Pico Toning กี่ครั้งเห็นผล? หลักการลดฝ้า-ผิวแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโซล

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
ช่วงนี้อุณหภูมิเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง
แต่ในที่สุดหน้าร้อนก็กำลังจะมาเยือนแล้ว..
ซึ่งก็เป็นฤดูกาลที่หลายคนเริ่มกังวลเรื่องรังสี UV กันแล้วใช่ไหมคะ
ช่วงนี้เวลานั่งตรวจในคลินิก
จะมีคำถามหนึ่งที่หมอได้รับบ่อยเป็นพิเศษเลยครับ
"คุณหมอคะ ต้องทำ Picotoning กี่ครั้ง
ฝ้าถึงจะเริ่มจางลงบ้างคะ?"
จริงๆ แล้ว Picotoning เป็นโปรแกรมเลเซอร์
ที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในวงกว้างมากๆ เลยครับ
ลองค้นหาดูในเน็ตก็เจอข้อมูลเยอะแยะไปหมด
แถมคนรอบตัวก็น่าจะต้องเคยทำกันมาแล้ว
อย่างน้อยสักครั้งแน่ๆ
แต่ว่า... ถึงจะเป็นเลเซอร์ที่ฮิตกันมาก
ก็ไม่ได้แปลว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเลิศกับผิวของทุกคนเหมือนกันหมดนะครับ
และไม่ใช่ว่ายิ่งทำจำนวนครั้งเยอะๆ
แล้วฝ้าจะหายไปได้เองแบบอัตโนมัติด้วยครับ
วันนี้หมอเลยอยากจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันตรงๆ แบบไม่มีกั๊กเลยครับ
💡 สรุปประเด็นสำคัญของวันนี้
Q. ทำ Picotoning กี่ครั้ง
ถึงจะเริ่มเห็นผลเรื่องฝ้าครับ?
A. เร็วที่สุดคือประมาณ 3~4 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่าหลังจากทำสะสมไป 5~8 ครั้งครับ
Q. ได้ผลดีกับ
ฝ้าทุกประเภทเลยไหมคะ?
A. ไม่เซตนี้ครับ ฝ้าที่อยู่ในชั้นผิวแท้ (Dermis) จะตอบสนองต่างออกไป และต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันครับ
Q. ควรเว้นระยะห่าง
ในการทำแต่ละครั้งยังไงดีครับ?
A. ปกติแนะนำที่ทุก 2~4 สัปดาห์ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพการตอบสนองของผิวแต่ละคนด้วยนะครับ
หลักการทำงานของ Picotoning
ในการรักษาฝ้า

Picotoning เป็นการปล่อยพลังงานเลเซอร์ความเร็วสูงในระดับ Picosecond
ด้วยพลังงานที่ต่ำมากๆ
ยิงซ้ำๆ ลงไปใต้ผิวครับ
ในขณะที่เลเซอร์แบบเดิมๆ จะเน้นใช้พลังงานความร้อนในการทำลายเม็ดสี
แต่ Picosecond Laser จะใช้ Photoacoustic effect
ในการทุบเม็ดสีให้แตกกระจายตัวจนละเอียดเป็นผงฝุ่นเลยครับ
เมื่อเม็ดสีถูกทำให้แตกตัวเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ แล้ว
เซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราก็จะสามารถ
ดูดซึมและกำจัดออกไปได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ
มันจึงไม่ใช่การลบฝ้าให้หายวับไปในทีเดียว
แต่เป็นโครงสร้างการรักษาที่ฝ้าจะค่อยๆ จางลง
ตามจำนวนครั้งที่ทำสะสมครับ
ผิวจะเริ่มเปลี่ยนแปลง
ในแต่ละครั้งยังไงบ้าง?

คำพูดที่ว่า "ทำแค่ครั้งเดียวก็หน้าใสขึ้นเลย"
จริงๆ แล้วน่าจะเป็นเรื่องของความกระจ่างใสโดยรวมของผิว
มากกว่าการที่ฝ้าจางลงจริงๆ ครับ
จากประสบการณ์ของหมอ หากต้องการให้ตัวฝ้าจางลงอย่างเห็นได้ชัด
ผิวจะมีการแบ่งขั้นตอนการพัฒนาออกเป็นแบบนี้ครับ
ปกติหมอมักจะบอกคนไข้เสมอว่า
"ช่วง 5 ครั้งแรก อย่าเพิ่งใจร้อนไปนะคะ"
แต่ระหว่างนั้น ถ้ามีสัญญาณเตือนว่าผิวเริ่มระคายเคืองหรือมีปัญหา
ต้องรีบบอกหมอทันทีเลยครับ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจริงโดยหมอวี ยองจิน:
ใช่ว่า Picotoning จะตอบโจทย์ไปซะทุกอย่างนะครับ
เพราะฝ้าที่ฝังลึกอยู่ในชั้นผิวแท้ (Dermis)
การทำ Picotoning เดี่ยวๆ มักจะมีข้อจำกัดในการรักษาครับ
ในเคสที่เป็นฝ้าผสม (Mixed Melasma) ต่อให้ทำ Picotoning เป็นสิบๆ ครั้ง
ก็มีหลายเคสเลยครับที่คนไข้ยังไม่ค่อยพึงพอใจการรักษาเท่าที่ควร
ซึ่งในกรณีแบบนี้ การทำควบคู่ไปกับเลเซอร์ตัวอื่นๆ
จะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ
ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไป
ตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
![[ตรวจสอบด้วยตัวเอง] ฝ้าของฉันทำแค่พิโคโทนนิ่งพอไหม? — โอกาสสำเร็จตามชนิดฝ้าที่หมออธิบาย](https://framerusercontent.com/images/6N4pU1qC7VNqldXdHPf30jDN6U.jpg)
พูดกันตามตรงเลยนะครับ แม้จะเป็นปัญหาฝ้าเหมือนกัน
แต่ก็ต้องตั้งค่าพลังงานเลเซอร์แตกต่างกัน
ตามสภาพผิวของแต่ละคนครับ
สำหรับท่านที่มีผิวบางและแพ้ง่าย
หากมาทำเลเซอร์ซ้ำๆ ในระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป
อาจจะกระตุ้นให้เกิดรอยดำ (PIH) เพิ่มขึ้นได้ง่ายๆ เลยครับ
ดังนั้น ถึงรักษาวิธีนี้จะไม่ต้องพักหน้า (No downtime)
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ยิ่งทำบ่อยๆ จะยิ่งดีเสมอไปนะครับ
หมอจึงเลือกที่จะตรวจเช็คสภาพผิวด้วยตัวเองในการเข้าพบครั้งแรก
เพื่อปรับระดับพลังงานและระยะเวลาการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุดครับ
เพราะการใช้โปรโตคอลเดียวกันกับคนไข้ทุกคน
ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมลดทอนประสิทธิภาพลงอย่างแน่นอนครับ
ระยะห่างในการทำและการดูแลตัวเอง
คือ 2 สิ่งที่จะตัดสินผลลัพธ์ในการรักษา
นอกจากการรักษาด้วยเลเซอร์แล้ว การ ป้องกันแสงแดด
ก็เป็นตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่สำคัญมากๆ เช่นกันครับ
เพราะต่อให้เราเพียรพยายามยิงเลเซอร์ทุบเม็ดสีให้ละเอียดแค่ไหน แต่ถ้าผิวโดนแสงแดด
เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ก็จะกลับมาทำงานแข็งขันเหมือนเดิมครับ
ปกติแล้วจะแนะนำให้ทำทุกๆ 2~4 สัปดาห์
แต่ถ้าผิวแพ้ง่ายมากๆ ก็อาจจะยืดระยะเวลาออกไปเป็น 4 สัปดาห์ขึ้นไปครับ
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ ระยะเวลาในการรักษาโดยรวมอาจจะยาวนานขึ้นหน่อยนะครับ ^^..
แต่ถึงอย่างนั้น การค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปในแบบที่ปลอดภัย
ก็มักจะเป็นเส้นทางที่เห็นผลลัพธ์ที่สวยงามได้เร็วที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะสังเกตเห็นว่าฝ้าจางลงอย่างชัดเจนครับ?
A. จากประสบการณ์ของหมอ คนที่ตอบสนองไวจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ครั้งที่ 3~4 ค่
แต่ส่วนใหญ่จะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหลังทำสะสมไปแล้ว 5~8 ครั้งครับ
Q2. แตกต่างจาก Lasertoning ทั่วไปอย่างไรครับ?
A. Picotoning มีความกว้างพัลส์ (Pulse width) ที่สั้นกว่ามากๆ
จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงจากความร้อนสะสมน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพในการทำลายเม็ดสีได้ดีกว่าครับ
Q3. วันรุ่งขึ้นสามารถแต่งหน้าได้เลยไหมคะ?
A. ได้ครับ สามารถล้างหน้าในวันเดียวกัน และแต่งหน้าในวันถัดไปได้ตามปกติเลยครับ
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาดนะครับ
หากมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ทักมาปรึกษาทาง LINE ได้สบายๆ เลยนะครับ
แล้วเจอกันใหม่กับหมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶โบกรามลดริ้วรอยด้วย Xeomin แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปยังไงนะ?
▶Beautystone คลินิกผิวพรรณย่านฮับจอง

ยกกระชับ
ทำ Sofwave มาได้ 2-3 วันแล้ว แต่รู้สึกว่ามีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนังตรงบริเวณที่ทำ แบบนี้ปกติไหมคะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะว่า ทำไมหลังทำ Sofwave แล้วถึงรู้สึกมีความแข็ง ๆ ตึง ๆ ที่ปลายนิ้วสัมผัส และอาการนี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนที่ยังถือว่าเป็นอาการปกติในแต่ละช่วงเวลา

ผิว
ผิวหมองคล้ำจากแดดตลอดหน้าร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ตั้งแต่ตอนไหนดีคะ?
หลายคนสงสัยว่าหลังจากผิวไหม้แดดช่วงหน้าร้อนมา จะเริ่มทำเลเซอร์เม็ดสีได้ตอนไหนดี? วันนี้เราสรุปเกณฑ์การประเมินจากสภาพผิวจริงมาฝากกันค่ะ (แทนการนับจำนวนวัน)

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



