวจคนไข้ของผม
หนึ่งในเคสที่เจอบ่อยคือ
ไปฉีดโบท็อกซ์กรามเหลี่ยมที่คลินิกอื่น
ในราคาถูก
แต่กลับมาบอกว่าไม่เห็นผลค่ะ
พอตรวจดูแล้ว พบว่าปริมาณรวมสองข้าง
อยู่แค่ประมาณ 20~30 unit
ซึ่งถ้าเป็นคนที่กล้ามเนื้อกรามพัฒนาเด่น
ปริมาณระดับนั้น
แทบคาดหวังผลได้ยากค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่า
คลินิกแพงจะดีกว่าเสมอไปนะคะ
ตอนปรึกษาแค่ถามว่า "ใส่กี่ยูนิต?"
เพียงประโยคเดียว
ก็ช่วยดูความโปร่งใสของคลินิกได้
ในระดับหนึ่งแล้วค่ะ
ส่วนนี้ผมเองก็
แจ้งล่วงหน้าเสมอครับ
4 ตัวแปรที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

1. ประเภทผลิตภัณฑ์
สินค้าผลิตในประเทศกับนำเข้า (เช่น Allergan)
มีต้นทุนต่างกันค่ะ
บอกไม่ได้ว่าฝั่งไหนดีกว่าเสมอไป
เพราะขึ้นกับตำแหน่งและวัตถุประสงค์ในการใช้ด้วย
2. ปริมาณที่ฉีด
แม้เป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่ขึ้นกับมวลกล้ามเนื้อและความรุนแรงของอาการ
ปริมาณที่ต้องใช้ก็แตกต่างกัน
บางที่ราคาถูกเพราะลดปริมาณลง
ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาคงผลค่ะ
3. ผู้ทำหัตถการ
โบท็อกซ์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่
แพทย์ต้องเป็นผู้ทำโดยตรง
การประเมินสภาพกล้ามเนื้อผู้ป่วยอย่างแม่นยำ
และแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบการรักษา
ล้วนสะท้อนอยู่ในราคาค่ะ
4. ทำเลและโครงสร้างการดำเนินงาน
ย่านอย่างคังนัมหรือฮงแดที่ค่าเช่าสูง
ต้นทุนคงที่ก็สูงขึ้นตามหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่อีกด้านหนึ่งเรื่องความสะดวกในการเดินทางและการดูแลหลังทำ
ก็ยอมรับว่าที่ใกล้บ้านสบายกว่าค่ะ
สรุปสำคัญ:
ความต่างของราคาโบท็อกซ์
เป็นผลจากผลิตภัณฑ์·ปริมาณ·ผู้ทำหัตถการ·พื้นที่
ที่สะท้อนร่วมกันค่ะ
ก่อนปรึกษาโบท็อกซ์
เช็กแค่นี้พอค่ะ

อาจดูยากนิดหน่อย แต่ถ้าเช็กในตอนปรึกษาโบท็อกซ์
จะช่วยได้มาก เลยสรุปจุดสำคัญให้ค่ะ
1. ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร?
ที่บอกชื่อผลิตภัณฑ์ชัดเจนมักจะโปร่งใสกว่าค่ะ
2. ใส่กี่ยูนิต?
ควรเป็นที่ตอบเป็นตัวเลขพร้อมหน่วยชัดเจนค่ะ
ถ้าตอบแบบ "1 ตำแหน่ง" อย่างเดียว เกณฑ์จะคลุมเครือ
3. แพทย์ทำเองโดยตรงไหม?
ถามตรง ๆ ได้เลยค่ะ
ไม่ใช่คำถามที่เสียมารยาท
ในคนที่มาหาผม
ก็มีไม่น้อยที่มาจากย่าน Sinchon·Edae·Mangwon
หลายคนจะทัก KakaoTalk มาก่อน
เพื่อสอบถามล่วงหน้าค่ะ
แบบนั้นสะดวกกว่ามาก
ผมเองก็เตรียมตัวก่อนตรวจรักษาได้ดีด้วยครับ
ที่ Beauty Stone Clinic
คุณหมอตรวจเองโดยตรงทุกราย
และตอนปรึกษาจะแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์และเกณฑ์ปริมาณ
ให้ก่อนเสมอค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. โบท็อกซ์
แบบ 50,000 วอนกับ 150,000 วอน
ผลลัพธ์ต่างกันไหม?
A. ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน
มีโอกาสสูงว่าต่างกันที่ปริมาณค่ะ
ถ้าที่ราคาถูกใส่ปริมาณน้อยกว่า
มักทำให้ระยะเวลาคงผลสั้นลง
มากกว่าดูที่ราคา ให้ถามว่า "ใส่กี่ยูนิต?"
จะเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ
ที่แม่นยำกว่าค่ะ
Q2. โบท็อกซ์
ควรฉีดบ่อยแค่ไหน?
A. จากประสบการณ์ของผม
ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทุก 4–6 เดือน
ถ้าใส่ปริมาณเหมาะสม
หลายคนก็อยู่ได้เกือบ 6 เดือนค่ะ
ถ้าต้องฉีดถี่เกินไป ควรเช็กสักครั้งว่า
ปริมาณที่ใช้เพียงพอหรือไม่
Q3. หลังฉีดโบท็อกซ์
ใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีไหม?
A. ได้ค่ะ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันเดียวกัน
แต่หลังทำประมาณ 4 ชั่วโมงควรหลีกเลี่ยงการนอนราบ
หรือการถูบริเวณที่ทำแรง ๆ
และควรงดออกกำลังกายหนักในวันนั้นค่ะ
บางครั้งอาจมีรอยช้ำได้
ซึ่งไม่ใช่ปัญหาจากหัตถการโดยตรง
แต่ต่างกันตามสภาพผิวและตำแหน่งหลอดเลือดค่ะ
หากมีข้อสงสัย
สอบถามทาง KakaoTalk ได้สบาย ๆ เลยค่ะ
ผม คุณหมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนครับ
✦ อ่านต่อด้วยกัน
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?
แม้ส่วนผสมจะดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ เราจะอธิบายความแตกต่างในทางปฏิบัติระหว่าง Dysport และ Botox ให้เข้าใจง่าย ๆ

ผู้ชาย
สำหรับฝ้า (melasma) ใช้ tranexamic acid ส่วน PIH ใช้ niacinamide — ทำไมถึงแยกกัน
พอค้นหา “เครื่องสำอางสำหรับฝ้า” มักจะเจอส่วนผสมสองตัวนี้ขึ้นมาพร้อมกัน แต่จริงๆ แล้วแต่ละตัวเหมาะกับจุดที่ต่างกันนะคะ/ครับ เลยขอสรุปความต่างระหว่าง melasma และ PIH ไว้ก่อนค่ะ/ครับ

ผิว
เดินเล่น 30 นาที vs ออกไปข้างนอกทั้งวัน ใช้ครีมกันแดด SPF เดียวกันพอไหม
ครีมกันแดดที่ทาไว้เพียงครั้งเดียว เมื่อเวลาผ่านไปชั้นฟิล์มจะบางลง เราเลยสรุปให้ดูว่า ควรเลือกช่วงเวลาในการทาซ้ำอย่างไรให้เหมาะกับตารางของแต่ละวัน

ผู้ชาย
Boxcar·Ice pick·Rolling: ทำไมการเลือกเลเซอร์ถึงแตกต่างกันตามรูปแบบรอยแผลเป็น
หลายคนอาจคิดว่า "เลเซอร์รอยแผลเป็นแค่ครั้งเดียวก็น่าจะพอ" แต่จริง ๆ แล้วเครื่องมือที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของรอยแผลเป็น เราลองสรุปหัตถการที่เหมาะกับรอยแผลเป็น 3 แบบไว้ให้แล้ว

ผู้ชาย
สิวหัวดำ: ทำไมการบีบออก, salicylic acid และ tretinoin ถึงให้ผลต่างกันหลังผ่านไป 1 เดือน
ถ้าบีบออกจะเห็นผลเร็ว, ส่วน salicylic acid ต้องใช้เวลา, และ tretinoin ต้องใช้ระยะยาว ถ้าจัดการดูแล blackhead ตามกรอบเวลา ก็จะมองเห็นแนวทางได้ชัดขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อปลายคางสั้น จุดที่ต้องเลือกว่าจะใช้ฟิลเลอร์ 1cc หรือโบท็อกซ์
สำหรับคนที่โปรไฟล์ด้านข้างดูยุบลง แนะนำฟิลเลอร์ ส่วนคนที่ใบหน้าดูถูกกลบเพราะกรอบหน้าเหลี่ยม แนะนำโบท็อกซ์ และยังอธิบายลำดับการทำในกรณีที่ทำทั้งสองอย่างร่วมกันด้วย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
