• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำ Rejuran Healer บ่อยแค่ไหน? ทำไมต้องเว้นระยะ 2-3 สัปดาห์ และทำ 3-4 ครั้ง — ตารางเวลาที่ผิวของคุณเป็นธรรมชาติสำหรับผิวคุณ

ทำ Rejuran Healer บ่อยแค่ไหน? ทำไมต้องเว้นระยะ 2-3 สัปดาห์ และทำ 3-4 ครั้ง — ตารางเวลาที่ผิวของคุณเป็นธรรมชาติสำหรับผิวคุณ

ทำ Rejuran Healer บ่อยแค่ไหน? ทำไมต้องเว้นระยะ 2-3 สัปดาห์ และทำ 3-4 ครั้ง — ตารางเวลาที่ผิวของคุณเป็นธรรมชาติสำหรับผิวคุณ

สรุปมาให้แล้วค่ะสำหรับจำนวนครั้งในการทำ Rejuran Healer โดยปกติแล้วสำหรับผิวธรรมดาและผิวแพ้ง่ายแนะนำที่ 3 ครั้ง ส่วนผิวที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยแนะนำที่ 4 ครั้งค่ะ พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องแบ่งทำเป็นรอบๆ รวมถึงเรื่องระดับความเจ็บและการฟื้นฟูผิวไว้ให้ครบเลยค่ะ

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

เวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Rejuran สิ่งแรกที่จะเจอเลยคือเรื่อง 'ระยะห่าง' ระหว่างการฉีดที่มีข้อมูลขัดแย้งกัน บางแห่งแนะนำให้ฉีดทุก 2 สัปดาห์ ในขณะที่บางแห่งบอกว่าทุก 4 สัปดาห์ และถ้าลองค้นหาข้อมูลเพิ่มอีกนิด ก็จะเจอคำแนะนำที่บอกว่าต้องฉีดให้ครบ 3-4 ครั้ง คู่ไปกับคำบอกเล่าที่ว่าฉีดแค่ครั้งเดียวก็เห็นผลแล้ว

 

หากตอบแบบสั้นๆ ระยะห่างที่อ้างอิงตามข้อมูลทางการแพทย์จริงๆ คือ 14 วัน หรือ 21 วัน หรือก็คือช่วง 2-3 สัปดาห์ ส่วนจำนวนครั้งว่าจะต้องฉีด 3 ครั้ง หรือ 4 ครั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งการประเมินตรงนี้ต้องทำก่อนที่จะกำหนดระยะห่างในการฉีด

 

หลังจากกำหนดระยะห่างแล้ว คำถามยอดฮิตที่ตามมาก็คือ ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไหร่? ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้นานแค่ไหน? และมี downtime ระหว่างการฉีดแต่ละครั้งกี่วัน? Rejuran ไม่ใช่การฉีดฟิลเลอร์ที่เติมปุ๊บเต็มปั๊บ แต่เป็นการส่งสารอาหารเข้าไปเพื่อให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง ดังนั้นทั้งสามคำถามนี้จึงเชื่อมโยงกัน วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการยืนยันทางการแพทย์มาสรุปให้ฟังกันค่ะ

 

หลังจากอ่านบทความนี้ คุณจะเข้าใจว่า:

  • ระยะห่างและจำนวนครั้งในการฉีด Rejuran แตกต่างกันอย่างไรตามสภาพผิวของคุณ

  • ผลลัพธ์ของ Rejuran จะเริ่มปรากฏชัดเจนเมื่อไหร่ตามข้อมูลอ้างอิง

  • ทำไมจึงระบุระยะเวลาคงผลลัพธ์เป็นจำนวนเดือนที่แน่นอนได้ยาก

  • อาการเจ็บและ downtime จะคงอยู่ประมาณกี่วัน



ขออธิบายสั้นๆ ก่อนว่า Rejuran Healer คืออะไร

คำถามที่หมอมักจะได้รับบ่อยๆ ในช่วงปรึกษาก่อนทำคือ "เห็นว่าเป็น DNA ปลาแซลมอน แล้วมันเข้าไปทำงานยังไงกับผิวของเราคะ?"

