หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนที่เพิ่งทำชูริงค์มักเล่าอาการคล้าย ๆ กัน คือตอนทำไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่พอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นกลับรู้สึกตื้อ ๆ ที่ขมับ กดแล้วเจ็บลึก ๆ บางคนถึงขั้นรู้สึกว่าปวดหัวตุบ ๆ ลามไปด้านข้างของศีรษะจนนอนตะแคงข้างนั้นไม่ได้
บทความนี้จะพาไล่ดูตั้งแต่กลไกที่ทำให้ขมับตึงและรู้สึกหนักหัว ระยะเวลาที่อาการมักค่อย ๆ เบาลง วิธีดูแลตัวเองในช่วงไม่กี่วันแรก ไปจนถึงสัญญาณที่ไม่ควรรอดูอาการต่อ แต่ควรติดต่อคลินิกให้เร็วที่สุดค่ะ
ทำไมหลังทำชูริงค์ถึงปวดขมับและหนักหัว
ชูริงค์เป็นเครื่องอัลตราซาวด์แบบโฟกัส พลังงานจะไม่ได้กระจายอยู่บนผิวชั้นบน แต่ถูกรวมให้ไปบรรจบกันที่ความลึกที่ตั้งค่าไว้ เกิดเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ในชั้นลึก คอลลาเจนบริเวณนั้นจะหดตัวก่อน จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างเส้นใยใหม่ขึ้นมาแทนที่ในระยะถัดไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่ข้ามคืน
ประเด็นอยู่ตรงที่ ขมับเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมือนแก้ม ชั้นไขมันใต้ผิวบางกว่าอย่างชัดเจน กระดูกอยู่ใกล้กว่า และที่สำคัญคือมีกล้ามเนื้อขมับซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวแผ่อยู่ด้านข้างศีรษะพอดี ความร้อนและแรงสั่นสะเทือนจึงส่งต่อไปยังเนื้อเยื่อรอบข้างได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นของใบหน้า หลายคนจึงรู้สึกเหมือนปวดทั้งศีรษะ ทั้งที่จริงแล้วมีเพียงบางส่วนของด้านข้างเท่านั้นที่กำลังตอบสนอง

อีกส่วนหนึ่งมาจากกล้ามเนื้อเอง ระหว่างทำหลายคนกัดฟันหรือเกร็งใบหน้าโดยไม่รู้ตัวเพื่อรับมือกับความรู้สึกจี๊ด ๆ เมื่อกล้ามเนื้อขมับถูกเกร็งค้างไว้นาน ความตึงก็ยังคงอยู่ต่อแม้ทำเสร็จไปแล้ว คนที่บอกว่าอ้าปากกว้างแล้วรู้สึกตึง หรือเคี้ยวข้าวแล้วเมื่อยขมับ มักมีสาเหตุส่วนนี้ปนอยู่ด้วยเสมอ
เส้นประสาทก็มีบทบาท ความรู้สึกของผิวบริเวณขมับมาจากแขนงของเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า หลังได้รับความร้อน ผิวบริเวณนั้นอาจไวต่อการสัมผัสมากขึ้นชั่วคราว หรือกลับกันคือรู้สึกตื้อ ๆ ชา ๆ ซึ่งรายงานทบทวนด้านความปลอดภัยของการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ระบุว่าโดยทั่วไปเป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวที่ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

อาการแบบนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อไหร่
ความรู้สึกของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่รูปแบบที่พบบ่อยคือ ช่วงที่รู้สึกมากที่สุดจะอยู่ในไม่กี่วันแรกหลังทำ ลักษณะมักเป็นความหนักและตื้อมากกว่าปวดแบบแหลมคม กดแล้วรู้สึกลึก ๆ และจะเบาลงทีละวันโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ
ถ้าจะให้เห็นภาพเป็นช่วงเวลา วันแรกมักรู้สึกร้อนวูบและตึง วันที่สองถึงวันที่สามจะเป็นช่วงที่กดแล้วเจ็บชัดที่สุด รวมถึงรู้สึกไม่สบายเวลาเคี้ยว ตั้งแต่วันที่สี่เป็นต้นไปคนส่วนใหญ่จะเริ่มลืมไปเองเป็นช่วง ๆ และอาจเหลือเพียงความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยตอนกดอีกราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์
ระดับพลังงาน จำนวนช็อต และหัวทรีตเมนต์ที่เลือกใช้มีผลโดยตรงต่อระยะเวลานี้ ถ้าวันนั้นยิงตั้งแต่ขมับไล่ลงมาถึงกรอบหน้าในจำนวนช็อตที่มาก ปฏิกิริยาก็มักยาวนานขึ้นตามไปด้วย คนเดิมที่เคยทำมาแล้วแต่รอบนี้เพิ่มจำนวนช็อต ก็อาจรู้สึกต่างจากรอบก่อนได้โดยที่ไม่มีอะไรผิดปกติ

ดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงไม่กี่วันแรก
หลักคิดง่าย ๆ คือ ไม่เติมภาระให้บริเวณที่เพิ่งได้รับความร้อน ไม่ใช่การหาอะไรมาทาหรือทำเพิ่มเป็นพิเศษ สิ่งที่ช่วยได้จริงมักเป็นการลดสิ่งกระตุ้นมากกว่าการเพิ่มขั้นตอน
เลี่ยงซาวน่า การแช่น้ำอุ่นจัดเป็นเวลานาน และการออกกำลังกายหนักในสองถึงสามวันแรก
ช่วงที่ตึงมาก ใช้ผ้าสะอาดประคบเย็นเบา ๆ ไม่ต้องนานและไม่ต้องเย็นจัด
ลดการเคี้ยวของแข็งหรือเคี้ยวหมากฝรั่งต่อเนื่อง เพราะกล้ามเนื้อขมับจะถูกใช้งานซ้ำ
เลี่ยงการนอนคว่ำกดขมับลงกับหมอนตลอดทั้งคืน
ถ้าปวดจนรบกวนการใช้ชีวิต ใช้ยาแก้ปวดที่เคยใช้ประจำตามขนาดที่ระบุไว้บนฉลาก
เรื่องแอลกอฮอล์ก็เช่นกัน วันที่ทำและวันถัดมาแนะนำให้ลดลง เพราะเลือดที่ไหลเวียนมากขึ้นทำให้ความรู้สึกร้อนวูบและตุบ ๆ ชัดขึ้น จนหลายคนตีความว่าอาการแย่ลง ทั้งที่จริงเป็นเพียงความรู้สึกที่ถูกขยายให้เด่นกว่าเดิม รายงานการติดตามผลหลังทำหัตถการก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าช่วงแรกจะไม่มีสิ่งกระตุ้นซ้อนทับเข้ามา
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ต้องแยกให้ออก
อาการตึงและหนักที่ค่อย ๆ เบาลงเป็นคนละเรื่องกับผลข้างเคียงที่ต้องติดตาม การแยกสองอย่างนี้ออกจากกันไม่ได้ใช้ความรุนแรงของวันแรกเป็นเกณฑ์ แต่ใช้ทิศทางของอาการในวันถัด ๆ ไป
สิ่งที่ถือว่าอยู่ในกรอบการฟื้นตัวตามปกติ ได้แก่ ผิวแดงเล็กน้อยในวันแรก ความรู้สึกบวมตื้อ ๆ กดเจ็บเฉพาะจุด และความรู้สึกไวต่อการสัมผัสที่ลดลงทุกวัน ส่วนสิ่งที่ต้องแยกออกมาดูต่างหากคือ อาการที่คงที่ไม่ยอมลด อาการที่แรงขึ้น หรืออาการใหม่ที่ไม่ได้มีมาตั้งแต่ต้น
ในเอกสารวิชาการมีการรวบรวมเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เคยมีรายงานไว้ เช่น อาการทางเส้นประสาทชั่วคราว หรือปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อความร้อน แม้จะไม่ได้พบบ่อย แต่เป็นสิ่งที่รู้กันว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ และการตรวจพบเร็วทำให้มีทางเลือกในการจัดการมากกว่า

เมื่อไหร่ที่ไม่ควรรอ และควรติดต่อคลินิก
