ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

กำจัดขนขาราคาถูก ทำไมรีบจ่ายแล้วไม่คุ้ม?

กำจัดขนขาราคาถูก ทำไมรีบจ่ายแล้วไม่คุ้ม?

กำจัดขนขาราคาถูก ทำไมรีบจ่ายแล้วไม่คุ้ม?

กำจัดขนขาด้วยเลเซอร์ต้องดูผล ไม่ใช่ราคา ทำไมต้องทำ 5 ครั้งขึ้นไป? ความยาวคลื่นสำคัญอย่างไร

"레이저 제모했는데 또 자라요" 다리 제모 5회 이상 받아야 하는 진짜 이유

เลเซอร์กำจัดขนขา,

ที่บอกว่าทำแค่ 3 ครั้งแล้วจบ

อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone คลินิกย่านฮงแดครับ

ในฐานะแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยโซล (SNU)

ผมได้ทำการรักษาดูแลผิวพรรณ

รวมถึงการเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วหลายร้อยเคสครับ

 

💡 ก่อนอ่าน

เช็กตรงนี้กันก่อนเลยครับ

 

Q. ได้ยินมาว่ากำจัดขนขาทำแค่คอร์ส 3 ครั้งก็พอ

จริงไหมคะ?

A. ขาเป็นบริเวณที่มี

วงจรการเติบโตของขนยาวนานที่สุดและมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างครับ

ดังนั้น หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจริง ๆ

จำเป็นต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปครับ

 

คอร์สแบบ 3 ครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโครงสร้างราคา

ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ดูราคาถูกลงในตอนแรกมากกว่าครับ

 

Q. ถ้าอย่างนั้น ซื้อคอร์สแบบ 5 ครั้งไปเลยตั้งแต่แรกจะดีกว่าใช่ไหมคะ?

A. ใช่ครับ ในกรณีส่วนใหญ่ คอร์ส 5 ครั้ง

จะมีราคาเฉลี่ยต่อครั้งที่ถูกกว่ามากครับ

แถมยังมีโอกาสสูงที่จะทำต่อเนื่องจนจบคอร์สโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยครับ

 





📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ขาเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้างและวงจรการเติบโตของขนยาวนาน

จึงจำเป็นต้องทำทรีตเมนต์ตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไปครับ

และเรื่องค่าใช้จ่าย โดยปกติแล้วการซื้อคอร์ส 5 ครั้งจะคุ้มค่าและประหยัดกว่าครับ

다리 제모 실패 없는 시술 주기와 횟수, 정리해 드립니다

 

 





สาเหตุที่ขนขา

กำจัดออกยากเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ความผิดของเครื่องเลเซอร์นะครับ

นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

เวลากำจัดขนขาแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นผล

คนไข้ส่วนใหญ่มักจะคิดว่า "เครื่องเลเซอร์ของคลินิกนั้นคงไม่ดีแน่ ๆ เลย"

อะไรทำนองนี้ครับ

 

แต่มีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่อยากให้ทราบกันครับ

 

เลเซอร์กำจัดขนจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อขนอยู่ใน "ระยะเติบโต" (Anagen Phase) เท่านั้นครับ

 

เส้นขนของคนเราไม่ได้เติบโตอยู่ตลอดเวลานะครับ

 

เส้นขนจะหมุนเวียนไปตาม 3 ระยะนี้ครับ คือ

ระยะเติบโต (Anagen) → ระยะหยุดเติบโต (Catagen) → ระยะพักตัว (Telogen)

ซึ่งพลังงานความร้อนจากแสงเลเซอร์จะสามารถเข้าไปทำลายได้เฉพาะรากขน

ที่อยู่ในระยะเติบโต (Anagen) เท่านั้นครับ

 

สำหรับขนที่อยู่ในระยะหยุดเติบโตหรือระยะพักตัว

ต่อให้พลังงานเลเซอร์ส่งลงไปถึง ก็แทบจะไม่ได้ผลเลยครับ

 

ปัญหาอยู่ตรงที่ ในการทำแต่ละครั้ง

ขนที่อยู่ในระยะเติบโตมีจำนวนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของขนทั้งหมดกันแน่?

