หัวใจ jawline Botox ไม่ใช่โหนกแก้มหรือแมสซีเตอร์ แต่คือยับยั้ง platysma สรุปหลักการและคนที่เหมาะ

Beautystone Clinic Hongdae
หมอวี ยองจิน ครับ
💡 ก่อนอ่าน
โปรดตรวจสอบสิ่งนี้ก่อนนะคะ
Q. โบท็อกซ์กรอบหน้า = โบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter Muscle)
ใช่หรือเปล่าคะ?
A. ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
โบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยว เป็นการลดขนาดความนูนด้านข้างแก้ม
ส่วนโบท็อกซ์กรอบหน้า คือการฉีดเพื่อยับยั้งการทำงานของ
กล้ามเนื้อ platysma ที่ดึงรั้งผิวขึ้นมาตามแนวรอยต่อของคอและคางครับ
Q. ถ้าอย่างนั้น กล้ามเนื้อ platysma คืออะไรคะ?
A. คือกล้ามเนื้อแผ่นบางๆ ที่จะตึงขึ้นมา
บริเวณใต้คางและลำคอ เวลาที่เรากัดฟันและทำเสียง "อึ๊~" ครับ
หากกล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนามากเกินไป
จะทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดและดูหย่อนคล้อยได้ครับ
💡 เจาะลึกข้อมูลสำคัญจาก
หมอวี ยองจิน
การฉีดโบท็อกซ์กล้ามเนื้อ platysma เป็นการฉีดเข้าไปที่ชั้นตื้นๆ ของผิวตามแนวกรอบหน้า
เป็นการลดการทำงานของกล้ามเนื้อคอที่ตึงขึ้นมาเวลาที่เราทำท่า "อึ๊~" นั่นเองครับ

ตอนนี้ลองทำท่า "อึ๊~" ดูหรือยังครับ?
นั่นแหละครับคือกล้ามเนื้อ platysma
มาลองทำไปด้วยกันตอนนี้เลยครับ
ลองส่องกระจก กัดฟันเบาๆ
แล้วทำเสียง "อึ๊~"
คุณจะเห็นกล้ามเนื้อใต้คางและลําคอ
ปูดขึ้นมาเป็นเส้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
นั่นแหละครับที่เรียกว่ากล้ามเนื้อ platysma
กล้ามเนื้อนี้เริ่มต้นจากบริเวณลำคอ
และยึดเกาะอยู่ที่ชั้นผิวตื้นๆ ตามแนวกรอบหน้าครับ
ปกติแล้วอาจจะมองเห็นไม่ชัด
แต่ถ้ากล้ามเนื้อนี้เกร็งตัวมาก หรือผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
มันจะดึงรั้งผิวลงมา จนทำให้กรอบหน้าดูเบลอ ไม่ชัดเจน
หรือดูคล้อยลงมาด้านล่างได้ครับ
ซึ่งนี่เป็นส่วนที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
เวลาคนเสิร์ชคำว่า "โบท็อกซ์กรอบหน้า"
ข้อมูลส่วนใหญ่มักจะขึ้นเป็นเรื่องโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวแทน
แต่จริงๆ แล้ว กล้ามเนื้อบดเคี้ยวคือกล้ามเนื้อเคี้ยวหนาๆ
ที่อยู่บริเวณแก้มด้านหลัง ใกล้กับหน้าหู
แต่ส่วนที่จะช่วยเน้นกรอบหน้าให้คมชัดจริงๆ
คือการจัดการกับกล้ามเนื้อ platysma นี้โดยตรงมากกว่าครับ
ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งตำแหน่ง วัตถุประสงค์ และชั้นผิวที่ฉีดครับ
กล้ามเนื้อบดเคี้ยวต้องฉีดลึก
ส่วนกล้ามเนื้อ platysma นั้น ต้องฉีดเข้าไปในชั้นที่ตื้นมากๆ ของผิวครับ
ความยากของจุดนี้คือ
หากระดับความลึกในการฉีดคลาดเคลื่อนไปแม้เพียงนิดเดียว
ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะเปลี่ยนไปเลยครับ
ดังนั้นคีย์สำคัญคือ การฉีดอย่างแม่นยำเข้าไปในชั้นผิวตื้นๆ ครับ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:
หัวใจหลักของโบท็อกซ์กรอบหน้าคือกล้ามเนื้อ platysma
หรืออธิบายง่ายๆ คือการยับยั้งกล้ามเนื้อแผ่นบางๆ
ที่ตึงขึ้นมาจากคอเวลาเราทำท่า "อึ๊~" ครับ
เนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนนี้คอยดึงรั้งกรอบหน้าลงต่ำ
และทำให้เส้นกรอบหน้าดูไม่ชัดเจน
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องค่อยๆ ฉีดอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ตามชั้นผิวตื้นๆ บริเวณแนวกรอบหน้า ดังนั้นตําแหน่งการฉีด
และปริมาณยา (dose) ที่เหมาะสม จึงเป็นสองปัจจัยที่จะกำหนดผลลัพธ์ครับ
![[위영진의 실전노트] 턱선 보톡스, 얕게 놓아야 효과가 확실합니다](https://framerusercontent.com/images/isMJsh6J0pXZnG3X30JISOnnHTk.jpg)
ใครบ้างที่จะได้ผลลัพธ์
ที่ชัดเจนและดีที่สุดครับ
พูดตามตรงเลยนะครับ โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ platysma
อาจจะไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ว้าวเท่ากันสำหรับทุกคนครับ
และนี่คือกลุ่มคนที่จะเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุดครับ
อย่างแรก คนที่เวลาทำท่า "อึ๊~" แล้ว
เห็นกล้ามเนื้อปูดออกมาเป็นเส้นๆ อย่างชัดเจนที่คอ
หากตรวจพบว่ากล้ามเนื้อ platysma มีพัฒนาการเด่นชัด
การรักษาด้วยวิธีนี้จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนแบบตรงจุดมากครับ
อย่างที่สอง คนที่มีกรอบหน้าชัดเจนอยู่แล้ว
แต่กรอบหน้านั้นดูหย่อนคล้อยลงด้านล่าง หรือกรอบหน้าดูไม่คมและขาดดีเทล
เคสที่เกิดจากความตึงเครียดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
มากกว่าปัญหาการขาดความยืดหยุ่นของผิว จะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ครับ
อย่างที่สาม คนที่น้ำหนักตัวก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย
แต่จู่ๆ ในช่วง 1-2 ปีมานี้ รู้สึกว่ากรอบหน้าดูหย่อนหรือไม่เป็นรูปทรง
ในกรณีแบบนี้ มีโอกาสสูงมากครับที่สาเหตุจะเกิดจาก
การหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ platysma ไม่ใช่เกิดจากไขมันสะสม
แต่มีจุดสำคัญอีกข้อที่ต้องพิจารณาครับ
หากเป็นคนที่มีชั้นไขมันใต้คางค่อนข้างหนา
หรือผิวหนังจริงหย่อนคล้อยมาก
การฉีดโบท็อกซ์กล้ามเนื้อ platysma เพียงอย่างเดียวอาจจะมีข้อจำกัดในการเห็นผลลัพธ์ครับ
ในกรณีพวกนี้ ควรพิจารณาทำร่วมกับหัตถการกลุ่มสลายไขมัน
หรือหัตถการกลุ่มยกกระชับร่วมด้วยจึงจะตอบโจทย์ที่สุดครับ
เนื่องจากคนไข้แต่ละเคสมีความแตกต่างกัน
ปกติเวลาที่ผมตรวจปรึกษา ผมจะพูดคุยและให้ลองทำท่า "อึ๊~"
เพื่อประเมินความเด่นชัดของเส้นกล้ามเนื้อก่อนเสมอ ถึงจะเริ่มออกแบบแผนการรักษาให้ครับ
สำหรับท่านที่บอกว่าเคยไปฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว
แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ได้ผลเลย