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินง่ายที่สุดคือทิศทางของอาการ ถ้าค่อย ๆ เบาลงทุกวัน การรอดูต่อเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ถ้าอาการเดินสวนทาง คือแรงขึ้นหรือมีอาการใหม่เพิ่มเข้ามา นั่นไม่ใช่ช่วงเวลาของการรอดูอีกต่อไป
ผ่านไปสามถึงสี่วันแล้วยังไม่เบาลง หรือกลับรู้สึกปวดมากขึ้นกว่าเดิม
คลำเจอรอยบุ๋ม หรือเห็นความไม่เท่ากันของสองข้างบริเวณขมับหรือแก้ม
อ้าปากลำบาก หรือเคี้ยวแล้วเจ็บมากต่อเนื่องหลายวัน
ผิวบริเวณนั้นชาไม่หาย หรือขอบเขตของความชาขยายกว้างขึ้น
มีไข้ ผิวแดงลามออก หรือบวมแล้วรู้สึกร้อนเมื่อกด
ปวดศีรษะรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
การอดทนรอด้วยตัวเองนานเกินไปไม่ได้ช่วยอะไร การแจ้งคลินิกที่ทำให้เร็วจะได้เปรียบกว่า เพราะคลินิกมีบันทึกว่ายิงบริเวณใด จำนวนเท่าไร ที่ความลึกระดับใด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้ประเมินได้ตรงจุดมากกว่าการคาดเดาจากอาการเพียงอย่างเดียว
สรุป
อาการตึงที่ขมับและความรู้สึกหนักหัวหลังทำชูริงค์ ส่วนใหญ่เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อความร้อนที่ลงไปในตำแหน่งที่ผิวบาง กระดูกใกล้ และมีกล้ามเนื้อเคี้ยวอยู่ข้างใต้ คนจำนวนมากรู้สึกดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และแทบไม่นึกถึงอีกเลยเมื่อผ่านไปราวสองสัปดาห์
สิ่งที่ใช้ตัดสินไม่ใช่ความแรงของวันแรก แต่เป็นทิศทางในวันถัด ๆ มา ถ้าเบาลงเรื่อย ๆ ก็รอดูได้ แต่ถ้าแรงขึ้น มีรอยบุ๋ม หรือความชาขยายวง นั่นคือสัญญาณให้ติดต่อกลับ
ที่ Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามีบันทึกการทำของแต่ละครั้งไว้ ทำให้พูดคุยเรื่องอาการหลังทำได้ตรงจุดกว่าเดิม ถ้ายังไม่สบายใจกับความรู้สึกที่ขมับ ทักมาสอบถามทาง LINE ได้เลยโดยไม่ต้องรอถึงนัดครั้งถัดไปนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ปวดขมับหลังทำชูริงค์กี่วันถึงจะดีขึ้น
A. แต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่ความตึงและความหนักจะเบาลงภายในไม่กี่วัน และเหลือเพียงกดแล้วเจ็บเล็กน้อยอีกราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ให้ดูทิศทางว่าค่อย ๆ ลดลงทุกวันหรือเปล่าค่ะ
Q. กินยาแก้ปวดที่มีอยู่ที่บ้านได้ไหม
A. ถ้าเป็นยาที่เคยใช้ประจำและใช้ตามขนาดที่ระบุไว้ โดยทั่วไปทำได้ค่ะ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องกินต่อเนื่อง แนะนำให้สอบถามแพทย์ที่ดูแลก่อนจะปลอดภัยกว่า
Q. ขอไม่ยิงบริเวณขมับได้หรือไม่
A. ปรับขอบเขตการยิงได้ตามที่กังวลค่ะ เพียงแต่ขมับมักเป็นจุดตั้งต้นของการดึงรั้ง จึงควรคุยกันในวันปรึกษาว่าผลลัพธ์โดยรวมจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
Q. ครั้งต่อไปควรเว้นระยะให้นานขึ้นไหม
A. ถ้ารอบที่ผ่านมาตอบสนองแรง อาจปรับระยะห่างหรือค่าพลังงานใหม่ได้ค่ะ การเล่าอาการที่เจอให้ละเอียดจะช่วยให้ปรับได้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



