ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

กำจัดขนผู้ชาย ทำไมผลลัพธ์แต่ละคลินิกต่างกัน?

กำจัดขนผู้ชาย ทำไมผลลัพธ์แต่ละคลินิกต่างกัน?

กำจัดขนผู้ชาย ทำไมผลลัพธ์แต่ละคลินิกต่างกัน?

หาคลินิกกำจัดขนชายฮงแด เช็กเลเซอร์ก่อน การตั้งความยาวคลื่นตามผิวกำหนดผลและผลข้างเคียง

เลเซอร์กำจัดขนผู้ชาย ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคลินิกถึงต่างกัน? นี่คือเหตุผลที่แท้จริง

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

💡 อ่านตรงนี้ก่อนสักนิด


Q. เครื่องเลเซอร์กำจัดขนก็เหมือนๆ กันหมดไม่ใช่เหรอครับ?

A. ถ้าความยาวคลื่นต่างกัน ระดับความลึกที่แสงเลเซอร์เข้าไปถึงก็จะต่างกันครับ สำหรับผิวผู้ชายที่หนาและมีเม็ดสีเข้ม การเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่ตัดสินผลลัพธ์ครับ


Q. ได้ยินมาว่าผู้ชายผิวหนากว่า เลยกำจัดขนยากกว่า จริงไหมครับ?

A. จริงครับ นั่นคือสาเหตุที่การตั้งค่าพลังงานและการเลือกความยาวคลื่นมีความสำคัญอย่างมาก และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องพิถีพิถันในการเลือกเครื่องเลเซอร์ครับ

 

📌 ไฮไลท์สำคัญของบทความนี้

Beautystone คลินิกผิวหนังย่านฮงแด มีโปรแกรมกำจัดขนสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ โดยใช้เครื่อง GentleMax Pro Plus ในการดูแลผิวและกำจัดขนผู้ชายแบบเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับทุกสภาพผิวครับ

홍대 남자제모 피부과 레이저 시술 장면

 

 

GentleMax Pro Plus คืออะไร?

GentleMax Pro Plus คือ

เครื่องเลเซอร์แบบคลื่นคู่ (Dual Wavelength) ที่ผสมผสานระหว่าง

คลื่น Alexandrite 755nm และ Nd:YAG 1064nm

ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้สามารถสลับใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรากขนที่อยู่ใกล้ผิวชั้นบน จะใช้คลื่น 755nm

ส่วนรากขนที่อยู่ลึกกว่า

หรือในกรณีที่มีโทนสีผิวเข้ม จะใช้คลื่น 1064nm เข้าไปจัดการครับ

การสลับความยาวคลื่นนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญ

โดยเฉพาะผิวของผู้ชาย

ที่มักจะมีเส้นขนหนาและรากขนฝังลึก

หากใช้เครื่องที่เป็นคลื่นเดี่ยว พลังงานมักจะเข้าไปไม่ลึกพอที่จะทำลายรากขนได้ทั้งหมดครับ

ต่างจาก Diode Laser ที่เป็นเลเซอร์คลื่นเดี่ยวทั่วไป

เพราะ GentleMax Pro Plus สามารถเลือกปรับคลื่นความถี่

ให้เหมาะสมกับสภาพผิวในขณะนั้นได้ทันที

จึงตอบโจทย์การรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างดีเยี่ยมครับ

 

เครื่องเลเซอร์ชนิดเดียวกัน แต่ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคลินิกถึงไม่เหมือนกัน?

บอกตามตรงนะครับ

ถึงแม้จะใช้เครื่องเลเซอร์ชื่อเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์เหมือนกันเสมอไปครับ

 

หลักการของเลเซอร์กำจัดขนนั้นง่ายมาก

พลังงานแสงจะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินในรากขน

แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำลายรากขนนั่นเองครับ

กระบวนการนี้เรียกว่า Selective Photothermolysis

 

แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ

เพื่อให้หลักการนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

'เลเซอร์จะต้องส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงระดับรากขนอย่างแม่นยำ'

 

เส้นขนของผู้ชายโดยเฉลี่ยแล้วจะหนากว่าเส้นขนของผู้หญิง

และตำแหน่งของรากขนก็อยู่ลึกกว่าด้วยครับ

โดยเฉพาะหนวด เครา ขนหน้าอก และขนแขนขา

จะเจริญเติบโตแทรกตัวลึกลงไปในชั้นผิวมากกว่าปกติ

 

คลื่นความยาว 755nm มีการตอบสนองต่อเมลานินสูง

จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีผิวขาวและมีเส้นขนสีเข้ม

ส่วนคลื่นความยาว 1064nm สามารถทะลุทะลวงลงไปในชั้นผิวได้ลึก

จึงมีข้อดีสำหรับผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือมีรากขนฝังลึกครับ

 

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ

แต่คลินิกหลายแห่งนิยมใช้เครื่อง Diode Laser คลื่นเดี่ยว

ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพผิวเฉพาะแบบบางประเภทเท่านั้น

ในขณะที่ GentleMax Pro Plus

สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองความยาวคลื่นตามแต่ละกรณี

จึงครอบคลุมการรักษาได้กว้างขวาง โดยไม่เกี่ยงสภาพผิวครับ

 

สำหรับเคสที่เข้ามาหาเราแล้วบอกว่า

"เคยทำจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เห็นผลเลย"

ส่วนใหญ่พอมารื้อประวัติเช็กดู มักจะพบว่า

ความยาวคลื่นของเครื่องที่ใช้ก่อนหน้านี้ไม่เข้ากับสภาพผิวของคนไข้ครับ

แต่พอมาปรับความยาวคลื่นให้เหมาะสมที่คลินิกของเรา

คนไข้ส่วนใหญ่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เลยครับ

젠틀맥스 프로 플러스 파장별 피부 투과 깊이 비교

เรามาดูตารางสรุปด้านล่างนี้กันครับ

เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่าเครื่องกำจัดขนแต่ละแบบเหมาะกับผิวประเภทไหน

จะได้ช่วยตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นครับ

ประเภทเครื่องเลเซอร์

ความยาวคลื่นหลัก

สภาพผิวที่เหมาะสม

ประสิทธิภาพกับขนผู้ชาย

Diode Laser

คลื่นเดี่ยว 810nm

ผิวสีปานกลาง

ปานกลาง

Alexandrite

คลื่นเดี่ยว 755nm

ผิวขาว + ขนสีเข้ม

ได้ผลดีกับคนผิวขาว

Nd:YAG

คลื่นเดี่ยว 1064nm

ผิวโทนเข้ม

เข้าถึงรากขนที่ฝังลึกได้ดี

GentleMax Pro Plus

คลื่นคู่ 755nm + 1064nm

ครอบคลุมทุกเฉดสีผิว (ขาว-เข้ม)

จัดการได้หมดทั้งขนหนาและรากขนฝังลึก

남성 제모 부위별 파장 선택 기준 안내

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:


หากคุณรู้สึกว่าทำเลเซอร์กำจัดขนผู้ชายแล้วไม่ค่อยเห็นผล


แนะนำให้เช็กก่อนว่า 'ความยาวคลื่นนั้นเหมาะกับผิวของเราไหม' แทนที่จะดูแค่ตัวเครื่องครับ


เพราะเลเซอร์จะเห็นผลก็ต่อเมื่อส่งพลังงานไปถึงความลึกของรากขนได้อย่างถูกต้องครับ


และเกณฑ์สำคัญในการเลือกคลินิกคือ คลินิกนั้นสามารถปรับเปลี่ยนความยาวคลื่น


ให้เข้ากับสภาพผิวและจุดที่จะทำเลเซอร์ได้อย่างยืดหยุ่นหรือไม่ครับ

 

กำจัดขนผู้ชาย แต่ละจุดต้องใช้วิธีที่แตกต่างกัน

แม้จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปผมมักจะวางแผนการรักษาแบบนี้ครับ

 