 

บริเวณแขนหรือรักแร้จะมีสัดส่วนของขนในระยะเติบโต

ค่อนข้างสูงกว่า และมีวงจรที่สั้นกว่าครับ

 

ดังนั้น หลายคนจึงสังเกตเห็นว่าขนดูลดลงอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากทำไปแค่ 3-4 ครั้งครับ

 

แต่ในทางกลับกัน บริเวณขานั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ

 

พูดกันตามตรงเลยนะครับ

วงจรการเติบโตของขนขาจะยาวนานกว่าบริเวณอื่น ๆ มาก

และอัตราส่วนของขนที่เข้าสู่ระยะเติบโตพร้อม ๆ กันนั้นต่ำกว่า

ทำให้จำนวนรากขนที่ตอบสนองต่อการทำเลเซอร์ในแต่ละครั้งมีน้อยกว่าครับ

 

นอกจากนี้ ขาเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้างมากครับ แค่หน้าแข้งสองข้าง

ถ้ารวมไปถึงบริเวณต้นขาด้วยแล้ว

ก็ถือเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างกายเราเลยทีเดียว

 

เส้นขนที่กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่กว้าง ๆ นี้

แต่ละเส้นก็มีวงจรชีวิตที่แตกต่างกันไป

ดังนั้น จำนวนเส้นขนที่กำลังอยู่ในระยะเติบโตพอดีในการทำเลเซอร์แต่ละครั้ง

จึงน้อยกว่าที่คิดไว้มากครับ

 

จุดนี้แหละครับที่อาจทำให้เรารู้สึกก้ำกึ่ง

เพราะหลังจากทำไป 2-3 ครั้ง ขนก็เริ่มลดลงจริง ๆ ครับ

ทำให้เรารู้สึกว่ามันได้ผลแล้วนะ

และคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำต่อแล้วก็ได้

 

แต่ถ้าใครอยากจะกำจัดรากขนออกไป

ให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดอย่างแท้จริง

จะต้องรอให้วงจรชีวิตของขนหมุนเวียนครบรอบอย่างน้อยหนึ่งรอบครับ

ซึ่งในความเป็นจริง หมายความว่าเราควรเข้ามารับบริการอย่างต่อเนี่อง

อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสมครับ

 

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

การกำจัดขนขาที่ใช้เวลาค่อนข้างนานนั้น ไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวเครื่องเลเซอร์ครับ

แต่เป็นเพราะวงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นขนเองครับ

 

เนื่องจากขามีพื้นที่กว้างและวงจรการเติบโตที่ยาวนาน

จำนวนรากขนที่ตอบสนองต่อการเลเซอร์ในแต่ละครั้งจึงมีน้อย

 

ดังนั้น จึงต้องยอมทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปถึงจะเห็นการลดลงของเส้นขนอย่างชัดเจน

และการเลือกซื้อคอร์ส 5 ครั้งตั้งแต่แรก

จะคุ้มค่าและประหยัดกว่าเมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อครั้งครับ

홍대·합정 다리 제모 고민? 수백 케이스 임상으로 증명된 맞춤 제모법

 

 





ถ้าอย่างนั้น สำหรับคนไข้แต่ละท่าน

ควรเลือกวางแผนการดูแลอย่างไรดี

ผลลัพธ์ของแต่ละท่านอาจแตกต่างกันไปนะครับ

แต่โดยปกติผมจะแบ่งกลุ่มแนะนำคนไข้ตามนี้ครับ

 