 

ส่วนผสมหลักใน Rejuran Healer คือ PN* หากดูจากงานวิจัยที่ระบุว่า PN ที่สกัดจากอัณฑะของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์นั้นประกอบด้วยสายพอลิเมอร์ที่ยาวกว่า ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมให้เนื้อเยื่อผิวฟื้นตัวได้ดี จะเห็นจุดเด่นที่แตกต่างจาก PDRN* ที่มีชื่อคล้ายกันดังนี้ค่ะ

PN (Polynucleotide)*: เป็นส่วนผสมสายยาวที่สกัดและผ่านการทำบริสุทธิ์จาก DNA อัณฑะของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้คอลลาเจนเกาะตัวในชั้นผิว

PDRN (Polydeoxyribonucleotide)*: มีโมเลกุลที่สั้นกว่า PN เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่

 

ข้อมูลพื้นฐานที่เราจำเป็นต้องรู้สำหรับรอบการฉีดมีเท่านี้ค่ะ บริเวณที่ Rejuran เข้าไปทำหน้าที่ไม่ใช่การเติมวอลลุ่มให้เต็มทันที แต่เข้าไปดูแลในส่วนของ โครงสร้างพื้นฐานที่คอลลาเจนช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น ซึ่งร่างกายจะผลิตได้น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น การจัดระเบียบโครงสร้างผิวใหม่นี้ต้องใช้เวลา จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราต้องพูดถึงเรื่องจำนวนครั้งและระยะห่างในการฉีดค่ะ


리쥬란 힐러가 어떤 시술인지 짧게 짚고 갈게요



ทำไมต้องแบ่งการฉีด Rejuran เป็นหลายๆ ครั้ง

กระบวนการทำงานจะแตกต่างจากการฉีดประเภทที่เห็นผลทันทีอย่างฟิลเลอร์ค่ะ เพราะ Rejuran คือการส่งตัวกระตุ้นและสารอาหารเข้าไปเพื่อให้เซลล์ผิวกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง แล้วทำไมเราต้องฉีดซ้ำในระยะเวลาไล่เลี่ยกันล่ะ? นั่นเป็นเพราะการกระตุ้นเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะปรับโครงสร้างผิวใหม่ทั้งหมดได้ จึงต้องใช้การออกแบบโปรแกรมแบบ ฉีดซ้ำซ้อนทับกันในระยะห่างที่เหมาะสม ค่ะ

 

ในจุดนี้ แนะนำให้แยกเรื่องวงจรการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออกไปก่อนนะคะ ข้อมูลที่ว่าเซลล์ผิวที่สร้างขึ้นใหม่จากชั้นล่างสุดจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ในการหลุดลอกออกไปเป็นขี้ไคล นั้น เป็นเรื่องของวงจรผิวชั้นนอก (Epidermis) ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการเปลี่ยนแปลงในชั้นหนังแท้ (Dermis)* ที่ Rejuran เข้าไปทำงาน หากนำตัวเลขรอบการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกมาอ้างอิงเป็นระยะเวลาในการฉีดโดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ตรงตามเป้าหมายค่ะ

ชั้นหนังแท้ (Dermis)*: คือชั้นผิวที่อยู่ใต้ผิวหนังชั้นนอก ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน และเป็นเป้าหมายหลักของการฉีดฟื้นฟูผิว

 

ดังนั้น ระยะห่างระหว่างการฉีดในแต่ละครั้งจึงไม่ได้ยึดตามคำถามที่ว่า "ผิวของเราผลัดตัวบ่อยแค่ไหน" แต่ยึดจาก "ผลตอบสนองจากการฉีดครั้งก่อนหน้าแสดงออกมามากน้อยแค่ไหนแล้ว" เป็นหลักค่ะ