ส่วนใหญ่คนไข้จะขอกำจัดขนบริเวณหนวดเครามากที่สุด

รองลงมาคือแผ่นหลัง หน้าอก และแขนขาตามลำดับครับ

ซึ่งความหนาของเส้นขนและระดับความลึกของรากขนในแต่ละจุดนั้นไม่เท่ากันเลย

 

บริเวณหนวดเคราจะมีรากขนที่ลึกมากและหนาแน่นสูง

การใช้คลื่น 1064nm จึงมักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

เพราะต้องการพลังงานที่สามารถแทรกซึมลงไปได้ลึก โดยไม่เกี่ยงเรื่องโทนสีผิวครับ

 

ในทางกลับกัน บริเวณแขนหรือขา

ซึ่งมีเส้นขนที่ค่อนข้างบางและรากขนอยู่ตื้นกว่า

การใช้คลื่น 755nm ก็เพียงพอที่จะจัดการได้ทั้งหมดแล้วครับ

 

มีเรื่องหนึ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิดครับ

'การทำหลายๆ จุดพร้อมกันในครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป'

เพราะการสละเวลาเพื่อตั้งค่าพารามิเตอร์ (Parameters) ให้ละเอียดในแต่ละจุดต่างหาก

ที่เป็นตัวตัดสินความแตกต่างของผลลัพธ์ครับ

 

ที่ Beautystone ก่อนเริ่มทำหัตถการ

เราจะเริ่มจากการวิเคราะห์สภาพผิว

และวางแผนการใช้ความยาวคลื่นในแต่ละจุดอย่างละเอียดในตอนปรึกษาครั้งแรกครับ

และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผลลัพธ์ของเราแตกต่าง

 

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคนเสมอไปนะครับ

เพราะหมายความว่าคุณจะต้องใช้เวลากับขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกค่อนข้างนาน

สำหรับท่านที่อยากรีบทำเร็วๆ อาจรู้สึกว่าขั้นตอนตรงนี้ดูยุ่งยากไปนิดนึง

แต่จากประสบการณ์ของหมอ ถ้าข้ามขั้นตอนการตั้งค่าที่ละเอียดละออเหล่านี้ไป

สุดท้ายแล้วคนไข้มักจะต้องกลับมาเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งกว่าเดิม ซึ่งเสียเวลามากกว่าครับ

남성 제모 부위별 파장 설정 상담 모습

 

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. เป็นคนผิวค่อนข้างเข้ม สามารถทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหมครับ?

A. ยิ่งสีผิวเข้ม คลื่น 755nm อาจจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีผิวชั้นบนได้ง่าย

จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

ในกรณีนี้ หากสลับมาใช้คลื่น 1064nmแทน

จะช่วยลดการระคายเคืองบนผิวชั้นนอก และตรงเข้าไปทำลายเฉพาะรากขนได้อย่างปลอดภัยครับ

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ 'ทำได้ไหม'

แต่คือ 'ต้องใช้ความยาวคลื่นไหนทำ' ต่างหากครับ

Q2. กำจัดขนผู้ชายต้องทำกี่ครั้ง และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ?

A. โดยปกติจะแนะนำที่ 6-8 ครั้งเป็นพื้นฐานครับ

ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและสภาพเส้นขนของแต่ละบุคคลด้วย

สำหรับจุดที่รากขนลึกและหนาแน่นมาก เช่น หนวดและเครา

อาจจำเป็นต้องทำมากกว่า 10 ครั้งขึ้นไปครับ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามบริเวณและขนาดพื้นที่ที่ทำ

รายละเอียดราคาที่แน่นอน หมอแนะนำให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากันก่อนทำจะดีที่สุดครับ

เรามีโปรแกรมจัดเซ็ตแพ็กเกจเตรียมไว้ด้วย สามารถสอบถามได้ตอนเข้ามาปรึกษาครั้งแรกได้เลยครับ

Q3. หลังทำเลเซอร์กำจัดขน มีโอกาสเกิดรูขุมขนอักเสบหรือรอยดำไหมครับ?

A. มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ พูดกันตามตรงนะครับ

ไม่มีเลเซอร์กำจัดขนแบบไหนในโลกที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเป็น 0% ครับ

แต่อาการรูขุมขนอักเสบนั้น

ส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดหลังทำอย่างเหมาะสมครับ

และสำหรับเรื่องรอยดำ อาจเกิดขึ้นได้บ้าง

กับผู้ที่มีโทนสีผิวค่อนข้างเข้มครับ

แต่หากเราเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสม ร่วมกับการเป่าลมเย็น (Cooling) ที่เพียงพอ

ก็สามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงไปได้เยอะมากครับ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินสภาพผิวก่อนทำหัตถการถึงสำคัญมากๆ ครับ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทัก KakaoTalk หรือโทรมาสอบถามได้สบายๆ เลยนะครับ ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

เลเซอร์กำจัดขนผู้ชาย ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคลินิกถึงต่างกัน? นี่คือเหตุผลที่แท้จริง

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

💡 อ่านตรงนี้ก่อนสักนิด


Q. เครื่องเลเซอร์กำจัดขนก็เหมือนๆ กันหมดไม่ใช่เหรอครับ?

A. ถ้าความยาวคลื่นต่างกัน ระดับความลึกที่แสงเลเซอร์เข้าไปถึงก็จะต่างกันครับ สำหรับผิวผู้ชายที่หนาและมีเม็ดสีเข้ม การเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่ตัดสินผลลัพธ์ครับ


Q. ได้ยินมาว่าผู้ชายผิวหนากว่า เลยกำจัดขนยากกว่า จริงไหมครับ?

A. จริงครับ นั่นคือสาเหตุที่การตั้งค่าพลังงานและการเลือกความยาวคลื่นมีความสำคัญอย่างมาก และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องพิถีพิถันในการเลือกเครื่องเลเซอร์ครับ

 

📌 ไฮไลท์สำคัญของบทความนี้

Beautystone คลินิกผิวหนังย่านฮงแด มีโปรแกรมกำจัดขนสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ โดยใช้เครื่อง GentleMax Pro Plus ในการดูแลผิวและกำจัดขนผู้ชายแบบเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับทุกสภาพผิวครับ

홍대 남자제모 피부과 레이저 시술 장면

 

 

GentleMax Pro Plus คืออะไร?

GentleMax Pro Plus คือ

เครื่องเลเซอร์แบบคลื่นคู่ (Dual Wavelength) ที่ผสมผสานระหว่าง

คลื่น Alexandrite 755nm และ Nd:YAG 1064nm

ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้สามารถสลับใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรากขนที่อยู่ใกล้ผิวชั้นบน จะใช้คลื่น 755nm

ส่วนรากขนที่อยู่ลึกกว่า

หรือในกรณีที่มีโทนสีผิวเข้ม จะใช้คลื่น 1064nm เข้าไปจัดการครับ

การสลับความยาวคลื่นนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญ

โดยเฉพาะผิวของผู้ชาย

ที่มักจะมีเส้นขนหนาและรากขนฝังลึก

หากใช้เครื่องที่เป็นคลื่นเดี่ยว พลังงานมักจะเข้าไปไม่ลึกพอที่จะทำลายรากขนได้ทั้งหมดครับ

ต่างจาก Diode Laser ที่เป็นเลเซอร์คลื่นเดี่ยวทั่วไป

เพราะ GentleMax Pro Plus สามารถเลือกปรับคลื่นความถี่

ให้เหมาะสมกับสภาพผิวในขณะนั้นได้ทันที

จึงตอบโจทย์การรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างดีเยี่ยมครับ

 

เครื่องเลเซอร์ชนิดเดียวกัน แต่ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคลินิกถึงไม่เหมือนกัน?

