• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำ Rejuran Healer บ่อยแค่ไหน? ทำไมแต่ละสภาพผิวถึงไม่เหมือนกันนะ?

ทำ Rejuran Healer บ่อยแค่ไหน? ทำไมแต่ละสภาพผิวถึงไม่เหมือนกันนะ?

ทำ Rejuran Healer บ่อยแค่ไหน? ทำไมแต่ละสภาพผิวถึงไม่เหมือนกันนะ?

วงจรการทำ Rejuran Healer อาจแตกต่างกันไปตามเนื้อผิว, ความแห้งกร้าน, ริ้วรอยเล็กๆ และความเซนซิทีฟของผิวค่ะ นี่คือสิ่งที่เราสรุปไว้ให้คุณเช็กก่อนตัดสินใจทำซ้ำค่ะ


ระยะฉีด Rejuran Healer แต่ละสภาพผิว ทำไมถึงไม่เหมือนกัน?

많이 맞는다고 좋아지지 않습니다: 리쥬란힐러가 '과유불급'인 의학적 근거

พอเข้าช่วงสปริงขึ้นมาปุ๊บ

ก็มีหลายๆ อย่างที่เริ่มทำให้เรากังวลใจใช่ไหมคะ

 

ทั้งเรื่องรูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน หมองคล้ำ —

ไอเทมเหล่านี้เลยทำให้ช่วงนี้มีคนสอบถามเรื่อง Rejuran Healer

เข้ามากันเยอะมากๆ เลยค่ะ

 

วันนี้เราจะมาสรุปเรื่อง ระยะการฉีด Rejuran Healer

แบบเข้าใจง่ายๆ กันค่ะ

 

มาเช็คกันตั้งแต่คำถามที่ว่า "ยิ่งฉีดบ่อย ยิ่งดีจริงไหม?"

กันก่อนเลยค่ะ


Q. Rejuran Healer ยิ่งฉีดบ่อยยิ่งเห็นผลดีจริงไหมคะ?

A. ไม่จริงค่ะ หากเรามองข้ามระยะเวลาในการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อผิว

ก็อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้ามได้นะคะ

มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเนื้อหากันค่ะ

 

Q. ช่วงเริ่มฉีดครั้งแรก กับช่วงคงสภาพผิว ระยะห่างต้องต่างกันไหมคะ?

A. ใช่ค่ะ ต้องแตกต่างกันค่ะ

แต่ละสเต็ปแตกต่างกันอย่างไร เราสรุปไว้ให้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ

 

Q. ถ้าทำร่วมกับโปรแกรมอื่น สามารถร่นระยะเวลาให้สั้นลงได้ไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ

แถมบางตัวยังมีคู่ผสมที่อาจจะตีกันได้ด้วย

ซึ่งเราจะมาพูดถึงเรื่องนี้ด้านล่างเช่นกันค่ะ

 

ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่า Rejuran Healer เข้าไปทำงานอย่างไรในผิวของเรา

리쥬란 효과가 없다고요? 주기를 줄이기 전에 '수용체 포화' 상태부터 체크하세요

ส่วนประกอบหลักของ Rejuran Healer คือ

PDRN (Polynucleotide) ค่ะ

 

ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว จะเข้าไปกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลาย

และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างคอลลาเจนค่ะ

 

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ค่ะ เพราะ Rejuran Healer

ไม่ได้เข้าไปเติมเต็มในทันทีเหมือน filler ทั่วไป

แต่เป็นการส่งสัญญาณให้ผิว

ฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาตามธรรมชาตินั่นเองค่ะ

 

ดังนั้น จึงต้องใช้เวลา

กว่าที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

 

นี่คือเหตุผลที่มีหลายคนรู้สึกว่า

"เอ๊ะ ผิวดูดีขึ้นนะ" หลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 2~4 สัปดาห์ มากกว่าช่วงวันแรกๆ ค่ะ

 

นั่นหมายความว่า ผิวของเราต้องการเวลาในการ

สร้างการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ฉีดเข้าไปค่ะ

 

หากเราละเลยจุดนี้แล้วฉีดถี่เกินไป

ก็เท่ากับว่าเป็นการไปกระตุ้นหรือทำร้ายผิวเพิ่ม

ทั้งๆ ที่ผิวยังไม่ทันได้ฟื้นตัวเต็มที่เลยนั่นเองค่ะ

 