① ผู้ที่เริ่มต้นกำจัดขนขาครั้งแรก

แนะนำให้เริ่มต้นด้วยคอร์ส 5 ครั้งตั้งแต่แรกเลยครับ

เพราะถ้าทำ 3 ครั้งแล้วขนลดลงไปแค่ครึ่งเดียว

แล้วคุณต้องมาซื้อบริการแบบรายครั้งเพิ่มในภายหลัง

ส่วนใหญ่แล้วค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดจะสูงกว่าการซื้อแพ็กเกจตั้งแต่แรกครับ

 

ดังนั้น การตั้งโจทย์ไว้ที่ 5 ครั้งตั้งแต่เริ่มต้น

จะคุ้มค่าและสบายกระเป๋าที่สุดในระยะยาวครับ

 

② สำหรับท่านที่เคยทำจากคลินิกอื่นมาแล้ว 3-4 ครั้ง

แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยเห็นผล

เป็นไปได้สูงมากว่าวงจรชีวิตของเส้นขนยังหมุนเวียนไม่ครบรอบครับ

 

เคยมีคนไข้หลายคนที่บอกว่าไปทำที่อื่นมาเป็น 10 ครั้งก็ยังไม่ดีขึ้น

แต่พอมาเก็บตกทำเพิ่มกับเราอีก 2-3 ครั้ง

ก็กลับมารู้สึกพึงพอใจอย่างมากครับ

ซึ่งไม่ใช่เพราะเครื่องเลเซอร์ของเราแตกต่างจากที่อื่นเลยครับ

แต่เป็นเพราะช่วงเวลาและระยะห่างของการเข้ารับบริการตรงกับช่วงที่ต้องการกำจัด

รากขนระยะเติบโตที่ยังเหลืออยู่ได้อย่างเหมาะสมพอดีต่างหากครับ

 

③ ท่านที่มีเส้นขนหนาและสีเข้ม vs ท่านที่มีเส้นขนบางและสีอ่อน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อดีเสมอไปสำหรับทุกคนนะครับ

เนื่องจากยิ่งเส้นขนมีความหนาและสีเข้มเท่าไหร่ เลเซอร์ก็จะยิ่งตอบสนองได้ดีขึ้นเท่านั้นครับ

 

ดังนั้น คนที่มีเส้นขนหนา ๆ เข้ม ๆ

จึงมักจะเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจกว่าครับ

 

ในทางกลับกัน คนที่ขนบางหรือสีอ่อน

จะมีเม็ดสีเมลานินในขนน้อย

ทำให้การดูดซับพลังงานเลเซอร์ลดน้อยลงไปด้วย

ผลลัพธ์ก็คือ แม้จะทำเกิน 5 ครั้งไปแล้ว

ก็อาจจะยังไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

 

และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำสร้างความเข้าใจให้ตรงกันก่อนครับคือ

การทำเลเซอร์กำจัดขน ไม่ใช่ 'การกำจัดขนถาวรแบบตลอดชีวิต' (Permanent Hair Removal)

แต่เป็นการ 'ลดจำนวนเส้นขนอย่างถาวร' (Permanent Hair Reduction) ครับ

 

มันไม่ใช่การทำให้ขนกลายเป็นศูนย์อย่างสิ้นเชิง

แต่เป็นการช่วยลดความหนาแน่นและทำให้เส้นขนบางลงอย่างมากครับ

 

ตรงนี้หมอต้องขออธิบายให้คนไข้เข้าใจตรงกันก่อนเข้าทำหัตถการเสมอครับ

 

ถึงอย่างนั้น หากขนขาลดลงไปได้สัก 70-80%

รอบการโกนขนก็จะยืดออกไปยาวนานขึ้นมาก

ทำให้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบายและง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ระยะห่างในการทำเลเซอร์ขนขา

ควรเว้นระยะเท่าไหร่ดีคะ?

