สรุปมาให้แล้วค่ะสำหรับจำนวนครั้งในการทำ Rejuran Healer โดยปกติแล้วสำหรับผิวธรรมดาและผิวแพ้ง่ายแนะนำที่ 3 ครั้ง ส่วนผิวที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยแนะนำที่ 4 ครั้งค่ะ พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องแบ่งทำเป็นรอบๆ รวมถึงเรื่องระดับความเจ็บและการฟื้นฟูผิวไว้ให้ครบเลยค่ะ
เวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Rejuran สิ่งแรกที่จะเจอเลยคือเรื่องของ 'ระยะห่าง' ในการฉีดค่ะ บางที่ก็บอกว่าควรฉีดทุกๆ 2 สัปดาห์ บางที่ก็บอกว่าทุกๆ 4 สัปดาห์ และถ้าลองค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็จะเจอคำแนะนำที่ขัดกันเองอย่าง 'ต้องฉีดให้ครบ 3-4 ครั้ง' กับ 'ฉีดแค่ครั้งเดียวก็เห็นผลแล้ว' อยู่คู่กันเลยค่ะ
ถ้าให้ตอบแบบสั้นๆ จากข้อมูลวิจัยตัวเลขระยะห่างที่แนะนำจริงๆ คือ 14 วัน หรือ 21 วัน หรือก็คือช่วง 2-3 สัปดาห์ค่ะ ส่วนเรื่องจำนวนครั้งว่าจะฉีด 3 ครั้ง หรือ 4 ครั้งดีนั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งเราต้องประเมินตรงนี้ก่อนที่จะไปคุยเรื่องระยะห่างเสียอีกค่ะ
และยังมีอีกหนึ่งจุดที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ค่ะ Rejuran ไม่ใช่หัตถการประเภทฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปปุ๊บแล้วผิวจะฟูเต็มขึ้นมาทันทีนะคะ แต่เป็นการเติมสารอาหารลงไปเพื่อให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง ดังนั้น การยืดหรือร่นระยะห่างตามใจชอบอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่หวังค่ะ วันนี้ Beautystone เลยรวบรวมข้อมูลตามหลักการแพทย์มาสรุปให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจเรื่อง:
สารสำคัญใน Rejuran Healer เข้าไปทำงานอย่างไรในผิว
ทำไมเราถึงต้องแบ่งการฉีด Rejuran ออกเป็นหลายๆ ครั้ง
ระยะห่างและจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละแบบ
ขั้นตอนการทำ การดูแลเรื่องความเจ็บ และระยะเวลาในการพักฟื้นผิว
ทำความรู้จัก Rejuran Healer กันแบบสั้นๆ ก่อนนะคะ
ตอนที่เข้ามาปรึกษาที่คลินิก คำถามยอดฮิตที่คุณหมอเจอบ่อยมากก็คือ "ที่บอกว่าเป็น DNA ปลาแซลมอนเนี่ย มันเข้าไปช่วยอะไรในผิวเราเหรอคะ?"
สารหลักที่อยู่ใน Rejuran Healer ก็คือ PN* ค่ะ จากงานวิจัยระบุว่า PN ที่สกัดจากอสุจิของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์จะมีโครงสร้างสายยาวที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมให้เนื้อเยื่อผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นจุดต่างจาก PDRN* ที่หลายคนคุ้นชื่อกัน สำหรับใครที่อยากรู้ลึกเรื่องความต่าง สามารถตามไปอ่านได้ที่บทความ [เจาะลึกที่มาและความต่างของ PN และ PDRN](/blog/rejuran-pn-ingredient-principle-h) ได้เลยค่ะ
PN (Polynucleotide)*: สารสกัดสายยาวที่บริสุทธิ์จาก DNA ปลาแซลมอน/ปลาเทราต์ ช่วยสร้างฐานการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว
PDRN (Polydeoxyribonucleotide)*: มีโครงสร้างสายที่สั้นกว่า PN โดดเด่นในเรื่องการช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมระยะเวลาในการฉีดถึงสำคัญค่ะ เพราะ Rejuran ไม่ได้เน้นการเติมเต็มวอลลุ่ม แต่เข้าไปบำรุง 'โครงสร้างผิว' ที่มีคอลลาเจนคอยพยุงความยืดหยุ่น ซึ่งปกติแล้วร่างกายจะสร้างได้น้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้นนั่นเอง ส่วนใครที่อยากได้ความฉ่ำวาวเน้นงานผิวโกลว์ด้วย Rejuran HB ซึ่งเป็นรุ่นที่ผสม Hyaluronic Acid (สารอุ้มน้ำในผิว) เข้าไปด้วย สามารถเข้าไปอ่านเปรียบเทียบข้อแตกต่างและราคากันได้ที่ [เปรียบเทียบ Rejuran Healer vs Rejuran HB คุ้มค่าต่างกันอย่างไร](/blog/rejuran-healer-vs-hb-difference) นะคะ

ทำไมต้องแบ่งฉีด Rejuran เป็นหลายๆ ครั้ง?
การทำงานของ Rejuran จะไม่เหมือนกับฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บสวยปั๊บนะคะ แต่มันคือการส่งสัญญาณและเตรียมวัตถุดิบเพื่อให้เซลล์ผิวของเราตื่นขึ้นมาทำงานใหม่อีกครั้ง แล้วทำไมต้องฉีดซ้ำในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันล่ะ? นั่นเป็นเพราะการกระตุ้นเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะปรับโครงสร้างผิวใหม่ทั้งหมดได้ จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิค ฉีดเคลือบซ้ำๆ เป็นชั้นในระยะเวลาที่เหมาะสม ค่ะ
จุดนี้เราต้องแยกเรื่อง 'วงจรการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก' ออกไปก่อนนะคะ ที่เคยได้ยินว่าผิวใช้เวลาผลัดเซลล์ประมาณ 4 สัปดาห์นั้นเป็นกระบวนการของผิวชั้นกำพร้า (Epidermis) แต่ Rejuran ของเราจะเข้าไปทำงานในผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)* ซึ่งเป็นคนละส่วนกันเลยค่ะ ถ้าเราใช้เกณฑ์การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก 4 สัปดาห์มาเป็นตัวกำหนดระยะห่างในการฉีด Rejuran ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงจุดค่ะ
ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้า เป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการฉีด skin booster บำรุงผิวค่ะ
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ฉีดด้วยนะคะ จากการศึกษาแบบสุ่มเปรียบเทียบการฉีด PN บริเวณรอบดวงตาทุกๆ 2 สัปดาห์ติดต่อกัน 3 ครั้ง เทียบกับกลุ่มที่ฉีด Hyaluronic Acid พบว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของทั้งสองกลุ่มจะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ แต่กลุ่มที่ฉีด PN (Rejuran) จะสามารถรักษาเปอร์เซ็นต์ความดีงามของผิว ทั้งเรื่องความเรียบเนียนและรูขุมขนไว้ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ นั่นหมายความว่าผิวเราจะค่อยๆ คลายความเป๊ะลงตามเวลา จึงจำเป็นต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพ (maintenance) ไว้ค่ะ

รอบการฉีด Rejuran Healer: 3 หรือ 4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคุณ
จำนวนครั้งในการฉีดจะเริ่มต้นที่สภาพผิวเป็นหลักค่ะ จาก แนวทางปฏิบัติของแพทย์ความงามในการใช้ Polynucleotide แนะนำว่าควรฉีดบริเวณใบหน้าห่างกันทุกๆ 14 หรือ 21 วัน โดยผิวธรรมดาและผิวแพ้ง่ายแนะนำที่ 3 ครั้ง ส่วนผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยชัดเจนแนะนำที่ 4 ครั้งสำหรับคอร์สเริ่มต้นค่ะ และในกรณีที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่มีริ้วรอยหนักมากๆ คุณหมออาจแนะนำสูตรเข้มข้นคือฉีดทุกๆ 7 วัน ติดต่อกัน 4 ครั้งได้ค่ะ
สำหรับบริเวณที่ผิวบอบบางเป็นพิเศษ เช่น รอบดวงตา, ลำคอ, เนินอก หรือหลังมือ ก็แนะนำให้ฉีดห่างกัน 14 หรือ 21 วัน จำนวน 3-4 ครั้งเช่นกันค่ะ แม้แต่ใน รายงานการรักษาเพื่อฟื้นฟูรอยแผลเป็น ก็ใช้เทคนิคการแบ่งฉีดครั้งละ 1-2 mL ห่างกันทุกๆ 2-3 สัปดาห์ เช่นเดียวกันค่ะ
สภาพผิว / บริเวณ | ระยะห่าง | จำนวนครั้งที่แนะนำ |
|---|---|---|
ผิวธรรมดา | 14 วัน หรือ 21 วัน | 3 ครั้ง |
ผิวเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย | 14 วัน หรือ 21 วัน | 4 ครั้ง |
ผิวมีริ้วรอยแห่งวัย (สูตรเร่งด่วน) | 7 วัน | 4 ครั้ง |
ผิวบอบบาง / แพ้ง่าย | 14 วัน หรือ 21 วัน | 3 ครั้ง |
รอบดวงตา, ลำคอ, หลังมือ | 14 วัน หรือ 21 วัน | 3-4 ครั้ง |
ดังนั้น คำแนะนำประเภท "ฉีดเดือนละครั้ง (ทุก 4 สัปดาห์)" ในช่วงเริ่มต้น จึงอาจจะห่างเกินไปกว่าช่วงที่งานวิจัยแนะนำค่ะ ในทางกลับกัน หากผิวของคุณยังมีรอยแดงหรืออาการบวมจากการฉีดครั้งก่อนหลงเหลืออยู่ คุณหมอจะแนะนำให้เลื่อนการฉีดครั้งต่อไปออกไปก่อนค่ะ หลังจากจบคอร์สแรกแล้ว ควรเว้นระยะห่างเพื่อคงสภาพผิวนานแค่ไหน คุณหมอวี ยองจิน จะช่วยประเมินจากผลลัพธ์หน้างานในห้องตรวจให้อีกครั้งค่ะ ส่วนใครที่อยากเช็กราคาและดีลแพ็กเกจ สามารถดูได้ที่ [รีวิวราคาและแพ็กเกจ Rejuran แต่ละแบบ](/blog/rejuran-cost-package-guide) เลยค่ะ

ทำไมต้องเลือกทำ Rejuran ที่ Beautystone ฮับจอง?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่เราจะแนะนำให้คนไข้ฉีด Rejuran คุณหมอวี ยองจิน จะประเมินผิวอย่างละเอียดก่อนเสมอค่ะว่า ตอนนี้ผิวของคุณอยู่ในช่วงที่ต้องรีบอัดกระตุ้นคอร์สแรก หรืออยู่ในขั้นประคองรักษาผิว (maintenance) แล้ว เพราะแม้จะเป็น Rejuran ตัวเดียวกัน แต่ถ้าปัญหาหลักของคุณคือเรื่องผิวไม่เรียบเนียน มีริ้วรอยเล็กๆ หรือมีปัญหาผิวแห้งกร้านร่วมด้วย เทคนิคการฉีดและระยะห่างก็จะแตกต่างกันไปค่ะ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดอบอุ่นใกล้สถานีฮับจอง คุณหมอจึงสามารถดูแลและประเมินการตอบสนองของผิวคนไข้ได้อย่างใกล้ชิดในทุกๆ ครั้ง เพื่อวางแผนการนัดหมายครั้งต่อไปได้อย่างแม่นยำที่สุดค่ะ

ขั้นตอนการทำ ความเจ็บ การพักฟื้น และการดูแลตัวเองระหว่างจบคอร์ส
ขั้นตอนการฉีดนั้นรวดเร็วมากค่ะ หลังจากแปะยาชาจนครบเวลาแล้ว คุณหมอจะค่อยๆ ทยอยฉีดทีละจุดอย่างเบามือ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ช่วงแรกคือการเคลือบสารอาหารและส่งสัญญาณกระตุ้นผิวแบบต่อเนื่อง การรักษาระยะห่างในการมาฉีดตามนัดจึงเป็นหัวใจสำคัญถึง 50% ของผลลัพธ์ทั้งหมดเลยค่ะ
จากผลการศึกษาความเจ็บในการฉีดสารกลุ่ม PN พบว่าคะแนนความเจ็บเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 5 เต็ม 10 คะแนนค่ะ เนื่องจาก Rejuran Healer รุ่นออริจินัลจะไม่มีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine*) คลินิกส่วนใหญ่จึงต้องเน้นการแปะยาชาอย่างเต็มที่ หรือใช้เทคนิคบล็อกเส้นประสาทร่วมกับเข็มขนาดเล็กพิเศษเบอร์ 34G เพื่อให้คนไข้สบายผิวที่สุดขณะทำค่ะ
Lidocaine*: ยาชาเฉพาะที่ ช่วยลดความรู้สึกบริเวณที่ทำหัตถการชั่วคราว
อาการปกติที่พบได้หลังฉีด 2-3 วันแรก:
รอยเข็มหรือรอยแดงจางๆ — จะค่อยๆ หายไปเองใน 1-2 วันค่ะ
ตุ่มนูนคล้ายตุ่มยุง (Embossing) — จะค่อยๆ ยุบตัวลงและซึมเข้าผิวไปเองในเวลาไม่กี่วันค่ะ
รอยช้ำเล็กๆ — อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในบริเวณที่ผิวบอบบาง เช่น รอบดวงตาค่ะ
หากใครรู้สึกว่าตุ่มนูนหายช้ากว่าปกติ สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [FAQ รวมวิธีรับมืออาการตุ่มนูนหลังฉีด Rejuran](/blog/rejuran-side-effects-faq) และแนะนำให้ตุ่มเหล่านี้ยุบสนิทก่อนค่อยนัดคิวฉีดในรอบถัดไปนะคะ
กรณีที่ควรเลื่อนการฉีด Rejuran ออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย:
ผิวบริเวณที่จะฉีดมีอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นสิวอักเสบเห่อรุนแรง
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid)
เพิ่งเลเซอร์หรือทำฟิลเลอร์ในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน
สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกดีๆ ในโซล สามารถอ่านทริกการเลือกได้ที่ [แชร์พิกัดและทริกเลือกคลินิกฉีด Rejuran ในโซล ย่านฮงแด](/blog/hongdae-rejuran-seoul) ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สามารถฉีด Rejuran Healer ทุกๆ 2 สัปดาห์ได้จริงๆ ใช่ไหมคะ?
A. ใช่ค่ะ สำหรับการฉีดบริเวณใบหน้า ระยะห่าง 2 สัปดาห์ (14 วัน) ถือเป็นช่วงที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับค่ะ โดยคู่มือแพทย์ผิวหนังแนะนำให้ฉีดห่างกัน 14-21 วัน สำหรับผิวธรรมดา/ผิวแพ้ง่ายฉีด 3 ครั้ง และผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยฉีด 4 ครั้งในคอร์สแรก แต่ทั้งนี้ หากผิวของคุณยังมีอาการแดงหรือบวมค้างอยู่ คุณหมอจะแนะนำให้เลื่อนนัดออกไปก่อน ความถี่ที่แน่นอนจึงต้องให้คุณหมอช่วยประเมินการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งค่ะ
Q. ต้องฉีด Rejuran Healer กี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน แล้วบริเวณรอบดวงตาหรือลำคอต้องฉีดจำนวนครั้งเท่ากันไหม?
A. สำหรับคอร์สเริ่มต้นแนะนำที่ 3-4 ครั้งค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โดยผิวธรรมดา/ผิวบอบบางแนะนำ 3 ครั้ง ส่วนผิวที่มีริ้วรอยร่องลึกชัดเจนแนะนำ 4 ครั้งค่ะ สำหรับบริเวณผิวบาง เช่น รอบดวงตา ลำคอ เนินอก หรือหลังมือ ก็แนะนำที่ระยะห่าง 14-21 วัน จำนวน 3-4 ครั้งเช่นเดียวกันค่ะ ไม่ได้ลดจำนวนครั้งลงเนื่องจากเป็นส่วนที่บอบบาง แต่คุณหมอวี ยองจิน จะช่วยดีไซน์และตรวจสภาพผิวจริงเพื่อสรุปจำนวนครั้งที่เหมาะสมที่สุดให้อีกทีค่ะ
Q. ผลลัพธ์ของ Rejuran Healer อยู่ได้นานแค่ไหน และควรมาฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผิวเมื่อไหร่ดี?
A. เนื่องจากผิวของเราเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติทุกวัน ผลลัพธ์จึงไม่ได้อยู่ถาวรค่ะ จากผลงานวิจัยการฉีด PN รอบดวงตา 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ พบว่าความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นจะค่อยๆ ลดลงตามเวลา แต่กลุ่มที่ฉีด PN จะสามารถรักษาคุณภาพผิวได้ยาวนานและดีกว่าอย่างชัดเจนค่ะ ทั้งนี้ไม่มีการระบุตายตัวว่าต้องกลับมาฉีดซ้ำทุกๆ กี่เดือน ทาง Beautystone แนะนำให้สังเกตสภาพผิวจริงหลังจบคอร์ส แล้วนัดเข้ามาคุยกับคุณหมอเพื่อวางแผนเติมอาหารผิวรอบใหม่ตามความเหมาะสมจะดีที่สุดค่ะ
Q. ฉีด Rejuran บริเวณผิวบางๆ อย่างรอบดวงตา เจ็บมากไหมคะ?
A. ยอมรับตรงๆ เลยว่าค่อนข้างเจ็บจี๊ดเลยค่ะ คลินิกจึงต้องให้ความสำคัญกับการแปะยาชาก่อนทำเสมอ จากงานวิจัยเปรียบเทียบระดับความเจ็บของตัวยา PN จะอยู่ที่ประมาณ 5 เต็ม 10 คะแนน เนื่องจากตัวยา Rejuran รุ่นออริจินัลจะไม่มีส่วนผสมของยาชาในตัว จึงต้องอาศัยการแปะยาชาอย่างทั่วถึงและใช้เข็มขนาดเล็กจิ๋วพิเศษอย่าง 34G ในการฉีดค่ะ นอกจากนี้ ผิวบริเวณรอบดวงตานั้นบางมาก จึงอาจเกิดรอยช้ำและรอยนูนตุ่มเข็ม (Embossing) ได้ง่ายกว่าจุดอื่น แนะนำให้เผื่อเวลาพักฟื้นผิวสัก 2-3 วันนะคะ (ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลทั่วไป แนะนำให้ปรึกษาร่วมกับแพทย์ผู้รักษาเพื่อประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวคุณอีกครั้งค่ะ)
บทความแนะนำที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



