ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เคยสงสัยไหมว่า หลังทำฟิลเลอร์ก้นไปแล้ว รอยบุ๋ม Cellulite ที่เห็นอยู่จะดีขึ้นไปพร้อมกันด้วยหรือเปล่า? นี่เป็นคำถามที่หลายคนถามก่อนตัดสินใจทำ โดยเฉพาะคนที่กังวลทั้งเรื่องรูปทรงและพื้นผิวผิวหนังไปพร้อมกัน
จริง ๆ แล้ว ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) และ Cellulite เกิดขึ้นจากคนละชั้นผิวเลยค่ะ รูปทรงก้นที่แบนราบมาจากปริมาณไขมันและเนื้อเยื่อในชั้นลึก ส่วนรอยบุ๋มบนผิวเกิดจากพังผืดที่ดึงรั้งผิวลงมาในชั้นตื้นกว่า เมื่อชั้นต่างกัน ผลที่ได้จึงต่างกันตามมา
บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองปัญหานี้ พร้อมอธิบายว่าฟิลเลอร์ก้นช่วยได้ในด้านไหน และด้านไหนที่ควรดูแลด้วยวิธีอื่นนะคะ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) คืออะไร?
ฟิลเลอร์ก้น คือการฉีด กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) เข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังบริเวณสะโพกหรือก้น เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรงให้โค้งมนขึ้น กรดไฮยาลูโรนิกเป็นสารที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ จึงเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อ
วิธีนี้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มก้นโดยไม่ผ่าตัด ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสัดส่วนเดิม ปริมาณที่ฉีด และโครงสร้างร่างกาย โดยทั่วไปผลอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ก่อนที่ HA จะค่อย ๆ ถูกดูดซึมกลับ
ฟิลเลอร์ที่ใช้ในบริเวณนี้มักเป็นสูตรที่มีความหนืดสูง (High Viscosity) เพื่อรองรับแรงกดได้ดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินว่าควรฉีดบริเวณใดและปริมาณเท่าใดจึงเหมาะสมที่สุดสำหรับโครงสร้างของคุณ
Cellulite เกิดจากอะไร?
Cellulite คือรอยบุ๋มคล้ายผิวส้มบนพื้นผิวผิวหนัง เกิดได้กับทุกขนาดตัวและทุกวัย ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักเกินเท่านั้น กลไกที่แท้จริงอยู่ในระดับโครงสร้างใต้ผิว
ใต้ชั้นผิวหนังมี พังผืดเส้นใย (Fibrous Septae) ทำหน้าที่เป็นเหมือน "สมอ" ที่ยึดผิวหนังลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อด้านล่าง เมื่อไขมันในชั้น Hypodermis ขยายตัวหรือเส้นใยเหล่านี้ตึงขึ้นตามอายุ แรงดึงลงกับแรงดันขึ้นจะสร้างรอยบุ๋มที่มองเห็นบนผิว งานวิจัยพบว่าโครงสร้างของพังผืดในผู้หญิงมักเป็นแนวตั้งฉาก ทำให้ไขมันดันขึ้นตรง จึงเห็นรอยบุ๋มชัดกว่า
ปัจจัยที่ส่งเสริม Cellulite ได้แก่ กรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อายุที่มากขึ้น และการไหลเวียนของเลือดในชั้นผิว ดังนั้น Cellulite จึงไม่ใช่สัญญาณผิดปกติ แต่เป็นโครงสร้างทางกายวิภาคที่พบได้ในคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิง
อ้างอิง: Cellulite Pathophysiology — PMC5234561
ชั้นผิวต่างกัน ผลที่ได้จึงต่างกัน
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด ฟิลเลอร์ก้นทำงานในชั้น Subcutaneous ซึ่งเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนังชั้นลึก เพื่อดันโครงสร้างโดยรวมขึ้นมา ลองจินตนาการว่าเหมือนการใส่หมอนรองใต้ผ้า ผิวด้านบนจะดูอิ่มขึ้นและกลมขึ้น แต่ลวดลายบนผ้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม
ส่วน Cellulite อยู่ที่ชั้น Dermis และรอยต่อระหว่าง Dermis กับ Hypodermis ซึ่งตื้นกว่าตำแหน่งที่ฟิลเลอร์ถูกฉีดไป พังผืดที่ดึงรั้งผิวลงจึงไม่ได้รับผลโดยตรงจากการเติมปริมาตรในชั้นลึก
สิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงหลังทำฟิลเลอร์ก้น คือรูปทรงและความอิ่มของก้นโดยรวม ซึ่งอาจทำให้ผิวดูตึงขึ้นเล็กน้อยในบางราย แต่รอยบุ๋ม Cellulite มักยังคงอยู่ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ Cellulite และโครงสร้างผิวเดิม
อ้างอิง: Hyaluronic Acid Filler — การทำงานในชั้นเนื้อเยื่อ PMC7515470

