วัย 30 เน้นความกระชับใช้ ซอฟเวฟ, วัย 40 ผิวหย่อนคล้อยใช้ Ulthera? ค้นหาการยกกระชับที่เหมาะกับคุณ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

พอเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิทีไร
จู่ๆ ก็มีเรื่องให้แอบกังวลใจขึ้นมาใช่ไหมคะ
ยิ่งอากาศเริ่มอุ่นขึ้นจนได้ถอดแมสเดินไปไหนมาไหน
เวลาส่องกระจกทีไร ก็เริ่มสังเกตเห็น
ความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้าและแก้มกันใช่ไหมคะ
วันนี้หมอเลยรวบรวมข้อมูลดีๆ
เกี่ยวกับการเปรียบเทียบสองหัตถการยอดฮิตที่มีคนถามเข้ามามากที่สุด
สรุปแบบเน้นๆ ระหว่าง ซอฟเวฟ กับ Ulthera ครบจบในที่เดียวครับ
Q. ซอฟเวฟ กับ Ulthera
ทำงานด้วยหลักการเดียวกันไหมคะ?
ไม่ใช่ครับ ถึงแม้ทั้งคู่จะใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เหมือนกัน
แต่วิธีส่งผ่านพลังงานและระดับความลึกที่ต้องการส่งพลังงานไปถึงนั้นมีความแตกต่างกันครับ
หมอจะมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างนี้นะครับ
Q. แล้ว Ulthera
ดีและเห็นผลกว่า ซอฟเวฟ เสมอไปจริงไหมคะ?
ไม่เสมอไปครับ
เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจุดประสงค์ของแต่ละบุคคล
บางรายทำอีกตัวแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็มีครับ
เนื่องจากเป็นส่วนที่หลายคนเข้าใจผิดกันมากที่สุด
หมอจะขออธิบายแยกกันให้เห็นภาพชัดๆ นึกออกง่ายๆ นะครับ
Q. ทำทั้งสองโปรแกรมคู่กันเลย
จะเห็นผลดีกว่าไหมคะ?
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนครับ
แต่บอกได้เลยว่ามีบางเคสที่ทำควบคู่กันแล้วเห็นผลลัพธ์ที่ปังและมีประสิทธิภาพมากจริงๆ
ส่วนจะเป็นเคสแบบไหนนั้น หมอจะมาเฉลยให้อ่านในพาร์ตสุดท้ายนะครับ
ความคล้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้
การใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ของทั้งสองหัตถการ
![[บันทึกใช้งานจริงของวีย็องจิน] วิธีตั้ง 'เสาโครงสร้าง' ด้วยอัลเทอร่า แล้วทา 'วอลเปเปอร์' ด้วยซอฟท์เวฟ](https://framerusercontent.com/images/KlwLdtpnFtqfz5rSrw8zTpiVQ.png)
ทั้ง ซอฟเวฟ และ Ulthera ต่างก็เป็นนวัตกรรมยกกระชับ
ที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวนด์เข้าไปกระตุ้นให้ชั้นผิวหนังเกิดกระบวนการฟื้นตัว
พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อผลลัพธ์ผิวที่ยกกระชับขึ้นครับ
ข้อมูลตรงนี้ถูกต้องแล้วครับ
แต่จุดที่สำคัญและแตกต่างกันจริงๆ คือส่วนนี้ครับ
ลักษณะการส่งพลังงานและ
ระดับความลึกของชั้นผิวที่ต้องการเข้าไปทำการรักษานั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
Ulthera จะใช้เทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นหลักครับ
โดยจะส่งพลังงานเจาะจงเป็นจุดๆ ลงลึกไปยังชั้นผิวเฉพาะเจาะจง
ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเนื้อเยื่อที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า)
และกระตุ้นการหดตัวของชั้นผิวได้อย่างตรงจุดครับ
เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ให้จินตนาการถึงการยิงพลังงานลงลึกแบบจุดไข่ปลาครับ
ซอฟเวฟ จะใช้เทคโนโลยีแบบคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงแนวขนาน
(linear unfocused ultrasound) ครับ
แทนที่จะยิงเป็นจุดเล็กๆ ไปยังชั้นผิวเดียว ตัวนี้จะยิงกระจายพลังงานความร้อน
เป็นบริเวณกว้างอย่างสม่ำเสมอเป็นทรงกระบอกขนานไปกับชั้นผิวครับ
โดยจะเน้นส่งพลังงานไปที่ ผิวชั้นหนังแท้ระดับกลางถึงระดับลึก (mid-to-deep dermis)
ซึ่งพลังงานจะไม่สั่นลงลึกไปถึงชั้น SMAS เหมือนกับ Ulthera ครับ
แรงกว่า ไม่ได้แปลว่า
เหมาะกับทุกคนเสมอไปนะครับ

จุดนี้เป็นจุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยๆ ครับ
มักจะชอบถามหมอว่า “ในเมื่อ Ulthera ยิงลงลึกได้ถึงชั้น SMAS
งั้นก็แปลว่ามันต้องให้ผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนกว่า ซอฟเวฟ ชัวร์ๆ เลยใช่ไหมคะ”
ขอตอบตามตรงเลยว่า ไม่จริงเสมอไปครับ
จุดเด่นของ Ulthera คือช่วยยิงเข้าไปดึงและพยุงใบหน้าบริเวณชั้น SMAS
ทำให้เกิดแรงตึงและช่วยประคองยกผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นมาได้เป็นอย่างดีครับ
เพราะฉะนั้นหากคนไข้มีปัญหาเรื่องแก้มห้อย ผิวหน้าหย่อนคล้อย หรือต้องการปรับกรอบหน้าและช่วงลำคอ
หัตถการนี้จะตอบโจทย์และเห็นผลชัดเจนที่สุดครับ
แต่ข้อเสียก็มีครับ
เพราะว่า พลังงานที่เจาะจงลึกและสูงถึงชั้น SMAS นี้
ย่อมมาพร้อมกับระดับความเจ็บที่ค่อนข้างท้าทายครับ
บอกเลยว่าหลายคนรู้สึกเจ็บพอสมควร
จนบางเคสแทบจะไม่สามารถทนความเจ็บจากการทำโดยไม่แปะยาชาได้เลยครับ
รวมถึงหลังทำเสร็จแล้ว อาจมีอาการบวมหรือระบมเล็กๆ น้อยๆ
ซึ่งใช้เวลาในการพักฟื้นร่างกายนานกว่าโปรแกรม ซอฟเวฟ เล็กน้อยครับ
ในขณะที่ ซอฟเวฟ จะเป็นการกระจายพลังงานอย่างสม่ำเสมอ
และทั่วถึงลงบนพื้นผิวชั้นหนังแท้บริเวณกว้าง
จึงช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมให้กลับมาเต่งตึงและกระชับรูขุมขน
รวมทั้งช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนละเอียดขึ้นได้อย่างเด่นชัดครับ
แทนที่จะเห็นผลลัพธ์พุ่งแรงในครั้งเดียวคล้ายการเปลี่ยนโฉมทันตา
แต่จะเป็นแนวการค่อยๆ ฟื้นฟู ค่อยๆ บำรุงผิวสะสมไปเรื่อยๆ เพื่อคงสภาพผิวให้อ่อนเยาว์
และปรับคุณภาพผิวพรรณทีละนิดจนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นครับ
สรุปคือ หัตถการทั้งสองตัวนี้ตอบโจทย์ปัญหาผิวและจุดประสงค์ที่แตกต่างกันนั่นเองครับ
ถ้ามีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แนะนำเป็น Ulthera
แต่ถ้ากังวลเรื่องผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวพรรณหย่อนคล้อยโดยรอบ
การเลือกทำ ซอฟเวฟ อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่านะครับ
สมุดโน้ตหน้างานจริงของหมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของหมอ ส่วนใหญ่คนไข้อายุช่วง 30 ปีต้นๆ
ที่ปัญหายังไม่ใช่ความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ แต่เป็นกังวลเรื่องผิวไม่กระชับและใบหนาเริ่มไม่เต่งตึง
แค่เลือกทำโปรแกรม ซอฟเวฟ อย่างสม่ำเสมอ
ผลลัพธ์ที่เขารู้สึกได้ก็น่าพึงพอใจและเพียงพอต่อความต้องการแล้วครับ
แต่ในทางกลับกัน คนไข้วัย 40 ปีขึ้นไป ที่ความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม
และรูปหน้าเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
การไม่มีโปรแกรม Ulthera เข้ามาช่วยดึงใบหน้าขึ้น จะค่อนข้างเห็นความเปลี่ยนแปลงยากครับ
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่หมออยากจะย้ำคือ
การทำ Ulthera จะได้ผลดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้รักษาเป็นอย่างมาก
เพราะผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละบุคคลอาจจะแตกต่างกันไปตามที่แพทย์วิเคราะห์ครับ
การประเมินว่าควรวางระดับพลังงานแค่ไหน
และควรยิงเน้นที่ชั้นความลึกใดของใบหน้าอย่างแม่นยำ
ถือเป็นจุดเปลี่ยนและมีผลต่อผลลัพธ์หลังทำมากๆ ครับ
แต่ข้อเสียหลักของทั้ง 2 โปรแกรมนี้ก็คือเรื่องของราคาครับ ^^...
เนื่องจาก ซอฟเวฟ ก็ไม่ได้เป็นหัตถการที่ยิงเพียงครั้งเดียวแล้วจบถาวร
เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้คนไข้พิจารณาและวางแผนเรื่องงบประมาณในการทำอย่างต่อเนื่องไว้ด้วยนะครับ
งั้นถ้าเลือกทำควบคู่กัน
ประโยชน์ที่ได้รับจะดียิ่งขึ้นไปอีกไหมคะ?

ถึงแม้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายบุคคลและปัญหาผิวเดิม
แต่มุมมองส่วนตัวของหมอ มักจะประเมินแบบนี้ครับ
สำหรับคนไข้ท่านไหนที่มีทั้งปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย รวมทั้งสภาพผิวรอบนอกเริ่มสูญเสียความกระชับไปพร้อมกัน
การเลือกทำทั้งสองเครื่องควบคู่กัน ถือเป็นอะไรที่เห็นผลลัพธ์และมีประโยชน์มากครับ
เราจะใช้เครื่อง Ulthera ไปยิงเน้นเพื่อกระชับเนื้อเยื่อชั้น SMAS
สร้างโครงสร้างยกพยุงใบหน้าส่วนล่างที่หย่อนคล้อยขึ้นมาใหม่
แล้วเสริมพลังยกกระชับด้วย ซอฟเวฟ เพื่อเข้าไปจัดโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจนในผิวหนังชั้นหนังแท้
เพื่อยกระดับความเต่งตึง กระชับ แข็งแรง ทั่วทั้งใบหน้าครับ
เนื่องจากสองตัวนี้เขาลงไปจัดระเบียบผิวในชั้นความลึกที่ต่างกัน
จึงไม่ได้ทับซ้อนการทำงานกัน แต่เป็นการเสริมจุดเด่นของแต่ละตัวเพื่อเอฟเฟกต์ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ
แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าคนไข้คิดจะทำพร้อมกันในวันเดียวกัน
หมอแนะนำให้ประเมินร่วมกันอย่างระมัดระวังก่อนนะครับ
เพราะการอัดพลังงานสะสมลงสู่ผิวพร้อมกันในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะสร้างความระบมและภาระให้ผิวฟื้นฟูหนักขึ้นได้
ดังนั้น การวางแผนแบ่งการรักษาและเว้นระยะเวลาอย่างเหมาะสมตามความแข็งแรงของชั้นผิวเดิม
อาจจะเป็นทางเลือกที่เซฟและปลอดภัยกับผิวมากกว่าครับ
สรุปหัวใจสำคัญ
Ulthera โดดเด่นเรื่องการยกพยุงชั้นโครงสร้างผิว (SMAS)
ซอฟเวฟ เก่งเรื่องฟื้นฟูความกระชับ ยืดหยุ่นในผิวชั้นหนังแท้
— ทั้งคู่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันครับ
ถ้าจะให้หมอแนะนำทริคการเลือกง่ายๆ
ว่าใครเหมาะกับเครื่องไหนมากกว่ากัน
ตามมาตรฐานการประเมินส่วนตัวของหมอ จะวิเคราะห์ออกมาได้ประมาณนี้ครับ
[เคสที่เหมาะกับโปรแกรม ซอฟเวฟ]
ช่วงวัย 30 ต้นๆ ที่อยากเน้นฟื้นฟูผิวสัมผัส กระชับรูขุมขน และคืนความเต่งตึงให้ผิวพรรณโดยรวม มากกว่าปัญหาผิวส่วนลึกหย่อนหย้อย
กังวลเรื่องระดับความเจ็บระหว่างทำ กลัวเจ็บ
ต้องการปรนนิบัติ คอยรักษาสภาพผิวให้อ่อนเยาว์ สดใสอยู่เสมอ
ไม่ต้องการเสียเวลาพักฟื้นผิว (No downtime) อยากใช้ชีวิตตามปกติหรือโชว์ผิวได้ทันทีหลังทำ
[เคสที่เหมาะกับโปรแกรม Ulthera]
วัย 40 อัปขึ้นไป ที่ต้องการสู้กับปัญหาโครงหน้าย้อย แก้มห้อยลงมา หรือกรอบหน้าเริ่มหายอย่างขัดเจน
อยากสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลังยิงเสร็จในหนึ่งครั้งแบบเป็นที่พึงพอใจ
ตัวโครงสร้างผิวเริ่มมีความหย่อนคล้อยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจำเป็นต้องกระตุ้นและรักษาลงลึกไปถึงชั้น SMAS
ความจริงแล้ว หากจะให้ประเมินตัวเองจากที่บ้านเพียงลำพังก็อาจจะทำได้ยากนะครับ
เพราะยังมีคนอีกหลายท่านที่เวลาส่องกระจกแล้ว ยังแยกไม่ออกว่าปัญหาตอนนี้เป็นเพราะหน้าบวม นิ่มเหลว ไขมันส่วนเกิน
หรือพังผืดโอบอุ้มด้านในเริ่มเสื่อมสภาพกันแน่
เพราะฉะนั้น การได้เดินทางเข้ามาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจับสัมผัสและพิจารณาประเมินร่วมกันต่อหน้า จะเห็นผลและชัดเจนที่สุดครับ
มุมคำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามบ่อย (FAQ)
Q1. ซอฟเวฟ ต้องทำเยอะ
และถี่กี่รอบถึงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงครับ?
A. จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของหมอ แนะนำให้รับการดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 ครั้งขึ้นไปนะครับ
ถึงจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ของความยืดหยุ่นและสัมผัสผิวตึงแน่นขึ้นครับ
ถ้าหวังว่าจะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันตาเห็นในครั้งแรกเลย
อาจทำให้คนไข้รู้สึกผิดหวังในลัพธ์แรกเริ่มได้ครับ
เพราะกระบวนการสร้างและจัดเรียงเนื้อเยื่อคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้วิทยาศาสตร์กลไกธรรมชาติและมีเวลาค่อยๆ ฟูตัวครับ
Q2. ระดับความเจ็บตอนทำ Ulthera
นี่ยืนหนึ่งสมร่ำลือขนาดนั้นเลยจริงไหมคะ?
A. เรื่องความรู้สึกเจ็บเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลนะครับ
แต่ถ้าถามหมอสไตล์พูดจาเปิดเผยเลยก็คือ เจ็บจริงๆ และเจ็บปวดใช้ได้เลยครับ
โดยเฉพาะสัดส่วนที่ตำแหน่งกระดูกขากรรไกรชิดหน้า
แนวหนกแก้ม หรือขอบกรอบหน้าล่าง จะสัมผัสจี๊ดร้อนแบบสะดุ้งตัวได้ดีเลยครับ
มันจะไม่ใช่ความรู้สึกผ่อนคลายเพลินใจแบบไร้ความรู้สึกแน่นอนครับ
Q3. สนใจอยากร่วมพูดคุยวางแผนรักษา
แถวๆ ฮงแด มหาลัยฮงอิก หรือย่านฮับจอง
ต้องลงคิวจองและปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างครับ?
A. ก่อนเดินทางบินมาเกาหลี สามารถแอดส่งคำถามมาพูดคุยรายละเอียดเบื้องต้นทาง LINE ได้ก่อนเลยครับ
จุดให้บริการของเราตั้งอยู่ใกล้ทางออกสถานี Hapjeong เดินทางสะดวกมากๆ ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่ม หรือต้องการคำแนะนำ ทักมาคุยกันสบายๆ ผ่าน LINE หรือ LINE ได้ตลอดเลยนะครับ
ขอบคุณและยินดีต้อนรับคนไข้ทุกท่าน ผมหมอวี ยองจิน ครับ
คอนเทนต์

ผิว
CO2 Fractional ทำไมพักหน้านานกว่าเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว? เลือกยังไงดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ราคาต่อครั้งถูก แต่รวมทั้งคอร์สต้องจ่ายเท่าไหร่?

ลบรอยสัก
จะสักทับ (Cover-up) ต้องเลเซอร์ให้รอยสักเดิมจางก่อนกี่ครั้ง?

ผิว
큐어젯 다운타임, 다음 날 출근과 화장은 언제부터 될까요?