A. โดยทั่วไปหมอแนะนำให้เว้นประมาณ 4-8 สัปดาห์ครับ

 

เนื่องจากวงจรขนขาค่อนข้างยาวนาน

ถ้าเรากลับมาทำถี่เกินไป

เลเซอร์ก็จะไปยิงซ้ำลงบนบริเวณรากขนชุดเดิมที่เพิ่งโดนยิงไป ซึ่งจะทำให้ประสิทธิผลลดน้อยลงครับ

 

การทิ้งระยะห่างให้พอเหมาะ เพื่อรอให้รากขนชุดใหม่เข้าสู่ระยะเติบโตพร้อม ๆ กันก่อน

แล้วค่อยมาทำซ้ำ

จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและเห็นผลชัดเจนกว่าครับ

 

Q2. หากผิวเพิ่งตากแดดหรือคล้ำแดดมา

จะยังทำเลเซอร์กำจัดขนขาได้ไหมคะ?

A. จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่คนไข้ต้องเช็กให้ดีก่อนมาเลยนะครับ

 

เนื่องจากการทำงานของเลเซอร์จะจับเป้าหมายที่เม็ดสีเมลานิน

หากคนไข้เพิ่งผ่านการอาบแดดหรือมีผิวที่คล้ำขึ้น

ปริมาณเม็ดสีเมลานินที่ผิวชั้นบนก็จะอยู่ในระดับที่สูงไปด้วยครับ

 

ในสภาวะเช่นนี้ แทนที่เลเซอร์จะลงไปทำลายเฉพาะเจาะจงที่รากขน

พลังงานความร้อนบางส่วนกลับกระจายอยู่บนผิวชั้นนอกแทน

ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวไหม้ เบิร์น หรือเกิดรอยดำตามมาได้ครับ

 

จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด ๆ ก่อนมาทำสัก 2-4 สัปดาห์

และหากช่วงที่ผ่านมามีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย ๆ

รบกวนแจ้งให้หมอทราบตอนให้คำปรึกษาก่อนเริ่มทำได้เลยครับ

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

Shurink vs Ulthera Prime เกณฑ์การเลือกหัตถการยกกระชับที่จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณ

[ไม่พึ่ง AI] ระดับความเจ็บในการเลเซอร์ขนหนวดเครา และวิธีการระงับความเจ็บประเภทต่าง ๆ

Rejuran vs Juvelook แบบไหนรักษาสภาพผิวของคุณได้ตอบโจทย์ที่สุด?

สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจเรื่องการลบแทททูที่ฮงแด/ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ

[คอลัมน์โดยคุณหมอ] ทำไมเลเซอร์กำจัดขนขาผู้ชาย ถึงเห็นผลเร็วกว่าหนวดเครา?

"레이저 제모했는데 또 자라요" 다리 제모 5회 이상 받아야 하는 진짜 이유

เลเซอร์กำจัดขนขา,

ที่บอกว่าทำแค่ 3 ครั้งแล้วจบ

อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone คลินิกย่านฮงแดครับ

ในฐานะแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยโซล (SNU)

ผมได้ทำการรักษาดูแลผิวพรรณ

รวมถึงการเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วหลายร้อยเคสครับ

 

💡 ก่อนอ่าน

เช็กตรงนี้กันก่อนเลยครับ

 

Q. ได้ยินมาว่ากำจัดขนขาทำแค่คอร์ส 3 ครั้งก็พอ

จริงไหมคะ?

A. ขาเป็นบริเวณที่มี

วงจรการเติบโตของขนยาวนานที่สุดและมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างครับ

ดังนั้น หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจริง ๆ

จำเป็นต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปครับ

 

คอร์สแบบ 3 ครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโครงสร้างราคา

ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ดูราคาถูกลงในตอนแรกมากกว่าครับ

 

Q. ถ้าอย่างนั้น ซื้อคอร์สแบบ 5 ครั้งไปเลยตั้งแต่แรกจะดีกว่าใช่ไหมคะ?

A. ใช่ครับ ในกรณีส่วนใหญ่ คอร์ส 5 ครั้ง

จะมีราคาเฉลี่ยต่อครั้งที่ถูกกว่ามากครับ

แถมยังมีโอกาสสูงที่จะทำต่อเนื่องจนจบคอร์สโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยครับ

 





📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ขาเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้างและวงจรการเติบโตของขนยาวนาน

จึงจำเป็นต้องทำทรีตเมนต์ตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไปครับ

และเรื่องค่าใช้จ่าย โดยปกติแล้วการซื้อคอร์ส 5 ครั้งจะคุ้มค่าและประหยัดกว่าครับ

다리 제모 실패 없는 시술 주기와 횟수, 정리해 드립니다

 

 





สาเหตุที่ขนขา

กำจัดออกยากเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ความผิดของเครื่องเลเซอร์นะครับ

นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

เวลากำจัดขนขาแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นผล

คนไข้ส่วนใหญ่มักจะคิดว่า "เครื่องเลเซอร์ของคลินิกนั้นคงไม่ดีแน่ ๆ เลย"

อะไรทำนองนี้ครับ

 

แต่มีจุดสำคัญจุดหนึ่งที่อยากให้ทราบกันครับ

 

เลเซอร์กำจัดขนจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อขนอยู่ใน "ระยะเติบโต" (Anagen Phase) เท่านั้นครับ

 

เส้นขนของคนเราไม่ได้เติบโตอยู่ตลอดเวลานะครับ

 

เส้นขนจะหมุนเวียนไปตาม 3 ระยะนี้ครับ คือ

ระยะเติบโต (Anagen) → ระยะหยุดเติบโต (Catagen) → ระยะพักตัว (Telogen)

ซึ่งพลังงานความร้อนจากแสงเลเซอร์จะสามารถเข้าไปทำลายได้เฉพาะรากขน

ที่อยู่ในระยะเติบโต (Anagen) เท่านั้นครับ

 

สำหรับขนที่อยู่ในระยะหยุดเติบโตหรือระยะพักตัว

ต่อให้พลังงานเลเซอร์ส่งลงไปถึง ก็แทบจะไม่ได้ผลเลยครับ

 

ปัญหาอยู่ตรงที่ ในการทำแต่ละครั้ง

ขนที่อยู่ในระยะเติบโตมีจำนวนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของขนทั้งหมดกันแน่?

 

บริเวณแขนหรือรักแร้จะมีสัดส่วนของขนในระยะเติบโต

ค่อนข้างสูงกว่า และมีวงจรที่สั้นกว่าครับ

 

ดังนั้น หลายคนจึงสังเกตเห็นว่าขนดูลดลงอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากทำไปแค่ 3-4 ครั้งครับ

 

แต่ในทางกลับกัน บริเวณขานั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ

 

พูดกันตามตรงเลยนะครับ

วงจรการเติบโตของขนขาจะยาวนานกว่าบริเวณอื่น ๆ มาก

และอัตราส่วนของขนที่เข้าสู่ระยะเติบโตพร้อม ๆ กันนั้นต่ำกว่า

ทำให้จำนวนรากขนที่ตอบสนองต่อการทำเลเซอร์ในแต่ละครั้งมีน้อยกว่าครับ

 

นอกจากนี้ ขาเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้างมากครับ แค่หน้าแข้งสองข้าง

ถ้ารวมไปถึงบริเวณต้นขาด้วยแล้ว

ก็ถือเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างกายเราเลยทีเดียว

 

เส้นขนที่กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่กว้าง ๆ นี้

แต่ละเส้นก็มีวงจรชีวิตที่แตกต่างกันไป

ดังนั้น จำนวนเส้นขนที่กำลังอยู่ในระยะเติบโตพอดีในการทำเลเซอร์แต่ละครั้ง

จึงน้อยกว่าที่คิดไว้มากครับ

 

จุดนี้แหละครับที่อาจทำให้เรารู้สึกก้ำกึ่ง

เพราะหลังจากทำไป 2-3 ครั้ง ขนก็เริ่มลดลงจริง ๆ ครับ

ทำให้เรารู้สึกว่ามันได้ผลแล้วนะ

และคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำต่อแล้วก็ได้

 

แต่ถ้าใครอยากจะกำจัดรากขนออกไป

ให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดอย่างแท้จริง

จะต้องรอให้วงจรชีวิตของขนหมุนเวียนครบรอบอย่างน้อยหนึ่งรอบครับ

ซึ่งในความเป็นจริง หมายความว่าเราควรเข้ามารับบริการอย่างต่อเนี่อง

อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสมครับ

 

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

การกำจัดขนขาที่ใช้เวลาค่อนข้างนานนั้น ไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวเครื่องเลเซอร์ครับ

แต่เป็นเพราะวงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นขนเองครับ

 

เนื่องจากขามีพื้นที่กว้างและวงจรการเติบโตที่ยาวนาน

จำนวนรากขนที่ตอบสนองต่อการเลเซอร์ในแต่ละครั้งจึงมีน้อย

 

ดังนั้น จึงต้องยอมทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปถึงจะเห็นการลดลงของเส้นขนอย่างชัดเจน

และการเลือกซื้อคอร์ส 5 ครั้งตั้งแต่แรก

จะคุ้มค่าและประหยัดกว่าเมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อครั้งครับ

홍대·합정 다리 제모 고민? 수백 케이스 임상으로 증명된 맞춤 제모법

 

 





ถ้าอย่างนั้น สำหรับคนไข้แต่ละท่าน

ควรเลือกวางแผนการดูแลอย่างไรดี

ผลลัพธ์ของแต่ละท่านอาจแตกต่างกันไปนะครับ

แต่โดยปกติผมจะแบ่งกลุ่มแนะนำคนไข้ตามนี้ครับ

 

① ผู้ที่เริ่มต้นกำจัดขนขาครั้งแรก

แนะนำให้เริ่มต้นด้วยคอร์ส 5 ครั้งตั้งแต่แรกเลยครับ

เพราะถ้าทำ 3 ครั้งแล้วขนลดลงไปแค่ครึ่งเดียว

แล้วคุณต้องมาซื้อบริการแบบรายครั้งเพิ่มในภายหลัง

ส่วนใหญ่แล้วค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดจะสูงกว่าการซื้อแพ็กเกจตั้งแต่แรกครับ

 

ดังนั้น การตั้งโจทย์ไว้ที่ 5 ครั้งตั้งแต่เริ่มต้น

จะคุ้มค่าและสบายกระเป๋าที่สุดในระยะยาวครับ

 

② สำหรับท่านที่เคยทำจากคลินิกอื่นมาแล้ว 3-4 ครั้ง

แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยเห็นผล

เป็นไปได้สูงมากว่าวงจรชีวิตของเส้นขนยังหมุนเวียนไม่ครบรอบครับ

 

เคยมีคนไข้หลายคนที่บอกว่าไปทำที่อื่นมาเป็น 10 ครั้งก็ยังไม่ดีขึ้น

แต่พอมาเก็บตกทำเพิ่มกับเราอีก 2-3 ครั้ง

ก็กลับมารู้สึกพึงพอใจอย่างมากครับ

ซึ่งไม่ใช่เพราะเครื่องเลเซอร์ของเราแตกต่างจากที่อื่นเลยครับ

แต่เป็นเพราะช่วงเวลาและระยะห่างของการเข้ารับบริการตรงกับช่วงที่ต้องการกำจัด

รากขนระยะเติบโตที่ยังเหลืออยู่ได้อย่างเหมาะสมพอดีต่างหากครับ

 

③ ท่านที่มีเส้นขนหนาและสีเข้ม vs ท่านที่มีเส้นขนบางและสีอ่อน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อดีเสมอไปสำหรับทุกคนนะครับ

เนื่องจากยิ่งเส้นขนมีความหนาและสีเข้มเท่าไหร่ เลเซอร์ก็จะยิ่งตอบสนองได้ดีขึ้นเท่านั้นครับ

 

ดังนั้น คนที่มีเส้นขนหนา ๆ เข้ม ๆ

จึงมักจะเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจกว่าครับ

 

ในทางกลับกัน คนที่ขนบางหรือสีอ่อน

จะมีเม็ดสีเมลานินในขนน้อย

ทำให้การดูดซับพลังงานเลเซอร์ลดน้อยลงไปด้วย

ผลลัพธ์ก็คือ แม้จะทำเกิน 5 ครั้งไปแล้ว

ก็อาจจะยังไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

 

และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำสร้างความเข้าใจให้ตรงกันก่อนครับคือ

การทำเลเซอร์กำจัดขน ไม่ใช่ 'การกำจัดขนถาวรแบบตลอดชีวิต' (Permanent Hair Removal)

แต่เป็นการ 'ลดจำนวนเส้นขนอย่างถาวร' (Permanent Hair Reduction) ครับ

 

มันไม่ใช่การทำให้ขนกลายเป็นศูนย์อย่างสิ้นเชิง

แต่เป็นการช่วยลดความหนาแน่นและทำให้เส้นขนบางลงอย่างมากครับ

 

ตรงนี้หมอต้องขออธิบายให้คนไข้เข้าใจตรงกันก่อนเข้าทำหัตถการเสมอครับ

 

ถึงอย่างนั้น หากขนขาลดลงไปได้สัก 70-80%

รอบการโกนขนก็จะยืดออกไปยาวนานขึ้นมาก

ทำให้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบายและง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ระยะห่างในการทำเลเซอร์ขนขา

ควรเว้นระยะเท่าไหร่ดีคะ?

A. โดยทั่วไปหมอแนะนำให้เว้นประมาณ 4-8 สัปดาห์ครับ

 

เนื่องจากวงจรขนขาค่อนข้างยาวนาน

ถ้าเรากลับมาทำถี่เกินไป

เลเซอร์ก็จะไปยิงซ้ำลงบนบริเวณรากขนชุดเดิมที่เพิ่งโดนยิงไป ซึ่งจะทำให้ประสิทธิผลลดน้อยลงครับ

 

การทิ้งระยะห่างให้พอเหมาะ เพื่อรอให้รากขนชุดใหม่เข้าสู่ระยะเติบโตพร้อม ๆ กันก่อน

แล้วค่อยมาทำซ้ำ

จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและเห็นผลชัดเจนกว่าครับ

 

Q2. หากผิวเพิ่งตากแดดหรือคล้ำแดดมา

จะยังทำเลเซอร์กำจัดขนขาได้ไหมคะ?

A. จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่คนไข้ต้องเช็กให้ดีก่อนมาเลยนะครับ

 

เนื่องจากการทำงานของเลเซอร์จะจับเป้าหมายที่เม็ดสีเมลานิน

หากคนไข้เพิ่งผ่านการอาบแดดหรือมีผิวที่คล้ำขึ้น

ปริมาณเม็ดสีเมลานินที่ผิวชั้นบนก็จะอยู่ในระดับที่สูงไปด้วยครับ

 

ในสภาวะเช่นนี้ แทนที่เลเซอร์จะลงไปทำลายเฉพาะเจาะจงที่รากขน

พลังงานความร้อนบางส่วนกลับกระจายอยู่บนผิวชั้นนอกแทน

ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวไหม้ เบิร์น หรือเกิดรอยดำตามมาได้ครับ

 

จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด ๆ ก่อนมาทำสัก 2-4 สัปดาห์

และหากช่วงที่ผ่านมามีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย ๆ

รบกวนแจ้งให้หมอทราบตอนให้คำปรึกษาก่อนเริ่มทำได้เลยครับ

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

Shurink vs Ulthera Prime เกณฑ์การเลือกหัตถการยกกระชับที่จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณ

[ไม่พึ่ง AI] ระดับความเจ็บในการเลเซอร์ขนหนวดเครา และวิธีการระงับความเจ็บประเภทต่าง ๆ

Rejuran vs Juvelook แบบไหนรักษาสภาพผิวของคุณได้ตอบโจทย์ที่สุด?