리쥬란을 여러 회차로 나눠 진행하는 이유



รอบและระยะห่างของ Rejuran Healer แตกต่างกัน 3-4 ครั้งตามสภาพผิว

จำนวนครั้งในการฉีดจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน จาก เอกสารความเห็นพ้องของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Consensus) เกี่ยวกับการใช้ Polynucleotide ในทางตลับเวชศาสตร์ความงาม ได้แนะนำให้เว้นระยะห่างสำหรับบริเวณใบหน้า 14 วัน หรือ 21 วัน โดยผิวธรรมดาและผิวแพ้ง่ายควรฉีด 3 ครั้ง ส่วนผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยชัดเจนควรฉีด 4 ครั้งในโปรแกรมเริ่มต้น นอกจากนี้ เอกสารฉบับเดียวกันยังระบุว่า สำหรับผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยมาก สามารถย่นระยะห่างให้สั้นลงเป็นฉีดสัปดาห์ละครั้ง รวมทั้งหมด 4 ครั้งได้เช่นกัน

 

สำหรับบริเวณที่ผิวบอบบาง เช่น รอบดวงตา, คอ, เนินอก และหลังมือ ก็แนะนำให้ฉีด 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 14 หรือ 21 วันเช่นเดียวกัน ส่วนใน รายงานทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้เพื่อรักษารอยแผลเป็นและการฟื้นฟูแผล ก็เลือกใช้วิธีแบ่งฉีดครั้งละ 1-2 mL เว้นระยะห่างทุกๆ 2-3 สัปดาห์ ค่ะ

ประเภทผิว/บริเวณ

ระยะห่าง

จำนวนครั้ง

ผิวธรรมดา

14 วัน หรือ 21 วัน

3 ครั้ง

ผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยชัดเจน

14 วัน หรือ 21 วัน

4 ครั้ง

ผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยชัดเจน (ดูแลเร่งด่วน)

7 วัน

4 ครั้ง

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

14 วัน หรือ 21 วัน

3 ครั้ง

รอบดวงตา, คอ, หลังมือ

14 วัน หรือ 21 วัน

3~4 ครั้ง

ดังนั้น คำแนะนำที่บอกว่า "ฉีดเดือนละครั้ง (ทุก 4 สัปดาห์)" จึงอยู่นอกเหนือจากช่วงที่เอกสารวิชาการเหล่านี้แนะนำไว้ ในทางกลับกัน การย่นระยะเวลาให้สั้นลงก็ต้องประเมินจากสภาพผิวจริงเป็นหลัก หากยังมีรอยแดงหรืออาการบวมหลงเหลืออยู่ แพทย์จะพิจารณาให้เลื่อนการฉีดครั้งต่อไปออกไปก่อน เนื่องจากจำนวนครั้งมีผลโดยตรงกับค่าใช้จ่าย ดังนั้นขั้นตอนแรกที่ควรทำคือการเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวจริงก่อนตกลงว่าจะทำโปรแกรม 3 ครั้ง หรือ 4 ครั้งค่ะ


리쥬란 힐러 주기와 간격, 피부 상태에 따라 3~4회로 갈려요



ผลลัพธ์ของ Rejuran จะเริ่มเห็นเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน

ขอตอบคำถามแรกก่อนเลยค่ะ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากการฉีดครั้งแรก ส่วนระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่นั้น ในข้อมูลทางการแพทย์ไม่มีการระบุตัวเลขจำนวนเดือนที่ตายตัวค่ะ

 

มาดูในเรื่องของระยะเวลากันก่อนค่ะ ใน งานวิจัยเชิงรุกแบบหลายสถาบัน (Multicenter Prospective Study) ที่ใช้ PN ในการรักษาปัญหาเรื้อรังเรื่องริมฝีปากแห้งและแตกเป็นขุย โดยทำการฉีด 3 ครั้งในสัปดาห์ที่ 0, 3, 6 และประเมินผลด้วยภาพถ่ายในสัปดาห์ที่ 0, 3, 6, 9 พบว่าคะแนนริ้วรอยและความหยาบกร้านของริมฝีปากลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันแรกของสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการฉีดครั้งที่สองเสียอีก แม้ว่านี่จะเป็นงานวิจัยที่เน้นเฉพาะบริเวณริมฝีปากทำให้ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับผิวหน้าทั้งหมดได้โดยตรง แต่จุดที่น่าสนใจคือช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น ตรงกับช่วงระยะห่าง 14 หรือ 21 วันที่เราได้ดูไปก่อนหน้านี้พอดี ซึ่งหมายความว่าการฉีดครั้งต่อไปจะเป็นการเสริมฤทธิ์ในขณะที่ผลลัพธ์ของการฉีดครั้งก่อนกำลังเริ่มทำงานอย่างเต็มที่นั่นเอง

 

ส่วนเรื่องระยะเวลาการคงผลลัพธ์นั้นจะมีรายละเอียดที่ต่างออกไปเล็กน้อย ใน งานวิจัยแบบสุ่ม (Randomized Study) ที่เปรียบเทียบระหว่างการฉีด PN รอบดวงตา 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 สัปดาห์ กับการฉีดกลุ่ม Hyaluronic Acid พบว่าอัตราการปรับปรุงเรื่องความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวในทั้งสองกลุ่มค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา แต่อัตราการปรับปรุงในกลุ่มที่ฉีด PN สามารถคงอยู่ได้ในระดับที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่า ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่คงอยู่กับที่ตลอดไป แต่จะค่อยๆ สลายตัวไปอย่างช้าๆ

 

อย่างไรก็ตาม แทบไม่มีเอกสารวิชาการชิ้นใดที่ระบุระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ลดลงนี้เป็นจำนวนเดือนอย่างชัดเจน แม้แต่เอกสารความเห็นพ้อง (Consensus) ข้างต้น ก็ระบุเพียงแค่รอบการรักษาเริ่มต้นสำหรับใบหน้า, รอบดวงตา, คอ และหลังมือ โดยไม่ได้ระบุความถี่ในการฉีดเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้อย่างตายตัว ในทางกลับกัน เอกสารฉบับเดียวกันได้ระบุขั้นตอนการรักษาผลลัพธ์สำหรับหนังศีรษะและรอยแตกลายว่า หลังจากเสร็จสิ้นการรักษาเริ่มต้น 4 ครั้งแล้ว ให้ ฉีดเพิ่มอีก 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 21-30 วัน ซึ่งหมายความว่าขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำว่าจะมีการระบุขั้นตอนการรักษาผลลัพธ์ไว้ชัดเจนหรือไม่ ดังนั้น สำหรับการรักษาผลลัพธ์บริเวณใบหน้า แทนที่จะระบุจำนวนเดือนไว้ล่วงหน้าอย่างตายตัว การเข้ามาประเมินผลลัพธ์ที่เหลืออยู่ร่วมกับแพทย์ที่คลินิกเพื่อกำหนดรอบการฉีดครั้งต่อไปจึงเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ


리쥬란 효과는 언제부터 나타나고 지속 기간은 얼마나 갈까요



ขั้นตอนการทำ Rejuran ระดับความเจ็บ และระยะเวลาฟื้นตัว/downtime กี่วัน

ตัวขั้นตอนการฉีดใช้เวลาไม่นานค่ะ หลังจากแปะยาชาและรอจนได้เวลาแล้ว แพทย์จะทำการฉีดกระจายไปตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า อย่างที่ระบุไปข้างต้นว่าการฉีดในรอบแรกๆ คือการฉีดเพื่อสะสมและเสริมฤทธิ์กัน ดังนั้นการคำนวณระยะห่างระหว่างครั้งจึงมีความสำคัญเป็นครึ่งหนึ่งของความสำเร็จเลยค่ะ

 

ใน งานวิจัยแบบสุ่มที่เปรียบเทียบระดับความเจ็บของการฉีด PN สูตรต่างๆ พบว่าคะแนนความเจ็บปวดของสูตรมาตรฐานอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 5 เต็ม 10 คะแนน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ PN ส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะไม่มีส่วนผสมของ Lidocaine* จึงต้องอาศัยการแปะยาชาหรือการบล็อกเส้นประสาทร่วมด้วย และมักจะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ เช่น ขนาด 34G

Lidocaine*: ยาชาเฉพาะที่ที่ช่วยลดความรู้สึกบริเวณที่ทำหัตถการชั่วคราว

 

ระยะเวลาในการพักฟื้นผิว (downtime) โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 วันค่ะ เอกสารความเห็นพ้องของแพทย์ระบุว่า อาการแดง, ความรู้สึกอุ่นร้อนใต้ผิวหลังฉีด 12 ชั่วโมง และรอยช้ำเล็กๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้ง ถือเป็นอาการปกติทั่วไปที่พบได้ และแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและตู้อบผิวแทน (tanning lamp) เป็นเวลา 48 ชั่วโมง พร้อมทั้งทาครีมบำรุงเพื่อปลอบประโลมผิวและประคบเย็น ส่วนในงานวิจัยเกี่ยวกับริมฝีปาก พบอาการบวมหลังฉีด 30 นาทีในผู้เข้าร่วมวิจัย 100%, อาการเจ็บ 89% และรอยแดง 78% แต่อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและเกิดขึ้นชั่วคราว โดยจะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงในวันเดียวกัน และเมื่อผ่านไป 3 สัปดาห์ อาการบวม 93%, อาการเจ็บ 100% และรอยแดง 95% ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ค่ะ

 

อาการทั่วไปที่อาจพบได้ในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด มีดังนี้ค่ะ:

  • รอยเข็มและรอยแดงจางๆ — จะค่อยๆ เลือนหายไปภายใน 1-2 วัน

  • ตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายผด (엠보싱) — จะค่อยๆ ยุบตัวลงสนิทในเวลาไม่กี่วัน

  • รอยช้ำในบางจุด — มักจะพบได้ง่ายในบริเวณที่ผิวบาง เช่น รอบดวงตา

หากตุ่มนูนเล็กๆ ยังไม่ยุบลงหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ แนะนำให้เข้ามาให้แพทย์ตรวจเช็กอาการ และควรให้รอยเหล่านี้หายสนิทดีก่อนจึงค่อยเริ่มการฉีดครั้งต่อไปค่ะ

 

ในกรณีต่อไปนี้ แนะนำให้เลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยนะคะ:

  • มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่ยัง active อยู่บริเวณที่จะทำการฉีด

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนง่ายหรือคีลอยด์ (Keloid)

  • เพิ่งเข้ารับการทำเลเซอร์หรือฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน

เวลาเลือกคลินิก แนะนำให้เลือกคลินิกที่แพทย์ท่านเดิมจะเป็นผู้ประเมินผลลัพธ์และช่วยปรับระยะห่างในการฉีดให้ในทุกๆ ครั้งจะดีที่สุดค่ะ


리쥬란 시술 과정과 통증, 회복·다운타임은 며칠이나 갈까요



ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่เราจะแนะนำให้ลูกค้าทำ Rejuran เราจะประเมินและแจ้งให้ทราบก่อนเสมอว่า ตอนนี้ผิวของคุณอยู่ในช่วงที่ควรเน้นฉีดสะสมในรอบเริ่มต้น หรือพร้อมที่จะขยับไปสู่ขั้นตอนของการคงผลลัพธ์แล้ว เพราะแม้จะเป็น Rejuran เหมือนกัน แต่เราจะเลือกสูตรและกำหนดระยะห่างที่แตกต่างกันออกไปตามปัญหาของแต่ละคน เช่น เน้นเรื่องความเรียบเนียนและริ้วรอยเล็กๆ เป็นหลัก หรือต้องการแก้ปัญหาผิวแห้งกร้านร่วมด้วย โดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะเป็นผู้ประเมินผลลัพธ์ด้วยตัวเองในทุกๆ ครั้ง เพื่อร่วมวางแผนและกำหนดวันนัดหมายครั้งต่อไปร่วมกับคุณค่ะ



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ฉีด Rejuran Healer ทุกๆ 2 สัปดาห์ ปลอดภัยไหมคะ?

 

A. ปลอดภัยค่ะ หากเป็นการฉีดบริเวณใบหน้า ระยะห่างทุก 2 สัปดาห์ถือว่าอยู่ในช่วงที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ค่ะ เอกสารความเห็นพ้องของแพทย์ผิวหนังแนะนำให้เว้นระยะห่างสำหรับใบหน้า 14 วัน หรือ 21 วัน โดยผิวธรรมดาและผิวแพ้ง่ายควรฉีด 3 ครั้ง ส่วนผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยชัดเจนควรฉีด 4 ครั้งในโปรแกรมเริ่มต้น สำหรับเคสที่มีริ้วรอยแห่งวัยมาก สามารถเลือกฉีดห่างกันทุก 7 วัน รวมทั้งหมด 4 ครั้งได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากยังมีรอยแดงหรืออาการบวมหลงเหลืออยู่ แพทย์จะพิจารณาให้เลื่อนการฉีดครั้งต่อไปออกไปก่อน ดังนั้น ระยะห่างที่แท้จริงจึงควรปรับเปลี่ยนตามการประเมินสภาพผิวจริงของแพทย์ในแต่ละครั้งค่ะ

 

Q. ผลลัพธ์ของ Rejuran จะเริ่มเห็นเมื่อไหร่คะ?

 

A. ตามข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ คุณจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากการฉีดครั้งแรกค่ะ ในงานวิจัยเชิงรุกแบบหลายสถาบันที่ใช้ PN รักษาริมฝีปากแห้งแตก โดยฉีด 3 ครั้งในสัปดาห์ที่ 0, 3, 6 พบว่าคะแนนริ้วรอยและความแหยาบกร้านลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันแรกของสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จะฉีดครั้งที่สองเสียอีก แม้จะเป็นงานวิจัยเฉพาะจุดอย่างริมฝีปาก แต่ก็น่าสนใจตรงที่ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับระยะห่างแนะนำที่ 14 หรือ 21 วันพอดีค่ะ

 

Q. ผลลัพธ์ของ Rejuran Healer จะอยู่ได้นานแค่ไหน และต้องกลับมาฉีดซ้ำเมื่อไหร่เพื่อรักษาผลลัพธ์?

 

A. เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จะไม่คงอยู่กับที่ตลอดไป แต่จะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องมีการฉีดเพื่อบูสต์ผิวซ้ำค่ะ ในงานวิจัยแบบสุ่มที่ฉีดรอบดวงตา 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 สัปดาห์ พบว่าอัตราการปรับปรุงผิวจะค่อยๆ ลดลงตามเวลาในทั้งสองกลุ่ม แต่อัตราในกลุ่มที่ใช้ PN จะคงอยู่ได้สูงกว่า อย่างไรก็ตาม ในเอกสารทางการแพทย์ไม่ได้มีการระบุจำนวนรอบในการฉีดเพื่อรักษาผลลัพธ์สำหรับใบหน้า, รอบดวงตา, คอ และหลังมือไว้อย่างตายตัว มีเพียงการระบุสำหรับหนังศีรษะและรอยแตกลายว่าให้ฉีดเพิ่มอีก 4 ครั้ง ห่างกันทุก 21-30 วันหลังจากครบรอบแรก ดังนั้น หมอจึงแนะนำให้เข้ามาประเมินผลลัพธ์ที่เหลืออยู่จริงที่คลินิก เพื่อกำหนดวันเวลาที่เหมาะสมในการฉีดซ้ำ แทนการกำหนดจำนวนเดือนล่วงหน้าแบบตายตัวค่ะ

 

Q. downtime และระยะเวลาพักฟื้นผิวหลังฉีด Rejuran นานกี่วันคะ?

 

A. โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันค่ะ เอกสารความเห็นพ้องระบุว่า อาการแดง, อุ่นร้อน และรอยช้ำเล็กน้อยหลังฉีด 12 ชั่วโมงเป็นปฏิกิริยาปกติที่พบได้ทั่วไป และแนะนำให้เลี่ยงแดดจัด 48 ชั่วโมง ส่วนงานวิจัยริมฝีปากพบอาการบวม 100% และรอยแดง 78% หลังฉีด 30 นาที แต่เกือบทั้งหมดจะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงในวันเดียวกัน และหายดีเกือบ 100% ภายใน 3 สัปดาห์ สำหรับบริเวณที่ผิวบอบบางมากอย่างรอบดวงตา อาจเกิดรอยช้ำได้ง่ายกว่าและอาจทิ้งรอยไว้ได้นานกว่าจุดอื่นเล็กน้อย จึงควรวางแผนตารางงานเผื่อไว้ล่วงหน้าค่ะ ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลโดยตรงเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ



บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?

หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1