บอกตามตรงนะครับ

ถึงแม้จะใช้เครื่องเลเซอร์ชื่อเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์เหมือนกันเสมอไปครับ

 

หลักการของเลเซอร์กำจัดขนนั้นง่ายมาก

พลังงานแสงจะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินในรากขน

แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำลายรากขนนั่นเองครับ

กระบวนการนี้เรียกว่า Selective Photothermolysis

 

แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ

เพื่อให้หลักการนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

'เลเซอร์จะต้องส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงระดับรากขนอย่างแม่นยำ'

 

เส้นขนของผู้ชายโดยเฉลี่ยแล้วจะหนากว่าเส้นขนของผู้หญิง

และตำแหน่งของรากขนก็อยู่ลึกกว่าด้วยครับ

โดยเฉพาะหนวด เครา ขนหน้าอก และขนแขนขา

จะเจริญเติบโตแทรกตัวลึกลงไปในชั้นผิวมากกว่าปกติ

 

คลื่นความยาว 755nm มีการตอบสนองต่อเมลานินสูง

จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีผิวขาวและมีเส้นขนสีเข้ม

ส่วนคลื่นความยาว 1064nm สามารถทะลุทะลวงลงไปในชั้นผิวได้ลึก

จึงมีข้อดีสำหรับผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือมีรากขนฝังลึกครับ

 

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ

แต่คลินิกหลายแห่งนิยมใช้เครื่อง Diode Laser คลื่นเดี่ยว

ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพผิวเฉพาะแบบบางประเภทเท่านั้น

ในขณะที่ GentleMax Pro Plus

สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองความยาวคลื่นตามแต่ละกรณี

จึงครอบคลุมการรักษาได้กว้างขวาง โดยไม่เกี่ยงสภาพผิวครับ

 

สำหรับเคสที่เข้ามาหาเราแล้วบอกว่า

"เคยทำจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เห็นผลเลย"

ส่วนใหญ่พอมารื้อประวัติเช็กดู มักจะพบว่า

ความยาวคลื่นของเครื่องที่ใช้ก่อนหน้านี้ไม่เข้ากับสภาพผิวของคนไข้ครับ

แต่พอมาปรับความยาวคลื่นให้เหมาะสมที่คลินิกของเรา

คนไข้ส่วนใหญ่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เลยครับ

젠틀맥스 프로 플러스 파장별 피부 투과 깊이 비교

เรามาดูตารางสรุปด้านล่างนี้กันครับ

เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่าเครื่องกำจัดขนแต่ละแบบเหมาะกับผิวประเภทไหน

จะได้ช่วยตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นครับ

ประเภทเครื่องเลเซอร์

ความยาวคลื่นหลัก

สภาพผิวที่เหมาะสม

ประสิทธิภาพกับขนผู้ชาย

Diode Laser

คลื่นเดี่ยว 810nm

ผิวสีปานกลาง

ปานกลาง

Alexandrite

คลื่นเดี่ยว 755nm

ผิวขาว + ขนสีเข้ม

ได้ผลดีกับคนผิวขาว

Nd:YAG

คลื่นเดี่ยว 1064nm

ผิวโทนเข้ม

เข้าถึงรากขนที่ฝังลึกได้ดี

GentleMax Pro Plus

คลื่นคู่ 755nm + 1064nm

ครอบคลุมทุกเฉดสีผิว (ขาว-เข้ม)

จัดการได้หมดทั้งขนหนาและรากขนฝังลึก

남성 제모 부위별 파장 선택 기준 안내

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:


หากคุณรู้สึกว่าทำเลเซอร์กำจัดขนผู้ชายแล้วไม่ค่อยเห็นผล


แนะนำให้เช็กก่อนว่า 'ความยาวคลื่นนั้นเหมาะกับผิวของเราไหม' แทนที่จะดูแค่ตัวเครื่องครับ


เพราะเลเซอร์จะเห็นผลก็ต่อเมื่อส่งพลังงานไปถึงความลึกของรากขนได้อย่างถูกต้องครับ


และเกณฑ์สำคัญในการเลือกคลินิกคือ คลินิกนั้นสามารถปรับเปลี่ยนความยาวคลื่น


ให้เข้ากับสภาพผิวและจุดที่จะทำเลเซอร์ได้อย่างยืดหยุ่นหรือไม่ครับ

 

