• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ชูริงค์ทำทุก 3-4 สัปดาห์ เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่

ชูริงค์ทำทุก 3-4 สัปดาห์ เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่

ชูริงค์ทำทุก 3-4 สัปดาห์ เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่

แม้ใช้ HIFU เหมือนกัน ชูริงค์กับ Ulthera ต่างที่ความเข้มข้นและความลึก จึงเว้นช่วงทำไม่เท่ากันครับ

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

 เมื่อเราลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระยะเว้นช่วงการทำ ชูริงค์ (Shurink) บางแหล่งข้อมูลก็บอกว่า “ควรกลับมาทำซ้ำทุกๆ 3-4 สัปดาห์” ขณะที่บางแหล่งก็บอกว่า “ทำอีกทีหลังจากผ่านไป 6 เดือน หรือ 1 ปี ได้เลย”

ทั้งที่เป็นเครื่องยกกระชับแบบ HIFU เหมือนกัน แต่ทำไมระยะเวลาการทำซ้ำของ ชูริงค์ และ Ulthera ถึงถูกพูดถึงแตกต่างกันล่ะครับ?

หัวใจสำคัญนั้นง่ายนิดเดียวครับ

ชูริงค์ เป็นเครื่องมือกลุ่ม HIFU ที่ให้ความรู้สึกสบายผิวและเป็นมิตรต่อผิวค่อนข้างมาก ในช่วงแรกจึงมักจะพิจารณาทำซ้ำ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นจึงค่อยดีไซน์โปรแกรมเพื่อคงสภาพรักษาผลลัพธ์ตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ

ในทางกลับกัน Ulthera จะมีความลึกของพลังงาน ความเข้มข้น และดีไซน์การยิงการรักษาที่แตกต่างออกไป โดยทั่วไปจึงมักวางแผนทำซ้ำโดยเว้นระยะห่างตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปครับ

พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องแยกแยะระหว่าง "ระยะห่างในช่วงดูแลเข้มข้นระยะแรก" กับ "ระยะห่างเพื่อคงสภาพผลลัพธ์" ของ ชูริงค์ ออกจากกันนั่นเองครับ

ภาพแนะนำระยะห่างการฉีดชูริงค์

 

 











เช็กให้ชัวร์ก่อนอ่านข้อมูลต่อ

Q. ชูริงค์ จำเป็นต้องทำปีละครั้งเท่านั้นหรือเปล่าครับ?

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ

สำหรับคนที่เพิ่งเคยทำ ชูริงค์ เป็นครั้งแรก อาจมีการพิจารณาทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความหย่อนคล้อยในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านระยะแรกไปแล้ว แทนที่จะทำซ้ำบ่อยๆ โดยไม่มีแผน แนะนำให้ค่อยๆ ปรับระยะเวลาการคงสภาพตามการตอบสนองของผิวและการเปลี่ยนแปลงของความหย่อนคล้อยจะดีที่สุดครับ

 

Q. ผลลัพธ์ของ ชูริงค์ จะเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนไหนครับ?

แม้จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่บางท่านจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกตึงกระชับทันทีหลังทำ และโดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนครับ

เนื่องจากกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ทันทีหลังทำ แต่เป็นกระบวนการที่ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งครับ

 

Q. ถ้าทำบ่อยจนเกินไป จะส่งผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อผิวไหมครับ?

ใช่ครับ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ

ชูริงค์ ทำงานโดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง หรือ HIFU เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงลึกไปยังชั้นผิวหนัง

หากทำซ้ำบ่อยเกินไปโดยไม่ปล่อยให้ผิวได้รับการพักฟื้นอย่างเพียงพอ อาจส่งผลให้หน้าบวม อ่อนแอ ไวต่อสิ่งเร้า หรือรู้สึกไม่สบายผิวต่อเนื่องยาวนานขึ้นได้ครับ

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
ไม่ใช่ "เราทำบ่อยแค่ไหน" แต่เป็น "เราเว้นระยะห่างได้เหมาะสมกับสภาพผิวของเราหรือไม่" ต่างหากครับ

 





















ทำไมถึงมีทั้งเกณฑ์ 3-4 สัปดาห์ และ 6 เดือน สำหรับการทำ ชูริงค์?

ชูริงค์ คือหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง หรือ HIFU

ด้วยการส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกสู่ชั้นผิวเพื่อสร้างปฏิกิริยาความร้อน ซึ่งจะช่วยดูแลเรื่องความยืดหยุ่นและการยกกระชับรูปหน้าที่ดีขึ้น

แต่จุดที่คนสับสนกันมากที่สุดเกี่ยวกับการเว้นระยะทำ ชูริงค์ คือ บางแหล่งบอกว่าเว้น 3-4 สัปดาห์ ขณะที่บางแหล่งบอกว่า 6 เดือนขึ้นไป

จริงๆ แล้วทั้งสองข้อมูลนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันเลยครับ

ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ คือ
เกณฑ์สำหรับการดูแลช่วงเริ่มต้น เพื่อสะสมผลลัพธ์ในการทำช่วงแรกๆ ที่มักจะวางแผนการรักษาติดกันหลายครั้ง

ส่วนระยะห่าง 6 เดือนขึ้นไป คือ
เกณฑ์การดูแลเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ โดยจะคอยสังเกตว่าความตึงกระชับหลังการทำช่วงแรกคงอยู่ได้ดีแค่ไหน แล้วจึงกำหนดช่วงเวลาในการทำครั้งต่อไปครับ

 

ชูริงค์ กับ Ulthera เป็น HIFU เหมือนกัน แต่ทำไมเว้นระยะไม่เท่ากัน?

ทั้ง ชูริงค์ และ Ulthera ต่างก็เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงาน HIFU เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเว้นระยะห่างในการทำเท่ากันเสมอไปครับ

เนื่องจากลักษณะเฉพาะของพลังงาน, ระดับความลึก, ความเข้มข้นในการรักษา, การตอบสนองของผิว และเป้าหมายในการทำของแต่ละเครื่องนั้นมีความแตกต่างกัน

เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ชูริงค์ ออกแบบมาให้มีความสบายผิวมากกว่า จึงสามารถทำซ้ำเพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่องได้ง่าย ขณะที่ Ulthera มักจะต้องการวางแผนการรักษาที่ลงลึกและให้พลังงานที่เข้มข้นสูงกว่าในการรักษาเพียงครั้งเดียว

ด้วยเหตุนี้ ชูริงค์ จึงมักถูกวางแผนให้ทำซ้ำในระยะเริ่มแรกทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ส่วน Ulthera มักวางแผนทำเพื่อคงสภาพโดยเว้นระยะห่างตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ครับ

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์นี้ไม่ใช่คำตอบตายตัวสำหรับทุกคนนะครับ

เพราะต้องขึ้นอยู่กับความหนาของผิว, ปริมาณไขมันบนใบหน้า, ระดับความหย่อนคล้อย และประวัติการทำหัตถการก่อนหน้านี้ด้วยครับ

ภาพอธิบายวงจรการฟื้นฟูคอลลาเจนของชูริงค์

 

