• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รีจูรัน vs จูวีลุค ต่างกันยังไง? เลือกตามผิว

รีจูรัน vs จูวีลุค ต่างกันยังไง? เลือกตามผิว

รีจูรัน vs จูวีลุค ต่างกันยังไง? เลือกตามผิว

รีจูรัน ฟื้นฟูผิวด้วย PN ส่วน จูวีลุค เพิ่มวอลลุ่มด้วย PDLLA+HA เลือกตามปัญหาผิว เช็กง่ายใน 30 วิ

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

"Juvelook ดีกว่ารีจูรันจริงไหม?" ความเข้าใจผิดและความจริงเกี่ยวกับการเลือกสกินบูสเตอร์จากมุมมองแพทย์

ช่วงนี้ในห้องตรวจ

คำถามที่หมอมักจะโดนถามบ่อยที่สุดคือ

 

"คุณหมอคะ รีจูรัน กับ จูวีลุค

มันต่างกันยังไงเหรอคะ?"

 

เนื่องจากทั้งคู่ต่างก็เป็นกลุ่ม skin booster เหมือนกัน

หลายๆ คนเลยคิดว่าเป็นตัวเดียวกันหรือใช้แทนกันได้

แต่จริงๆ แล้ว ทั้งส่วนผสม วิธีการทำงาน

รวมถึงสภาพผิวที่เหมาะ ก็ค่อนข้างมีความแตกต่างกันเลยทีเดียวครับ

 

ถ้าเลือกหัตถการโดยที่ไม่เข้าใจความแตกต่างตรงนี้

ก็อาจจะได้ผลลัพธ์ไม่ตรงตามใจที่ต้องการได้นะครับ

 

วันนี้หมอจะมาเปรียบเทียบทั้งคู่ให้ฟังกันชัดๆ เลยครับ

 

💡 สรุปคีย์เวิร์ดสำคัญของวันนี้

 

Q. ส่วนผสมต่างกันยังไง?

A. รีจูรัน คือ PN บริสุทธิ์ (DNA จากปลาแซลมอน)

ส่วน จูวีลุค เป็นส่วนผสมสูตรผสมที่เกิดจากการรวมตัวกันของ

PDLLA และ HA (Hyaluronic Acid) ครับ

 

Q. ใครเหมาะกับตัวไหนมากกว่ากัน?

A. หากมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบของผิว รีจูรัน จะเหมาะสมกว่า

 

แต่ถ้าต้องการคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน

จูวีลุค จะเหมาะตอบโจทย์มากกว่าครับ

 

Q. สามารถฉีดร่วมกันทั้งสองตัวเลยได้ไหม?

A. ได้ครับ

แต่จะจับคู่ฉีดเมื่อไหร่และอย่างไรที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หมอจะมาอธิบายอย่างละเอียดในบทความนี้นะครับ

→ ดูข้อมูลเพิ่มเติม สกินบูสเตอร์

 

ต่างกันตั้งแต่ส่วนผสม — PN vs PDLLA+HA

ส่วนผสมหลักของ รีจูรัน Healer ก็คือ PN ครับ

 

ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของ DNA ที่สกัดจากสเปิร์มของปลาแซลมอน

มีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์เราสูงมาก จึงปลอดภัยและกลมกลืนกับผิวได้ดี

โดยมีหน้าที่หลักในการกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวครับ

 

ส่วน จูวีลุค จะเป็นสูตรที่อัปเกรดไปอีกขั้น

 

เพราะเป็นโครงสร้างที่นำตัวช่วยฟื้นฟูผิวอย่าง PDLLA

มาผสานเข้ากับ HA (Hyaluronic Acid)

 

คุณสมบัติของ HA คือจะช่วยดึงน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้

ดังนั้นจึงออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องการฟื้นฟูและเติมเต็มวอลลุ่ม

ไปพร้อมๆ กันนั่นเองครับ

 

 

หัวข้อ

รีจูรัน Healer

จูวีลุค

ส่วนผสมหลัก

PN (DNA ปลาแซลมอน)

PDLLA + HA

หน้าที่หลัก

ฟื้นฟูผิว·ปรับผิวเนียนใส

ฟื้นฟูผิว + เติมวอลลุ่ม·ความชุ่มชื้น

ผิวที่เหมาะสม

ผิวหยาบกร้าน·รูขุมขนกว้าง·ขาดความยืดหยุ่น

ผิวตอบ·เติมเต็มบริเวณผิวบาง

จำนวนครั้ง·เว้นระยะ

ทุกๆ 2~4 สัปดาห์, จำนวน 4 ครั้ง

ทุกๆ 4 สัปดาห์, ประมาณ 3 ครั้ง

บทบาท

ปรับโครงสร้างผิวให้เนียนละเอียด

เพิ่มดีเทลเรื่องวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟู

 

เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน และเหมาะกับใครบ้าง

[คำสารภาพจากหมอ] เหตุผลที่ Juvelook ไม่ใช่เวอร์ชันอัปเกรดของรีจูรัน — ความต่างระหว่าง 'เนื้อผิว' กับ 'วอลลุ่ม'

หลายคนอาจจะกำลังเข้าใจผิดจุดนี้กันอยู่เยอะเลยครับ

จูวีลุค

ไม่ใช่ "เวอร์ชันอัปเกรด" ของ รีจูรัน นะครับ

 

แต่เป็นหัตถการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลผิวต่างกันครับ

 

รีจูรัน Healer แนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้ครับ

  • เมื่อรู้สึกว่าหน้ารู้สึกหยาบกร้าน รูขุมขนกว้างอย่างเห็นได้ชัด

  • กังวลเรื่องผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อย

  • ต้องการฟื้นฟูและสมานผิวหลังเป็นแผลเป็นจากสิว

  • อยากโฟกัสที่การปรับผิวสัมผัส (Texture) ของผิวให้ดีขึ้น โดยไม่ได้เน้นเรื่องวอลลุ่ม

 

จูวีลุค จะตอบโจทย์สำหรับคนกลุ่มนี้มากกว่าครับ

  • ต้องการเติมวอลลุ่มให้ผิวอิ่มฟูพร้อมกับฟื้นฟูผิวไปพร้อมๆ กัน

  • ต้องการเติมความชุ่มชื้นในบริเวณที่ผิวบางมากๆ เช่น รอบดวงตา หรือหน้าผาก

  • อยากได้ผลลัพธ์การเติมเต็มที่เป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาเตอะ

 

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า จูวีลุค จะมีส่วนผสมของ HA ผสมอยู่

ก็ไม่ได้แปลว่าจะนำมาใช้ทดแทนฟิลเลอร์ (Filler) ได้ทั้งหมดนะครับ

 

👨‍⚕️ บันทึกการรักษาจริงโดย หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้ที่อายุช่วง 30 ปีต้นๆ

ส่วนใหญ่หมอมักจะแนะนำให้เริ่มต้นด้วย รีจูรัน Healer เพื่อเปิดสวิตช์ฟื้นฟูผิวให้เห็นผลก่อนครับ

 

แต่เนื่องจาก รีจูรัน เป็นหัตถการที่เน้นการสะสมผลลัพธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป

การทำเพียงแค่ครั้งเดียว อาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ว้าวหรือชัดเจนทันตาขนาดนั้นครับ

 

โดยทั่วไป แนะนำทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้งขึ้นไป

ถึงจะเริ่มมองเห็นความต่างของผิวที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนครับ

 

แต่มีเรื่องหนึ่งที่หมออยากแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนก็คือ

เนื่องจาก จูวีลุค มีความหนืดค่อนข้างสูง หลังทำเสร็จ

อาจจะมีตุ่มนูนเล็กๆ (papule) เกิดขึ้นบนผิวชั่วคราวได้ครับ

 

ซึ่งปกติแล้ว ตุ่มนูนเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบและถูกดูดซึมหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ

 

ขั้นตอนการรักษาและการวางแผนเซ็ตจำนวนครั้ง

[รายงานจาก Beautystone] การฉีดรีจูรันชั้นตื้น vs การฉีด Juvelook ชั้นกลาง — ผลลัพธ์ตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ

แม้ว่าทั้งสองหัตถการจะเป็นการฉีดลงไปในชั้นผิวแท้ (Dermis) เหมือนกัน

แต่ความลึกและปริมาณในการฉีดจะแตกต่างกันออกไปครับ

 

  • รีจูรัน Healer

    ฉีดกระจายๆ ทั่วใบหน้าเป็นจุดเล็กๆ ในระดับชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้น

     

  • จูวีลุค

    ฉีดให้กระจายตัวสม่ำเสมอลงลึกไปในชั้นกลางผิว (Mid-dermis) มากขึ้นอีกนิด

 

การวางเซ็ตจำนวนครั้งในการทำก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อยครับ

 

  • รีจูรัน Healer

    โดยทั่วไปแนะนำเว้นระยะ 2~4 สัปดาห์ แนะนำแพ็กเริ่มต้นที่ 4 ครั้ง

     

  • จูวีลุค

    แนะนำเว้นระยะทุกๆ 4 สัปดาห์ เริ่มต้นที่ประมาณ 3 ครั้ง

 

สรุปหัวใจสำคัญ

รีจูรัน เน้นไปที่การปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงเรียบเนียน

ส่วน จูวีลุค จะเล็งเป้าหมายทั้งการฟื้นฟูและการแต่งแต้มวอลลุ่มให้อิ่มฟูไปในคราวเดียวกัน

สามารถเลือกตามความกังวลของสภาพผิวของเราได้เลยครับ

 

เช็กตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที — ฉันควรเลือก รีจูรัน หรือ จูวีลุค ดีนะ

ลองส่องกระจกดูแล้วตรวจสอบ 3 ข้อนี้ไปด้วยกันเลยครับ

 

เช็กข้อที่ 1. มองเห็นเรื่องผิวหยาบ, รูขุมขนกว้าง, ผิวไม่ยืดหยุ่นก่อนเพื่อน

ถ้าผิวสัมผัสดูสาก ลื่นไม่สม่ำเสมอ รูขุมขนกว้างเด่นชัด

และปัญหาหนักอกคือผิวเริ่มหย่อนคล้อย

คุณเหมาะกับทางฝั่ง รีจูรัน ครับ

 

เช็กข้อที่ 2. มองเห็นแก้มตอบ ตาโหล ผิวแห้งกร้านก่อนเป็นอันดับแรก

ถ้าคุณอยากเติมเต็มบริเวณที่ดูตอบหรือผิวบาง เช่น ข้างแก้ม ใต้ตา

พร้อมกับอยากได้ผิวที่โกลว์ฉ่ำน้ำ

คุณเหมาะกับทางฝั่ง จูวีลุค ครับ

 

เช็กข้อที่ 3. มีจุดประสงค์เพื่อรักษาและฟื้นฟูรอยแผลเป็นจากสิว

หากเป้าหมายหลักคือการซ่อมแซมและกู้เนื้อผิวบริเวณที่เป็นหลุมสิวหรือรอยแผลเป็น

รีจูรัน คือตัวเลือกที่ถูกต้องครับ

 

แต่ถ้าใครเจอปัญหาประเภท "ของฉันมันตรงกับทั้งสองข้อเลยค่ะหมอ?"

ขอบอกว่าคนไข้เคสแบบนี้มีเยอะเกินคาดเลยล่ะครับ

ในกรณีนี้เราจะไม่สาดฉีดเข้าไปรวดเดียวพร้อมกันหมดนะครับ

แต่จะใช้วิธีจัดสรรลำดับและจัดคอร์สแมตช์เข้าด้วยกันครับ

ซึ่งหมอจะขออธิบายต่อในรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ

 

ถ้าทำควบคู่กันไปจะดีกว่าไหม? — ตัวอย่างเคสการจับคู่ทำร่วมกัน

ส่วนตัวหมอแล้ว แทนที่จะเลือกทำทั้งสองอย่างพร้อมกันในวันเดียว

หมอชอบที่จะวางแผนสลับสัปดาห์ทำตามลำดับขั้นตอน

มากกว่าครับ

 

ยกตัวอย่างเช่น เราจะปูพื้นผิวชั้นแรกด้วย รีจูรัน เพื่อให้ผิวแข็งแรงขึ้นก่อน

เมื่อสภาพผิวดีขึ้นและพร้อมเต็มที่ในระดับหนึ่งแล้ว

ค่อยตามด้วยการฉีด จูวีลุค เพื่อเสริมความอิ่มฟูและมีคอลลาเจนเพิ่มมิติเข้าไป

 

ถึงมองเผินๆ การทำทีเดียวพร้อมกันตอนกิเลสกำลังมาน่าจะดี

แต่ผิวของมนุษย์เราก็มีขีดจำกัดในการรองรับสารบำรุงในครั้งเดียวอยู่ครับ

 

การเว้นระยะห่างให้พอดีและเหมาะสม จะส่งผลลัพธ์คุ้มค่าออกมาเนียนและดีที่สุดครับ

คลินิกเกาหลี ฮงแด กรุงโซล · แจ้งราคาชัดเจน เทียบกับไทยได้ ดูรายละเอียด สกินบูสเตอร์

โปรโมชันเดือนนี้: เปิดตัว Juvelook Skin

 

ราคารีจูรันและจูวีลุคที่ Beautystone (ฮงแด กรุงโซล) เดือนนี้

Beautystone เป็นคลินิกเกาหลีที่ตั้งอยู่ย่านฮงแด กรุงโซล เดินจากสถานีฮับจองไม่ไกล ราคาด้านล่างคือราคาโปรโมชันจริงของเดือนนี้ที่คลินิก แสดงเป็นเงินวอนตามที่เรียกเก็บจริง ไม่ใช่ตัวเลขประมาณ จึงหยิบไปเทียบกับราคาที่ไทยได้เลย

  • Juvelook Skin 1 ขวด (5 ซีซี) — โปรโมชัน 400,000 วอน (ปกติ 550,000 วอน)

  • จูวีลุค Volume 1 ขวด 1 ครั้ง — โปรโมชัน 690,000 วอน (ปกติ 990,000 วอน)

  • Juvelook Skin 1 ขวด (5 ซีซี) + Rejuran HB 2 ซีซี — โปรโมชัน 700,000 วอน (ปกติ 1,050,000 วอน)

จะเห็นว่าราคาไม่ได้ต่างกันที่ยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่ต่างที่ปริมาณตัวยาต่อขวด และต่างที่เลือกฉีดตัวเดียว หรือจับคู่สองตัวในครั้งเดียวกัน อย่างรายการที่รวม Rejuran HB 2 ซีซี เข้ากับ Juvelook Skin ก็คือเคสจับคู่ที่พูดถึงไปด้านบน ส่วนจูวีลุค Volume เป็นเนื้อที่เน้นเติมความอิ่มมากกว่าเนื้อสำหรับผิวบาง ๆ ราคาจึงคนละระดับกัน จะเริ่มจากตัวไหนก่อน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดูจากสภาพผิวและปัญหาที่กวนใจคุณมากที่สุดเป็นหลัก

โปรโมชันปรับใหม่ได้ทุกเดือน ก่อนตัดสินใจแนะนำให้เช็กรายการล่าสุดที่ ดูโปรโมชันเดือนนี้ อีกรอบ โดยจูวีลุค Volume จะอยู่ในหน้าโปรโมชันหมวดฟิลเลอร์และคอลลาเจนบูสเตอร์ ซึ่งเป็นคนละหน้ากัน ส่วนรายละเอียดของตัวยาแต่ละแบบและการวางแผนเซ็ต อ่านต่อได้ที่หน้า สกินบูสเตอร์

ถ้ายังลังเลว่าผิวแบบคุณควรเริ่มที่รีจูรันหรือจูวีลุค ทักมาเล่าอาการให้ทีมของเราฟังทาง LINE ได้เลยนะคะ ทางเราจะช่วยประเมินและตีงบประมาณคร่าว ๆ ให้ก่อนตัดสินใจค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. ระหว่าง รีจูรัน กับ จูวีลุค อันไหนดีกว่ากันครับ?

A. ไม่มีตัวไหนที่เรียกว่าดีกว่าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ

ขึ้นอยู่กับว่าผิวของคุณต้องการการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก

หรือต้องการการเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้ามีมิติมากกว่ากันครับ

 

Q2. ฉีดครั้งเดียวเลยจะเห็นผลไหมคะ?

A. หัตถการกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลลัพธ์แบบสะสมตัวครับ

ควรทำอย่างน้อยที่สุด 3 ครั้งขึ้นไป

ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเป็นชิ้นเป็นอันครับ

 

Q3. หลังทำเสร็จแล้วสามารถแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหมคะ?

A. เคสส่วนใหญ่ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไปเลยครับ

แต่หากยังมีรอยแดงหลงเหลืออยู่บ้าง

แนะนำให้เว้นไปอีกสักวันหนึ่งจะดีและปลอดภัยที่สุดครับ

 

Q4. ถ้าเคยทำจากคลินิกอื่นมาก่อนหน้านี้

สามารถมาย้ายทำต่อเนื่องที่นี่ได้ไหมคะ?

A. แน่นอนว่าสามารถย้ายมาทำได้ครับ แค่รบกวนแจ้งประวัติว่าเคยทำมาแล้วกี่ครั้ง

รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับไปเป็นตัวไหน (เช่น รีจูรัน หรือ จูวีลุค)

ทางเราจะช่วยประเมินและวางแผนจำนวนครั้งที่เหลือต่อให้คุณเองครับ

 

ความใส่ใจในการรักษาของ Beautystone

เราใช้เฉพาะของแท้เท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็น รีจูรัน หรือ จูวีลุค เราการันตีสั่งตรงของแท้ 100%

และพร้อมเปิดกล่องให้คนไข้ตรวจเช็กความมั่นใจเพื่อความสบายใจก่อนทำทุกครั้งครับ

 

เราไม่เชียร์ขายส่งเดชเพื่อทำยอด

ตัวหมอเองจะเป็นผู้วิเคราะห์สภาพเยื่อผิวจริงของคนไข้ด้วยตัวเอง

จากนั้นเลือกตัวที่เหมาะสมที่สุดไม่ว่าจะเป็น รีจูรัน หรือ จูวีลุค

และหากจำเป็นต้องทำควบคู่ก็จะคัดคอร์สสลับคิวฉีดที่เหมาะสมให้ครับ

เรามีเพียบพร้อมทั้งสองตัว จึงไม่มีความจำเป็นต้องยัดเยียดให้ทำตัวใดตัวหนึ่งแน่นอนครับ

 

เราแจ้งรายละเอียดจำนวนครั้งรวมถ้วนและยอดรวมสุทธิก่อนเริ่มเสมอ

เราไม่ขายราคากั๊กเพื่อให้เจ็บตัวจ่ายรายครั้งเพิ่มหน้างาน

ทางเราจะแจ้งรายละเอียดงบรวมทั้งหมดตามแผนการรักษาก่อนเริ่มต้นจริง เพื่อให้คนไข้สบายใจที่สุดครับ

 

คลินิกตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong ในระยะเดินได้สบายๆ

สำหรับคนไข้ที่ช้อปปิ้งอยู่แถว ฮงแด ชินชน หรืออีแด ก็สามารถเดินทางมาดูแลตัวเองได้สะดวกมากๆ เลยนะครับ

 

หากคุณยังมีข้อพิศวงสงสัยในส่วนไหน

แอดไลน์มาปรึกษาได้ที่ LINE

หากว่าลังเลใจว่าปัญหานี้เหมาะกับผิวเราไหม ให้คุณหมอช่วยประเมินโดยตรงได้เลยครับ

▶ คลิกเพื่อแชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE

ทักข้อความมาพูดคุยปรึกษากันอย่างเป็นกันเองทาง LINE ได้เลยนะครับ

แล้วเจอกันนะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1