กำจัดขนผู้ชาย แต่ละจุดต้องใช้วิธีที่แตกต่างกัน

แม้จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปผมมักจะวางแผนการรักษาแบบนี้ครับ

 

ส่วนใหญ่คนไข้จะขอกำจัดขนบริเวณหนวดเครามากที่สุด

รองลงมาคือแผ่นหลัง หน้าอก และแขนขาตามลำดับครับ

ซึ่งความหนาของเส้นขนและระดับความลึกของรากขนในแต่ละจุดนั้นไม่เท่ากันเลย

 

บริเวณหนวดเคราจะมีรากขนที่ลึกมากและหนาแน่นสูง

การใช้คลื่น 1064nm จึงมักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

เพราะต้องการพลังงานที่สามารถแทรกซึมลงไปได้ลึก โดยไม่เกี่ยงเรื่องโทนสีผิวครับ

 

ในทางกลับกัน บริเวณแขนหรือขา

ซึ่งมีเส้นขนที่ค่อนข้างบางและรากขนอยู่ตื้นกว่า

การใช้คลื่น 755nm ก็เพียงพอที่จะจัดการได้ทั้งหมดแล้วครับ

 

มีเรื่องหนึ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิดครับ

'การทำหลายๆ จุดพร้อมกันในครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป'

เพราะการสละเวลาเพื่อตั้งค่าพารามิเตอร์ (Parameters) ให้ละเอียดในแต่ละจุดต่างหาก

ที่เป็นตัวตัดสินความแตกต่างของผลลัพธ์ครับ

 

ที่ Beautystone ก่อนเริ่มทำหัตถการ

เราจะเริ่มจากการวิเคราะห์สภาพผิว

และวางแผนการใช้ความยาวคลื่นในแต่ละจุดอย่างละเอียดในตอนปรึกษาครั้งแรกครับ

และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผลลัพธ์ของเราแตกต่าง

 

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคนเสมอไปนะครับ

เพราะหมายความว่าคุณจะต้องใช้เวลากับขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกค่อนข้างนาน

สำหรับท่านที่อยากรีบทำเร็วๆ อาจรู้สึกว่าขั้นตอนตรงนี้ดูยุ่งยากไปนิดนึง

แต่จากประสบการณ์ของหมอ ถ้าข้ามขั้นตอนการตั้งค่าที่ละเอียดละออเหล่านี้ไป

สุดท้ายแล้วคนไข้มักจะต้องกลับมาเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งกว่าเดิม ซึ่งเสียเวลามากกว่าครับ

남성 제모 부위별 파장 설정 상담 모습

 

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. เป็นคนผิวค่อนข้างเข้ม สามารถทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหมครับ?

A. ยิ่งสีผิวเข้ม คลื่น 755nm อาจจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีผิวชั้นบนได้ง่าย

จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

ในกรณีนี้ หากสลับมาใช้คลื่น 1064nmแทน

จะช่วยลดการระคายเคืองบนผิวชั้นนอก และตรงเข้าไปทำลายเฉพาะรากขนได้อย่างปลอดภัยครับ

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ 'ทำได้ไหม'

แต่คือ 'ต้องใช้ความยาวคลื่นไหนทำ' ต่างหากครับ

Q2. กำจัดขนผู้ชายต้องทำกี่ครั้ง และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ?

A. โดยปกติจะแนะนำที่ 6-8 ครั้งเป็นพื้นฐานครับ

ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและสภาพเส้นขนของแต่ละบุคคลด้วย

สำหรับจุดที่รากขนลึกและหนาแน่นมาก เช่น หนวดและเครา

อาจจำเป็นต้องทำมากกว่า 10 ครั้งขึ้นไปครับ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามบริเวณและขนาดพื้นที่ที่ทำ

รายละเอียดราคาที่แน่นอน หมอแนะนำให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากันก่อนทำจะดีที่สุดครับ

เรามีโปรแกรมจัดเซ็ตแพ็กเกจเตรียมไว้ด้วย สามารถสอบถามได้ตอนเข้ามาปรึกษาครั้งแรกได้เลยครับ

Q3. หลังทำเลเซอร์กำจัดขน มีโอกาสเกิดรูขุมขนอักเสบหรือรอยดำไหมครับ?

A. มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ พูดกันตามตรงนะครับ

ไม่มีเลเซอร์กำจัดขนแบบไหนในโลกที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเป็น 0% ครับ

แต่อาการรูขุมขนอักเสบนั้น

ส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดหลังทำอย่างเหมาะสมครับ

และสำหรับเรื่องรอยดำ อาจเกิดขึ้นได้บ้าง

กับผู้ที่มีโทนสีผิวค่อนข้างเข้มครับ

แต่หากเราเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสม ร่วมกับการเป่าลมเย็น (Cooling) ที่เพียงพอ

ก็สามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงไปได้เยอะมากครับ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินสภาพผิวก่อนทำหัตถการถึงสำคัญมากๆ ครับ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทัก KakaoTalk หรือโทรมาสอบถามได้สบายๆ เลยนะครับ ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ไม่ได้เค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยพยุงเปิดตาขึ้นด้วยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังช่วยพยุงลืมตาขึ้นด้วยค่ะ

ทำไมการฉีดในปริมาณเท่ากันและตำแหน่งเดียวกันกลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคน? วันนี้เรามาสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ 2 บทบาทหน้าที่ของกล้ามเนื้อหน้าผาก ทั้งการ ‘สร้างรอยย่น + ช่วยพยุงลืมตา’ รวมถึงความสัมพันธ์ของมันกับกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ กันค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาตี่ลง ไม่ใช่เพราะโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (안검하수) นะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูเล็กลง ไม่ใช่เพราะอาการหนังตาตก (ptosis) เสมอไปนะคะ

อาการ 'ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูหนักๆ' เกิดจากอะไร? เจาะลึกกลไกเมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากที่เคยช่วยประคองหายไป และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันตามระดับความจำเป็นในการใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองแตะหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูก่อนนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองใช้นิ้วจับหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูนะคะ

วิธีฉีดโบหน้าผากให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การ 'ต้องลองฉีดดูก่อนถึงจะรู้' ค่ะ เราได้สรุปแนวทางมาตรฐานทางการแพทย์ในการประเมินรูปแบบการใช้กล้ามเนื้อด้วยการตรวจเช็กตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที เพื่อช่วยในการปรับปริมาณยา ตำแหน่งที่ฉีด และระยะเวลาเว้นช่วงการฉีดให้เหมาะสมที่สุด

Dysport เห็นผลเร็วกว่าโบท็อกซ์ทั่วไป แต่ทำไมคนที่มีปัญหาดื้อยาถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมกลุ่มที่ดื้อโบง่ายถึงต้องใช้รักษาอย่างระมัดระวัง

แม้จะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ในการรักษาได้เลยนะคะ มาดูเกณฑ์การเลือก Botox vs Dysport ตามระดับการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันค่ะ

skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันที่เบากว่านะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันเบาๆ นะคะ

สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ ก็ยังสามารถทำ skin booster หรือโบท็อกซ์ลิฟติ้ง (Skin Botox) ได้อย่างสบายใจค่ะ ด้วยหลักการทำงานที่ใช้โบทูลินัม ท็อกซิน ตัวเดียวกัน แต่เป็นการกระจายตัวยาปริมาณเล็กน้อยลงในชั้นผิวแท้ (Dermis) เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน ลดรอยแดง และปรับ skin texture ให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ทำไมฉีดที่หน้าผากกับกรามถึงใช้เทคนิคต่างกันคะ?

สรุปสั้นๆ สไตล์เพื่อนสาวมาให้แล้วค่ะ! ว่าทำไมราคา โบท็อกซ์ (Botox) แต่ละบริเวณถึงไม่เท่ากัน พร้อมแชร์ปริมาณยูนิต (Units) ที่เหมาะสมของแต่ละจุด และช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์มาฝากกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1