กระบวนการทำงานของ ชูริงค์ ที่มีต่อผิว

ชูริงค์ ทำงานโดยการรวบรวมพลังงานอัลตราซาวนด์และส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนัง

พลังงานความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายใน เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการสร้างและจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนตามมา

ทว่ากระบวนการดูแลผิวนี้ไม่ได้จบลงทันทีหลังส่งพลังงานครับ

หลังการทำเสร็จทันที ผิวและเนื้อเยื่อจะยังอยู่ในสภาวะที่ถูกกระตุ้น จึงจำเป็นต้องให้เวลาผิวในการฟื้นฟู หลังจากนั้นเมื่อคอลลาเจนเริ่มเรียงตัวใหม่ ผิวก็จะค่อยๆ สปริงตัว มีความยืดหยุ่น และรู้สึกยกกระชับขึ้นตามมา

ดังนั้นการทำ ชูริงค์
จึงไม่ใช่แนวคิดที่ว่า "ยิ่งทำบ่อยยิ่งดี" แต่หัวใจสำคัญคือการวางแผนระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ผิวได้มีเวลาตอบสนองและฟื้นฟูตัวเองครับ

ภาพปรึกษาจังหวะเวลาทำชูริงค์ซ้ำ

 

 

กระบวนการทำงานของ ชูริงค์ ที่มีต่อผิว

ชูริงค์ ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงาน
อัลตราซาวนด์เข้มข้นสร้างเป็นความร้อนลึกใต้ชั้นผิว

ปฏิกิริยาความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านของเนื้อเยื่อ
และช่วยเหนี่ยวนำกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจนสมบูรณ์ทันทีหลังจากทำเสร็จ

เนื่องจากหลังได้รับพลังงานทันที
ผิวและเนื้อเยื่อจะอยู่ในสภาวะตื่นตัวจากการถูกกระตุ้น
จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการพักฟื้นสักระยะหนึ่งครับ

หลังจากนั้นเมื่อคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่เริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย
เราจึงจะค่อยๆ รู้สึกถึงความตึงกระชับและผิวที่เรียบตึงเข้ารูป

โดยทั่วไป บางท่านอาจสัมผัสการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนหลังทำ
ส่วนการตอบสนองของโครงสร้างผิวทั้งหมดจะค่อยๆ ปรากฏผลลัพธ์เต็มที่ในช่วง 1-3 เดือนครับ

เพราะฉะนั้น สำหรับ ชูริงค์ แล้ว
แทนที่จะคิดว่า "ยิ่งทำบ่อย ยิ่งดี"
สิ่งสำคัญคือการวางแผนโดยเว้นระยะห่าง เพื่อให้ผิวของเราได้ทำงานตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

 











ตารางสรุปการเว้นระยะห่าง ชูริงค์ ที่แนะนำ

สภาพผิว / ช่วงวัย

ระยะเวลาที่แนะนำ

เหตุผล

วัย 30+ ตอนต้น เพื่อชะลอวัย (Anti-aging)

12-18 เดือน

ผิวพรรณยังสามารถกักเก็บและคงสภาพคอลลาเจนได้ค่อนข้างดี ผลลัพธ์จึงอยู่ได้นาน

วัย 30+ ตอนปลาย ถึง 40+ เริ่มหย่อนคล้อย

9-12 เดือน

กระบวนการความหย่อนคล้อยเริ่มดำเนินขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์สั้นลงกว่าเดิม

วัย 40+ ตอนปลายขึ้นไป ความหย่อนคล้อยชัดเจน

6-9 เดือน

อัตราการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องการการกระตุ้นซ้ำบ่อยขึ้น

สำหรับผู้ที่ผิวบางและเซนซิทีฟง่าย

12 เดือนขึ้นไป

ผิวต้องการเวลาในกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองหลังจากถูกกระตุ้นมากกว่าปกติ

 

ตารางด้านบนนี้เป็นเพียงเกณฑ์ค่าเฉลี่ยเบื้องต้นสำหรับการอ้างอิงเท่านั้นครับ

สำหรับระยะการรักษาตัวจริงของ ชูริงค์ จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างความหนาของผิว, ระดับความหย่อนคล้อย, ปริมาณไขมันบนใบหน้า, โอกาสเกิดแก้มตอบ รวมไปถึงประวัติการทำโปรแกรมยกกระชับก่อนหน้านี้ด้วยครับ

โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้ที่กำลังพิจารณาจัดโปรแกรมร่วมกับเครื่องยกกระชับเหนี่ยวนำคอลลาเจนอื่นๆ เช่น ชูริงค์ Universe, Ulthera Prime, Thermage, Onda Lifting หรือ Oligio แนะนำว่าควรปรับโปรแกรมและระยะเวลาเว้นช่วงเป็นกรณีพิเศษครับ

 

หากคุณเพิ่งเริ่มสนใจการทำ ชูริงค์ เป็นครั้งแรก
หรือยังสับสน ลังเลเรื่องระยะเวลาที่ต้องเว้นห่างในรอบหน้า
ทักมาบอกช่วงเวลาที่ทำครั้งล่าสุด พร้อมจุดที่กังวลกับเราได้ง่ายๆ เลยครับ

เราพร้อมตรวจเช็กข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนรับบริการ
รวมถึงให้คำปรึกษาแนวทางการรักษาอย่างละเอียดเมื่อคุณมาถึงคลินิกครับ

▶ สอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวผ่าน KakaoTalk ได้ที่นี่

 

สาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ของ ชูริงค์ ดูหมดไปอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าจะได้รับการยิง ชูริงค์ ตัวเดียวกัน แต่ระยะเวลาที่สัมผัสได้ถึงผลลัพธ์การคงสภาพของแต่ละคนอาจไม่เท่ากันครับ

นั่นไม่ใช่เพราะตัวหัตถการมีปัญหา แต่เป็นเพราะการดูแลตัวเอง นิสัยการใช้ชีวิต และสภาพผิวเดิมมีผลกระทบโดยตรงต่อผลลัพธ์นั่นเอง

โดยลักษณะพฤติกรรมหรือปัจจัยด้านล่างเหล่านี้ อาจเป็นตัวการทำให้ความรู้สึกตึงกระชับหรือความยืดหยุ่นที่ได้รับหายไปเร็วกว่าปกติครับ

  • ละเลยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกสะสม

  • มีความเครียดสะสมในระดับสูง

  • น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่

  • ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และบอบบางแพ้ง่าย

  • ผิวเดิมก่อนทำมีความหย่อนคล้อยสะสมมากอยู่แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ลดน้ำหนักตัวลงอย่างฮวบฮาบ ปริมาณไขมันบนใบหน้าและความยืดหยุ่นจะลดลงพร้อมๆ กัน ส่งผลให้รู้สึกว่าผลของ ชูริงค์ นั้นสั้นลงได้ครับ

ในเคสเหล่านี้ แทนที่จะเร่งรอบการเข้าทำซ้ำให้เร็วขึ้น แนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพผิวที่แท้จริงร่วมกับวิเคราะห์ต้นเหตุของความหย่อนคล้อยเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุดจะดีกว่าครับ

 











วิธีประเมินระยะเวลาทำ ชูริงค์ ด้วยตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที

เวลาจะแพลนรอบทำ ชูริงค์ ครั้งต่อไป การดูแค่วันที่ทำครั้งล่าสุดอาจจะไม่พอครับ

ลองเช็ก 3 ข้อนี้เพิ่มเติมเพื่อความแม่นยำกันครับ

 

ขั้นตอนที่ 1. เช็กวันดีเดย์ที่ทำ ชูริงค์ ล่าสุด

ตรวจสอบก่อนว่าเราทำ ชูริงค์ ครั้งสุดท้ายไปเมื่อไหร่

หากยังอยู่ในช่วงแรกที่ต้องการสะสมผลลัพธ์
อาจพิจารณาทำรอบถัดไปห่างกัน 3-4 สัปดาห์ได้ครับ

แต่ถ้าเคยทำมาหลายหนจนผลลัพธ์อยู่ตัวแล้ว
ต้องดูว่าตอนนี้เราอยู่ในเฟสของการคงสภาพผิว (Maintenance) แล้วหรือยัง

ซึ่งในระยะนี้ แนะนำให้คอยสังเกตการตอบสนองของผิว
และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปจะเหมาะสมที่สุดครับ

 

ขั้นตอนที่ 2. เช็กว่าหน้าเริ่มกลับมาหย่อนคล้อยอีกครั้งหรือยัง

ลองสังเกตดูว่ากรอบหน้าเริ่มดูเบลอๆ ไม่ชัดเหมือนเดิมไหม
เริ่มกังวลเรื่องแก้มห้อย หรือเนื้อแก้มเบียดลงมาหาแก้มส้ม/ร่องแก้มหรือเปล่า
รวมไปถึงเหนียงใต้คางเริ่มกลับมาดูหนาขึ้นชัดเจนไหม

แทนที่จะตัดสินใจทำทันทีเพียงเพราะว่าครบกำหนดเวลาแล้ว
ให้ลองประเมินว่าเราเริ่มรู้สึกถึงความคล้อยคล้อยเหล่านั้นจริงๆ แล้วหรือยังร่วมด้วยครับ

 

ขั้นตอนที่ 3. เช็กสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ช่วงนี้

ต้องประเมินด้วยว่าช่วงนี้ผิวของเราระคายเคืองง่ายไหม
มีปัญหาหน้าแดง ผดผื่น หรือปัญหาสิวขึ้นเยอะหรือเปล่า
รวมถึงมีอาการผิวแห้งกร้านรุนแรงไหม

นอกจากนี้ หากเพิ่งผ่านช่วงที่นอนน้อย เครียดหนัก เจอแดดจัด
หรือน้ำหนักลดวูบวาบมา อาจต้องปรับระยะเวลาในการรับบริการออกไปก่อนครับ

หากผิวหน้าอยู่ในสภาวะที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก
การปลอบประโลมฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงย่อมสำคัญและควรค่าแก่การทำก่อนโปรแกรมยกกระชับครับ

 

ถ้าทำ ชูริงค์ บ่อยเกินไป จะเป็นอะไรไหม?

การขยันทำ ชูริงค์ บ่อยๆ
ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นเสมอไปครับ

เนื่องจากเทคโนโลยี HIFU เป็นการกระตุ้นความร้อนในชั้นผิวลึก
ผิวจึงต้องการเวลาในการฟื้นตัวและการตอบสนองต่อพลังงานอย่างเต็มที่

การเว้นวรรคสั้นเกินไปอาจทำให้เกราะป้องกันผิวทำงานหนัก
เกิดอาการบวม ช้ำ ระคายเคืองง่าย หรือรู้สึกตึงระบมที่ผิวแบบเรื้อรังได้
รวมถึงในกลุ่มคนที่ผิวบางหรือมีไขมันแก้มค่อนข้างน้อย
ก็อาจจะทำให้ใบหน้าบางส่วนเกิดอาการตอบจากการยุบตัวของไขมันมากเกินไปจนเป็นกังวลได้ครับ

ดังนั้นเรื่อง ชูริงค์ จึงไม่ใช่การโหมสาดจำนวนช็อตเยอะๆ เข้าว่า
หรือเร่งระยะเวลาให้เร็วจนเกินความเหมาะสม แต่ควรดีไซน์แผนการยิงให้พอดีในส่วนที่ต้องการการรักษาจริงๆ ครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่กลัวปัญหาแก้มตอบร่องลึก
การวางแผนพลังงานบริเวณใต้โหนกแก้ม แก้มส่วนกลาง หรือรอบร่องแก้มอย่างใส่ใจจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ

 

แล้วเราควรเลือกจังหวะเวลาทำ ชูริงค์ ซ้ำยังไงดี?

จังหวะกลับมาทำ ชูริงค์ ซ้ำ
ไม่สามารถกำหนดเป๊ะๆ ได้จากการนอนดูปฏิทินเพียงอย่างเดียวครับ

หากหลังทำผ่านไปแล้ว หน้ายังยกกระชับ เป๊ะ และคงตัวได้ดีอยู่
ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเข้ามาทำซ้ำให้เจ็บตัวเร็วกว่าเวลาอันควรครับ

ในทางตรงกันข้าม หากรู้สึกได้ว่ากรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
แก้มหรือเหนียงกลับมาเด่นชัดจนกังวลสายตา
ก็ถึงเวลาอันควรที่จะเข้ามานัดหมายปรึกษาเพื่อรับบริการซ้ำแล้วครับ

อย่างไรก็ดี หากต้องการร่นระยะการทำซ้ำให้สั้นกว่า 6 เดือน
แนะนำให้เข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของชั้นผิว ร่วมกับผลลัพธ์จากการรักษารอบก่อนดูก่อนครับ

หากความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นในระดับที่ค่อนข้างมากแล้ว
การทำ ชูริงค์ เดี่ยวๆ อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ควรนำโปรแกรมอื่นๆ เช่น Ulthera, Thermage, Onda Lifting, Oligio หรือการร้อยไหมเข้ามาผสมผสานเพื่อแก้ปัญหาอย่างรอบด้านครับ

 

มุมมองการวิเคราะห์ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจองของเรา
เราไม่ได้ดีไซน์ระยะเว้นรอบ ชูริงค์ จากตัวเลขอ้างอิงในปฏิทินเท่านั้นครับ

แต่เราใส่ใจประเมินทั้งเรื่องความหนาของผิว โครงสร้างใบหน้า ระดับความลึกของความหย่อนคล้อย
ประวัติการยกกระชับในอดีต โอกาสในการเกิดแก้มตอบ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประกอบร่วมกันทั้งหมด

ด้วยจุดเด่นที่เรามีทั้งนวัตกรรมเครื่อง ชูริงค์ Universe และ Ulthera Prime คอยให้บริการ
เราจึงไม่เน้นยัดเยียดหรือเชียร์เฉพาะเจาะจงเครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่จะช่วยออกแบบโปรแกรมที่มุ่งผลตอบรับที่ดีที่สุดตามสภาพผิวและวัตถุประสงค์การรักษาของคนไข้แต่ละรายเป็นหลักครับ

แทนที่จะมุ่งเน้นการขายจำนวนช็อตปริมาณมากเกินจริง
เราให้คุณค่ากับการดีไซน์จัดสรรพลังงานลงสู่ชั้น SMAS และจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสมตามโครงสร้างมิติใบหน้าที่แตกต่างกันครับ

ด้วยทำเลที่ใกล้กับสถานี Hapjeong
คนไข้ที่กำลังมองหาคลินิกยกกระชับในย่าน ฮงแด ชินชน และอีแด (Ewha) จึงสามารถเดินทางเข้ามารับบริการได้อย่างสะดวกสบายครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1. หลังจากยิง ชูริงค์ ครั้งแรกเสร็จแล้ว ครั้งต่อไปจำต้องเว้นไปอีก 1 ปีเต็มเลยไหมครับ?

ไม่จำเป็นต้องรอจนครบ 1 ปีเสมอไปครับ

หากเป็นการทำ ชูริงค์ ครั้งแรกของชีวิต
เพื่อการกระตุ้นและปูพื้นผิว คุณหมออาจพิจารณาให้ทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ได้ครับ

แต่ถ้าหลังผ่านช่วงโปรแกรมบูสต์ผิวครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว
แนะนำให้วางแผนรักษาสภาพผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ โดยเว้นช่วงไปอีก 6 เดือนขึ้นไป โดยพิจารณาตามลักษณะเนื้อผิวจริงร่วมด้วยครับ

 

Q2. ระหว่าง ชูริงค์ กับ Ulthera แบบไหนดีกว่ากันครับ?

ไม่สามารถฟันธงได้ว่าอันไหนเหนือกว่ากันแบบ 100% ครับ

สำหรับ ชูริงค์ จะตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยมสำหรับการทำซ้ำเฉลี่ยบ่อยๆ เพื่อการดูแลอย่างต่อเนื่องชิลๆ
ขณะที่ Ulthera จะเหมาะสมมากกว่าสำหรับผู้ที่มองหาแผนการยกกระชับที่เน้นความลึก ลงรายละเอียด และคงทนถาวรกว่าในระยะยาวครับ

การตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจะเหมาะสมกับความหนาของผิว, ปริมาณชั้นไขมันรอบหน้า, ความหย่อนคล้อย,
ระดับความอดทนต่อความเจ็บ, งบประมาณ และระยะเวลาในการพักฟื้นของตัวคนไข้เองครับ

 

Q3. หากเพิ่มจำนวนช็อตในการยิง ชูริงค์ จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมไหมครับ?

ไม่เสมอไปครับ

ความสำคัญของการยิง ชูริงค์
นอกจากปริมาณช็อตที่ใช้แล้ว จุดที่สำคัญอย่างยิ่งคือการยิงลงบริเวณไหน ลึกระดับใด และมีระยะเว้นแถวแนวการยิงอย่างไรครับ

สำหรับคนไข้ผิวนิ่ม บาง หรือมีวอลลุ่มไขมันแก้มน้อย
การโหมยิงจำนวนช็อตรูปแบบที่หนักจนเกินไปกลับกลายเป็นการสร้างความเสียหายและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ

ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะมองหารีวิวเน้นจำนวนช็อตเยอะๆ การได้รับการประเมินค่าพลังงานให้เหมาะสมลงตัวกับสภาพผิว ณ ปัจจุบัน จึงเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดครับ

 

Q4. สามารถรับบริการทำ ชูริงค์ ร่วมกับ Thermage หรือ Onda Lifting ในวันเดียวกันได้ไหมครับ?

สามารถจัดสรรวางแผนทำร่วมกันได้ครับ
แต่จำเป็นต้องได้รับการออกแบบระยะห่างและลำดับก่อนหลังประเมินจากผู้เชี่ยวชาญครับ

เนื่องจาก ชูริงค์ จัดอยู่ในกลุ่มพลังงาน HIFU,
ส่วน Thermage และ Oligio ทำงานด้วยกลุ่มคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF),
ขณะที่ Onda Lifting ปลดปล่อยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave)
ซึ่งเทคโนโลยีทุกตัวใช้พลังงานการกระตุ้นที่แตกต่างกัน

เนื่องจากผลการกระตุ้นชั้นผิวรวมถึงระยะเวลาการฟื้นคืนสภาพของสิ่งเร้าแต่ละตัวไม่เท่ากัน เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองและอักเสบจนเกินไป การเข้ามาวางแผนจังหวะการทำโดยพิจารณาสภาพผิวพรรณกับคุณหมอจึงดีที่สุดครับ

 

Q5. ราคาค่าบริการของ ชูริงค์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้างครับ?

ราคาสำหรับการรักษาแบบ ชูริงค์
จะแปรผันตามพื้นที่จุดที่ทำ, ปริมาณช็อตที่ใช้, รูปแบบคอร์สจำนวนครั้ง และแคมเปญโปรโมชั่นในช่วงเวลานั้นๆ ครับ

เนื่องจากรายละเอียดความต้องการจะมีความหลากหลาย เช่น การดูแลกรอบหน้าหลัก, ทั่วหน้า หรือจุดเหนียงใต้คาง ปริมาณงานที่ใช้จึงไม่เท่ากัน หากต้องการทราบข้อมูลชัดเจน แนะนำให้แจ้งบริวณจุดที่กังวลตอนปรึกษาเพื่อรับเรตราคาที่ตรงจุดครับ

 

สรุปใจความสำคัญของระยะห่างในการทำ ชูริงค์

ระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับ ชูริงค์
ไม่สามารถระบุออกมาสั้นๆ แค่ว่า “ต้องทำทุก 3-4 สัปดาห์”
หรือ “ต้องทำปีละครั้ง” แบบเป๊ะๆ ได้ครับ

เรื่องเหล่านี้นั้นขึ้นอยู่กับว่า เรากำลังคุยกันในส่วนโปรแกรมเร่งด่วนช่วงแรก หรือเน้นช่วงคงสภาพผิวในระยะยาว,
รวมไปถึงว่าเป็นการทำ ชูริงค์ เดี่ยวๆ หรือจัดโปรแกรมผสมกับ Ulthera หรือหัตถการยกกระชับหน้าแบบอื่นๆ ร่วมด้วยครับ

สิ่งเหนืออื่นใดคือการเว้นให้เวลาผิวได้ทำกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนตามรอบอย่างเต็มที่
แล้วจึงกลับมาวางแผนทำซ้ำในรอบเวลาที่พอเหมาะอย่างเป็นระบบครับ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับริการรักษา
ขอแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชั่นและหัตถการจับคู่ที่มีจัดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ ดูก่อนนะครับ

เนื่องจากตัวเลือกการดูแล, ปริมาณคอร์ส และแพลนราคาพิเศษจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา การทักมาคุยรายละเอียดและให้เราช่วยแนะนำแนวทางที่คุ้มค่ารับกับปัญหาผิวของคุณจึงสะดวกและรวดเร็วที่สุดครับ

▶ สอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวผ่าน KakaoTalk ได้ที่นี่

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จาก Beautystone Clinic สาขาฮับจอง ครับ

 

✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

 เมื่อเราลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระยะเว้นช่วงการทำ ชูริงค์ (Shurink) บางแหล่งข้อมูลก็บอกว่า “ควรกลับมาทำซ้ำทุกๆ 3-4 สัปดาห์” ขณะที่บางแหล่งก็บอกว่า “ทำอีกทีหลังจากผ่านไป 6 เดือน หรือ 1 ปี ได้เลย”

ทั้งที่เป็นเครื่องยกกระชับแบบ HIFU เหมือนกัน แต่ทำไมระยะเวลาการทำซ้ำของ ชูริงค์ และ Ulthera ถึงถูกพูดถึงแตกต่างกันล่ะครับ?

หัวใจสำคัญนั้นง่ายนิดเดียวครับ

ชูริงค์ เป็นเครื่องมือกลุ่ม HIFU ที่ให้ความรู้สึกสบายผิวและเป็นมิตรต่อผิวค่อนข้างมาก ในช่วงแรกจึงมักจะพิจารณาทำซ้ำ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นจึงค่อยดีไซน์โปรแกรมเพื่อคงสภาพรักษาผลลัพธ์ตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ

ในทางกลับกัน Ulthera จะมีความลึกของพลังงาน ความเข้มข้น และดีไซน์การยิงการรักษาที่แตกต่างออกไป โดยทั่วไปจึงมักวางแผนทำซ้ำโดยเว้นระยะห่างตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปครับ

พูดง่ายๆ ก็คือ เราต้องแยกแยะระหว่าง "ระยะห่างในช่วงดูแลเข้มข้นระยะแรก" กับ "ระยะห่างเพื่อคงสภาพผลลัพธ์" ของ ชูริงค์ ออกจากกันนั่นเองครับ

ภาพแนะนำระยะห่างการฉีดชูริงค์

 

 











เช็กให้ชัวร์ก่อนอ่านข้อมูลต่อ

Q. ชูริงค์ จำเป็นต้องทำปีละครั้งเท่านั้นหรือเปล่าครับ?

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ

สำหรับคนที่เพิ่งเคยทำ ชูริงค์ เป็นครั้งแรก อาจมีการพิจารณาทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความหย่อนคล้อยในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านระยะแรกไปแล้ว แทนที่จะทำซ้ำบ่อยๆ โดยไม่มีแผน แนะนำให้ค่อยๆ ปรับระยะเวลาการคงสภาพตามการตอบสนองของผิวและการเปลี่ยนแปลงของความหย่อนคล้อยจะดีที่สุดครับ

 

Q. ผลลัพธ์ของ ชูริงค์ จะเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนไหนครับ?

แม้จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่บางท่านจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกตึงกระชับทันทีหลังทำ และโดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนครับ

เนื่องจากกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ทันทีหลังทำ แต่เป็นกระบวนการที่ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งครับ

 

Q. ถ้าทำบ่อยจนเกินไป จะส่งผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อผิวไหมครับ?

ใช่ครับ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ

ชูริงค์ ทำงานโดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง หรือ HIFU เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงลึกไปยังชั้นผิวหนัง

หากทำซ้ำบ่อยเกินไปโดยไม่ปล่อยให้ผิวได้รับการพักฟื้นอย่างเพียงพอ อาจส่งผลให้หน้าบวม อ่อนแอ ไวต่อสิ่งเร้า หรือรู้สึกไม่สบายผิวต่อเนื่องยาวนานขึ้นได้ครับ

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
ไม่ใช่ "เราทำบ่อยแค่ไหน" แต่เป็น "เราเว้นระยะห่างได้เหมาะสมกับสภาพผิวของเราหรือไม่" ต่างหากครับ

 





















ทำไมถึงมีทั้งเกณฑ์ 3-4 สัปดาห์ และ 6 เดือน สำหรับการทำ ชูริงค์?

ชูริงค์ คือหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง หรือ HIFU

ด้วยการส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกสู่ชั้นผิวเพื่อสร้างปฏิกิริยาความร้อน ซึ่งจะช่วยดูแลเรื่องความยืดหยุ่นและการยกกระชับรูปหน้าที่ดีขึ้น

แต่จุดที่คนสับสนกันมากที่สุดเกี่ยวกับการเว้นระยะทำ ชูริงค์ คือ บางแหล่งบอกว่าเว้น 3-4 สัปดาห์ ขณะที่บางแหล่งบอกว่า 6 เดือนขึ้นไป

จริงๆ แล้วทั้งสองข้อมูลนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันเลยครับ

ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ คือ
เกณฑ์สำหรับการดูแลช่วงเริ่มต้น เพื่อสะสมผลลัพธ์ในการทำช่วงแรกๆ ที่มักจะวางแผนการรักษาติดกันหลายครั้ง

ส่วนระยะห่าง 6 เดือนขึ้นไป คือ
เกณฑ์การดูแลเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ โดยจะคอยสังเกตว่าความตึงกระชับหลังการทำช่วงแรกคงอยู่ได้ดีแค่ไหน แล้วจึงกำหนดช่วงเวลาในการทำครั้งต่อไปครับ

 

ชูริงค์ กับ Ulthera เป็น HIFU เหมือนกัน แต่ทำไมเว้นระยะไม่เท่ากัน?

ทั้ง ชูริงค์ และ Ulthera ต่างก็เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงาน HIFU เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเว้นระยะห่างในการทำเท่ากันเสมอไปครับ

เนื่องจากลักษณะเฉพาะของพลังงาน, ระดับความลึก, ความเข้มข้นในการรักษา, การตอบสนองของผิว และเป้าหมายในการทำของแต่ละเครื่องนั้นมีความแตกต่างกัน

เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ชูริงค์ ออกแบบมาให้มีความสบายผิวมากกว่า จึงสามารถทำซ้ำเพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่องได้ง่าย ขณะที่ Ulthera มักจะต้องการวางแผนการรักษาที่ลงลึกและให้พลังงานที่เข้มข้นสูงกว่าในการรักษาเพียงครั้งเดียว

ด้วยเหตุนี้ ชูริงค์ จึงมักถูกวางแผนให้ทำซ้ำในระยะเริ่มแรกทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ส่วน Ulthera มักวางแผนทำเพื่อคงสภาพโดยเว้นระยะห่างตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ครับ

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์นี้ไม่ใช่คำตอบตายตัวสำหรับทุกคนนะครับ

เพราะต้องขึ้นอยู่กับความหนาของผิว, ปริมาณไขมันบนใบหน้า, ระดับความหย่อนคล้อย และประวัติการทำหัตถการก่อนหน้านี้ด้วยครับ

ภาพอธิบายวงจรการฟื้นฟูคอลลาเจนของชูริงค์

 

กระบวนการทำงานของ ชูริงค์ ที่มีต่อผิว

ชูริงค์ ทำงานโดยการรวบรวมพลังงานอัลตราซาวนด์และส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนัง

พลังงานความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายใน เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการสร้างและจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนตามมา

ทว่ากระบวนการดูแลผิวนี้ไม่ได้จบลงทันทีหลังส่งพลังงานครับ

หลังการทำเสร็จทันที ผิวและเนื้อเยื่อจะยังอยู่ในสภาวะที่ถูกกระตุ้น จึงจำเป็นต้องให้เวลาผิวในการฟื้นฟู หลังจากนั้นเมื่อคอลลาเจนเริ่มเรียงตัวใหม่ ผิวก็จะค่อยๆ สปริงตัว มีความยืดหยุ่น และรู้สึกยกกระชับขึ้นตามมา

ดังนั้นการทำ ชูริงค์
จึงไม่ใช่แนวคิดที่ว่า "ยิ่งทำบ่อยยิ่งดี" แต่หัวใจสำคัญคือการวางแผนระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ผิวได้มีเวลาตอบสนองและฟื้นฟูตัวเองครับ

ภาพปรึกษาจังหวะเวลาทำชูริงค์ซ้ำ

 

 

กระบวนการทำงานของ ชูริงค์ ที่มีต่อผิว

ชูริงค์ ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงาน
อัลตราซาวนด์เข้มข้นสร้างเป็นความร้อนลึกใต้ชั้นผิว

ปฏิกิริยาความร้อนนี้จะเข้าไปกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านของเนื้อเยื่อ
และช่วยเหนี่ยวนำกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจนสมบูรณ์ทันทีหลังจากทำเสร็จ

เนื่องจากหลังได้รับพลังงานทันที
ผิวและเนื้อเยื่อจะอยู่ในสภาวะตื่นตัวจากการถูกกระตุ้น
จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการพักฟื้นสักระยะหนึ่งครับ

หลังจากนั้นเมื่อคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่เริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย
เราจึงจะค่อยๆ รู้สึกถึงความตึงกระชับและผิวที่เรียบตึงเข้ารูป

โดยทั่วไป บางท่านอาจสัมผัสการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนหลังทำ
ส่วนการตอบสนองของโครงสร้างผิวทั้งหมดจะค่อยๆ ปรากฏผลลัพธ์เต็มที่ในช่วง 1-3 เดือนครับ

เพราะฉะนั้น สำหรับ ชูริงค์ แล้ว
แทนที่จะคิดว่า "ยิ่งทำบ่อย ยิ่งดี"
สิ่งสำคัญคือการวางแผนโดยเว้นระยะห่าง เพื่อให้ผิวของเราได้ทำงานตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

 











ตารางสรุปการเว้นระยะห่าง ชูริงค์ ที่แนะนำ

สภาพผิว / ช่วงวัย

ระยะเวลาที่แนะนำ

เหตุผล

วัย 30+ ตอนต้น เพื่อชะลอวัย (Anti-aging)

12-18 เดือน

ผิวพรรณยังสามารถกักเก็บและคงสภาพคอลลาเจนได้ค่อนข้างดี ผลลัพธ์จึงอยู่ได้นาน

วัย 30+ ตอนปลาย ถึง 40+ เริ่มหย่อนคล้อย

9-12 เดือน

กระบวนการความหย่อนคล้อยเริ่มดำเนินขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์สั้นลงกว่าเดิม

วัย 40+ ตอนปลายขึ้นไป ความหย่อนคล้อยชัดเจน

6-9 เดือน

อัตราการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องการการกระตุ้นซ้ำบ่อยขึ้น

สำหรับผู้ที่ผิวบางและเซนซิทีฟง่าย

12 เดือนขึ้นไป

ผิวต้องการเวลาในกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองหลังจากถูกกระตุ้นมากกว่าปกติ

 

ตารางด้านบนนี้เป็นเพียงเกณฑ์ค่าเฉลี่ยเบื้องต้นสำหรับการอ้างอิงเท่านั้นครับ

สำหรับระยะการรักษาตัวจริงของ ชูริงค์ จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างความหนาของผิว, ระดับความหย่อนคล้อย, ปริมาณไขมันบนใบหน้า, โอกาสเกิดแก้มตอบ รวมไปถึงประวัติการทำโปรแกรมยกกระชับก่อนหน้านี้ด้วยครับ

โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้ที่กำลังพิจารณาจัดโปรแกรมร่วมกับเครื่องยกกระชับเหนี่ยวนำคอลลาเจนอื่นๆ เช่น ชูริงค์ Universe, Ulthera Prime, Thermage, Onda Lifting หรือ Oligio แนะนำว่าควรปรับโปรแกรมและระยะเวลาเว้นช่วงเป็นกรณีพิเศษครับ

 

หากคุณเพิ่งเริ่มสนใจการทำ ชูริงค์ เป็นครั้งแรก
หรือยังสับสน ลังเลเรื่องระยะเวลาที่ต้องเว้นห่างในรอบหน้า
ทักมาบอกช่วงเวลาที่ทำครั้งล่าสุด พร้อมจุดที่กังวลกับเราได้ง่ายๆ เลยครับ

เราพร้อมตรวจเช็กข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนรับบริการ
รวมถึงให้คำปรึกษาแนวทางการรักษาอย่างละเอียดเมื่อคุณมาถึงคลินิกครับ

▶ สอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวผ่าน KakaoTalk ได้ที่นี่

 

สาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์ของ ชูริงค์ ดูหมดไปอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าจะได้รับการยิง ชูริงค์ ตัวเดียวกัน แต่ระยะเวลาที่สัมผัสได้ถึงผลลัพธ์การคงสภาพของแต่ละคนอาจไม่เท่ากันครับ

นั่นไม่ใช่เพราะตัวหัตถการมีปัญหา แต่เป็นเพราะการดูแลตัวเอง นิสัยการใช้ชีวิต และสภาพผิวเดิมมีผลกระทบโดยตรงต่อผลลัพธ์นั่นเอง

โดยลักษณะพฤติกรรมหรือปัจจัยด้านล่างเหล่านี้ อาจเป็นตัวการทำให้ความรู้สึกตึงกระชับหรือความยืดหยุ่นที่ได้รับหายไปเร็วกว่าปกติครับ

  • ละเลยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกสะสม

  • มีความเครียดสะสมในระดับสูง

  • น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่

  • ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และบอบบางแพ้ง่าย

  • ผิวเดิมก่อนทำมีความหย่อนคล้อยสะสมมากอยู่แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ลดน้ำหนักตัวลงอย่างฮวบฮาบ ปริมาณไขมันบนใบหน้าและความยืดหยุ่นจะลดลงพร้อมๆ กัน ส่งผลให้รู้สึกว่าผลของ ชูริงค์ นั้นสั้นลงได้ครับ

ในเคสเหล่านี้ แทนที่จะเร่งรอบการเข้าทำซ้ำให้เร็วขึ้น แนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพผิวที่แท้จริงร่วมกับวิเคราะห์ต้นเหตุของความหย่อนคล้อยเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุดจะดีกว่าครับ

 











วิธีประเมินระยะเวลาทำ ชูริงค์ ด้วยตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที

เวลาจะแพลนรอบทำ ชูริงค์ ครั้งต่อไป การดูแค่วันที่ทำครั้งล่าสุดอาจจะไม่พอครับ

ลองเช็ก 3 ข้อนี้เพิ่มเติมเพื่อความแม่นยำกันครับ

 

ขั้นตอนที่ 1. เช็กวันดีเดย์ที่ทำ ชูริงค์ ล่าสุด

ตรวจสอบก่อนว่าเราทำ ชูริงค์ ครั้งสุดท้ายไปเมื่อไหร่

หากยังอยู่ในช่วงแรกที่ต้องการสะสมผลลัพธ์
อาจพิจารณาทำรอบถัดไปห่างกัน 3-4 สัปดาห์ได้ครับ

แต่ถ้าเคยทำมาหลายหนจนผลลัพธ์อยู่ตัวแล้ว
ต้องดูว่าตอนนี้เราอยู่ในเฟสของการคงสภาพผิว (Maintenance) แล้วหรือยัง

ซึ่งในระยะนี้ แนะนำให้คอยสังเกตการตอบสนองของผิว
และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปจะเหมาะสมที่สุดครับ

 

ขั้นตอนที่ 2. เช็กว่าหน้าเริ่มกลับมาหย่อนคล้อยอีกครั้งหรือยัง

ลองสังเกตดูว่ากรอบหน้าเริ่มดูเบลอๆ ไม่ชัดเหมือนเดิมไหม
เริ่มกังวลเรื่องแก้มห้อย หรือเนื้อแก้มเบียดลงมาหาแก้มส้ม/ร่องแก้มหรือเปล่า
รวมไปถึงเหนียงใต้คางเริ่มกลับมาดูหนาขึ้นชัดเจนไหม

แทนที่จะตัดสินใจทำทันทีเพียงเพราะว่าครบกำหนดเวลาแล้ว
ให้ลองประเมินว่าเราเริ่มรู้สึกถึงความคล้อยคล้อยเหล่านั้นจริงๆ แล้วหรือยังร่วมด้วยครับ

 

ขั้นตอนที่ 3. เช็กสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ช่วงนี้

ต้องประเมินด้วยว่าช่วงนี้ผิวของเราระคายเคืองง่ายไหม
มีปัญหาหน้าแดง ผดผื่น หรือปัญหาสิวขึ้นเยอะหรือเปล่า
รวมถึงมีอาการผิวแห้งกร้านรุนแรงไหม

นอกจากนี้ หากเพิ่งผ่านช่วงที่นอนน้อย เครียดหนัก เจอแดดจัด
หรือน้ำหนักลดวูบวาบมา อาจต้องปรับระยะเวลาในการรับบริการออกไปก่อนครับ

หากผิวหน้าอยู่ในสภาวะที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก
การปลอบประโลมฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงย่อมสำคัญและควรค่าแก่การทำก่อนโปรแกรมยกกระชับครับ

 

ถ้าทำ ชูริงค์ บ่อยเกินไป จะเป็นอะไรไหม?

การขยันทำ ชูริงค์ บ่อยๆ
ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นเสมอไปครับ

เนื่องจากเทคโนโลยี HIFU เป็นการกระตุ้นความร้อนในชั้นผิวลึก
ผิวจึงต้องการเวลาในการฟื้นตัวและการตอบสนองต่อพลังงานอย่างเต็มที่

การเว้นวรรคสั้นเกินไปอาจทำให้เกราะป้องกันผิวทำงานหนัก
เกิดอาการบวม ช้ำ ระคายเคืองง่าย หรือรู้สึกตึงระบมที่ผิวแบบเรื้อรังได้
รวมถึงในกลุ่มคนที่ผิวบางหรือมีไขมันแก้มค่อนข้างน้อย
ก็อาจจะทำให้ใบหน้าบางส่วนเกิดอาการตอบจากการยุบตัวของไขมันมากเกินไปจนเป็นกังวลได้ครับ

ดังนั้นเรื่อง ชูริงค์ จึงไม่ใช่การโหมสาดจำนวนช็อตเยอะๆ เข้าว่า
หรือเร่งระยะเวลาให้เร็วจนเกินความเหมาะสม แต่ควรดีไซน์แผนการยิงให้พอดีในส่วนที่ต้องการการรักษาจริงๆ ครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่กลัวปัญหาแก้มตอบร่องลึก
การวางแผนพลังงานบริเวณใต้โหนกแก้ม แก้มส่วนกลาง หรือรอบร่องแก้มอย่างใส่ใจจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ

 

แล้วเราควรเลือกจังหวะเวลาทำ ชูริงค์ ซ้ำยังไงดี?

จังหวะกลับมาทำ ชูริงค์ ซ้ำ
ไม่สามารถกำหนดเป๊ะๆ ได้จากการนอนดูปฏิทินเพียงอย่างเดียวครับ

หากหลังทำผ่านไปแล้ว หน้ายังยกกระชับ เป๊ะ และคงตัวได้ดีอยู่
ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเข้ามาทำซ้ำให้เจ็บตัวเร็วกว่าเวลาอันควรครับ

ในทางตรงกันข้าม หากรู้สึกได้ว่ากรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
แก้มหรือเหนียงกลับมาเด่นชัดจนกังวลสายตา
ก็ถึงเวลาอันควรที่จะเข้ามานัดหมายปรึกษาเพื่อรับบริการซ้ำแล้วครับ

อย่างไรก็ดี หากต้องการร่นระยะการทำซ้ำให้สั้นกว่า 6 เดือน
แนะนำให้เข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของชั้นผิว ร่วมกับผลลัพธ์จากการรักษารอบก่อนดูก่อนครับ

หากความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นในระดับที่ค่อนข้างมากแล้ว
การทำ ชูริงค์ เดี่ยวๆ อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ควรนำโปรแกรมอื่นๆ เช่น Ulthera, Thermage, Onda Lifting, Oligio หรือการร้อยไหมเข้ามาผสมผสานเพื่อแก้ปัญหาอย่างรอบด้านครับ

 

มุมมองการวิเคราะห์ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจองของเรา
เราไม่ได้ดีไซน์ระยะเว้นรอบ ชูริงค์ จากตัวเลขอ้างอิงในปฏิทินเท่านั้นครับ

แต่เราใส่ใจประเมินทั้งเรื่องความหนาของผิว โครงสร้างใบหน้า ระดับความลึกของความหย่อนคล้อย
ประวัติการยกกระชับในอดีต โอกาสในการเกิดแก้มตอบ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประกอบร่วมกันทั้งหมด

ด้วยจุดเด่นที่เรามีทั้งนวัตกรรมเครื่อง ชูริงค์ Universe และ Ulthera Prime คอยให้บริการ
เราจึงไม่เน้นยัดเยียดหรือเชียร์เฉพาะเจาะจงเครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่จะช่วยออกแบบโปรแกรมที่มุ่งผลตอบรับที่ดีที่สุดตามสภาพผิวและวัตถุประสงค์การรักษาของคนไข้แต่ละรายเป็นหลักครับ

แทนที่จะมุ่งเน้นการขายจำนวนช็อตปริมาณมากเกินจริง
เราให้คุณค่ากับการดีไซน์จัดสรรพลังงานลงสู่ชั้น SMAS และจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสมตามโครงสร้างมิติใบหน้าที่แตกต่างกันครับ

ด้วยทำเลที่ใกล้กับสถานี Hapjeong
คนไข้ที่กำลังมองหาคลินิกยกกระชับในย่าน ฮงแด ชินชน และอีแด (Ewha) จึงสามารถเดินทางเข้ามารับบริการได้อย่างสะดวกสบายครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1. หลังจากยิง ชูริงค์ ครั้งแรกเสร็จแล้ว ครั้งต่อไปจำต้องเว้นไปอีก 1 ปีเต็มเลยไหมครับ?

ไม่จำเป็นต้องรอจนครบ 1 ปีเสมอไปครับ

หากเป็นการทำ ชูริงค์ ครั้งแรกของชีวิต
เพื่อการกระตุ้นและปูพื้นผิว คุณหมออาจพิจารณาให้ทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ได้ครับ

แต่ถ้าหลังผ่านช่วงโปรแกรมบูสต์ผิวครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว
แนะนำให้วางแผนรักษาสภาพผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ โดยเว้นช่วงไปอีก 6 เดือนขึ้นไป โดยพิจารณาตามลักษณะเนื้อผิวจริงร่วมด้วยครับ

 

Q2. ระหว่าง ชูริงค์ กับ Ulthera แบบไหนดีกว่ากันครับ?

ไม่สามารถฟันธงได้ว่าอันไหนเหนือกว่ากันแบบ 100% ครับ

สำหรับ ชูริงค์ จะตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยมสำหรับการทำซ้ำเฉลี่ยบ่อยๆ เพื่อการดูแลอย่างต่อเนื่องชิลๆ
ขณะที่ Ulthera จะเหมาะสมมากกว่าสำหรับผู้ที่มองหาแผนการยกกระชับที่เน้นความลึก ลงรายละเอียด และคงทนถาวรกว่าในระยะยาวครับ

การตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจะเหมาะสมกับความหนาของผิว, ปริมาณชั้นไขมันรอบหน้า, ความหย่อนคล้อย,
ระดับความอดทนต่อความเจ็บ, งบประมาณ และระยะเวลาในการพักฟื้นของตัวคนไข้เองครับ

 

Q3. หากเพิ่มจำนวนช็อตในการยิง ชูริงค์ จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมไหมครับ?

ไม่เสมอไปครับ

ความสำคัญของการยิง ชูริงค์
นอกจากปริมาณช็อตที่ใช้แล้ว จุดที่สำคัญอย่างยิ่งคือการยิงลงบริเวณไหน ลึกระดับใด และมีระยะเว้นแถวแนวการยิงอย่างไรครับ

สำหรับคนไข้ผิวนิ่ม บาง หรือมีวอลลุ่มไขมันแก้มน้อย
การโหมยิงจำนวนช็อตรูปแบบที่หนักจนเกินไปกลับกลายเป็นการสร้างความเสียหายและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ

ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะมองหารีวิวเน้นจำนวนช็อตเยอะๆ การได้รับการประเมินค่าพลังงานให้เหมาะสมลงตัวกับสภาพผิว ณ ปัจจุบัน จึงเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดครับ

 

Q4. สามารถรับบริการทำ ชูริงค์ ร่วมกับ Thermage หรือ Onda Lifting ในวันเดียวกันได้ไหมครับ?

สามารถจัดสรรวางแผนทำร่วมกันได้ครับ
แต่จำเป็นต้องได้รับการออกแบบระยะห่างและลำดับก่อนหลังประเมินจากผู้เชี่ยวชาญครับ

เนื่องจาก ชูริงค์ จัดอยู่ในกลุ่มพลังงาน HIFU,
ส่วน Thermage และ Oligio ทำงานด้วยกลุ่มคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF),
ขณะที่ Onda Lifting ปลดปล่อยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave)
ซึ่งเทคโนโลยีทุกตัวใช้พลังงานการกระตุ้นที่แตกต่างกัน

เนื่องจากผลการกระตุ้นชั้นผิวรวมถึงระยะเวลาการฟื้นคืนสภาพของสิ่งเร้าแต่ละตัวไม่เท่ากัน เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองและอักเสบจนเกินไป การเข้ามาวางแผนจังหวะการทำโดยพิจารณาสภาพผิวพรรณกับคุณหมอจึงดีที่สุดครับ

 

Q5. ราคาค่าบริการของ ชูริงค์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้างครับ?

ราคาสำหรับการรักษาแบบ ชูริงค์
จะแปรผันตามพื้นที่จุดที่ทำ, ปริมาณช็อตที่ใช้, รูปแบบคอร์สจำนวนครั้ง และแคมเปญโปรโมชั่นในช่วงเวลานั้นๆ ครับ

เนื่องจากรายละเอียดความต้องการจะมีความหลากหลาย เช่น การดูแลกรอบหน้าหลัก, ทั่วหน้า หรือจุดเหนียงใต้คาง ปริมาณงานที่ใช้จึงไม่เท่ากัน หากต้องการทราบข้อมูลชัดเจน แนะนำให้แจ้งบริวณจุดที่กังวลตอนปรึกษาเพื่อรับเรตราคาที่ตรงจุดครับ

 

สรุปใจความสำคัญของระยะห่างในการทำ ชูริงค์

ระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับ ชูริงค์
ไม่สามารถระบุออกมาสั้นๆ แค่ว่า “ต้องทำทุก 3-4 สัปดาห์”
หรือ “ต้องทำปีละครั้ง” แบบเป๊ะๆ ได้ครับ

เรื่องเหล่านี้นั้นขึ้นอยู่กับว่า เรากำลังคุยกันในส่วนโปรแกรมเร่งด่วนช่วงแรก หรือเน้นช่วงคงสภาพผิวในระยะยาว,
รวมไปถึงว่าเป็นการทำ ชูริงค์ เดี่ยวๆ หรือจัดโปรแกรมผสมกับ Ulthera หรือหัตถการยกกระชับหน้าแบบอื่นๆ ร่วมด้วยครับ

สิ่งเหนืออื่นใดคือการเว้นให้เวลาผิวได้ทำกระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนตามรอบอย่างเต็มที่
แล้วจึงกลับมาวางแผนทำซ้ำในรอบเวลาที่พอเหมาะอย่างเป็นระบบครับ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับริการรักษา
ขอแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชั่นและหัตถการจับคู่ที่มีจัดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ ดูก่อนนะครับ

เนื่องจากตัวเลือกการดูแล, ปริมาณคอร์ส และแพลนราคาพิเศษจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา การทักมาคุยรายละเอียดและให้เราช่วยแนะนำแนวทางที่คุ้มค่ารับกับปัญหาผิวของคุณจึงสะดวกและรวดเร็วที่สุดครับ

▶ สอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวผ่าน KakaoTalk ได้ที่นี่

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จาก Beautystone Clinic สาขาฮับจอง ครับ

 

✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

รวมบทความทั้งหมดจากบล็อก Beautystone — เลือกดูตามหมวดหมู่ได้ง่ายๆ ในลิงก์เดียว

ผิว

รวมบทความทั้งหมดจากบล็อก Beautystone — เลือกดูตามหมวดหมู่ได้ง่ายๆ ในลิงก์เดียว

รวมบทความทั้งหมดจากบล็อกของ Beautystone Clinic ไว้ให้คุณแล้วแยกตามหมวดหมู่! เลือกอ่านเรื่องที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นยกกระชับ เลเซอร์ขน บอดี้ หรือ skin booster ได้ง่ายๆ ในหน้าเดียว

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1