
โบท็อกซ์กราม ฉีดตำแหน่งไหนกันแน่?
โบท็อกซ์กราม ฉีดตำแหน่งไหนกันแน่?
โบท็อกซ์กราม ฉีดตำแหน่งไหนกันแน่?
หัวใจสำคัญของ jawline Botox ไม่ได้อยู่ที่บริเวณโหนกแก้มหรือกล้ามเนื้อบดเคี้ยว แต่นั่นคือการยับยั้งกล้ามเนื้อ platysma ค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมหลักการและผู้ที่เหมาะกับการรักษานี้มาฝากกันแล้วค่ะ

โบท็อกซ์กรอบหน้า (Jawline bo-t_o_x),
จริงๆ แล้ว
ฉีดตรงไหนกันแน่ รู้กันไหมคะ?
สวัสดีค่ะ Beautystone คลินิก สาขาฮงแด
หมอวี ยองจิน นะคะ
💡 ก่อนอ่าน
มาเช็กตรงนี้กันก่อนเลยค่ะ
Q. โบท็อกซ์กรอบหน้า = โบท็อกซ์ลดกราม (Masseter)
ไม่ใช่เหรอคะ?
A. ไม่เหมือนกันเลยค่ะ
โบท็อกซ์ลดกราม จะช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อตรงกรามด้านข้างเพื่อให้หน้าดูเรียวเล็กลง
ส่วนโบท็อกซ์กรอบหน้า จะเป็นการฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อคอ
หรือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) ที่ดึงรั้งผิวบริเวณขอบกรามและลำคอขึ้นมาค่ะ
Q. แล้วกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) คืออะไรคะ?
A. ลองทำท่าฉีกปากกว้างออกข้างๆ แล้วพูด "อึ๊~" (กัดฟันแน่นๆ) ดูนะคะ
มันคือกล้ามเนื้อแผ่นบางๆ ที่เกร็งตัวดึงขึ้นมาจากบริเวณลำคอจนถึงใต้กรามค่ะ
ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนาแข็งแรงเกินไป
จะทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจนและดูหย่อนคล้อยได้ค่ะ
💡 เจาะลึกความรู้ดีๆ
โดย หมอวี ยองจิน
นี่คือโบท็อกซ์กล้ามเนื้อคอ (platysma bo-t_o_x) ที่ฉีดตื้นๆ ตามแนวชั้นผิวบริเวณกรอบหน้าค่ะ
จุดประสงค์คือการลดการทำงานของกล้ามเนื้อคอที่คอยดึงรั้ง เวลาที่เราทำท่าเกร็งคอ "อึ๊~" นั่นเองค่ะ

ลองทำท่า "อึ๊~" กันดูหรือยังคะ?
นั่นแหละค่ะคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
ลองทำท่านั้นตอนนี้หน้ากระจกได้เลยค่ะ
ส่องกระจกแล้วกัดฟันเบาๆ
พร้อมกับทำเสียงเกร็งปากว่า "อึ๊~"
คุณจะเห็นเส้นกล้ามเนื้อที่คอใต้กรามเกร็งตัวขึ้นมา
นูนขึ้นมาเป็นเส้นๆ อย่างชัดเจนเลยใช่ไหมคะ?
