• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ

โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ

โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ

โบท็อกซ์คาง 60U ไม่ใช่แค่เยอะ! หมออธิบายปริมาณที่เหมาะตามเพศ-รูปร่าง พร้อมผลลัพธ์ที่ต่างกันจริง

โบท็อกซ์กราม 60U อย่าไปเชื่อคำพูดที่ว่าฉีดเยอะๆ ไว้ก่อนแล้วจะดีเสมอไปนะคะ

โบท็อกซ์กรามคืออะไร?

โบท็อกซ์กราม คือการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่บริเวณกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter muscle) ที่อยู่ตรงมุมขากรรไกร เพื่อช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อให้เล็กลงค่ะ

 

💡 เช็กก่อนอ่านสักนิดนึงนะคะ


Q. เป็นผู้หญิง ควรฉีดโบท็อกซ์กราม 60U ดีไหมคะ หรือแค่ 40U ก็พอแล้ว?

A. โดยเฉลี่ยสำหรับผู้หญิงแล้ว 40U ก็เพียงพอค่ะ แต่ถ้าเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างใหญ่หรือมีโครงสร้างร่างกายสูงใหญ่ การฉีด 60U ขึ้นไป จะช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าค่ะ


Q. ถ้าใช้ปริมาณยาสูงขึ้น ผลข้างเคียงจะเยอะขึ้นตามไปด้วยไหมคะ?

A. หากเป็นปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้จริงๆ ก็จะปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่คงที่ค่ะ ในทางกลับกัน การฉีดในปริมาณที่น้อยเกินไปอาจมีความเสี่ยง (ในเรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่สม่ำเสมอ) มากกว่าเสียอีกค่ะ

"โบท็อกซ์กราม 60U เป็นปริมาณมาตรฐานเริ่มต้นสำหรับผู้ชายครับ

ส่วนผู้หญิง โดยปกติ 40U ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่หรือโครงสร้างตัวสูง การเลือกใช้ปริมาณยาที่เยอะขึ้นจะช่วยประหยัดเวลาและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ"

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

턱보톡스 60U 용량 기준 설명 이미지

 

 

มีเหตุผลรองรับเสมอว่าทำไม 60U ถึงเป็น 'ค่ามาตรฐานสำหรับผู้ชาย'

มีหลายคนเข้าใจเรื่องโบท็อกซ์กรามแบบนี้กันเยอะมากเลยค่ะ

"คนไข้ผู้หญิงเอาไป 40U ผู้ชายเอาไป 60U"

แต่จริงๆ แล้ว วิธีการกะเกณฑ์แบบนี้ค่อนข้างกว้างไปหน่อยค่ะ

เพราะขนาดของกล้ามเนื้อจริงๆ นั้น

คือเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณามากกว่าเพศสภาพเสียอีกค่ะ

 

กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (หรือกล้ามเนื้อที่ใช้ขยับกราม อธิบายง่ายๆ ก็คือ

กล้ามเนื้อก้อนปูดๆ ตรงแก้มเวลาเรากัดฟันแน่นๆ นั่นแหละค่ะ)

แต่ละคนก็มีขนาดที่ไม่เท่ากันเลยค่ะ

แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ระหว่างคนที่มีกล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนามาก

กับคนทั่วไป ปริมาณมวลกล้ามเนื้อตรงนี้

อาจแตกต่างกันได้ถึงสองเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเลยทีเดียวค่ะ

 

เนื่องจากโบท็อกซ์เป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับกล้ามเนื้อ

หากเรามีมวลกล้ามเนื้อเยอะ ก็จำเป็นต้องใช้ปริมาณยาที่เยอะขึ้นตามไปด้วย

ผลลัพธ์ถึงจะออกมาเห็นผลชัดเจนค่ะ

ถ้าเราใช้โบท็อกซ์ปริมาณน้อยกับกล้ามเนื้อที่มีแรงเยอะๆ

จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง หรือกล้ามเนื้อยุบตัวแค่บางส่วน

จนทำให้รู้สึกไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ได้ค่ะ

 

หมอเองก็เคยเจอเคสที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากๆ

อย่างคนไข้ที่เคยฉีด 40U มาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่กลับรู้สึกไม่เห็นผลเลย

ส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอ

มักจะเป็นผู้หญิงที่มีโครงสร้างตัวสูงและมีกระดูกโครงหน้าค่อนข้างกว้างค่ะ

พอหมอปรับปริมาณยาเพิ่มเป็น 60U ให้พวกเธอ

ในการรักษาเพียงแค่ 2 ครั้ง ก็สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับคนไข้กลุ่มนี้ได้สูงมากเลยค่ะ

남성보톡스턱60유닛이면 됩니다.