สำหรับผู้ที่กำลังลังเลใจเรื่องการลบแทททูที่ฮงแด/ฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบให้ครับ

[คอลัมน์โดยคุณหมอ] ทำไมเลเซอร์กำจัดขนขาผู้ชาย ถึงเห็นผลเร็วกว่าหนวดเครา?

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ไม่ได้เค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยพยุงเปิดตาขึ้นด้วยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังช่วยพยุงลืมตาขึ้นด้วยค่ะ

ทำไมการฉีดในปริมาณเท่ากันและตำแหน่งเดียวกันกลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละคน? วันนี้เรามาสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ 2 บทบาทหน้าที่ของกล้ามเนื้อหน้าผาก ทั้งการ ‘สร้างรอยย่น + ช่วยพยุงลืมตา’ รวมถึงความสัมพันธ์ของมันกับกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ กันค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาตี่ลง ไม่ใช่เพราะโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (안검하수) นะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูเล็กลง ไม่ใช่เพราะอาการหนังตาตก (ptosis) เสมอไปนะคะ

อาการ 'ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูหนักๆ' เกิดจากอะไร? เจาะลึกกลไกเมื่อกล้ามเนื้อหน้าผากที่เคยช่วยประคองหายไป และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันตามระดับความจำเป็นในการใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองแตะหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูก่อนนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองใช้นิ้วจับหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูนะคะ

วิธีฉีดโบหน้าผากให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การ 'ต้องลองฉีดดูก่อนถึงจะรู้' ค่ะ เราได้สรุปแนวทางมาตรฐานทางการแพทย์ในการประเมินรูปแบบการใช้กล้ามเนื้อด้วยการตรวจเช็กตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที เพื่อช่วยในการปรับปริมาณยา ตำแหน่งที่ฉีด และระยะเวลาเว้นช่วงการฉีดให้เหมาะสมที่สุด

Dysport เห็นผลเร็วกว่าโบท็อกซ์ทั่วไป แต่ทำไมคนที่มีปัญหาดื้อยาถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมกลุ่มที่ดื้อโบง่ายถึงต้องใช้รักษาอย่างระมัดระวัง

แม้จะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ในการรักษาได้เลยนะคะ มาดูเกณฑ์การเลือก Botox vs Dysport ตามระดับการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันค่ะ

skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันที่เบากว่านะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันเบาๆ นะคะ

สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ ก็ยังสามารถทำ skin booster หรือโบท็อกซ์ลิฟติ้ง (Skin Botox) ได้อย่างสบายใจค่ะ ด้วยหลักการทำงานที่ใช้โบทูลินัม ท็อกซิน ตัวเดียวกัน แต่เป็นการกระจายตัวยาปริมาณเล็กน้อยลงในชั้นผิวแท้ (Dermis) เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมความมัน ลดรอยแดง และปรับ skin texture ให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์เหมือนกัน แต่ทำไมฉีดที่หน้าผากกับกรามถึงใช้เทคนิคต่างกันคะ?

สรุปสั้นๆ สไตล์เพื่อนสาวมาให้แล้วค่ะ! ว่าทำไมราคา โบท็อกซ์ (Botox) แต่ละบริเวณถึงไม่เท่ากัน พร้อมแชร์ปริมาณยูนิต (Units) ที่เหมาะสมของแต่ละจุด และช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์มาฝากกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1