• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ประหยัดค่า รีจูรัน ง่ายๆ เว้นระยะห่างให้ถูกต้อง

ประหยัดค่า รีจูรัน ง่ายๆ เว้นระยะห่างให้ถูกต้อง

ประหยัดค่า รีจูรัน ง่ายๆ เว้นระยะห่างให้ถูกต้อง

รีจูรัน 1 ครั้ง vs 3 ครั้ง? "ลักษณะของคนที่ไม่รู้สึกถึงผลลัพธ์และมีแต่เสียเงินเปล่า"

[Beautystone] "รีจูรัน 3 ครั้ง ไม่ใช่กลยุทธ์การขาย" เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของรอบการฟื้นฟูผิว

 

ก่อนที่เราจะเริ่มอ่านบทความวันนี้

ลองตอบคำถามง่าย ๆ แค่ 3 ข้อนี้ดูก่อนนะครับ

 

Q. ทำ รีจูรัน

จำเป็นต้องฉีดให้ครบ 3 ครั้งเสมอไปไหม?

 

ไม่เสมอไปครับ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

บางท่านฉีดแค่ครั้งเดียวก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีแล้ว

แต่สำหรับบางท่าน การฉีดครบ 3 ครั้งก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งครับ

 

Q. ระหว่างการฉีด 1 ครั้ง กับ 3 ครั้ง

ผลลัพธ์ที่ได้รู้สึกแตกต่างกันมากขนาดไหน?

 

ใช่ครับ สำหรับบางท่านผลลัพธ์อาจจะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

แต่สำหรับบางท่านอาจจะรู้สึกไม่ต่างกันมากนัก

เดี๋ยวเรามาดูเกณฑ์ในการตัดสินกันดีกว่าครับ

 

Q. ขอลองฉีดแค่ครั้งแรกดูก่อน

แล้วค่อยตัดสินใจทีหลังได้ไหม?

 

สามารถทำได้ครับ แต่ถ้าเราเริ่มต้นแบบไม่มีการวางแผนล่วงหน้า

ช่วงระยะเวลาในการเว้นระยะฉีดอาจคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

1. รีจูรัน

ควรฉีดกี่ครั้งถึงจะเป็นมาตรฐานดีที่สุด?

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ทำแค่ครั้งเดียวแล้วผิดหวังใช่ไหม? ผลลัพธ์ที่แท้จริงอยู่ที่ 'การสะสม'

 

นี่คือคำถามที่หมอมักจะได้รับบ่อยที่สุดในระหว่างการให้คำปรึกษาครับ

"คุณหมอคะ หนูฉีดแค่ครั้งเดียวได้ไหมคะ?"

 

คำตอบที่แท้จริงคือแตกต่างกันไปตามแต่ละเคสครับ

แต่ถ้าเข้าใจหลักการแล้ว คำตอบก็จะชัดเจนขึ้นทันที

 

รีจูรัน (PN) ทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระตุ้นการฟื้นฟูผิว

เพื่อทำให้เกิดกระบวนการสะสมในการสร้างคอลลาเจน (stacking) ให้กับผิวของเราครับ

 

ดังนั้น โดยทั่วไปจึงสูตรแนะนำให้ฉีด 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 3-4 สัปดาห์

ถือเป็น 1 คอร์สการรักษาพื้นฐานครับ

 

อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น (สภาพผิวปัจจุบันของเรา)

ทำให้จำนวนครั้งที่ต้องการของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไปครับ

 

2. ฉีด 1 ครั้ง vs 3 ครั้ง

ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริงต่างกันอย่างไร?

แผนฟื้นฟูผิวแบบไม่พลาด เริ่มจากรีจูรันครั้งที่ 1 ไปจนถึงครั้งที่ 3

 

ขึ้นอยู่กับสภาพที่ผิวเริ่มต้นก่อนรับบริการ

การเปลี่ยนแปลงที่คุณจะสัมผัสได้จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

 

ประเภท

หลังฉีด 1 ครั้ง

หลังฉีดครบ 3 ครั้ง

ความชุ่มชื้น

การปรับปรุงชั่วคราว (2-4 สัปดาห์)

ผลลัพธ์สะสมช่วยให้อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ความยืดหยุ่นและผิวสัมผัส

เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ฟื้นฟูผิวแบบสะสม สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน

ริ้วรอยเล็กๆ

ไม่แตกต่างมากนัก

ผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจบคอร์ส

เคสที่เหมาะสม

สภาพผิวดีอยู่แล้ว ต้องการบำรุงรักษาทั่วไป

ผิวขาดความยืดหยุ่น ต้องการฟื้นฟูริ้วรอยแห่งวัย

 

หากสภาพผิวดีอยู่แล้วและมีจุดประสงค์เพื่อการบำรุงรักษา

การดูแลรักษาโดยฉีดครั้งละหนึ่งครั้งนานๆ ที ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องครับ

 

แต่ถ้าผิวขาดความยืดหยุ่น

หรือต้องการให้สภาพผิวเรียบเนียนขึ้นจริงๆ

การฉีดเพียงครั้งเดียวนั้น

มีโอกาสสูงมากที่จะทำให้รู้สึกว่า "เห็นผลแค่นี้เองหรอ?"

 

👨‍⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงโดยหมอวี ยองจิน:

มีคนไข้หลายคนที่เพิ่งมาครั้งแรก

ครึ่งหนึ่งได้รับผลลัพธ์ที่พึงพอใจจากการฉีดพียงครั้งเดียว

แต่ในขณะที่อีกครึ่งนั้น ตัดสินใจกลับมาฉีดต่อทันที

เพราะต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนขึ้นไปอีกครับ

 

ปัญหาคือถ้าไม่มีแผนการเริ่มฉีดที่ชัดเจนตั้งแต่แรก

ระยะห่าง (interval) ระหว่างการฉีดจะห่างมากเกินไป

 

หากมาฉีดครั้งที่สองหลังจากที่ตัวยาครั้งแรกสลายไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว

ก็จะไม่สามารถรับประโยชน์จากผลลัพธ์การสะสมของตัวยา (Stacking effect) ได้อย่างเต็มที่ครับ

 

ต่อให้เริ่มต้นแค่ครั้งเดียวก่อน แต่หากต้องการจะฉีดซ้ำเพิ่มในภายหลัง

การทำตารางออกแบบล่วงหน้าว่าจะกลับมาฉีดเมื่อไหร่ จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามากครับ

 

3. ฉันเหมาะกับการทำกี่ครั้งกันนะ?

(มาประเมินตัวเองกันครับ)

"ทำไมต้องเว้นระยะ 3-4 สัปดาห์?" การออกแบบหัตถการเพื่อเพิ่มผลสะสมของรีจูรันให้สูงสุด

 

✅ เคสที่เหมาะกับการฉีด 1 ครั้งเพื่อบำรุง

o ผู้ที่มีสุขภาพผิวดีอยู่แล้ว และต้องการบำรุงความชุ่มชื้นตามฤดูกาล

o ผู้ที่ต้องการฉีดเสริมเสริมประสิทธิภาพรวมกับการทำหัตถการอื่นๆ

o ผู้ที่ฉีดเป็นประจำอยู่แล้วและอยู่ในระยะคงสภาพผิว (maintenance stage)

 

✅ เคสที่แนะนำให้ทำเป็นคอร์ส 3 ครั้ง

o ผู้ที่สัมผัสได้ว่าผิวมีความหย่อนคล้อยและขาดความกระชับอย่างชัดเจน

o ผู้ที่มีความกังวลหลักเรื่องริ้วรอยเล็กๆ และผิวแห้งกร้านไม่สม่ำเสมอ

o ผู้ที่เพิ่งเคยฉีด รีจูรัน ครั้งแรกและคาดหวังผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

o ผู้ที่ต้องการปรับปรุงปัญหารอยแผลเป็นรวมถึงรูขุมขนกว้างไปพร้อมๆ กัน

 

⚠️ ข้อควรระวัง:

การฉีดแบบสะเปะสะปะไม่สม่ำเสมอคือการสูญเปล่าครับ

 

หัวใจสำคัญของการทำ รีจูรัน คือระยะเวลาเว้นช่วงประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ครับ

 

หากยุ่งจนต้องเลื่อนไปทำครั้งที่สองในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

ผลลัพธ์ของการรักษาสะสมของครั้งแรกจะสลายไปหมดสิ้น

และต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้งครับ

 

หากคิดว่างานยุ่งหรืออาจเหนื่อยล้าจนลืมกลับมาทำ

การจองคิวจัดตารางเวลาการรักษาล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

คือหนทางในการจำกัดทั้งงบประมาณและเวลาที่ดีที่สุดครับ

 

💬 FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

 

Q1. ถ้าฉีดครั้งแรกแล้วรู้สึกไม่เห็นผล

การฉีดครบ 3 ครั้งจะใช่การเสียเวลาเปล่าไหม?














ไม่ใช่ครับ ผลลัพธ์ที่แท้จริงของ รีจูรัน ไม่ได้โชว์ชัดเจนทันทีหลังการรักษาในครั้งแรก

แต่เมื่อทำครบ 3 ครั้ง คอลลาเจนจะสะสมใต้ชั้นผิว

และจะค่อยๆ สำแดงผลลัพธ์ที่แท้จริงออกมาครับ

ดังนั้น อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจตั้งแต่ครั้งแรกนะครับ

 

Q2. ฉีดทีเดียวให้ครบ 3 ครั้ง

ภายในหนึ่งเดือนเลยได้ไหม?

 

ไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ

เนื่องจากเซลล์ผิวจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง

โปรดรักษาระยะห่างอย่างน้อย 3 สัปดาห์นะครับ

 

Q3. หลังจากจบคอร์ส 3 ครั้งแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อ?

 

โดยปกติแล้วทุกๆ 3-6 เดือน

แค่มาฉีดซ้ำเพิ่ม 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพผิว (maintenance) ก็เพียงพอแล้วครับ

อย่างไรก็ตาม รีจูรัน มีการแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์ (รีจูรัน I, รีจูรัน Healer, skin booster)

ซึ่งจะมีการออกแบบแผนการรักษาที่แตกต่างกันออกไปครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามทาง LINE ได้เสมอนะครับ

หมอจะช่วยประเมินสภาพผิวให้ด้วยตัวเองและตอบคำถามอย่างจริงใจครับ

 

นี่คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone คลินิก สาขาฮัปจอง (Hapjeong) ครับ

 

✦ แนะนำบทความน่าอ่านร่วมกัน

 

ปรึกษาคุณหมอผ่านทาง LINE

หากคุณมีคำถามว่าขั้นตอนการรักษานี้เหมาะกับตัวคุณหรือไม่? สามารถติดต่อปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง

▶ คลิกเพื่อเริ่มรับคำปรึกษาแบบ 1:1 ผ่านทาง LINE

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

จำนวน vial ของ Sculptra จะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ฉีดและอายุอย่างไรบ้าง แล้วยิ่งฉีดเยอะจะยิ่งดีจริงไหมคะ?

ผิว

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

จำนวนไวอัล Sculptra มาจากพื้นที่ที่ต้องเติมและความเร็วสร้างคอลลาเจนตามอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

หลังจากทำหัตถการแล้ว เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ดีที่สุด เราควรทานโปรตีนวันละเท่าไหร่ และต้องแบ่งทานอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

ทำหัตถการคอลลาเจนแล้วผลไม่ขึ้น ต้องกินโปรตีนวันละเท่าไหร่?

คอลลาเจนสร้างจากโปรตีนที่เรากิน มาดูเส้นขั้นต่ำต่อวัน การแบ่งมื้อ และข้อควรระวังกันค่ะ

กำลังลดน้ำหนักด้วยฉีดยาลดน้ำหนักอยู่ค่ะ ควรเข้ารับการทำหัตถการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า (face volume treatment) ช่วงไหนดีที่สุดคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้าซูบ มาดูว่าทำไมใบหน้าเปลี่ยนก่อน และควรรอให้น้ำหนักนิ่งแค่ไหนก่อนเติมวอลลุ่มค่ะ

หลังจากทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) แล้ว จะสามารถกลับมานวดหน้า ใช้กัวซา หรือลูกกลิ้งนวดหน้าได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

ยกกระชับ

หลัง Onda กลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่

ลูบเบา ๆ กับกดกัวซาขึ้น รอไม่เท่ากัน รวมช่วงเวลากลับมานวดหน้าหลัง Onda แยกตามระดับแรงกด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1