หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ทำยกกระชับไปครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกว่าหน้าดูเก็บขึ้น แต่พอถึงเวลาคิดเรื่องครั้งต่อไปกลับเริ่มลังเล เพราะได้ยินมาว่าถ้าหยุดไปแล้วหน้าจะกลับมาหย่อนหนักกว่าตอนที่ยังไม่เคยทำ ความกังวลข้อนี้เป็นคำถามที่พบได้บ่อยในห้องตรวจ
ในทางการแพทย์ คำถามนี้แยกได้เป็นสองเรื่อง เรื่องแรกคือกลไกของหัตถการว่าสร้างการพึ่งพาหรือไม่ เรื่องที่สองคือการรับรู้เมื่อผลจางลงพร้อมกับอายุที่เดินหน้าต่อ
บทความนี้จะไล่ดูตามลำดับว่าเมื่อหยุดทำแล้วเกิดอะไรขึ้นในชั้นผิว ผลจางลงภายในกี่เดือน จะแยกออกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยได้อย่างไร มีผลข้างเคียงและข้อควรระวังอะไรบ้าง รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจนะคะ
หยุดทำแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
คำตอบสั้น ๆ คือยังไม่มีกลไกทางการแพทย์ที่อธิบายว่าการหยุดทำเป็นตัวทำให้ผิวหย่อนลงต่ำกว่าจุดตั้งต้น
โปรแกรม Oligio X เป็นเครื่องยกกระชับที่ทำงานด้วยคลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนลงถึงชั้นหนังแท้ ความร้อนทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่หดตัวลงในทันที จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สร้างเส้นใยชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่ในช่วงหลายเดือนถัดมา สิ่งที่เครื่องทำจึงเป็นการเร่งกระบวนการผลัดเปลี่ยนเนื้อเยื่อที่เจ้าของผิวมีอยู่แล้ว ไม่ได้ใส่โครงค้ำจากภายนอกเข้าไปยันเนื้อเยื่อไว้

ลองเทียบกับการออกกำลังกายจะเห็นภาพง่ายขึ้น เมื่อหยุดเข้ายิม กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ถอยกลับไปหาจุดที่เคยเป็นก่อนเริ่มฝึก ไม่ใช่ทรุดลงต่ำกว่าจุดตั้งต้น ผิวก็ทำงานในทำนองเดียวกัน ในบทความรวบรวมการทำงานของเครื่องคลื่นวิทยุ อธิบายไว้ที่การจัดเรียงเส้นใยขึ้นใหม่ด้วยความร้อนเป็นหลัก ไม่มีส่วนใดระบุว่าการหยุดทำทำให้เนื้อเยื่ออ่อนแอลง
แล้วทำไมหลายคนจึงรู้สึกว่าหย่อนลงหลังหยุด เหตุผลมีสองอย่างซ้อนกัน อย่างแรกคือผลที่ได้มาจะจางลงตามเวลา อย่างที่สองคือความเปลี่ยนแปลงตามวัยยังเดินหน้าด้วยความเร็วเดิม เมื่อสองอย่างเกิดพร้อมกัน สภาพที่แค่กลับไปเท่าเดิมจึงถูกรับรู้ว่าแย่ลงกว่าเดิม การประเมินว่าเป็นการถอยกลับหรือไม่จึงควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ

ผลที่ได้จะจางลงภายในกี่เดือน
โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าผลค่อย ๆ จางลงในช่วงราวครึ่งปีถึงหนึ่งปี แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยที่ต่างกันได้มากในแต่ละบุคคล
เส้นใยชุดใหม่ที่เกิดจากความร้อนมีวงจรของมันเอง เมื่อเวลาผ่านไปก็ถูกผลัดเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ตลอดไป ลักษณะการจางลงไม่ได้เป็นแบบตกฮวบในวันใดวันหนึ่ง แต่เหมือนทางลาดที่ลาดลงอย่างนุ่มนวลมากกว่า ในรายงานที่ติดตามผลระยะยาว ก็แสดงแนวโน้มว่าผลลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเวลาเช่นกัน
ความเร็วของการจางลงยังต่างกันไปตามความหนาและความยืดหยุ่นของผิวเดิม พฤติกรรมการโดนแดด และน้ำหนักที่ขึ้นลง จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมจึงไม่มีสูตรตายตัว ต้องให้แพทย์ประเมินจากสภาพผิวจริงเป็นรายบุคคล

จะแยกผลที่จางลงออกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยได้อย่างไร
ดูที่ตำแหน่งของความเปลี่ยนแปลงเป็นหลัก ถ้าเป็นผลที่จางลง ความตึงจะถอยกลับเฉพาะบริเวณที่เคยตอบสนองต่อการทำ
ส่วนความเปลี่ยนแปลงตามวัยมาจากรูปทรงของกระดูกและปริมาณไขมันที่ขยับทีละน้อย ทำให้เส้นกรอบหน้าโดยรวมเปลี่ยนไปแม้ในบริเวณที่ไม่ได้ทำ ในบทความอธิบายเรื่องความเสื่อมของผิว ก็แยกสองอย่างนี้ออกเป็นคนละเส้นทางเช่นกัน
วิธีที่ใช้ได้จริงคือถ่ายรูปด้านหน้าและด้านเฉียงเก็บไว้ในแสงเดียวกัน การเทียบความทรงจำกับความทรงจำถูกอารมณ์ลากไปได้ง่าย แต่การเทียบรูปกับรูปช่วยให้แยกได้อย่างใจเย็นว่านี่คือการถอยกลับไปที่เดิม หรือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เดินหน้าไปอีกขั้น
ผลข้างเคียงที่พบได้และสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงของการทำคลื่นวิทยุส่วนใหญ่พบได้น้อยและมักเป็นชั่วคราว เช่น ผิวแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงในช่วงไม่กี่วันแรก อย่างไรก็ตาม โอกาสเกิดไม่ได้เป็นศูนย์ และในบางรายอาจพบรอยไหม้ ตุ่มน้ำ ผิวเป็นรอยด่าง หรืออาการชาที่นานผิดปกติ
หากมีอาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผิวพองเป็นตุ่มน้ำ มีแผลเปิด หรือชาต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ ไม่ควรรอดูอาการเองที่บ้าน แต่ควรติดต่อคลินิกที่ทำหรือเข้าพบแพทย์ผิวหนังทันที
ใครที่ยังไม่เหมาะจะทำในตอนนี้
บางสภาวะควรเลื่อนออกไปก่อนหรือต้องให้แพทย์ประเมินเป็นกรณีไป
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอุปกรณ์ฝังที่ทำงานด้วยไฟฟ้า เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
มีการติดเชื้อ ผื่นอักเสบ หรือแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ
โรคผิวหนังเรื้อรังกำลังกำเริบ หรือมีประวัติแผลเป็นนูนง่าย
เพิ่งฉีดสารเติมเต็มหรือร้อยไหมในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน
รายการนี้ไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และหัตถการที่เคยทำให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ ความเหมาะสมสุดท้ายอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ
ข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายเมื่อยังลังเล
การหยุดพักไว้ก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย เมื่อวันหนึ่งอยากกลับมาทำอีกครั้ง ก็เริ่มจากสภาพผิวที่เป็นอยู่ตอนนั้นได้เลย บนพื้นฐานนั้น มีข้อควรระวังอยู่ไม่กี่ข้อ
การทำถี่ในระยะเวลาสั้นไม่ได้แปลว่าผลจะบวกสะสมกันขึ้นไปเรื่อย ๆ
การเพิ่มระดับพลังงานไม่ได้ทำให้ผลอยู่นานขึ้น แต่เพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียงและระยะพักฟื้นแทน
ช่วงที่น้ำหนักเพิ่งขึ้นหรือลงมาก เป็นช่วงที่สับสนกับผลของหัตถการได้ง่าย
ควรดูสภาพผิวหลังผ่านไปหลายเดือนแล้วค่อยตัดสินใจ ดีกว่าตัดสินใจทันทีหลังหยุด
เรื่องระยะห่าง การถือคร่าว ๆ ว่าครึ่งปีถึงหนึ่งปีต่อครั้งแล้วปรับตามความเร็วที่ผลจางจริงของตัวเองเป็นแนวทางที่ทำได้จริง ในรายงานที่เปรียบเทียบเครื่องหลายรุ่น ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการทำซ้ำเพื่อคงผลควรเว้นระยะห่างระดับหนึ่งเสมอ จำนวนครั้งที่เหมาะกับแต่ละคนจึงขึ้นกับการประเมินของแพทย์
ส่วนค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปคิดตามจำนวนช็อตที่ใช้ บริเวณที่ทำ และรุ่นของหัวเครื่อง คลินิกจะประเมินหน้างานแล้วแจ้งช่วงราคาก่อนเริ่มเสมอ หมายเหตุ ตัวเลขที่ได้ยินจากคนอื่นเป็นเพียงช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาที่เท่ากันทุกราย เพราะขึ้นกับแผนที่แพทย์วางให้เฉพาะบุคคล

สรุป
หนึ่ง ยังไม่มีกลไกที่อธิบายว่าการหยุดทำเป็นสาเหตุให้หน้าหย่อนกว่าตอนก่อนทำ
สอง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือผลที่ได้มาจางลงในช่วงหลายเดือนถึงหนึ่งปี ซ้อนกับความเปลี่ยนแปลงตามวัยที่เดินหน้าด้วยความเร็วเดิม สาม วิธีแยกสองอย่างนี้ออกจากกันคือดูตำแหน่งที่เปลี่ยน และเก็บรูปในแสงเดียวกันไว้เทียบ
สี่ ความลังเลที่พาให้เปิดบทความนี้ตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่คำถามว่าจะหลบผลย้อนกลับอย่างไร แต่เป็นคำถามว่าอยากคงสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ไว้มากแค่ไหน
ที่ Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล เราบันทึกการตั้งค่าและการตอบสนองของผิวไว้ทุกครั้ง จึงดูย้อนได้ว่าผลจางลงไปมากแค่ไหนแล้วนับจากครั้งก่อน ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจได้ทาง LINE แม้ยังอยู่ในขั้นลังเลว่าจะทำครั้งต่อไปดีไหม ก็ทักมาสอบถามได้ตามสบายค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำครั้งหนึ่งแล้วต้องทำต่อไปตลอดหรือเปล่า
A. ไม่จำเป็นค่ะ ไม่มีกลไกที่ทำให้หยุดแล้วหน้าหย่อนกว่าก่อนทำ มีเพียงผลที่ได้ค่อย ๆ จางลงเท่านั้น เมื่ออยากทำอีกครั้งก็เริ่มจากสภาพผิว ณ ตอนนั้นได้เลย
Q. หยุดแล้วนานแค่ไหนถึงจะกลับไปเหมือนเดิม
A. แต่ละคนต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงในช่วงราวครึ่งปีถึงหนึ่งปีค่ะ ไม่ใช่การกลับไปแบบทันทีในวันใดวันหนึ่ง แต่เปลี่ยนทีละน้อยจนสังเกตได้ยาก และแพทย์จะช่วยประเมินเป็นรายบุคคล
Q. ถ้าทำบ่อยขึ้นผลจะอยู่นานขึ้นไหม
A. การทำถี่ในระยะสั้นไม่ได้แปลว่าผลจะสะสมกันขึ้นไปค่ะ ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ขึ้นกับพื้นฐานผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำจึงเข้าท่ากว่าการอัดคิวถี่ ๆ
Q. ควรตัดสินใจเรื่องครั้งต่อไปตอนไหนดี
A. ไม่ควรตัดสินใจทันทีหลังหยุด แต่ดูสภาพผิวหลังผ่านไปหลายเดือนแล้วค่อยตัดสินใจจะง่ายกว่าค่ะ ถ่ายรูปในแสงเดียวกันเก็บไว้จะช่วยให้มีข้อมูลไว้เปรียบเทียบ และปรึกษาแพทย์ได้ฟรีก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