แล้วระยะห่างในการฉีด

 

สเต็ป

ระยะแนะนำ

เป้าหมาย

ช่วงเริ่มต้น

ทุกๆ 2~4 สัปดาห์ (ทำ 3~4 ครั้ง)

สร้างฐานคอลลาเจนให้ผิว

ช่วงคงสภาพ

ทุกๆ 2~3 เดือน

รักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

หากฉีดถี่ไป

สั้นกว่าระยะที่แนะนำ

ผิวแพ้ง่ายขึ้น · ผลลัพธ์อิ่มตัว · ค่ายาพุ่งสูง

 

ควรเว้นช่วงนานแค่ไหนดี?

"돈 들여서 피부 예민해지기 싫다면" 리쥬란 주기를 당장 늘려야 하는 이유

แม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส

แต่โดยปกติแล้วหมอจะแนะนำแบบนี้ค่ะ

 

การฉีดช่วงแรกห่างกันทุกๆ 3~4 สัปดาห์

เป็นเกณฑ์ที่อิงจากวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติค่ะ

 

เพราะปกติวงจรการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด

จะอยู่ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ค่ะ

 

บางท่านอาจจะบอกว่า "อยากเห็นผลไวๆ

ขอฉีดทุกๆ 2 อาทิตย์เลยได้ไหม"

แต่ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว นั่นอาจจะไม่ดีต่อผิวของคุณได้ค่ะ

 

นี่เป็นส่วนที่หลายคนมักเข้าใจผิดกันบ่อยๆ

เพราะสำหรับ Rejuran Healer แล้ว หัวใจสำคัญไม่ใช่คำว่า "เยอะ" แต่คือ "ช่วงเวลาที่เหมาะสม" ต่างหากค่ะ

 

บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ของหมอ มีคนไข้หลายคนที่มาครั้งแรกแล้วเล่าว่า

"เคยฉีดจากที่อื่นทุกๆ 2 สัปดาห์ แล้ว

รู้สึกว่าผิวบางลงและแพ้ง่ายขึ้นมาก"

ซึ่งเป็นเคสที่เจอกันได้เรื่อยๆ เลยค่ะ

 

พวกเธอได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วว่า

ระยะเวลาที่สั้นเกินไปไม่ได้แปลว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปค่ะ

 

หมอจึงมักจะเน้นย้ำเรื่องนี้ล่วงหน้าไว้เสมอค่ะ —

 

แทนที่จะรีบฉีดให้ถี่ๆ

การปรับระยะห่างโดยดูจากสภาพผิวหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ

 

โดยเฉพาะท่านที่มีเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

ในช่วงเริ่มต้น แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไปจะปลอดภัยและดีที่สุดค่ะ

 

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าละเลยเรื่องระยะเวลา?

리쥬란힐러 비용 아끼는 법 — 효과 없는 4회차 시술을 피하는 주기 조율

หากเราฉีดถี่เกินไปเป็นเวลานาน

ปัญหาที่จะตามมาอย่างชัดเจนเลยก็คือ

 

1. ผิวเซนซิทีฟ แพ้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการฉีดด้วยเข็มนั้นถือเป็นรอยแผลเล็กๆ บนผิวค่ะ

ถ้าผิวเราโดนสะกิดบ่อยๆ ก่อนที่จะซ่อมแซมตัวเองเสร็จ ผิวจะเริ่มดื้อและเกิดปฏิกิริยาป้องกันตัว ทำให้กลายเป็นผิวแพ้ง่ายได้ค่ะ

 

2. ผลลัพธ์อิ่มตัว (Plateau Effect)

เมื่อผิวได้รับ PDRN ในปริมาณที่เพียงพออยู่แล้ว การฉีดเพิ่มเข้าไปก็อาจจะทำให้ผิวไม่ตอบสนองเพิ่มขึ้นอีก

(เป็นคอนเซ็ปต์ของ Receptor Saturation หรือการอิ่มตัวของตัวรับสัญญาณผิวค่ะ)

 

3. สิ้นเปลืองงบโดยใช่เหตุ

ข้อเสียหลักๆ เลยก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ^^..

เพราะเท่ากับว่าเราเสียเงินทำหัตถการซ้ำๆ โดยที่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นมาเลยค่ะ

 

สรุปใจความสำคัญ:

ตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว สำหรับ Rejuran Healer

ช่วงเริ่มแรกควรทำทุกๆ 3~4 สัปดาห์ (ติดต่อกัน 3~4 ครั้ง)

หลังจากนั้นเพื่อคงสภาพผิว สามารถทำห่างกันที่ทุกๆ 2~3 เดือนได้เลยค่ะ

 

วิธีปรับระยะเวลาเมื่อทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ

ถึงแม้จะเป็นทรีตเมนต์หรือหัตถการที่ดีแค่ไหน

แต่ถ้าจับคู่ผิดคอมโบและผิดจังหวะ ก็อาจจะทำให้เห็นผลได้ไม่เต็มที่ค่ะ

 

โดยปกติหมอจะแนะนำแบบนี้ค่ะ

 

1. เลเซอร์พลังงานสูง + Rejuran Healer

 

ในช่วงที่ผิวบอบบางหลังทำเลเซอร์

หากรีบฉีด Rejuran Healer ทันที

แทนที่จะช่วยฟื้นฟู ก็อาจจะกลายเป็นการรบกวนผิวทดแทนได้ค่ะ

แนะนำให้ผิวนิ่งและพักฟื้นตัวอย่างน้อย 1~2 สัปดาห์ก่อนค่อยทำจะดีกว่าค่ะ

 

2. โบท็อกซ์ + Rejuran Healer

 

หากฉีดในบริเวณผิวที่ทับซ้อนกัน หรือมีอาการบวมค่อนข้างเยอะ

หมอแนะนำให้เว้นระยะห่างไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ

 

3. ฟิลเลอร์ + Rejuran Healer

 

หากฉีดเข้าบริเวณเดียวกันหลังจากทำฟิลเลอร์ทันที

อาจจะส่งผลให้ตำแหน่งของฟิลเลอร์เคลื่อนได้ค่ะ

ดังนั้นแนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2~4 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ

 

เปรียบเทียบผลลัพธ์ Rejuran Healer vs Rejuran HB แบบเข้าใจง่าย

ตารางเปรียบเทียบ

Rejuran Healer

Rejuran HB

ผลลัพธ์เน้นๆ

ปรับเท็กซ์เจอร์ผิว·ริ้วรอยเล็กๆ·ฟื้นฟูผิว

เติมความชุ่มชื้น·ความยืดหยุ่น·ปรับผิวเนียนไปพร้อมกัน

เนื้อสัมผัสตัวยา

PN เข้มข้นเดี่ยวๆ

PN + Hyaluronic Acid (HA)

การเห็นผลลัพธ์

ค่อยๆ เห็นผลดีขึ้นหลัง 2~4 สัปดาห์

รู้สึกถึงความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำได้ค่อนข้างไว

เหมาะสำหรับ

เน้นกังวลเรื่องผิวไม่เนียนเรียบและอยากฟื้นฟูผิวเป็นหลัก

ผิวแห้งขาดน้ำและต้องการความยืดหยุ่นควบคู่กัน

หน้าที่

ช่วยเกลี่ยผิวที่หยาบกร้านหรือรูขุมขนเด่นชัดให้เรียนเนียนละเอียดขึ้น

ช่วยเติมเต็มผิวที่แห้งโรยราให้ดูอิ่มฟู ช่วยลดสเปซความหย่อนคล้อยบนใบหน้า

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. ถ้ายังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ต้องร่นระยะเวลาฉีดให้สั้นลงไหมคะ?

A. ปกติแล้ว Rejuran Healer จะเริ่มแสดงผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2~4 สัปดาห์ค่ะ

แทนที่จะลดระยะห่างลง หมอแนะนำให้เช็ควิธีและเทคนิคการฉีด

(เช่น ความลึก ระดับความเหมาะสม) ร่วมกับแพทย์เป็นอย่างแรกค่ะ

 

Q2. สามารถฉีด Rejuran Healer ต่อเนื่องระยะยาวเป็นปีได้ไหมคะ?

A. ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาเลยค่ะ แต่ในช่วงเก็บรายละเอียดหลังคงสภาพผิวแล้ว

การเว้นระยะห่างทุกๆ 2~3 เดือนขึ้นไปจะเหมาะสมที่สุดค่ะ

ไม่จำเป็นต้องมาฉีดทุกๆ เดือนนะคะ

 

Q3. ตอนนี้พักอยู่แถวชิน촌 (Sinchon) หรือแถวอีแด (Ewha) ควรไปทำที่ไหนดีคะ?

A. สำหรับ Rejuran Healer แล้ว เทคนิคการฉีด ระดับความลึก และการเลือกจุดบนใบหน้า

ส่งผลต่อผลลัพธ์เป็นอย่างมากเลยค่ะ

แนะนำให้เลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงเป็นหลักนะคะ


หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ รักษาผิวสวยไปกับหมอวี ยองจิน ค่ะ


หากคุณกำลังกังวลเรื่องผิวไม่เรียบเนียน มีริ้วรอยเล็กๆ หรือผิวแห้งกร้าน

ลองเข้ามาปรึกษาเรื่องระยะการฉีด Rejuran ที่เหมาะกับสภาพผิวปัจจุบันของคุณได้นะคะ

 ▶ สอบถามและปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง KakaoTalk



✦ แนะนำให้อ่านร่วมกัน


ระยะฉีด Rejuran Healer แต่ละสภาพผิว ทำไมถึงไม่เหมือนกัน?

많이 맞는다고 좋아지지 않습니다: 리쥬란힐러가 '과유불급'인 의학적 근거

พอเข้าช่วงสปริงขึ้นมาปุ๊บ

ก็มีหลายๆ อย่างที่เริ่มทำให้เรากังวลใจใช่ไหมคะ

 

ทั้งเรื่องรูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน หมองคล้ำ —

ไอเทมเหล่านี้เลยทำให้ช่วงนี้มีคนสอบถามเรื่อง Rejuran Healer

เข้ามากันเยอะมากๆ เลยค่ะ

 

วันนี้เราจะมาสรุปเรื่อง ระยะการฉีด Rejuran Healer

แบบเข้าใจง่ายๆ กันค่ะ

 

มาเช็คกันตั้งแต่คำถามที่ว่า "ยิ่งฉีดบ่อย ยิ่งดีจริงไหม?"

กันก่อนเลยค่ะ


Q. Rejuran Healer ยิ่งฉีดบ่อยยิ่งเห็นผลดีจริงไหมคะ?

A. ไม่จริงค่ะ หากเรามองข้ามระยะเวลาในการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อผิว

ก็อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้ามได้นะคะ

มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเนื้อหากันค่ะ

 

Q. ช่วงเริ่มฉีดครั้งแรก กับช่วงคงสภาพผิว ระยะห่างต้องต่างกันไหมคะ?

A. ใช่ค่ะ ต้องแตกต่างกันค่ะ

แต่ละสเต็ปแตกต่างกันอย่างไร เราสรุปไว้ให้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ

 

Q. ถ้าทำร่วมกับโปรแกรมอื่น สามารถร่นระยะเวลาให้สั้นลงได้ไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ

แถมบางตัวยังมีคู่ผสมที่อาจจะตีกันได้ด้วย

ซึ่งเราจะมาพูดถึงเรื่องนี้ด้านล่างเช่นกันค่ะ

 

ก่อนอื่น ต้องรู้ก่อนว่า Rejuran Healer เข้าไปทำงานอย่างไรในผิวของเรา

리쥬란 효과가 없다고요? 주기를 줄이기 전에 '수용체 포화' 상태부터 체크하세요

ส่วนประกอบหลักของ Rejuran Healer คือ

PDRN (Polynucleotide) ค่ะ

 

ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิว จะเข้าไปกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลาย

และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างคอลลาเจนค่ะ

 

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ค่ะ เพราะ Rejuran Healer

ไม่ได้เข้าไปเติมเต็มในทันทีเหมือน filler ทั่วไป

แต่เป็นการส่งสัญญาณให้ผิว

ฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาตามธรรมชาตินั่นเองค่ะ

 

ดังนั้น จึงต้องใช้เวลา

กว่าที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

 

นี่คือเหตุผลที่มีหลายคนรู้สึกว่า

"เอ๊ะ ผิวดูดีขึ้นนะ" หลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 2~4 สัปดาห์ มากกว่าช่วงวันแรกๆ ค่ะ

 

นั่นหมายความว่า ผิวของเราต้องการเวลาในการ

สร้างการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ฉีดเข้าไปค่ะ

 

หากเราละเลยจุดนี้แล้วฉีดถี่เกินไป

ก็เท่ากับว่าเป็นการไปกระตุ้นหรือทำร้ายผิวเพิ่ม

ทั้งๆ ที่ผิวยังไม่ทันได้ฟื้นตัวเต็มที่เลยนั่นเองค่ะ

 

แล้วระยะห่างในการฉีด

 

สเต็ป

ระยะแนะนำ

เป้าหมาย

ช่วงเริ่มต้น

ทุกๆ 2~4 สัปดาห์ (ทำ 3~4 ครั้ง)

สร้างฐานคอลลาเจนให้ผิว

ช่วงคงสภาพ

ทุกๆ 2~3 เดือน

รักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

หากฉีดถี่ไป

สั้นกว่าระยะที่แนะนำ

ผิวแพ้ง่ายขึ้น · ผลลัพธ์อิ่มตัว · ค่ายาพุ่งสูง

 

ควรเว้นช่วงนานแค่ไหนดี?

"돈 들여서 피부 예민해지기 싫다면" 리쥬란 주기를 당장 늘려야 하는 이유

แม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส

แต่โดยปกติแล้วหมอจะแนะนำแบบนี้ค่ะ

 

การฉีดช่วงแรกห่างกันทุกๆ 3~4 สัปดาห์

เป็นเกณฑ์ที่อิงจากวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติค่ะ

 

เพราะปกติวงจรการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด

จะอยู่ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ค่ะ

 

บางท่านอาจจะบอกว่า "อยากเห็นผลไวๆ

ขอฉีดทุกๆ 2 อาทิตย์เลยได้ไหม"

แต่ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว นั่นอาจจะไม่ดีต่อผิวของคุณได้ค่ะ

 

นี่เป็นส่วนที่หลายคนมักเข้าใจผิดกันบ่อยๆ

เพราะสำหรับ Rejuran Healer แล้ว หัวใจสำคัญไม่ใช่คำว่า "เยอะ" แต่คือ "ช่วงเวลาที่เหมาะสม" ต่างหากค่ะ

 

บันทึกจากประสบการณ์จริงของ หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์ของหมอ มีคนไข้หลายคนที่มาครั้งแรกแล้วเล่าว่า

"เคยฉีดจากที่อื่นทุกๆ 2 สัปดาห์ แล้ว

รู้สึกว่าผิวบางลงและแพ้ง่ายขึ้นมาก"

ซึ่งเป็นเคสที่เจอกันได้เรื่อยๆ เลยค่ะ

 

พวกเธอได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วว่า

ระยะเวลาที่สั้นเกินไปไม่ได้แปลว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปค่ะ

 

หมอจึงมักจะเน้นย้ำเรื่องนี้ล่วงหน้าไว้เสมอค่ะ —

 

แทนที่จะรีบฉีดให้ถี่ๆ

การปรับระยะห่างโดยดูจากสภาพผิวหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ

 

โดยเฉพาะท่านที่มีเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

ในช่วงเริ่มต้น แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไปจะปลอดภัยและดีที่สุดค่ะ

 

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าละเลยเรื่องระยะเวลา?

리쥬란힐러 비용 아끼는 법 — 효과 없는 4회차 시술을 피하는 주기 조율

หากเราฉีดถี่เกินไปเป็นเวลานาน

ปัญหาที่จะตามมาอย่างชัดเจนเลยก็คือ

 

1. ผิวเซนซิทีฟ แพ้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการฉีดด้วยเข็มนั้นถือเป็นรอยแผลเล็กๆ บนผิวค่ะ

ถ้าผิวเราโดนสะกิดบ่อยๆ ก่อนที่จะซ่อมแซมตัวเองเสร็จ ผิวจะเริ่มดื้อและเกิดปฏิกิริยาป้องกันตัว ทำให้กลายเป็นผิวแพ้ง่ายได้ค่ะ

 

2. ผลลัพธ์อิ่มตัว (Plateau Effect)

เมื่อผิวได้รับ PDRN ในปริมาณที่เพียงพออยู่แล้ว การฉีดเพิ่มเข้าไปก็อาจจะทำให้ผิวไม่ตอบสนองเพิ่มขึ้นอีก

(เป็นคอนเซ็ปต์ของ Receptor Saturation หรือการอิ่มตัวของตัวรับสัญญาณผิวค่ะ)

 

3. สิ้นเปลืองงบโดยใช่เหตุ

ข้อเสียหลักๆ เลยก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ ^^..

เพราะเท่ากับว่าเราเสียเงินทำหัตถการซ้ำๆ โดยที่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นมาเลยค่ะ

 

สรุปใจความสำคัญ:

ตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว สำหรับ Rejuran Healer

ช่วงเริ่มแรกควรทำทุกๆ 3~4 สัปดาห์ (ติดต่อกัน 3~4 ครั้ง)

หลังจากนั้นเพื่อคงสภาพผิว สามารถทำห่างกันที่ทุกๆ 2~3 เดือนได้เลยค่ะ

 

วิธีปรับระยะเวลาเมื่อทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ

ถึงแม้จะเป็นทรีตเมนต์หรือหัตถการที่ดีแค่ไหน

แต่ถ้าจับคู่ผิดคอมโบและผิดจังหวะ ก็อาจจะทำให้เห็นผลได้ไม่เต็มที่ค่ะ

 

โดยปกติหมอจะแนะนำแบบนี้ค่ะ

 

1. เลเซอร์พลังงานสูง + Rejuran Healer

 

ในช่วงที่ผิวบอบบางหลังทำเลเซอร์

หากรีบฉีด Rejuran Healer ทันที

แทนที่จะช่วยฟื้นฟู ก็อาจจะกลายเป็นการรบกวนผิวทดแทนได้ค่ะ

แนะนำให้ผิวนิ่งและพักฟื้นตัวอย่างน้อย 1~2 สัปดาห์ก่อนค่อยทำจะดีกว่าค่ะ

 

2. โบท็อกซ์ + Rejuran Healer

 

หากฉีดในบริเวณผิวที่ทับซ้อนกัน หรือมีอาการบวมค่อนข้างเยอะ

หมอแนะนำให้เว้นระยะห่างไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ

 

3. ฟิลเลอร์ + Rejuran Healer

 

หากฉีดเข้าบริเวณเดียวกันหลังจากทำฟิลเลอร์ทันที

อาจจะส่งผลให้ตำแหน่งของฟิลเลอร์เคลื่อนได้ค่ะ

ดังนั้นแนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2~4 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ

 

เปรียบเทียบผลลัพธ์ Rejuran Healer vs Rejuran HB แบบเข้าใจง่าย

ตารางเปรียบเทียบ

Rejuran Healer

Rejuran HB

ผลลัพธ์เน้นๆ

ปรับเท็กซ์เจอร์ผิว·ริ้วรอยเล็กๆ·ฟื้นฟูผิว

เติมความชุ่มชื้น·ความยืดหยุ่น·ปรับผิวเนียนไปพร้อมกัน

เนื้อสัมผัสตัวยา

PN เข้มข้นเดี่ยวๆ

PN + Hyaluronic Acid (HA)

การเห็นผลลัพธ์

ค่อยๆ เห็นผลดีขึ้นหลัง 2~4 สัปดาห์

รู้สึกถึงความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำได้ค่อนข้างไว

เหมาะสำหรับ

เน้นกังวลเรื่องผิวไม่เนียนเรียบและอยากฟื้นฟูผิวเป็นหลัก

ผิวแห้งขาดน้ำและต้องการความยืดหยุ่นควบคู่กัน

หน้าที่

ช่วยเกลี่ยผิวที่หยาบกร้านหรือรูขุมขนเด่นชัดให้เรียนเนียนละเอียดขึ้น

ช่วยเติมเต็มผิวที่แห้งโรยราให้ดูอิ่มฟู ช่วยลดสเปซความหย่อนคล้อยบนใบหน้า

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. ถ้ายังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ต้องร่นระยะเวลาฉีดให้สั้นลงไหมคะ?

A. ปกติแล้ว Rejuran Healer จะเริ่มแสดงผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2~4 สัปดาห์ค่ะ

แทนที่จะลดระยะห่างลง หมอแนะนำให้เช็ควิธีและเทคนิคการฉีด

(เช่น ความลึก ระดับความเหมาะสม) ร่วมกับแพทย์เป็นอย่างแรกค่ะ

 

Q2. สามารถฉีด Rejuran Healer ต่อเนื่องระยะยาวเป็นปีได้ไหมคะ?

A. ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาเลยค่ะ แต่ในช่วงเก็บรายละเอียดหลังคงสภาพผิวแล้ว

การเว้นระยะห่างทุกๆ 2~3 เดือนขึ้นไปจะเหมาะสมที่สุดค่ะ

ไม่จำเป็นต้องมาฉีดทุกๆ เดือนนะคะ

 

Q3. ตอนนี้พักอยู่แถวชิน촌 (Sinchon) หรือแถวอีแด (Ewha) ควรไปทำที่ไหนดีคะ?

A. สำหรับ Rejuran Healer แล้ว เทคนิคการฉีด ระดับความลึก และการเลือกจุดบนใบหน้า

ส่งผลต่อผลลัพธ์เป็นอย่างมากเลยค่ะ

แนะนำให้เลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงเป็นหลักนะคะ


หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ รักษาผิวสวยไปกับหมอวี ยองจิน ค่ะ


หากคุณกำลังกังวลเรื่องผิวไม่เรียบเนียน มีริ้วรอยเล็กๆ หรือผิวแห้งกร้าน

ลองเข้ามาปรึกษาเรื่องระยะการฉีด Rejuran ที่เหมาะกับสภาพผิวปัจจุบันของคุณได้นะคะ

 ▶ สอบถามและปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง KakaoTalk



✦ แนะนำให้อ่านร่วมกัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

เมื่อรู้สึกว่าหน้าผากและคิ้วเริ่มหย่อนคล้อยจนดูหนักอึ้ง Sofwave 리프팅 จะช่วยดูแลคุณได้อย่างไรบ้างคะ?

ยกกระชับ

หน้าผาก-คิ้วหย่อนคล้อย Sofwave ช่วยได้ไหม? เจาะลึกข้อควรรู้

หน้าผาก-คิ้วหย่อนจนดูหนัก Sofwave ยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ช่วยได้แค่ไหน สรุปกลไกและข้อควรระวัง

เมื่อปัญหารอยแดงบนใบหน้าไม่ยอมหายไป การทำไมโครนีดเดิล RF อย่าง Potenza จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หน้าแดง รอยแดงไม่ยอมจาง Potenza ช่วยได้ไหม? เจาะลึก

รอยแดงบนใบหน้าไม่ยอมจาง Potenza (Microneedle RF) ช่วยดูแลได้แค่ไหน สรุปกลไกและข้อควรระวัง

เมื่อหลังมือเริ่มซูบผอมจนเห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือดปูดโปนชัดขึ้น เราสามารถเติมเต็ม volume ให้มือกลับมาอวบอิ่มด้วย Sculptra ซึ่งเป็นตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ไหมคะ?

ผิว

หลังมือผอมจนเห็นเส้นเอ็น สคัลป์ตร้าช่วยได้ไหม?

หลังมือผอมจนเห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือด สคัลป์ตร้าช่วยเติมวอลุ่มได้ไหม สรุปกลไกและข้อควรระวัง

ครีมกันแดด จำเป็นต้องทาไหมคะในวันที่อยู่แต่ในบ้านหรือวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มไม่มีแดด?

ผิว

อยู่ในร่มหรือวันฟ้าครึ้มต้องทากันแดดไหม?

อยู่ในร่มหรือวันฟ้าครึ้มก็ยังต้องทากันแดดไหม UVA ทะลุกระจกและเมฆลงมาถึงผิว สรุปเหตุผลและการดูแล

หลังทำ Ulthera และ Thermage อาการบวมจะยุบลงเมื่อไหร่คะ? ช่วยแบ่งรายละเอียดเป็น ทันทีหลังทำ / 1 สัปดาห์ / 2 สัปดาห์ ให้หน่อยได้ไหมคะ?

ยกกระชับ

อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage ยุบเมื่อไหร่ เจาะลึกไทม์ไลน์

อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage ยุบเมื่อไหร่ ไทม์ไลน์หลังทำ 1 และ 2 สัปดาห์ พร้อมวิธีดูแลค่ะ

ทำยกกระชับด้วย Sofwave ครั้งแรก ต้องรู้อะไรไว้บ้างจะได้ไม่ยืนงงในคลินิก?

ยกกระชับ

Sofwave ครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง เจาะลึกหลักการและการฟื้นตัว

Sofwave ครั้งแรกต้องรู้อะไร เจาะลึกหลักการยกกระชับ ความต่างจาก Ulthera และการดูแลหลังทำค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1