รีจูรัน ฟื้นฟูผิวด้วย PN ส่วน จูวีลุค เพิ่มวอลลุ่มด้วย PDLLA+HA เลือกตามปัญหาผิว เช็กง่ายใน 30 วิ

ช่วงนี้ในห้องตรวจ
คำถามที่หมอมักจะโดนถามบ่อยที่สุดคือ
"คุณหมอคะ รีจูรัน กับ จูวีลุค
มันต่างกันยังไงเหรอคะ?"
เนื่องจากทั้งคู่ต่างก็เป็นกลุ่ม skin booster เหมือนกัน
หลายๆ คนเลยคิดว่าเป็นตัวเดียวกันหรือใช้แทนกันได้
แต่จริงๆ แล้ว ทั้งส่วนผสม วิธีการทำงาน
รวมถึงสภาพผิวที่เหมาะ ก็ค่อนข้างมีความแตกต่างกันเลยทีเดียวครับ
ถ้าเลือกหัตถการโดยที่ไม่เข้าใจความแตกต่างตรงนี้
ก็อาจจะได้ผลลัพธ์ไม่ตรงตามใจที่ต้องการได้นะครับ
วันนี้หมอจะมาเปรียบเทียบทั้งคู่ให้ฟังกันชัดๆ เลยครับ
💡 สรุปคีย์เวิร์ดสำคัญของวันนี้
Q. ส่วนผสมต่างกันยังไง?
A. รีจูรัน คือ PN บริสุทธิ์ (DNA จากปลาแซลมอน)
ส่วน จูวีลุค เป็นส่วนผสมสูตรผสมที่เกิดจากการรวมตัวกันของ
PDLLA และ HA (Hyaluronic Acid) ครับ
Q. ใครเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน?
A. หากมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบของผิว รีจูรัน จะเหมาะสมกว่า
แต่ถ้าต้องการคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน
จูวีลุค จะเหมาะตอบโจทย์มากกว่าครับ
Q. สามารถฉีดร่วมกันทั้งสองตัวเลยได้ไหม?
A. ได้ครับ
แต่จะจับคู่ฉีดเมื่อไหร่และอย่างไรที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หมอจะมาอธิบายอย่างละเอียดในบทความนี้นะครับ
ต่างกันตั้งแต่ส่วนผสม — PN vs PDLLA+HA
ส่วนผสมหลักของ รีจูรัน Healer ก็คือ PN ครับ
ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของ DNA ที่สกัดจากสเปิร์มของปลาแซลมอน
มีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์เราสูงมาก จึงปลอดภัยและกลมกลืนกับผิวได้ดี
โดยมีหน้าที่หลักในการกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวครับ
ส่วน จูวีลุค จะเป็นสูตรที่อัปเกรดไปอีกขั้น
เพราะเป็นโครงสร้างที่นำตัวช่วยฟื้นฟูผิวอย่าง PDLLA
มาผสานเข้ากับ HA (Hyaluronic Acid)
คุณสมบัติของ HA คือจะช่วยดึงน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้
ดังนั้นจึงออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องการฟื้นฟูและเติมเต็มวอลลุ่ม
ไปพร้อมๆ กันนั่นเองครับ
หัวข้อ | รีจูรัน Healer | จูวีลุค |
|---|---|---|
ส่วนผสมหลัก | PN (DNA ปลาแซลมอน) | PDLLA + HA |
หน้าที่หลัก | ฟื้นฟูผิว·ปรับผิวเนียนใส | ฟื้นฟูผิว + เติมวอลลุ่ม·ความชุ่มชื้น |
ผิวที่เหมาะสม | ผิวหยาบกร้าน·รูขุมขนกว้าง·ขาดความยืดหยุ่น | ผิวตอบ·เติมเต็มบริเวณผิวบาง |
จำนวนครั้ง·เว้นระยะ | ทุกๆ 2~4 สัปดาห์, จำนวน 4 ครั้ง | ทุกๆ 4 สัปดาห์, ประมาณ 3 ครั้ง |
บทบาท | ปรับโครงสร้างผิวให้เนียนละเอียด | เพิ่มดีเทลเรื่องวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟู |
เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน และเหมาะกับใครบ้าง
![[คำสารภาพจากหมอ] เหตุผลที่ Juvelook ไม่ใช่เวอร์ชันอัปเกรดของรีจูรัน — ความต่างระหว่าง 'เนื้อผิว' กับ 'วอลลุ่ม'](https://framerusercontent.com/images/yFGuCTzfPtSz3RWBn4ifoxbUmFM.png)
หลายคนอาจจะกำลังเข้าใจผิดจุดนี้กันอยู่เยอะเลยครับ
จูวีลุค
ไม่ใช่ "เวอร์ชันอัปเกรด" ของ รีจูรัน นะครับ
แต่เป็นหัตถการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลผิวต่างกันครับ
รีจูรัน Healer แนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้ครับ
เมื่อรู้สึกว่าหน้ารู้สึกหยาบกร้าน รูขุมขนกว้างอย่างเห็นได้ชัด
กังวลเรื่องผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อย
ต้องการฟื้นฟูและสมานผิวหลังเป็นแผลเป็นจากสิว
อยากโฟกัสที่การปรับผิวสัมผัส (Texture) ของผิวให้ดีขึ้น โดยไม่ได้เน้นเรื่องวอลลุ่ม
จูวีลุค จะตอบโจทย์สำหรับคนกลุ่มนี้มากกว่าครับ
ต้องการเติมวอลลุ่มให้ผิวอิ่มฟูพร้อมกับฟื้นฟูผิวไปพร้อมๆ กัน
ต้องการเติมความชุ่มชื้นในบริเวณที่ผิวบางมากๆ เช่น รอบดวงตา หรือหน้าผาก
อยากได้ผลลัพธ์การเติมเต็มที่เป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาเตอะ
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า จูวีลุค จะมีส่วนผสมของ HA ผสมอยู่
ก็ไม่ได้แปลว่าจะนำมาใช้ทดแทนฟิลเลอร์ (Filler) ได้ทั้งหมดนะครับ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจริงโดย หมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้ที่อายุช่วง 30 ปีต้นๆ
ส่วนใหญ่หมอมักจะแนะนำให้เริ่มต้นด้วย รีจูรัน Healer เพื่อเปิดสวิตช์ฟื้นฟูผิวให้เห็นผลก่อนครับ
แต่เนื่องจาก รีจูรัน เป็นหัตถการที่เน้นการสะสมผลลัพธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
การทำเพียงแค่ครั้งเดียว อาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ว้าวหรือชัดเจนทันตาขนาดนั้นครับ
โดยทั่วไป แนะนำทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้งขึ้นไป
ถึงจะเริ่มมองเห็นความต่างของผิวที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนครับ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่หมออยากแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนก็คือ
เนื่องจาก จูวีลุค มีความหนืดค่อนข้างสูง หลังทำเสร็จ
อาจจะมีตุ่มนูนเล็กๆ (papule) เกิดขึ้นบนผิวชั่วคราวได้ครับ
ซึ่งปกติแล้ว ตุ่มนูนเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบและถูกดูดซึมหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
ขั้นตอนการรักษาและการวางแผนเซ็ตจำนวนครั้ง
![[รายงานจาก Beautystone] การฉีดรีจูรันชั้นตื้น vs การฉีด Juvelook ชั้นกลาง — ผลลัพธ์ตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ](https://framerusercontent.com/images/LhiFqHVdauYUr9GpTpP5c2NEWRw.png)
แม้ว่าทั้งสองหัตถการจะเป็นการฉีดลงไปในชั้นผิวแท้ (Dermis) เหมือนกัน
แต่ความลึกและปริมาณในการฉีดจะแตกต่างกันออกไปครับ
รีจูรัน Healer
ฉีดกระจายๆ ทั่วใบหน้าเป็นจุดเล็กๆ ในระดับชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้น
จูวีลุค
ฉีดให้กระจายตัวสม่ำเสมอลงลึกไปในชั้นกลางผิว (Mid-dermis) มากขึ้นอีกนิด
การวางเซ็ตจำนวนครั้งในการทำก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อยครับ
รีจูรัน Healer
โดยทั่วไปแนะนำเว้นระยะ 2~4 สัปดาห์ แนะนำแพ็กเริ่มต้นที่ 4 ครั้ง
จูวีลุค
แนะนำเว้นระยะทุกๆ 4 สัปดาห์ เริ่มต้นที่ประมาณ 3 ครั้ง
สรุปหัวใจสำคัญ
รีจูรัน เน้นไปที่การปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงเรียบเนียน
ส่วน จูวีลุค จะเล็งเป้าหมายทั้งการฟื้นฟูและการแต่งแต้มวอลลุ่มให้อิ่มฟูไปในคราวเดียวกัน
สามารถเลือกตามความกังวลของสภาพผิวของเราได้เลยครับ
เช็กตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที — ฉันควรเลือก รีจูรัน หรือ จูวีลุค ดีนะ
ลองส่องกระจกดูแล้วตรวจสอบ 3 ข้อนี้ไปด้วยกันเลยครับ
เช็กข้อที่ 1. มองเห็นเรื่องผิวหยาบ, รูขุมขนกว้าง, ผิวไม่ยืดหยุ่นก่อนเพื่อน
ถ้าผิวสัมผัสดูสาก ลื่นไม่สม่ำเสมอ รูขุมขนกว้างเด่นชัด
และปัญหาหนักอกคือผิวเริ่มหย่อนคล้อย
คุณเหมาะกับทางฝั่ง รีจูรัน ครับ
เช็กข้อที่ 2. มองเห็นแก้มตอบ ตาโหล ผิวแห้งกร้านก่อนเป็นอันดับแรก
ถ้าคุณอยากเติมเต็มบริเวณที่ดูตอบหรือผิวบาง เช่น ข้างแก้ม ใต้ตา
พร้อมกับอยากได้ผิวที่โกลว์ฉ่ำน้ำ
คุณเหมาะกับทางฝั่ง จูวีลุค ครับ
เช็กข้อที่ 3. มีจุดประสงค์เพื่อรักษาและฟื้นฟูรอยแผลเป็นจากสิว
หากเป้าหมายหลักคือการซ่อมแซมและกู้เนื้อผิวบริเวณที่เป็นหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น
รีจูรัน คือตัวเลือกที่ถูกต้องครับ
แต่ถ้าใครเจอปัญหาประเภท "ของฉันมันตรงกับทั้งสองข้อเลยค่ะหมอ?"
ขอบอกว่าคนไข้เคสแบบนี้มีเยอะเกินคาดเลยล่ะครับ
ในกรณีนี้เราจะไม่สาดฉีดเข้าไปรวดเดียวพร้อมกันหมดนะครับ
แต่จะใช้วิธีจัดสรรลำดับและจัดคอร์สแมตช์เข้าด้วยกันครับ
ซึ่งหมอจะขออธิบายต่อในรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ
ถ้าทำควบคู่กันไปจะดีกว่าไหม? — ตัวอย่างเคสการจับคู่ทำร่วมกัน
ส่วนตัวหมอแล้ว แทนที่จะเลือกทำทั้งสองอย่างพร้อมกันในวันเดียว
หมอชอบที่จะวางแผนสลับสัปดาห์ทำตามลำดับขั้นตอน
มากกว่าครับ
ยกตัวอย่างเช่น เราจะปูพื้นผิวชั้นแรกด้วย รีจูรัน เพื่อให้ผิวแข็งแรงขึ้นก่อน
เมื่อสภาพผิวดีขึ้นและพร้อมเต็มที่ในระดับหนึ่งแล้ว
ค่อยตามด้วยการฉีด จูวีลุค เพื่อเสริมความอิ่มฟูและมีคอลลาเจนเพิ่มมิติเข้าไป
ถึงมองเผินๆ การทำทีเดียวพร้อมกันตอนกิเลสกำลังมาน่าจะดี
แต่ผิวของมนุษย์เราก็มีขีดจำกัดในการรองรับสารบำรุงในครั้งเดียวอยู่ครับ
การเว้นระยะห่างให้พอดีและเหมาะสม จะส่งผลลัพธ์คุ้มค่าออกมาเนียนและดีที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ระหว่าง รีจูรัน กับ จูวีลุค อันไหนดีกว่ากันครับ?
A. ไม่มีตัวไหนที่เรียกว่าดีกว่าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
ขึ้นอยู่กับว่าผิวของคุณต้องการการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก
หรือต้องการการเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้ามีมิติมากกว่ากันครับ
Q2. ฉีดครั้งเดียวเลยจะเห็นผลไหมคะ?
A. หัตถการกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลลัพธ์แบบสะสมตัวครับ
ควรทำอย่างน้อยที่สุด 3 ครั้งขึ้นไป
ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเป็นชิ้นเป็นอันครับ
Q3. หลังทำเสร็จแล้วสามารถแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. เคสส่วนใหญ่ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไปเลยครับ
แต่หากยังมีรอยแดงหลงเหลืออยู่บ้าง
แนะนำให้เว้นไปอีกสักวันหนึ่งจะดีและปลอดภัยที่สุดครับ
Q4. ถ้าเคยทำจากคลินิกอื่นมาก่อนหน้านี้
สามารถมาย้ายทำต่อเนื่องที่นี่ได้ไหมคะ?
A. แน่นอนว่าสามารถย้ายมาทำได้ครับ แค่รบกวนแจ้งประวัติว่าเคยทำมาแล้วกี่ครั้ง
รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับไปเป็นตัวไหน (เช่น รีจูรัน หรือ จูวีลุค)
ทางเราจะช่วยประเมินและวางแผนจำนวนครั้งที่เหลือต่อให้คุณเองครับ
ความใส่ใจในการรักษาของ Beautystone
เราใช้เฉพาะของแท้เท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็น รีจูรัน หรือ จูวีลุค เราการันตีสั่งตรงของแท้ 100%
และพร้อมเปิดกล่องให้คนไข้ตรวจเช็กความมั่นใจเพื่อความสบายใจก่อนทำทุกครั้งครับ
เราไม่เชียร์ขายส่งเดชเพื่อทำยอด
ตัวหมอเองจะเป็นผู้วิเคราะห์สภาพเยื่อผิวจริงของคนไข้ด้วยตัวเอง
จากนั้นเลือกตัวที่เหมาะสมที่สุดไม่ว่าจะเป็น รีจูรัน หรือ จูวีลุค
และหากจำเป็นต้องทำควบคู่ก็จะคัดคอร์สสลับคิวฉีดที่เหมาะสมให้ครับ
เรามีเพียบพร้อมทั้งสองตัว จึงไม่มีความจำเป็นต้องยัดเยียดให้ทำตัวใดตัวหนึ่งแน่นอนครับ
เราแจ้งรายละเอียดจำนวนครั้งรวมถ้วนและยอดรวมสุทธิก่อนเริ่มเสมอ
เราไม่ขายราคากั๊กเพื่อให้เจ็บตัวจ่ายรายครั้งเพิ่มหน้างาน
ทางเราจะแจ้งรายละเอียดงบรวมทั้งหมดตามแผนการรักษาก่อนเริ่มต้นจริง เพื่อให้คนไข้สบายใจที่สุดครับ
คลินิกตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong ในระยะเดินได้สบายๆ
สำหรับคนไข้ที่ช้อปปิ้งอยู่แถว ฮงแด ชินชน หรืออีแด ก็สามารถเดินทางมาดูแลตัวเองได้สะดวกมากๆ เลยนะครับ
หากคุณยังมีข้อพิศวงสงสัยในส่วนไหน
แอดไลน์มาปรึกษาได้ที่ LINE
หากว่าลังเลใจว่าปัญหานี้เหมาะกับผิวเราไหม ให้คุณหมอช่วยประเมินโดยตรงได้เลยครับ
▶ คลิกเพื่อแชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE
ทักข้อความมาพูดคุยปรึกษากันอย่างเป็นกันเองทาง LINE ได้เลยนะครับ
แล้วเจอกันนะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶ผลลัพธ์ของ จูวีลุค อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
▶รีจูรัน Healer vs HB ต่างกันอย่างไร? เลือกตัวไหนดี
▶ปัญหาก้อนแข็ง (Nodule) หลังฉีด จูวีลุค เกิดจากอะไรและดูแลแก้ไขอย่างไร?
▶เคล็ดลับประหยัดค่ารักษา รีจูรัน ระยะห่างระหว่างขั้นตอนสำคัญชี้ชะตานะครับ

ผิว
호르몬성 색소침착, 경구피임약을 복용하는 중에도 레이저 시술을 받아도 괜찮을까요?
호르몬이 배경인 색소침착의 특징과 복용 중 시술 설계 기준을 자외선 잡티와 비교해 정리했어요.

ผิว
20대에 모공 관리를 시작하는 게 좋을까요, 조금 더 기다렸다가 하는 게 나을까요?
20대에 모공이 넓어 보이는 원인을 피지와 구조로 나눠 보고, 지금 시작할지 기다릴지 판단하는 기준을 정리했어요.

ผู้ชาย
남성 피부는 더 두껍다는데, 올리지오 X 세팅과 수염 부위는 어떻게 달라져야 할까요?
남성 진피 두께 측정 자료를 바탕으로 고주파 리프팅 세팅이 왜 달라져야 하는지 정리했어요.

ยกกระชับ
인모드 FX를 받은 뒤 붓기와 멍은 며칠에 걸쳐 빠지고, 중요한 일정은 어떻게 잡을까요?
인모드 FX 시술 후 회복 흐름을 붉음·붓기·멍으로 나눠 날짜별로 정리하고 일정 잡는 기준을 안내해요.

ผิว
ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?
เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ยกกระชับ
จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?
ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ