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:


โบท็อกซ์กราม 60U คือปริมาณเริ่มต้นมาตรฐานสำหรับผู้ชายครับ


ส่วนผู้หญิง ค่าเฉลี่ยทั่วไปจะอยู่ที่ 40U


แต่สำหรับผู้หญิงที่มีกล้ามเนื้อกรามค่อนข้างใหญ่ หรือเป็นคนตัวสูง


การเริ่มฉีดที่ 60U ขึ้นไปตั้งแต่ครั้งแรก


จะช่วยประหยัดเวลาและให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ


มีหลายเคสเลยครับที่ผมเจอ ที่พยายามจะประหยัดโดสยาแต่สุดท้ายกลับไม่เห็นผล


จนต้องเสียเวลาเดินทางมาฉีดซ้ำบ่อยๆ

 

ถ้าอย่างนั้น ตัวฉันควรฉีด 40U หรือ 60U กันแน่คะ?

ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประเมินให้เป๊ะๆ ได้ยากมากค่ะ

จนกว่าหมอจะได้คลำและประเมินกล้ามเนื้อจริงๆ ในห้องตรวจ

 

แต่ถึงอย่างนั้น หมอก็มีเกณฑ์กว้างๆ มาให้ประเมินตัวเองคร่าวๆ กันค่ะ:

 

ประเภท

ปริมาณยาที่แนะนำ

ลักษณะทางกายภาพ

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อเล็ก / ส่วนสูงไม่เกิน 160 ซม.

40U

ปริมาณมาตรฐานทั่วไปสำหรับผู้หญิง

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อใหญ่ หรือ ส่วนสูง 165↑ ซม.

60U

รวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่เคยฉีด 40U แล้วไม่เห็นผล

ผู้ชาย / รูปร่างสมส่วนมาตรฐาน

60U

ปริมาณมาตรฐานสำหรับเริ่มต้นในผู้ชาย

ผู้ชาย / กล้ามเนื้อกรามพัฒนาใหญ่มาก

80U ขึ้นไป

พิจารณาเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสม

และนี่คือจุดที่หลายคนยังคงเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ

 

การใช้ยาในปริมาณที่เยอะขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะอันตรายเสมอไปค่ะ

ปริมาณที่พอดีกับมวลกล้ามเนื้อต่างหากคือ 'ปริมาณที่เหมาะสมที่สุด'

แต่ถ้าเราใช้ยาต้อยกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็น

ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลงนั่นเองค่ะ

 

แต่มีจุดสำคัญอีกข้อหนี่งที่ต้องคำนึงถึงนะคะ

หากเราฉีดโบท็อกซ์ตรงกล้ามเนื้อกรามมากจนเกินไป

อาจทำให้แรงในการเคี้ยวอาหารสู้ลดลงได้ค่ะ

คนไข้บางคนอาจจะรู้สึกเคี้ยวอาหารเหนียวๆ ได้ลำบากอยู่บ้างเป็นบางครั้ง

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชั่วคราวและค่อยๆ กลับมาเป็นปกติในเวลา 4-6 เดือนค่ะ

แต่อยากให้คนไข้ทำความเข้าใจตรงนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องการฉีดน่าจะดีที่สุดค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในเรื่องการปรับหน้าเรียว V-line

หรือความต้องการบรรเทาอาการนอนกัดฟัน อาการปวดศีรษะจากกรามเกร็งแล้ว

ถ้าเราได้ปริมาณยาที่เหมาะสมและตรงจุด

ระดับความพึงพอใจในผลลัพธ์นั้นถือว่าสูงมากๆ เลยค่ะ

턱보톡스 용량별 효과 비교 설명 이미지

 

 

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

แม้จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างของแต่ละคน

แต่ปกติแล้วหมอมักจะแนะนำคนไข้แบบนี้เสมอค่ะ

 

หลังการฉีดประมาณ 2 - 4 สัปดาห์

กล้ามเนื้อจะค่อยๆ นิ่มลงและอ่อนแรงลง

ทำให้เริ่มมองเห็นกรอบหน้าที่ผอมเรียวลงอย่างชัดเจนขึ้นค่ะ

และหลังผ่านไป 1 เดือนเต็ม จะเป็นช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ได้เต็มประสิทธิภาพสูดสุดค่ะ

 

โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 4 - 6 เดือนค่ะ

สำหรับคนที่เพิ่งเคยลองฉีดเป็นครั้งแรก เนื่องจากกล้ามเนื้อยังมีแรงค่อนข้างเยอะ

ผลลัพธ์อาจจะเริ่มจางลงหลังผ่านไปประมาณ 4 เดือนได้

แต่วิธีแก้ไขคือการมาฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ 2-3 ครั้ง

เมื่อกล้ามเนื้อของเราลีบเล็กลงแล้ว จะช่วยส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นเกิน 6 เดือนเลยทีเดียวค่ะ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากชี้แจงให้เข้าใจตรงกันคือ

โบท็อกซ์ไม่ได้อยู่ถาวรไปตลอดชีวิตนะคะ

เราต้องมองว่านี่คือการทำทรีตเมนต์เพื่อการรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้ใบหน้าคงผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่คุณต้องการได้ในระยะยาวค่ะ

턱보톡스 시술 전후 지속 효과 안내 이미지

 

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. ฉีดโบท็อกซ์กรามครั้งแรก จำเป็นต้องเริ่มที่ 40U เลยไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ

ต่อให้เป็นการฉีดครั้งแรก แต่หากตรวจพบว่ามีมวลกล้ามเนื้อใหญ่

หรือโครงหน้ากระดูกค่อนข้างหนา

หากเริ่มสตาฟที่ 40U คนไข้อาจจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลยจนพาลคิดไปว่า

"หรือว่าฉันจะเป็นคนที่ฉีดโบท็อกซ์แล้วดื้อยา ไม่เห็นผลหรือเปล่านะ?"

และทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ค่ะ

ขั้นตอนที่แม่นยำที่สุดคือการให้คุณหมอได้จับและประเมินขนาดกล้ามเนื้อจริงๆ ตอนเข้าตรวจนะคะ

Q2. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว หน้าจะย้อยดูหย่อนคล้อยไหมคะ?

A. นี่เป็นพอยท์ที่หลายคนกังวลกันเยอะมากค่ะ

จริงๆ แล้วตัวยาจะเข้าไปลดขนาดของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเท่านั้น

ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการหย่อนคล้อยของผิวหนังค่ะ

เพียงแต่ว่า เมื่อพื้นที่ของกรามลดวอลลุ่มหายไปแล้ว

อาจจะทำให้คนไข้บางท่านรู้สึกไปเองว่าบริเวณแก้มข้างๆ ห้อยลงมา

ซึ่งความรู้สึกและลักษณะสรีระตรงนี้ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยค่ะ

หากกังวลเรื่องนี้ สามารถแจ้งหมอตั้งแต่ตอนปรึกษาก่อนฉีดได้เลย

หมอจะได้ช่วยประเมินไปพร้อมๆ กันก่อนทำการรักษาค่ะ

Q3. ราคาโบท็อกซ์กราม 60U อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่คะ?

