หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ จูวีลุค ช่วยอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ตรงไหน พร้อมข้อควรระวังครับ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
ส่องกระจกแล้วเห็นว่าหน้าผากยุบตอบลงกว่าเดิม พร้อมกับริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เพิ่มขึ้น หลายคนคิดว่าอาจต้องฉีดฟิลเลอร์เติมเต็ม แต่ก็กังวลไปพร้อมกันว่า "ถ้าโป่งเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติจะทำอย่างไร" ช่วงนี้เองที่หลายคนเริ่มมองหาคอลลาเจนบูสเตอร์*อย่างจูวีลุคครับ
คอลลาเจนบูสเตอร์*: ต่างจากฟิลเลอร์ที่เติมเต็มปริมาตรโดยตรง เป็นสารฉีดที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองภายใน แล้วค่อย ๆ สร้างความยืดหยุ่นกลับคืนมา
ตอบสั้น ๆ คือ จูวีลุคไม่ใช่วิธีเติมปริมาตรทันทีแบบฟิลเลอร์ แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง แล้วค่อย ๆ เห็นผลในช่วงหลายสัปดาห์ครับ ดังนั้นแทนที่จะได้ความโป่งพองแบบทันที ก็จะได้ความยืดหยุ่นที่เป็นธรรมชาติและผิวที่ดูดีขึ้นแทน หากเข้าใจความต่างนี้ไว้ก็จะเลือกได้ง่ายขึ้นว่าเหมาะกับสถานการณ์แบบไหนเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์
> บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลหัตถการของ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลครับ
อ่านบทความนี้แล้วจะได้รู้
รู้สาเหตุที่ทำให้หน้าผากยุบตอบและริ้วรอยเล็ก ๆ เพิ่มขึ้น
เข้าใจว่าจูวีลุคทำงานต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร
เทียบกับฟิลเลอร์และสคัลป์ตร้าแล้วรู้ว่าสถานการณ์แบบไหนเหมาะกับตัวเลือกไหน
แยกแยะสัญญาณการฟื้นตัวหลังทำหัตถการและสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิกอีกครั้ง
หน้าผากยุบและริ้วรอยเพิ่มขึ้นเพราะวอลลุ่มและคอลลาเจนลดลงพร้อมกัน
อาการหน้าผากและขมับดูยุบตอบไม่ใช่ปัญหาที่ผิวเพียงอย่างเดียวครับ เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกจะค่อย ๆ บางลง ชั้นไขมันที่คลุมอยู่ด้านบนก็ลดลง และคอลลาเจนในผิวก็ลดลงไปพร้อมกัน จึงทำให้วอลลุ่มโดยรวมดูหายไป
ในความเป็นจริง งานวิจัยที่ระบุว่าความเสื่อมของใบหน้าเกิดจากการสลายของกระดูก การลดลงของชั้นไขมัน และความยืดหยุ่น·ความหนาของผิวที่ลดลงพร้อมกัน โดยวอลลุ่มบริเวณอย่างขมับจะลดลงก่อนเป็นอันดับแรก ช่วยให้เห็นชัดเจนว่าทำไมหน้าผากถึงยุบตอบพร้อมกันจากหลายชั้น ดังนั้นแทนที่จะเติมเต็มเฉพาะพื้นผิว แนวทางที่ช่วยให้ผิวฟื้นความยืดหยุ่นด้วยตัวเองจึงมักให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่า


จูวีลุคไม่ใช่การเติมเต็ม แต่เป็นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่
ส่วนประกอบหลักของจูวีลุคคือ PDLLA ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ* เมื่อเข้าสู่ชั้นหนังแท้แล้วจะไม่ได้เติมปริมาตรโดยตรง แต่จะกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ที่สร้างคอลลาเจน ให้ทอคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ*: คุณสมบัติที่ค่อย ๆ สลายตัวและถูกดูดซึมกลับเข้าไปในร่างกายตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป ตัวสารจะหายไป แต่คอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่ตรงนั้นจะยังคงอยู่
บทปริทัศน์ที่ระบุว่าส่วนประกอบ PDLLA กระตุ้นไฟโบรบลาสต์และเหนี่ยวนำการสร้างคอลลาเจนผ่านปฏิกิริยาการอักเสบเล็กน้อย และเมื่อสารสลายตัวไปก็ทำหน้าที่เป็นโครงให้คอลลาเจนเติบโตขึ้น อธิบายไว้ว่าจุดเด่นคือการปรับปรุงที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าวอลลุ่มที่เห็นผลทันที ดังนั้นผลลัพธ์จึงมักปรากฏในช่วงหลายสัปดาห์หลังทำ มากกว่าทันทีหลังฉีด
ด้วยคุณสมบัตินี้ จูวีลุคจึงเหมาะกับการดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ บนหน้าผากและผิวโดยรวมได้ค่อนข้างดี แต่ในทางกลับกัน หากคาดหวังการเติมเต็มแบบทันทีในครั้งเดียว ก็อาจรู้สึกไม่เป็นไปตามที่หวัง ควรแยกพิจารณาจากฟิลเลอร์ตามผลลัพธ์ที่ต้องการครับ

เทียบกับฟิลเลอร์และสคัลป์ตร้าแล้ว ตัวเลือกไหนเหมาะกว่า
หัตถการฉีดที่ดูแลวอลลุ่มและริ้วรอยเล็ก ๆ บนหน้าผากมีวิธีการทำงานที่ต่างกันครับ พอจะแบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้
หัวข้อ | จูวีลุค | ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก | สคัลป์ตร้า |
|---|---|---|---|
ส่วนประกอบ | PDLLA | ไฮยาลูรอนิก | PLLA |
วิธีทำงาน | กระตุ้นคอลลาเจน | เติมปริมาตร | กระตุ้นคอลลาเจน |
ช่วงเวลาเห็นผล | ในช่วงหลายสัปดาห์ | ทันทีหลังทำ | ในช่วงหลายสัปดาห์ |
ความรู้สึก | ความยืดหยุ่นที่เป็นธรรมชาติ | วอลลุ่มที่เห็นผลทันที | วอลลุ่มเป็นวงกว้าง |
ริ้วรอยเล็ก ๆ·ผิว | ดูแลได้ค่อนข้างดี | แตกต่างกันตามบริเวณ | เน้นบริเวณกว้าง |
ตารางนี้เป็นแนวโน้มทั่วไป การเลือกจริงจึงแตกต่างกันไปในแต่ละคนครับ หากยุบตอบมากและต้องการวอลลุ่มทันที ฟิลเลอร์จะเหมาะกว่า แต่ถ้าอยากค่อย ๆ ฟื้นฟูผิวและความยืดหยุ่น คอลลาเจนบูสเตอร์จะเหมาะกว่า
การสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลาครับ ลองดูภาพรวมคร่าว ๆ ของแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตามสัปดาห์หลังทำหัตถการได้ดังนี้


ทำไมต้อง Beautystone ย่านฮับจอง
เมื่อเจอบริเวณที่วอลลุ่มลดลงจากหลายชั้นพร้อมกันอย่างหน้าผาก Beautystone ย่านฮับจองจะไม่รีบเลือกฟิลเลอร์หรือคอลลาเจนบูสเตอร์อย่างใดอย่างหนึ่งไว้ก่อน แต่จะแยกสาเหตุของความตอบให้ชัดเจนก่อนครับ เพราะแนวทางจะต่างกันไปตามว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของกระดูกและชั้นไขมันเป็นหลัก หรือเป็นเรื่องผิวและริ้วรอยเล็ก ๆ เป็นหลัก เราจึงเลือกที่จะสรุปประเด็นนี้ร่วมกันตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรก คลินิกเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้สถานีฮับจอง ทำให้ดูสภาพผิวของแต่ละคนแล้วกำหนดช่วงเวลาถัดไปร่วมกันได้ครับ

ขั้นตอนการทำหัตถการ การฟื้นตัว และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิกอีกครั้ง
จูวีลุคใช้เวลาทำไม่นานและฟื้นตัวค่อนข้างเร็วครับ แต่ในช่วงไม่กี่วันแรก บริเวณที่ฉีดอาจไวต่อการสัมผัสได้ จึงแนะนำให้ดูแลแบบที่ระคายเคืองน้อยที่สุด
วันที่ทำหัตถการ — รอยแดงหรือบวมเบา ๆ บริเวณที่ฉีดมักทุเลาลงภายในหนึ่งถึงสองวัน
วันที่ 1-3 — อาจรู้สึกเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือรู้สึกกดตื้อได้บ้าง
หลังจากสัปดาห์แรก — อาการส่วนใหญ่จะสงบลง และการตอบสนองของคอลลาเจนจะเริ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากช่วงนี้
การกันแดด — ในช่วงฟื้นตัวควรทาครีมกันแดดให้ครบถ้วน
หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย
บวมหรือปวดที่ไม่ทุเลาลงแม้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
รู้สึกแข็งเป็นก้อนหรือคลำได้เป็นตุ่มบริเวณที่ฉีด
รอยแดงรุนแรง ความร้อน หรือมีน้ำเหลืองไหล — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
สีผิวซีดลงหรือปวดรุนแรง — อาจเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ให้ติดต่อทันที
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังทำ และระยะเวลาที่คงอยู่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละคนครับ หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่นาน ควรกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดช่วงเวลาทำซ้ำร่วมกับแพทย์ตามสภาพผิว บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข้อมูลทั่วไป ความเหมาะสมกับหัตถการของแต่ละคนควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจร่างกายโดยตรงจึงจะปลอดภัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อย
Q. จูวีลุคให้วอลลุ่มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ไหมคะ?
A. จูวีลุคเป็นวิธีที่กระตุ้นคอลลาเจน ดังนั้นทันทีหลังทำอาจยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมากนักครับ โดยทั่วไปความยืดหยุ่นและผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ หากต้องการวอลลุ่มทันที ฟิลเลอร์อาจเหมาะกว่า ควรบอกผลลัพธ์ที่ต้องการให้แพทย์ทราบล่วงหน้าในห้องปรึกษา
Q. ฉีดที่หน้าผากปลอดภัยไหมคะ?
A. หน้าผากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดผ่าน ความลึกและตำแหน่งในการฉีดจึงสำคัญมากครับ ดังนั้นควรให้แพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างทางกายวิภาคเป็นผู้ทำหัตถการ หากหลังทำแล้วรู้สึกว่าสีผิวซีดลงหรือปวดรุนแรง ให้ติดต่อคลินิกทันที
Q. ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผลคะ?
A. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความตอบของแต่ละคนครับ แต่โดยทั่วไปมักแบ่งทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างกันไม่กี่สัปดาห์ การแบ่งฉีดทีละน้อยตามการตอบสนองแทนที่จะฉีดปริมาณมากในครั้งเดียว จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า จำนวนครั้งที่แน่นอนควรกำหนดในห้องปรึกษา
Q. ทำเสร็จแล้วแต่งหน้าได้เมื่อไหร่คะ?
A. ส่วนใหญ่แต่งหน้าเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไปครับ แต่ถ้ายังมีรอยแดงหรือความไวต่อการสัมผัสบริเวณที่ฉีด ควรเลื่อนออกไปสักหนึ่งวัน และเวลาล้างหน้าให้ทำเบา ๆ โดยไม่ถู ควรทาครีมกันแดดให้ครบถ้วนตั้งแต่วันถัดไป
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้
ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

ยกกระชับ
ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?
หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ



