ลบรอยสักด้วยเลเซอร์ที่อื่นมาหลายครั้งแล้วยังลบไม่ออก? อาจเป็นเพราะความยาวคลื่นไม่ตรงกับสี

เผลอแป๊บเดียว ฤดูกาลที่ต้องหยิบเสื้อแขนสั้นออกมาใส่
ก็กำลังจะมาถึงแล้วนะคะ
หลายคนคงอยากจะลบรอยสักก่อนฤดูร้อนจะมาถึง
หรือบางคนก็อยากลบก่อนวันงานหมั้นหรืองานแต่งงาน
ดูเหมือนช่วงนี้จะมีเพื่อนๆ ที่มีบัคเก็ตลิสต์แบบนี้เยอะเลยค่ะ
วันนี้สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องการลบรอยสักเป็นครั้งแรก
หรือคนที่เคยไปทำที่อื่นมาแล้วหลายครั้ง
แต่รู้สึกว่าสีน้ำเงินมันไม่ยอมจางลงไปสักที
จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องของ "ความยาวคลื่นแชนเนล" (Wavelength) ล้วนๆ เลยค่ะ ฮ่าๆ
วันนี้หมอเลยรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ดูแลคนไข้จริง
และคิดว่า "ถ้ารู้เรื่องนี้ไว้ก่อนมาทำก็คงจะดีมากๆ เลยนะ"
มาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันค่ะ
ก่อนอื่น เรามาเริ่มตอบ
3 คำถามยอดฮิตกันก่อนเลยนะคะ
Q. ลบรอยสัก
ใช้เลเซอร์ชนิดเดียวลบได้ทั้งหมดเลยไหมคะ?
A. ไม่ใช่ค่ะ
เราต้องเลือกใช้ความยาวคลื่นที่ต่างกันไป
ตามสีและความลึกของเม็ดสีค่ะ เดี๋ยวหมอจะลงรายละเอียดในบทความนี้นะคะ
Q. ต้องทำกี่ครั้ง
ถึงจะลบออกได้หมดจดคะ?
A. ถึงแม้จะขึ้นอยู่กับเคสของแต่ละบุคคล
แต่ก็มีเกณฑ์ที่เราสามารถประเมินคร่าวๆ ไว้ก่อนได้ค่ะ
มีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อจำนวนครั้งในการเลเซอร์
หมอเขียนอธิบายไว้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ
Q. ตอนทำ
เจ็บมากไหมคะ?
A. บอกกันตามตรงเลยนะคะว่า ค่อนข้างเจ็บเลยค่ะ
แต่เราก็มีวิธีที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บได้อยู่ค่ะ
ซึ่งข้อแตกต่างของแต่ละแบบ หมอจะอธิบายให้ฟังเหมือนกันค่ะ
ความยาวคลื่นของเลเซอร์
ไม่สามารถเคลียร์ได้หมดด้วยคลื่นเดียวค่ะ

นี่เป็นจุดที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ
เพราะเม็ดสีของรอยสักแต่ละสี
จะดูดซับความยาวคลื่นแสงที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
สีดำและสีน้ำเงิน
จะตอบสนองได้ดีกับคลื่นความยาว 1064nm
โทนสีแดงและสีส้ม จะตอบสนองดีกับ 532nm
ส่วนสีเขียวและสีฟ้าสว่าง จะต้องใช้คลื่น 694nm
ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
และมีอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ต้องรู้ไว้เลยนะคะ
ถ้าเราไปลบรอยสักที่มีหลายสีรวมกัน
ในคลินิกที่มีเครื่องเลเซอร์ที่ปล่อยได้เพียงคลื่นความยาวเดียว
ก็อาจจะทำให้บางสี
ไม่ยอมจางหายไปเลยก็เป็นไปได้ค่ะ
ภายนอกอาจจะดูเหมือนว่าเพิ่งทำเลเซอร์มา
แต่สีจะจางลงแค่บางส่วน
และเหลือเม็ดสีบางสีคาไว้เหมือนเดิมเป๊ะ
ในมุมของคนไข้
ก็อาจจะรู้สึกว่า "ทำไมทำแล้วไม่เห็นผลเลยน้า"
แต่ในความเป็นจริง เป็นเพราะไม่ได้ใช้ความยาวคลื่นที่ตรงกับสีชิ้นนั้นๆ ต่างหากล่ะคะ
ดังนั้น ถ้ารอยสักของคุณมีหลากหลายสีปนอยู่
การเลือกคลินิกที่มีเครื่องมือที่รองรับได้หลากหลายความยาวคลื่น (Multi-wavelength)
รวมถึงคุณหมอที่มีความชำนาญ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ค่ะ
จำนวนครั้งในการรักษา
3 ปัจจัยนี้จะเป็นตัวกำหนดค่ะ

สำหรับคำถามที่ว่า "ต้องทำกี่ครั้งถึงจะลบเกลี้ยงคะหมอ?"
หมอมักจะตอบแบบนี้เสมอค่ะ
"หมออาจจะยังฟันธงในทันทีไม่ได้
เพราะเรามองไม่เห็นเม็ดสีที่อยู่ใต้ชั้นผิวด้วยตาเปล่า
แต่เราต้องพิจารณาจาก 3 ปัจจัยนี้ก่อนค่ะ"
ความลึกของเม็ดสี
ยิ่งเม็ดสีของรอยสักฝังอยู่ลึกในชั้นผิวมากเท่าไหร่
จำนวนครั้งในการเลเซอร์ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นค่ะ
โดยเฉพาะรอยสักที่ทำโดยช่างสักมืออาชีพ
เม็ดสีมักจะแน่น ลึก และสม่ำเสมอ
ข้อดีคือตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดี
แต่ส่วนใหญ่ก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการลบให้หมดจดนานกว่าปกติค่ะ
ปริมาณและความกว้างของเม็ดสี
รอยสักที่มีสีเข้มจัดและมีพื้นที่ระบายกว้างมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งต้องใช้พลังงานและจำนวนครั้งในการเลเซอร์มากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่ารอยสักที่เป็นแค่เส้นบางๆ (Line tattoo)
กับรอยสักที่มีการถมสีแบบเต็มพื้นที่ จะมีจำนวนครั้งในการลบที่ต่างกันพอสมควรเลยค่ะ
ระบบภูมิคุ้มกันของตัวเอง
หลักการทำงานของเลเซอร์คือการไปยิงสลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ
จากนั้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรา (Macrophage)
จะเข้ามาจับกินและขับเอาเม็ดสีเหล่านั้นออกไปตามธรรมชาติค่ะ
ดังนั้น กระบวนการลบรอยสักจึงไม่ได้จบลงแค่การยิงเลเซอร์เสร็จ
แต่ขึ้นอยู่กับว่าหลังจากนั้น
ร่างกายของเราจะกำจัดเม็ดสีเหล่านั้นออกไปได้เองรวดเร็วแค่ไหนด้วยค่ะ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเว้นระยะห่างระหว่างเซสชั่นอย่างเหมาะสม,
การหลีกเลี่ยงแสงแดด และการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
ถึงส่งผลต่อจำนวนครั้งในการรักษาโดยตรงเลยค่ะ
จากประสบการณ์ของหมอ
หากเป็นรอยสักที่เป็นลายเส้นสีดำสีเดียว
มักจะลบออกได้ในเวลาประมาณ 5 - 10 ครั้งค่ะ
แต่ถ้าเป็นรอยสักสีที่มีการระบายสีหนาแน่น
ก็จะมีเคสที่ต้องใช้เวลานานกว่านั้นอย่างแน่นอนค่ะ
บันทึกจากประสบการณ์จริงของหมอ คิม กาอึล:
หมอเคยเจอคนไข้หลายท่านเลยค่ะ ที่เคยไปยิงเลเซอร์ที่อื่นมาหลายรอบแล้ว
แต่รอยสักแทบจะไม่จางลงเลย
แล้วตัดสินใจย้ายมาปรึกษาหมอที่นี่
พอดูประวัติแล้ว ส่วนใหญ่พบว่าเพราะทิ้งระยะห่างระหว่างรอบสั้นเกินไป
หรือมีการตั้งค่าระดับพลังงานเลเซอร์
ที่เบาจนเกินไปค่ะ
ต่อให้เป็นเครื่องเลเซอร์สเปกดี ราคาแพงแค่ไหน
แต่ถ้าตั้งค่าพลังงานเซฟๆ กลัวเจ็บเกินไป
ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยากที่จะเห็นผลชัดเจนค่ะ
แต่ในทางตรงกันข้าม หากใช้พลังงานสูงเกินไป
ถึงแม้เม็ดสีจะแตกตัวได้ดีในระยะแรก
แต่ความเสี่ยงที่จะเกิดแผลไหม้หรือรอยดำหลังเลเซอร์ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ
ยิ่งสะสมเคสรักษามาเยอะๆ
ก็ยิ่งพบว่า สมดุลของการตั้งค่าพลังงานที่พอเหมาะและจังหวะเวลาเว้นระยะห่างที่ถูกต้อง
คือคีย์เวิร์ดที่สำคัญที่สุด
ในการลบเลเซอร์ให้ได้ผลดีค่ะ
เรื่องของความเจ็บ
ขออนุญาตบอกตรงๆ เลยนะคะ
![[뷰티스톤 칼럼] 타투 제거, 제가 상담 시 "많이 아픕니다"라고 말하는 이유](https://framerusercontent.com/images/cKDGnm5glfDFgzZ27ktP7DlOIAA.png)
บอกกันตามตรงเลยค่ะว่า เจ็บพอสมควรเลยล่ะ
คนไข้หลายคนบอกว่า เป็นความเจ็บคนละขั้วคนละฟีล
กับการตอนไปสักเลยค่ะ
เนื่องจากพลังงานเลเซอร์จะถูกส่งลงไปกระแทกเม็ดสี
อย่างรวดเร็วและรุนแรงในเวลาเสี้ยววินาที
ทำให้เกิดแรงสะเทือนและความร้อนใต้ผิวชั้นบนด้วยค่ะ
โดยเฉพาะคนที่มีรอยสักกว้างๆ หรืออยู่ใกล้ๆ บริเวณกระดูก
จะจับความรู้สึกเจ็บได้มากกว่าปกติค่ะ
เพราะฉะนั้น ที่คลินิกของเราก่อนเริ่มลงมือรักษา
เราจะทำการแปะยาชาให้อย่างทั่วถึงเป็นขั้นตอนพื้นฐาน
พร้อมกับเสิร์ฟเครื่องเป่าลมเย็น (Air Cooling) ตัวช่วยลดความร้อนผิวไปพร้อมๆ กันตลอดเวลาตอนยิงค่ะ
การใช้สองวิธีนี้ร่วมกัน
จะช่วยลดระดับความเจ็บที่คนไข้จะรู้สึกได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ
แต่ถึงจะช่วยได้เยอะ
หมอก็คงไม่สามารถพูดแบบโกหกได้ว่า "ไม่เจ็บเลยสักนิดเดียวค่ะ"
ถึงจะมีขีดจำกัดด้านความรู้สึก
แต่วิธีเลเซอร์ที่ลบให้หายไปโดยไม่มีความรู้สึกเจ็บเลย
ในเทคโนโลยีปัจจุบันยังไม่มีวิธีนั้นค่ะ
อย่างไรก็ดี การเตรียมการปลอบประโลมผิวก่อน-หลังทำที่ดี
ช่วยให้ความเจ็บต่างกันได้อย่างชัดเจนแน่นอนค่ะ
การดูแลตัวเองหลังทำ
เรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ

พอยิงเลเซอร์เสร็จปุ๊บ ไม่ได้แปลว่างานเสร็จสิ้นร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ
ผิวหลังเลเซอร์ทันทีจะเปรียบเสมือนผิวที่เพิ่งได้แผลใหม่ๆ มา
ดังนั้นภายใน 2~3 วันแรก
ก็อาจจะมีตกสะเก็ดและรอยบวมแดงเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติค่ะ
ในระยะนี้ ถ้าคนไข้เผลอไปแกะสะเก็ดออกแร๊งๆ
หรือปล่อยให้ผิวสัมผัสแสงแดดโดยไม่มีการป้องกัน
อาจทำให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)
หรือทิ้งแผลเป็นถาวรเอาไว้ได้ค่ะ
สำหรับคีย์เวิร์ดสำคัญ 3 ข้อ
ในการดูแลผิวหลังลบรอยสัก มีดังนี้ค่ะ
ปกป้องผิวบริเวณที่ทำจากแสงแดด
ในช่วงฟื้นฟูผิว ต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำ
หรือพยายามหาเสื้อผ้าปิดแดดให้มิดชิดนะคะ
ปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดลอกเองตามธรรมชาติ
การแกะหรือลอกสะเก็ดแผลก่อนเวลาอันควร
จะเพิ่มโอกาสการเกิดเม็ดสีเข้ม (hyperpigmentation) ขึ้นแน่นอนค่ะ
รักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
ถ้าปล่อยให้ผิวบริเวณนั้นแห้งกร้าน จะทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้า
และมีโอกาสระคายเคืองผิวได้ง่ายและรุนแรงขึ้นค่ะ
นอกจากนี้ การเว้นระยะห่างให้ผิวได้พักผ่อนอย่างพอดีก่อนเริ่มครั้งถัดไป
จากประสบการณ์ของหมอ แนะนำว่าอย่างน้อยควรเว้น 6~8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ
เพราะถ้าถ้ารีบกลับมาเลเซอร์ซ้ำเร็วเกินไป
ในขณะที่ผิวยังไม่ทันฟื้นตัวดี ผิวก็จะยิ่งอักเสบซ้ำซ้อน
ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์แย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีกค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. รอยสักคิ้ว (คิ้วกึ่งถาวร)
ลบด้วยเลเซอร์แบบเดียวกับการสักลายได้ไหมคะ?
A. การลบคิ้ว 3 มิติ/กึ่งถาวร สามารถลบด้วยเลเซอร์ได้ค่ะ
แต่เนื่องจากส่วนผสมของสีสักคิ้วจะแตกต่างกับรอยสักตัวทั่วไป
การตอบสนองต่อเลเซอร์จึงมีข้อต่างบางจุดเช่นกันค่ะ
โดยเฉพาะสีสักโทนน้ำตาลหรือสีเนื้อ (Nude)
หลังยิงเลเซอร์ปุ๊บ อาจเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่าการเปลี่ยนสีเข้มขึ้นเฉียบพลัน (Oxidization)
ดังนั้น ก่อนลงมือลบคลินิกที่ดีควรทำการยิงทดสอบจุดเล็กๆ (Test patch) ก่อนเสมอค่ะ
Q2. ถ้าเริ่มลบแล้วหยุดทำกลางคัน
จะเป็นอย่างไรคะ?
A. แม้จะหยุดทำกลางคัน
แต่ผลลัพธ์ความจางที่ยิงลบไปก่อนวันนั้น ก็จะคงหยั่งงั้นถาวรค่ะ ไม่เข้มกลับมาใหม่
บางคนไม่ได้ต้องการลบให้หายไป 100% ตั้งแต่แรก
แต่ต้องการทำให้จางลงในระดับนึง เพื่อให้ง่ายกับการวาดทับ
หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ก็มีเยอะแยะเลยค่ะ
เช่น ในเคสของการเตรียมผิวเพื่อไปสักทับแก้ลายใหม่ (Cover-up)
ก็แค่ยิงลบลายในส่วนที่เข้มเกินไปบางส่วนออกให้จางลงเพื่อทำงานง่ายขึ้นค่ะ
Q3. เพิ่งไปสักมาได้ไม่นาน
สามารถมาลบเลเซอร์ได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. แนะนำว่าควรรออย่างน้อย 4~6 สัปดาห์หลังสักเสร็จ
แล้วค่อยเริ่มกระบวนการลบรอยสักจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
เพื่อให้เวลาเม็ดสีเซ็ตตัวใต้ชั้นได้อย่างคงทนถาวรเสียก่อน
เวลาเลเซอร์ลงไปกระทบ เม็ดสีถึงจะแตกตัวสลายได้มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
และอีกมุมคือ ผิวของคนไข้ก็ต้องฟื้นตัวจากการอักเสบของเข็มสักเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
เพื่อเลี่ยงเอฟเฟกต์ข้างเคียงที่เราไม่อยากให้เกิดตามมาค่ะ
ก่อนเข้ามารับบริการ สามารถแอดไลน์ทักพูดคุยประเมินเบื้องต้นได้เลยนะคะ
มีคำถามตรงไหนทักแชทคุยได้สบายๆ เลยค่ะ
วันนี้หมอคิม กาอึล ขอตัวลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ
✦ อ่านบทความเพิ่มเติม
เจาะลึกจำนวนครั้งการลบรอยสักยากูซ่า (Irezumi) โดยปกติเฉลี่ย 15 ครั้งค่ะ
เปรียบเทียบตรงๆ อัตราลบเลเซอร์รอยสักสีด้วย Picoway แยกลูกรักสายสีแต่ละสีให้ชัดเจน
รอยสักเก่าที่สักมานานแล้ว ต้องใช้เวลากี่เซสชั่นในการลบออกคะ?
แนะนำ 5 เกณฑ์เลือกคลินิกผิวหนังย่านฮงแด จากปากคำของคุณหมอเฉพาะทางโดยตรงค่ะ
วิธีกำจัดสิวข้าวสาร (Milium) เม็ดขาวๆ เล็กๆ ที่คลินิกผิวหนัง

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