นั่นแหละค่ะคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
กล้ามเนื้อส่วนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงอกและคอ
ขึ้นมาเกาะอยู่ใต้ผิวชั้นตื้นๆ ตามแนวกรอบหน้าค่ะ
ในเวลาปกติอาจจะมองเห็นไม่ค่อยชัด
แต่ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงเกินไป หรือผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น
มันจะดึงรั้งผิวลงด้านล่าง ทำให้กรอบหน้าดูหย่อนคล้อย
หรือดูไม่กระชับและไม่คมชัดได้ค่ะ
เรื่องนี้คนมักจะสับสนกันเยอะมากๆ ค่ะ
พอลองเสิร์ชหาคำว่า "โบท็อกซ์กรอบหน้า"
ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ขึ้นมามักจะเป็นโบท็อกซ์ลดกราม (Masseter)
กล้ามเนื้อกราม (Masseter) คือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวหนาๆ
ที่อยู่ลึกเข้าไปตรงข้างแก้ม หน้าใบหู
แต่การจะทำให้กรอบหน้าดูคมชัดสวยเป๊ะจริงๆ นั้น
การเข้าไปดูแลกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) นี้จะได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกว่าค่ะ
ทั้งสองจุดนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งตําแหน่ง วัตถุประสงค์ และระดับความลึกในการฉีดค่ะ
โบท็อกซ์กรามต้องฉีดเข้าไปในระดับลึก
แต่สำหรับโบท็อกซ์กรอบหน้า จะต้องฉีดเข้าที่ชั้นตื้นๆ ของผิวอย่างระมัดระวังค่ะ
ความยากของเคสนี้ก็คือ
ถ้าฉีดผิดระดับความลึกไปแค่นิดเดียว
ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะเปลี่ยนไปเลยค่ะ
ดังนั้น คีย์เวิร์ดสำคัญคือ "การฉีดในชั้นตื้นอย่างแม่นยำ" ค่ะ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
หัวใจสำคัญของโบท็อกซ์กรอบหน้าคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
หรือการคลายการทำงานของกล้ามเนื้อบางๆ ที่ดึงรั้งขึ้นมา
จากคอเวลาเราเกร็งทำท่า "อึ๊~" ค่ะ
เพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้เองที่คอยดึงรั้งให้กรอบหน้าตกลง
ทำให้กรอบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่คมชัด
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องค่อยๆ ฉีดอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ไปตามแนวผิวชั้นตื้นบริเวณกรอบหน้า ตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณยา
ที่เหมาะสมจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ว่าหน้าจะออกสวยเป๊ะแค่ไหนค่ะ
![[위영진의 실전노트] 턱선 보톡스, 얕게 놓아야 효과가 확실합니다](https://framerusercontent.com/images/isMJsh6J0pXZnG3X30JISOnnHTk.jpg)
ใครบ้างที่ทำแล้ว
จะเห็นผลดีที่สุด?
พูดกันตรงๆ เลยนะคะ โบท็อกซ์กรอบหน้า (platysma)
อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ปังร้อยเปอร์เซ็นต์กับทุกคนค่ะ
และกลุ่มคนที่จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด มีดังนี้ค่ะ:
ข้อแรก, คนที่เวลาเกร็งคอทำท่า "อึ๊~" แล้ว
เห็นกล้ามเนื้อตรงลําคอยื่นขึ้นมาเป็นเส้นๆ อย่างชัดเจน
หากประเมินแล้วพบว่ามีกล้ามเนื้อส่วนนี้เด่นชัด
การฉีดโบท็อกซ์จะเข้าไปทำงานได้อย่างตรงจุดและเห็นผลดีมากๆ ค่ะ
ข้อสอง, คนที่จริงๆ แล้วก็พอมีกรอบหน้าอยู่บ้าง
แต่ดูเหมือนหย่อนลงมาข้างล่าง หรือเส้นกรอบหน้าดูขาดๆ หายๆ ไป
กลุ่มนี้มักจะเกิดจากการเกร็งดึงของกล้ามเนื้อ
มากกว่าการหย่อนคล้อยจากตัวผิวหนังเองค่ะ
ข้อสาม, คนที่น้ำหนักเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่รู้สึกว่าช่วง 1-2 ปีมานี้ กรอบหน้าเริ่มแลดูหย่อนๆ หายๆ ไป
ในเคสแบบนี้ มีบ่อยครั้งที่สาเหตุหลัก
มาจากกล้ามเนื้อพลาทิสมาเริ่มดึงรั้งผิวลง ไม่ใช่เพราะไขมันสะสมค่ะ
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญที่ต้องระวังอยู่ค่ะ
สำหรับท่านที่มีชั้นไขมันใต้คางค่อนข้างหนา
หรือผิวหน้ามีความหย่อนคล้อยมากๆ
การรักษาด้วยโบท็อกซ์กรอบหน้าอย่างเดียวอาจจะเห็นผลได้จำกัดค่ะ
ในกรณีนี้ แนะนำให้ทำร่วมกับหัตถการสลายไขมัน
หรือโปรแกรมยกกระชับควบคู่กันไปจะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ
เนื่องจากแต่ละเคสไม่มีทางเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์
ปกติเวลาคนไข้เข้ามาปรึกษา หมอก็จะให้ลองเกร็งทำท่า "อึ๊~"
เพื่อประเมินกล้ามเนื้อจริงแล้วจึงค่อยวางแผนการรักษาค่ะ
มีคนไข้หลายท่านบ่นว่าเคยฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้วไม่เห็นผล
พอเช็กดูประวัติก็พบว่า
เป็นการฉีดแค่เฉพาะโบท็อกซ์ลดกรามซ้ำๆ เท่านั้นเองค่ะ
เรียกได้ว่ามารักษาแบบไม่ตรงจุดค่ะ
แต่หลังจากที่มุ่งเป้าไปที่กล้ามเนื้อพลาทิสมาอย่างแม่นยำ
และฉีดต่อเนื่องกันประมาณ 2~3 ครั้ง คนไข้ส่วนใหญ่ต่างก็พึงพอใจกับผลลัพธ์มากๆ เลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าแล้ว
สีหน้าจะดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติไหมคะ?
A. กล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
ไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการแสดงสีหน้าค่ะ
และเนื่องจากเราไม่ได้ไปยุ่งกับกล้ามเนื้อสำคัญที่ใช้เวลาพูดหรือยิ้ม
หากฉีดในปริมาณ (ยูนิต) ที่เหมาะสม
รับรองว่าจะแสดงสีหน้าได้เป็นธรรมชาติในชีวิตประจำวันแน่นอนค่ะ
แต่อาจจะมีความรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ฉีดบ้าง
ในช่วงสัปดาห์แรกหรือสัปดาห์ที่สองหลังทำ ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ
ทั้งนี้ หากฉีดมากเกินไปหรือผิดตำแหน่ง
อาจทำให้รู้สึกขยับช่วงคอได้ไม่สะดวกและดูไม่เป็นธรรมชาติได้
หัตถการนี้จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดีไซน์และควบคุมปริมาณยาอย่างละเอียดค่ะ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3~6 เดือนค่ะ
เนื่องจากกล้ามเนื้อพลาทิสมาเป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางและกว้าง
ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับปริมาณกล้ามเนื้อเดิม
และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
หากได้รับการฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
เมื่อกล้ามเนื้อค่อยๆ เล็กลง
ส่วนใหญ่จะพบว่าผลลัพธ์การยกกระชับจะอยู่ได้นานขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
Q3. ฉีดพร้อมกับโบท็อกซ์ลดกรามได้ไหมคะ?
A. ได้ค่ะ สามารถทำควบคู่กันได้เลย
ในขณะที่โบท็อกซ์ลดกรามเข้ามาช่วยฟื้นฟูส่วนแก้มด้านหลังให้ดูเล็กลง
โบท็อกซ์กรอบหน้าก็จะช่วย
ยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้มีความคมชัดสวยงาม
ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของคนละกล้ามเนื้ออย่างสิ้นเชิงค่ะ
การทำควบคู่กัน
จะมอบผลเสริมซึ่งกันและกันให้หน้าเรียวสวยยิ่งขึ้น
คนไข้หลายๆ ท่านจึงนิยมจัดคู่กันไปพร้อมกันเลยค่ะ
สามารถทักมาปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk ก่อนเข้ามาใช้บริการได้นะคะ
วันนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶"CureJet แค่ครั้งเดียว จะช่วยเติมเต็มหลุมสิวได้จริงหรือ?" ความจริงจากใจคุณหมอ
▶ต้องแปะแผ่นแปะสิว Duoderm กี่วันนะ? สรุปวิธีและรอบการเปลี่ยนแผ่นแปะสิวอย่างละเอียด
▶ทำไมแพทย์ผิวหนังย้ำว่าต้องทำ LDM ควบคู่ไปกับเลเซอร์ตัวอื่นๆ
▶ไม่ใช่ AI แน่นอน! [คอลัมน์พิเศษ] ดึงไหล่ให้สวยตั้งฉากสมาร์ทด้วย Juvelook Volume (Juvelook Lenisna)
▶โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) รักษาอย่างไรที่คลินิกผิวหนัง?

โบท็อกซ์กรอบหน้า (Jawline bo-t_o_x),
จริงๆ แล้ว
ฉีดตรงไหนกันแน่ รู้กันไหมคะ?
สวัสดีค่ะ Beautystone คลินิก สาขาฮงแด
หมอวี ยองจิน นะคะ
💡 ก่อนอ่าน
มาเช็กตรงนี้กันก่อนเลยค่ะ
Q. โบท็อกซ์กรอบหน้า = โบท็อกซ์ลดกราม (Masseter)
ไม่ใช่เหรอคะ?
A. ไม่เหมือนกันเลยค่ะ
โบท็อกซ์ลดกราม จะช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อตรงกรามด้านข้างเพื่อให้หน้าดูเรียวเล็กลง
ส่วนโบท็อกซ์กรอบหน้า จะเป็นการฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อคอ
หรือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) ที่ดึงรั้งผิวบริเวณขอบกรามและลำคอขึ้นมาค่ะ
Q. แล้วกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) คืออะไรคะ?
A. ลองทำท่าฉีกปากกว้างออกข้างๆ แล้วพูด "อึ๊~" (กัดฟันแน่นๆ) ดูนะคะ
มันคือกล้ามเนื้อแผ่นบางๆ ที่เกร็งตัวดึงขึ้นมาจากบริเวณลำคอจนถึงใต้กรามค่ะ
ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนาแข็งแรงเกินไป
จะทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจนและดูหย่อนคล้อยได้ค่ะ
💡 เจาะลึกความรู้ดีๆ
โดย หมอวี ยองจิน
นี่คือโบท็อกซ์กล้ามเนื้อคอ (platysma bo-t_o_x) ที่ฉีดตื้นๆ ตามแนวชั้นผิวบริเวณกรอบหน้าค่ะ
จุดประสงค์คือการลดการทำงานของกล้ามเนื้อคอที่คอยดึงรั้ง เวลาที่เราทำท่าเกร็งคอ "อึ๊~" นั่นเองค่ะ

ลองทำท่า "อึ๊~" กันดูหรือยังคะ?
นั่นแหละค่ะคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
ลองทำท่านั้นตอนนี้หน้ากระจกได้เลยค่ะ
ส่องกระจกแล้วกัดฟันเบาๆ
พร้อมกับทำเสียงเกร็งปากว่า "อึ๊~"
คุณจะเห็นเส้นกล้ามเนื้อที่คอใต้กรามเกร็งตัวขึ้นมา
นูนขึ้นมาเป็นเส้นๆ อย่างชัดเจนเลยใช่ไหมคะ?
นั่นแหละค่ะคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
กล้ามเนื้อส่วนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงอกและคอ
ขึ้นมาเกาะอยู่ใต้ผิวชั้นตื้นๆ ตามแนวกรอบหน้าค่ะ
ในเวลาปกติอาจจะมองเห็นไม่ค่อยชัด
แต่ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงเกินไป หรือผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น
มันจะดึงรั้งผิวลงด้านล่าง ทำให้กรอบหน้าดูหย่อนคล้อย
หรือดูไม่กระชับและไม่คมชัดได้ค่ะ
เรื่องนี้คนมักจะสับสนกันเยอะมากๆ ค่ะ
พอลองเสิร์ชหาคำว่า "โบท็อกซ์กรอบหน้า"
ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ขึ้นมามักจะเป็นโบท็อกซ์ลดกราม (Masseter)
กล้ามเนื้อกราม (Masseter) คือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวหนาๆ
ที่อยู่ลึกเข้าไปตรงข้างแก้ม หน้าใบหู
แต่การจะทำให้กรอบหน้าดูคมชัดสวยเป๊ะจริงๆ นั้น
การเข้าไปดูแลกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma) นี้จะได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกว่าค่ะ
ทั้งสองจุดนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งตําแหน่ง วัตถุประสงค์ และระดับความลึกในการฉีดค่ะ
โบท็อกซ์กรามต้องฉีดเข้าไปในระดับลึก
แต่สำหรับโบท็อกซ์กรอบหน้า จะต้องฉีดเข้าที่ชั้นตื้นๆ ของผิวอย่างระมัดระวังค่ะ
ความยากของเคสนี้ก็คือ
ถ้าฉีดผิดระดับความลึกไปแค่นิดเดียว
ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะเปลี่ยนไปเลยค่ะ
ดังนั้น คีย์เวิร์ดสำคัญคือ "การฉีดในชั้นตื้นอย่างแม่นยำ" ค่ะ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
หัวใจสำคัญของโบท็อกซ์กรอบหน้าคือกล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
หรือการคลายการทำงานของกล้ามเนื้อบางๆ ที่ดึงรั้งขึ้นมา
จากคอเวลาเราเกร็งทำท่า "อึ๊~" ค่ะ
เพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้เองที่คอยดึงรั้งให้กรอบหน้าตกลง
ทำให้กรอบหน้าดูหย่อนคล้อยและไม่คมชัด
เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องค่อยๆ ฉีดอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ไปตามแนวผิวชั้นตื้นบริเวณกรอบหน้า ตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณยา
ที่เหมาะสมจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ว่าหน้าจะออกสวยเป๊ะแค่ไหนค่ะ
![[위영진의 실전노트] 턱선 보톡스, 얕게 놓아야 효과가 확실합니다](https://framerusercontent.com/images/isMJsh6J0pXZnG3X30JISOnnHTk.jpg)
ใครบ้างที่ทำแล้ว
จะเห็นผลดีที่สุด?
พูดกันตรงๆ เลยนะคะ โบท็อกซ์กรอบหน้า (platysma)
อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ปังร้อยเปอร์เซ็นต์กับทุกคนค่ะ
และกลุ่มคนที่จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด มีดังนี้ค่ะ:
ข้อแรก, คนที่เวลาเกร็งคอทำท่า "อึ๊~" แล้ว
เห็นกล้ามเนื้อตรงลําคอยื่นขึ้นมาเป็นเส้นๆ อย่างชัดเจน
หากประเมินแล้วพบว่ามีกล้ามเนื้อส่วนนี้เด่นชัด
การฉีดโบท็อกซ์จะเข้าไปทำงานได้อย่างตรงจุดและเห็นผลดีมากๆ ค่ะ
ข้อสอง, คนที่จริงๆ แล้วก็พอมีกรอบหน้าอยู่บ้าง
แต่ดูเหมือนหย่อนลงมาข้างล่าง หรือเส้นกรอบหน้าดูขาดๆ หายๆ ไป
กลุ่มนี้มักจะเกิดจากการเกร็งดึงของกล้ามเนื้อ
มากกว่าการหย่อนคล้อยจากตัวผิวหนังเองค่ะ
ข้อสาม, คนที่น้ำหนักเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่รู้สึกว่าช่วง 1-2 ปีมานี้ กรอบหน้าเริ่มแลดูหย่อนๆ หายๆ ไป
ในเคสแบบนี้ มีบ่อยครั้งที่สาเหตุหลัก
มาจากกล้ามเนื้อพลาทิสมาเริ่มดึงรั้งผิวลง ไม่ใช่เพราะไขมันสะสมค่ะ
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญที่ต้องระวังอยู่ค่ะ
สำหรับท่านที่มีชั้นไขมันใต้คางค่อนข้างหนา
หรือผิวหน้ามีความหย่อนคล้อยมากๆ
การรักษาด้วยโบท็อกซ์กรอบหน้าอย่างเดียวอาจจะเห็นผลได้จำกัดค่ะ
ในกรณีนี้ แนะนำให้ทำร่วมกับหัตถการสลายไขมัน
หรือโปรแกรมยกกระชับควบคู่กันไปจะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ
เนื่องจากแต่ละเคสไม่มีทางเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์
ปกติเวลาคนไข้เข้ามาปรึกษา หมอก็จะให้ลองเกร็งทำท่า "อึ๊~"
เพื่อประเมินกล้ามเนื้อจริงแล้วจึงค่อยวางแผนการรักษาค่ะ
มีคนไข้หลายท่านบ่นว่าเคยฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้วไม่เห็นผล
พอเช็กดูประวัติก็พบว่า
เป็นการฉีดแค่เฉพาะโบท็อกซ์ลดกรามซ้ำๆ เท่านั้นเองค่ะ
เรียกได้ว่ามารักษาแบบไม่ตรงจุดค่ะ
แต่หลังจากที่มุ่งเป้าไปที่กล้ามเนื้อพลาทิสมาอย่างแม่นยำ
และฉีดต่อเนื่องกันประมาณ 2~3 ครั้ง คนไข้ส่วนใหญ่ต่างก็พึงพอใจกับผลลัพธ์มากๆ เลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าแล้ว
สีหน้าจะดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติไหมคะ?
A. กล้ามเนื้อพลาทิสมา (platysma)
ไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการแสดงสีหน้าค่ะ
และเนื่องจากเราไม่ได้ไปยุ่งกับกล้ามเนื้อสำคัญที่ใช้เวลาพูดหรือยิ้ม
หากฉีดในปริมาณ (ยูนิต) ที่เหมาะสม
รับรองว่าจะแสดงสีหน้าได้เป็นธรรมชาติในชีวิตประจำวันแน่นอนค่ะ
แต่อาจจะมีความรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ฉีดบ้าง
ในช่วงสัปดาห์แรกหรือสัปดาห์ที่สองหลังทำ ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ
ทั้งนี้ หากฉีดมากเกินไปหรือผิดตำแหน่ง
อาจทำให้รู้สึกขยับช่วงคอได้ไม่สะดวกและดูไม่เป็นธรรมชาติได้
หัตถการนี้จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดีไซน์และควบคุมปริมาณยาอย่างละเอียดค่ะ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3~6 เดือนค่ะ
เนื่องจากกล้ามเนื้อพลาทิสมาเป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางและกว้าง
ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับปริมาณกล้ามเนื้อเดิม
และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
หากได้รับการฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
เมื่อกล้ามเนื้อค่อยๆ เล็กลง
ส่วนใหญ่จะพบว่าผลลัพธ์การยกกระชับจะอยู่ได้นานขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
Q3. ฉีดพร้อมกับโบท็อกซ์ลดกรามได้ไหมคะ?
A. ได้ค่ะ สามารถทำควบคู่กันได้เลย
ในขณะที่โบท็อกซ์ลดกรามเข้ามาช่วยฟื้นฟูส่วนแก้มด้านหลังให้ดูเล็กลง
โบท็อกซ์กรอบหน้าก็จะช่วย
ยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้มีความคมชัดสวยงาม
ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของคนละกล้ามเนื้ออย่างสิ้นเชิงค่ะ
การทำควบคู่กัน
จะมอบผลเสริมซึ่งกันและกันให้หน้าเรียวสวยยิ่งขึ้น
คนไข้หลายๆ ท่านจึงนิยมจัดคู่กันไปพร้อมกันเลยค่ะ
สามารถทักมาปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk ก่อนเข้ามาใช้บริการได้นะคะ
วันนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
▶"CureJet แค่ครั้งเดียว จะช่วยเติมเต็มหลุมสิวได้จริงหรือ?" ความจริงจากใจคุณหมอ
▶ต้องแปะแผ่นแปะสิว Duoderm กี่วันนะ? สรุปวิธีและรอบการเปลี่ยนแผ่นแปะสิวอย่างละเอียด
▶ทำไมแพทย์ผิวหนังย้ำว่าต้องทำ LDM ควบคู่ไปกับเลเซอร์ตัวอื่นๆ
▶ไม่ใช่ AI แน่นอน! [คอลัมน์พิเศษ] ดึงไหล่ให้สวยตั้งฉากสมาร์ทด้วย Juvelook Volume (Juvelook Lenisna)
▶โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) รักษาอย่างไรที่คลินิกผิวหนัง?
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ
ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

ยกกระชับ
อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?
ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

ร่างกาย
อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ
การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ผิว
ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ
ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

ผิว
Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต
Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

ยกกระชับ
Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน
เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