จากการตรวจประเมิน มักจะพบว่าจริงๆ แล้วได้รับเพียงการฉีดโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวซ้ำๆ เท่านั้นครับ
นั่นก็เพราะว่าเป้าหมายการแก้ปัญหาไม่เหมือนกันนั่นเอง
หลังจากที่ผมได้ฉีดรักษาโดยกำหนดเป้าหมายไปที่กล้ามเนื้อ platysma อย่างแม่นยำ
คนไข้หลายๆ รายที่ฉีดไปประมาณ 2-3 ครั้ง ต่างแสดงความพึงพอใจกับผลลัพธ์เป็นอย่างมากครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีดโบท็อกซ์กล้ามเนื้อ platysma แล้ว
จะทำให้การแสดงสีหน้าดูติดขัดหรือไม่เป็นธรรมชาติไหมคะ?
A. กล้ามเนื้อ platysma ไม่ใช่กล้ามเนื้อหลัก
ที่ใช้ในการแสดงสีหน้าส่วนใหญ่ครับ
มันไม่ได้ถูกใช้เวลาที่เรายิ้มหรือพูดคุย
ดังนั้น หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสม
การแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวันทั่วไปจะแทบไม่ดูแข็งหรือผิดปกติเลยครับ
แต่อาจจะมีความรู้สึกตึงๆ ในบริเวณที่ฉีดบ้าง
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีดครับ
อย่างไรก็ตาม หากฉีดด้วยปริมาณที่มากเกินไปหรือผิดตำแหน่ง
อาจทำให้รู้สึกขัดๆ เวลาเคลื่อนไหวคอได้
ขั้นตอนการคำนวณและปรับปริมาณที่เหมาะสมจึงสำคัญมากๆ สำหรับหัตถการนี้ครับ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือนครับ
เนื่องจากกล้ามเนื้อ platysma เป็นแผ่นกล้ามเนื้อที่บางและกว้าง
ระยะเวลาคงผลลัพธ์จึงอาจแตกต่างกันไปเล็กน้อย
ขึ้นอยู่กับมวลกล้ามเนื้อเดิมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลครับ
แต่ถ้าฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
กล้ามเนื้อจะค่อยๆ บางลงเรื่อยๆ
ซึ่งมักจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้นในรอบถัดๆ ไปครับ
Q3. สามารถฉีดร่วมกับโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวได้ไหมคะ?
A. ได้ครับ สามารถทำร่วมกันได้เลยครับ
ในขณะที่โบท็อกซ์กล้ามเนื้อบดเคี้ยวช่วยลดปริมาตรความหนาของแก้มด้านหลัง
โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ platysma จะเข้ามาทำหน้าที่
ปรับแต่งและเกลี่ยรายละเอียดช่วงกรอบหน้าให้มีความเรียบคมชัดสม่ำเสมอขึ้น
เนื่องจากเป้าหมายของทั้งสองหัตถการนี้ทำงานกับกล้ามเนื้อคนละมัดอย่างสิ้นเชิงครับ
การทำร่วมกันจึง
ช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ซึ่งกันและกันได้ดีที่สุด
หลายๆ ท่านจึงมักจะเลือกทำแพลนควบคู่กันไปสองโปรแกรมนี้ครับ
สามารถปรึกษาเราผ่านทาง LINE ก่อนเดินทางมาโรงพยาบาลได้นะครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
อยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับหัตถการนี้ไหม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินให้โดยตรงครับ
▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน
▶"รักษาด้วย CureJet เพียงครั้งเดียว รอยแผลเป็นหลุมจะเต็มจริงไหม?" ความจริงใจจากปากคุณหมอ
▶ต้องแปะแผ่นแปะกันน้ำ DuoDerm ไว้นานกี่วัน? สรุปครบครันเรื่องรอบเวลาเปลี่ยนแผ่น
▶เหตุผลที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ทำ LDM ควบคู่ไปกับเลเซอร์ชนิดอื่นๆ
▶โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) รักษาอย่างไรในคลินิกผิวหนัง?

ผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่างกันยังไง? สีน้ำตาลบนหน้าที่ชัดขึ้นในหน้าร้อน
หน้าร้อนทีไรสีน้ำตาลบนหน้าก็ชัดขึ้น มาดูว่าฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกันยังไง พร้อมแนวทางดูแลแต่ละแบบ

ผิว
สกินบูสเตอร์ครั้งแรก ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง
สกินบูสเตอร์ครั้งแรกต่างจากฟิลเลอร์ยังไง สรุปวิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?
อยากทำ Shurink ยกกระชับก่อนวันสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน มาดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังกัน

ลบรอยสัก
หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน
หลังลบรอยสักหน้าร้อน ควรเลี่ยงแดดนานแค่ไหน สรุปความเสี่ยงรอยดำและวิธีกันแดดแบบเข้าใจง่าย

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ออกกำลังกายมาก วอลลุ่ม Sculptra ยุบเร็วไหม?
วอลลุ่ม Sculptra ค่อย ๆ เพิ่มและอยู่ได้นานต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร การออกกำลังกายและน้ำหนักมีผลไหม

ยกกระชับ
Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?
Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน



