• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

โบท็อกซ์มุมปาก เห็นผล vs ไม่เห็นผล ต่างตรงไหน?

โบท็อกซ์มุมปาก เห็นผล vs ไม่เห็นผล ต่างตรงไหน?

โบท็อกซ์มุมปาก เห็นผล vs ไม่เห็นผล ต่างตรงไหน?

โบท็อกซ์ยกมุมปาก: ความแตกต่างระหว่างคนที่บอกว่าไม่เห็นผลกับคนที่บอกว่าเห็นผลชัดเจน

원장이 직접 시술하며 느낀 입꼬리보톡스의 진짜 효과

ช่วงนี้เห็นหลายๆ คนกลับมาเดินเล่นกันโดยไม่ใส่หน้ากากอนามัย

กันเยอะมากเลยนะคะ

 

พอเผยให้เห็นใบหน้าทั้งหมดแบบนี้,

บวกกับใบหน้าของทุกคนก็ไม่ได้สมมาตรกันเป๊ะๆ 100% อยู่แล้ว,

 

ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง

 

จู่ๆ ก็ทำเอาหลายคนเริ่มกังวล

และสังเกตเห็นว่าตอนที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้แสดงสีหน้า

มุมปากมันดูตกๆ ลงไปซะงั้น

 

วันนี้ หมอวี ยองจิน เลยจะมาสรุปข้อมูล

เกี่ยวกับ "โบท็อกซ์มุมปาก" แบบจัดเต็มให้ฟังกันค่ะ

 

ขอเริ่มด้วยการหยิบคำถามที่หมอเจอบ่อยที่สุด

มาตอบให้หายข้องใจกันก่อนเลยนะคะ

 

Q. โบท็อกซ์มุมปาก

ช่วยแก้ปัญหามุมปากตก

ตอนไม่แสดงสีหน้าได้จริงไหมคะ?

A. ใช่ค่ะ ช่วยได้แน่นอน

เพียงแต่ว่าจะยกขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนนั้น

จะขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคลค่ะ

เดี๋ยวหมอจะอธิบายรายละเอียดเรื่องนี้เพิ่มเติมในบทความนะคะ

เพราะถ้าฉีดเยอะเกินไป

อาจทำให้สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ

 

Q. หลังฉีดแล้วหน้าจะดูแข็งๆ

หรือเวลายิ้มจะดูแปลกๆ

ไหมคะ?

A. ถ้าควบคุมปริมาณยูนิต (dose) ให้เหมาะสม จะดูเป็นธรรมชาติมากๆ ค่ะ

แต่ถ้าฉีดเยอะเกินไป

ก็อาจจะทำให้หน้าดูเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติได้

จุดนี้เป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยค่ะ

 

Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. จากประสบการณ์ของหมอ ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือนค่ะ

ถ้าฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ระยะเวลาของผลลัพธ์ก็อาจจะค่อยๆ ยาวนานขึ้นได้เล็กน้อยค่ะ

และที่สำคัญ อย่าเน้นฉีดแรงๆ หรือตึงจนเกินไปนะคะ!

 

สาเหตุที่มุมปากดูตก

จริงๆ แล้วเกิดจาก "กล้ามเนื้อ" ค่ะ

입꼬리보톡스는 입꼬리를 강제로 올리는 시술이 아닙니다

การที่มุมปากคว่ำหรือตกฉุดลงด้านล่าง

หลักๆ เกิดจาก 2 สาเหตุนี้ค่ะ

 

  1. กล้ามเนื้อดึงมุมปากลง (DAO: Depressor Anguli Oris)

ทำงานมากเกินไปจนดึงมุมปากให้ตกคว่ำลง

  1. แก้มหย่อนคล้อยลงมา

ทำให้แรงพยุงรอบๆ มุมปากลดลง

 

ซึ่งเป้าหมายหลักของการฉีดโบท็อกซ์มุมปาก

ก็คือกล้ามเนื้อในข้อ 1 หรือกล้ามเนื้อ DAO นั่นเองค่ะ

 

เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อมัดนี้

แรงที่คอยฉุดมุมปากลงจะลดน้อยลง

ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนที่ทำหน้าที่ยกมุมปากขึ้น

ทำงานได้โดดเด่นและมีแรงมากกว่า

 

หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากว่า

การฉีดโบท็อกซ์มุมปาก

เป็นหัตถการที่เข้าไป "ฝืนยกมุมปากขึ้น" โดยตรง

 

แต่จริงๆ แล้วมันคือการไปลดแรงดึงลง

เพื่อให้เกิดความสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ดังนั้น สำหรับคนที่มีมุมปากยกขึ้นอยู่แล้วตั้งแต่แรก

อาจจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเท่าไหร่ค่ะ

 

ในทางตรงกันข้าม สำหรับคนที่มีมุมปากตกมากๆ

เวลาอยู่เฉยๆ แล้วดูเหมือนงอแงหรือหน้าบึ้ง

จนมักโดนทักบ่อยๆ ว่า "โกรธใครมาหรือเปล่า" หรือ "ดูเหนื่อยๆ นะ"

คนกลุ่มนี้

 

จะรู้สึกได้เลยว่าผลลัพธ์หลังฉีด

มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและจึ้งมากค่ะ

 

ส่วนขั้นตอนการฉีดว่าฉีดตรงไหน ยังไงบ้าง

หมอขออธิบายง่ายๆ แบบนี้ค่ะ

ตำแหน่งที่เข็มลงจะอยู่ถัดลงมาจากมุมปากเล็กน้อย

ซึ่งเป็นบริเวณที่กล้ามเนื้อ DAO พาดผ่านค่ะ

 

โดยทั่วไปจะฉีดฝั่งละประมาณ 1-2 จุดค่ะ

 

ถ้าฉีดตื้นเกินไป ผลลัพธ์ก็อาจจะส่งผลได้ไม่เต็มที่

แต่ถ้าฉีดลึกเกินไปหรือกระจายวงกว้างเกินไป

ก็อาจจะไปรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อมัดข้างเคียงได้

 

ซึ่งอาจส่งผลให้เวลายิ้มแล้วดูไม่สมมาตร

หรือเวลาขยับปากแลดูไม่เป็นธรรมชาติ

อย่างที่หลายคนกังวลกันค่ะ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อรอบปาก (Orbicularis Oris)

หรือกล้ามเนื้อโหนกแก้ม (Zygomaticus)

ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง

เช่น ยิ้มแข็ง หรือยิ้มแล้วดูฝืนๆ ได้ค่ะ

 

ปริมาณยูนิตที่ฉีดก็สำคัญมากๆ ค่ะ

หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไป

จะทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ มุมปากอ่อนแรงเกินไป

จนอาจเวลายิ้มแล้วมุมปากยกขึ้นได้แค่ข้างเดียว

หรือในเคสที่พบได้น้อยมาก อาจทำให้พูดไม่ค่อยชัดชั่วคราวได้ค่ะ

 

ดังนั้น เวลาหมอฉีดให้คนไข้ หม้ามักจะเริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อน

แล้วค่อยนัดมาดูผลลัพธ์อีกทีหลังจากนั้น 2 สัปดาห์

เพื่อประเมินว่าต้องเติมเพิ่มอีกไหมค่ะ

 

บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:

สำหรับโบท็อกซ์มุมปากแล้ว

พูดได้เลยว่าเรื่องปริมาณและตำแหน่งการฉีด

คือหัวใจสำคัญที่สุดเลยค่ะ

 

ถ้าผลลัพธ์น้อยไปก็ไม่ได้ผล

แต่ถ้าแรงเกินไปก็เกิดปัญหาตามมาได้ทันที

 

จากประสบการณ์ของหมอ มีคนไข้ใหม่หลายท่าน

ที่เคยไปฉีดแบบอัดยูนิตเยอะๆ จากที่อื่นมา

แล้วเข้ามาปรึกษากับหมอ

 

ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเวลายิ้มแล้วมุมปากไม่ยกขยับขึ้นพร้อมกัน

หรือเวลาพูดแล้วรูปปากดูเก้งๆ กังๆ

ไม่เป็นธรรมชาติค่ะ

 

ซึ่งกรณีแบบนี้ไม่มีทางแก้ด่วนได้เลย นอกจากต้องรอเวลา

ให้โบท็อกซ์ค่อยๆ คลายฤทธิ์ไปเองตามธรรมชาติ

การดีไซน์และกำหนดปริมาณยาในครั้งแรกจึงสำคัญที่สุดค่ะ

 

ต่อให้ใช้ตัวยาโบท็อกซ์พรีเมียมดีแค่ไหน

แต่ถ้าตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดไม่ถูกต้อง

ก็ยากที่จะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่หวังไว้ค่ะ

 

สรุปผลลัพธ์ตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม

표정 없을 때 입꼬리가 처진다면, 이것부터 확인하세요

แทบจะไม่มีเคสไหนเลย

ที่ฉีดแล้วไม่เห็นผลเลยค่ะ

 

แต่โบท็อกซ์มุมปากก็เป็นหัตถการที่มีทั้งกลุ่มคนที่บอกว่า "เปลี่ยนไปเยอะมาก ดูดีขึ้นสุดๆ"

กับกลุ่มที่รู้สึกว่า "ก็ดีขึ้นนะ... แต่นิดหน่อยมั้ง"

รีวิวปะปนกันไปค่ะ

 

ซึ่งความแตกต่างของผลลัพธ์นี้

ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุที่มุมปากตกนั้น

เกิดจากความตึงของกล้ามเนื้อ DAO หรือเกิดจากความหย่อนคล้อยของแก้มกันแน่ค่ะ

 

ดังนั้น การส่งแค่รูปถ่ายมาให้ดูเพื่อประเมินว่า

"เคสนี้ฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียวเอาอยู่ไหมคะ?"

จึงมีข้อจำกัดในการประเมินอยู่ค่ะ

 

หมอจำเป็นต้องวิเคราะห์จากการขยับตัวของกล้ามเนื้อจริงๆ

เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อมัดไหนส่งผลต่อมุมปากตกมากที่สุด

ถึงจะสามารถแนะนำแนวทางการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสมที่สุดให้ได้ค่ะ

สาเหตุของมุมปากตก

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์มุมปาก

หัตถการเพิ่มเติมที่แนะนำ

กล้ามเนื้อ DAO ทำงานมากเกินไป

เห็นผลได้ชัดเจนและดีมาก

ส่วนใหญ่การฉีดโบท็อกซ์เดี่ยวๆ ก็เพียงพอแล้ว

แก้มหย่อนคล้อย / หน้าแก้มแบนยุบตัว

เห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างจำกัด

มักแนะนำให้ทำร่วมกับ ฟิลเลอร์ หรือ การยกกระชับ (Lifting)

เกิดจากทั้งสองสาเขตร่วมกัน

เห็นผลได้บางส่วน

จำเป็นต้องประเมินและรักษาควบคู่กันหลายส่วน

 









ข้อควรปฏิบัติ

ก่อนและหลังทำ

DAO 근육이 문제인지 볼살 처짐이 문제인지가 핵심입니다

ตอนฉีดจริงๆ ใช้เวลาสั้นมากเพียงประมาณ 5 นาทีเท่านั้นค่ะ

 

เนื่องจากจุดที่ฉีดน้อยและฉีดไม่ลึกมาก

เรื่องรอยช้ำหรือรอยบวมจึงน้อยกว่า

การฉีดโบท็อกซ์บริเวณอื่นๆ ค่อนข้างเยอะค่ะ

 

  1. ในวันแรกหลังทำ

หลีกเลี่ยงการถู นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดแรงๆ นะคะ

 

  1. หลังฉีดประมาณ 4-6 ชั่วโมง แนะนำว่าไม่ควรนอนราบค่ะ

เพื่อป้องกันการกระจายตัวของตัวยาไปยังจุดอื่นๆ

 

  1. ปกติผลลัพธ์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-7 วัน

และจะเห็นผลลัพธ์ที่ลงตัวและชัดเจนที่สุดที่ 2 สัปดาห์ค่ะ

 

  1. หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

ค่อยเข้ามาพบหมอเพื่อประเมินและพิจารณาเติมโบท็อกซ์เพิ่มค่ะ

 

เนื่องจากผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน

สำหรับใครที่อยากได้ผลลัพธ์แบบกึ่งถาวร

อาจจะต้องขยันเข้ามาดูแลฉีดเติมเรื่อยๆ เป็นปกติของหัตถการนี้ค่ะ

 

แต่อย่างไรก็ตาม หากเราฉีดอย่างสม่ำเสมอ

กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะค่อยๆ ลดขนาดและทำงานน้อยลง

ทำให้การฉีดในครั้งหลังๆ

ได้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1. ฉีดโบท็อกซ์มุมปากแล้ว

เวลาหัวเราะหรือยิ้ม

จะดูแปลกๆ ไหมคะ?

A. หากใช้ยูนิตที่เหมาะสมและฉีดถูกชั้นกล้ามเนื้อ จะดูเป็นธรรมชาติมากๆ ค่ะ

แต่ถ้าปริมาณยาเยอะเกินไปหรือตำแหน่งคลาดเคลื่อน

อาจทำให้เวลายิ้มแล้วมุมปากขยับขึ้นไม่เท่ากัน

หรือดูไม่สมมาตรได้ค่ะ

 

ดังนั้น แนะนำให้เริ่มฉีดจากยูนิตน้อยๆ ก่อนในครั้งแรก

แล้วรอประเมินผลอีกทีใน 2 สัปดาห์จะปลอดภัยและเป๊ะที่สุดค่ะ

 

Q2. ฟิลเลอร์มุมปาก กับ โบท็อกซ์มุมปาก

ต่างกันยังไงคะ?

A. โบท็อกซ์ คือการลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่คอยฉุดรั้งมุมปากลง

ให้มุมปากขยับยกขึ้นได้ง่ายขึ้น

ส่วน ฟิลเลอร์ จะเป็นการเติมเต็มปริมาตรสารเติมเต็มเข้าไปที่มุมปาก

เพื่อปรับแต่งรูปทรงและยกมุมปากขึ้นในเชิงโครงสร้างค่ะ

 

หากสาเหตุมาจากปัญหากล้ามเนื้อ แนะนำให้ทำ โบท็อกซ์

แต่ถ้ามีปัญหามุมปากแฟบ ยุบตัว หรือมีริ้วรอยร่องลึกรอบๆ

การใช้ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ

หรือหลายๆ เคสก็เลือกทำควคู่กันทั้ง 2 อย่างเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบค่ะ

 

Q3. โบท็อกซ์มุมปาก

ราคาประมาณเท่าไหร่คะ?

A. ราคาจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก

และยี่ห้อของผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ที่เลือกใช้ค่ะ

 

เนื่องจากไม่ใช่บริการทั่วไปที่มีราคาตายตัว

หากทักเข้ามาสอบถามทาง LINE ไว้ก่อน

หมอและทีมงานจะคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับราคาให้อย่างละเอียดค่ะ

 

หากมีคำถามหรือข้อสงสัยตรงไหน

สามารถทักเข้ามาปรึกษาทาง LINE ได้สบายๆ เลยนะคะ

 

ทักมาพูดปรึกษาก่อนเดินทางมาคลินิกได้เลยค่ะ

แล้วพบกันนะคะ รักษาและดูแลโดย หมอวี ยองจิน ค่ะ

 

✦ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1