ข้อควรระวังและความเสี่ยงของฟิลเลอร์ก้น
ฟิลเลอร์ก้นเป็นหัตถการที่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เนื่องจากบริเวณสะโพกและก้นมีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญอยู่ใกล้กับจุดฉีด ความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่
รอยแดง บวม หรือช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-7 วัน
ก้อนหรือความไม่สม่ำเสมอหากฉีดไม่ได้ระดับ
ความเสี่ยงสูงจากการทำโดยผู้ไม่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงการอุดตันเส้นเลือด
HA ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดการอักเสบระยะยาว
หากมีอาการผิดปกติหลังทำ เช่น ปวดมาก บวมผิดปกติ หรือผิวเปลี่ยนสี ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
กลุ่มที่ไม่เหมาะกับการทำฟิลเลอร์ก้น ได้แก่
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ HA
มีการติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด
มีโรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิดที่อาจรบกวนการฟื้นตัว
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อนทำหัตถการทุกครั้ง

จะดูแล Cellulite ได้อย่างไร?
เมื่อรู้ว่าฟิลเลอร์ก้นไม่ได้แก้ Cellulite โดยตรง คำถามต่อไปคือมีทางเลือกอื่นไหม? คำตอบคือมีค่ะ แต่ต้องเข้าใจว่าแต่ละวิธีเหมาะกับระดับความรุนแรงที่ต่างกัน
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ช่วยลดปริมาณไขมันและเสริมกล้ามเนื้อใต้ผิว ทำให้ผิวดูเรียบขึ้น แต่ไม่ได้แก้พังผืดโดยตรง
การนวดและกระตุ้นการไหลเวียน : อาจช่วยให้ผิวดูดีขึ้นชั่วคราว แต่ผลมักไม่ยั่งยืน
เทคโนโลยีเฉพาะที่ทำงานระดับ Dermis : กระตุ้นคอลลาเจนและอาจช่วยคลายพังผืด ผลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
การดูแลจากภายใน : ดื่มน้ำเพียงพอ โภชนาการสมดุล และพักผ่อนเป็นปัจจัยส่งเสริมในระยะยาว
หากต้องการผลที่ชัดเจนกว่า ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินว่าตัวเลือกใดเหมาะกับสภาพผิวของคุณ
อ้างอิง: แนวทางการจัดการ Cellulite — PMC12634249

สรุป: ฟิลเลอร์ก้นกับ Cellulite ต่างกันอย่างไร?
ฟิลเลอร์ก้นและ Cellulite เป็นสองเรื่องที่เกิดคนละชั้นผิวและมีกลไกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฟิลเลอร์ (Filler) ทำงานในชั้นลึกเพื่อเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรง ส่วน Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นตื้นกว่าที่ดึงรั้งผิวลง การเติมปริมาตรจากชั้นลึกจึงไม่ได้แก้ปัญหาพังผืดโดยตรง
ผลที่คาดหวังได้จากฟิลเลอร์ก้นคือรูปทรงที่อิ่มขึ้น โค้งมนขึ้น และผิวอาจดูตึงขึ้นเล็กน้อยในบางราย แต่รอยบุ๋มจาก Cellulite มักยังคงอยู่ หากต้องการดูแลทั้งสองเรื่องพร้อมกัน อาจจำเป็นต้องวางแผนการดูแลที่ต่างกันสำหรับแต่ละปัญหา
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังสนใจฟิลเลอร์ก้นหรืออยากรู้ว่ามีตัวเลือกใดที่เหมาะกับคุณ สามารถแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลเรื่องรูปทรงก้นหรือพื้นผิวผิวหนัง ทักมาได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฟิลเลอร์ก้นช่วยลด Cellulite ได้ไหม?
A. ฟิลเลอร์ก้นทำงานในชั้นลึกเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม ส่วน Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นตื้นกว่า ทั้งสองจึงอยู่คนละชั้น ฟิลเลอร์อาจทำให้ผิวดูตึงขึ้นเล็กน้อยในบางราย แต่รอยบุ๋ม Cellulite มักยังคงอยู่ค่ะ
Q. ฟิลเลอร์ก้นอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. โดยทั่วไปกรดไฮยาลูโรนิกในชั้นก้นอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ ดูดซึมกลับ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและการดูแลตัวเองค่ะ
Q. ฟิลเลอร์ก้นเจ็บไหม?
A. แพทย์มักใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนฉีด ทำให้ความรู้สึกไม่สบายลดลงได้มาก หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-7 วันค่ะ
Q. ใครไม่ควรทำฟิลเลอร์ก้น?
A. กลุ่มที่ไม่ควรทำ ได้แก่ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีประวัติแพ้ HA มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด หรือมีโรคบางชนิดที่อาจรบกวนการฟื้นตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนทำทุกครั้งนะคะ

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