A. ถึงแม้ราคาของแต่ละโรงพยาบาลจะแตกต่างกันออกไปบ้าง

แต่สำหรับปริมาณ 60U เรทราคาทั่วไปที่พบเจอจะอยู่ในช่วง 50,000 ถึง 100,000 วอน ค่ะ

เนื่องจากโครงสร้างราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์ยี่ห้อโบท็อกซ์ ปริมาณ และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วย

ดังนั้น การเปรียบเทียบแค่เรื่องราคาถูกแพงอย่างเดียว

อาจจะไม่ใช่วิธีคิดที่ดีที่สุดสำหรับการเลือกคลินิกนะคะ

หากสนใจ สามารถแชตปรึกษาผ่าน LINE ก่อนเข้ามารับบริการที่ร้านได้เสมอค่ะ


ขอให้ทุกคนสวยปังไปพร้อมๆ กันนะครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ

 

▶ บทความแนะนำให้อ่านคู่กัน

โบท็อกซ์กราม 60U อย่าไปเชื่อคำพูดที่ว่าฉีดเยอะๆ ไว้ก่อนแล้วจะดีเสมอไปนะคะ

โบท็อกซ์กรามคืออะไร?

โบท็อกซ์กราม คือการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่บริเวณกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter muscle) ที่อยู่ตรงมุมขากรรไกร เพื่อช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อให้เล็กลงค่ะ

 

💡 เช็กก่อนอ่านสักนิดนึงนะคะ


Q. เป็นผู้หญิง ควรฉีดโบท็อกซ์กราม 60U ดีไหมคะ หรือแค่ 40U ก็พอแล้ว?

A. โดยเฉลี่ยสำหรับผู้หญิงแล้ว 40U ก็เพียงพอค่ะ แต่ถ้าเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างใหญ่หรือมีโครงสร้างร่างกายสูงใหญ่ การฉีด 60U ขึ้นไป จะช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าค่ะ


Q. ถ้าใช้ปริมาณยาสูงขึ้น ผลข้างเคียงจะเยอะขึ้นตามไปด้วยไหมคะ?

A. หากเป็นปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้จริงๆ ก็จะปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่คงที่ค่ะ ในทางกลับกัน การฉีดในปริมาณที่น้อยเกินไปอาจมีความเสี่ยง (ในเรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่สม่ำเสมอ) มากกว่าเสียอีกค่ะ

"โบท็อกซ์กราม 60U เป็นปริมาณมาตรฐานเริ่มต้นสำหรับผู้ชายครับ

ส่วนผู้หญิง โดยปกติ 40U ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่หรือโครงสร้างตัวสูง การเลือกใช้ปริมาณยาที่เยอะขึ้นจะช่วยประหยัดเวลาและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ"

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

턱보톡스 60U 용량 기준 설명 이미지

 

 

มีเหตุผลรองรับเสมอว่าทำไม 60U ถึงเป็น 'ค่ามาตรฐานสำหรับผู้ชาย'

มีหลายคนเข้าใจเรื่องโบท็อกซ์กรามแบบนี้กันเยอะมากเลยค่ะ

"คนไข้ผู้หญิงเอาไป 40U ผู้ชายเอาไป 60U"

แต่จริงๆ แล้ว วิธีการกะเกณฑ์แบบนี้ค่อนข้างกว้างไปหน่อยค่ะ

เพราะขนาดของกล้ามเนื้อจริงๆ นั้น

คือเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณามากกว่าเพศสภาพเสียอีกค่ะ

 

กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (หรือกล้ามเนื้อที่ใช้ขยับกราม อธิบายง่ายๆ ก็คือ

กล้ามเนื้อก้อนปูดๆ ตรงแก้มเวลาเรากัดฟันแน่นๆ นั่นแหละค่ะ)

แต่ละคนก็มีขนาดที่ไม่เท่ากันเลยค่ะ

แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ระหว่างคนที่มีกล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนามาก

กับคนทั่วไป ปริมาณมวลกล้ามเนื้อตรงนี้

อาจแตกต่างกันได้ถึงสองเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเลยทีเดียวค่ะ

 

เนื่องจากโบท็อกซ์เป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับกล้ามเนื้อ

หากเรามีมวลกล้ามเนื้อเยอะ ก็จำเป็นต้องใช้ปริมาณยาที่เยอะขึ้นตามไปด้วย

ผลลัพธ์ถึงจะออกมาเห็นผลชัดเจนค่ะ

ถ้าเราใช้โบท็อกซ์ปริมาณน้อยกับกล้ามเนื้อที่มีแรงเยอะๆ

จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง หรือกล้ามเนื้อยุบตัวแค่บางส่วน

จนทำให้รู้สึกไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ได้ค่ะ

 

หมอเองก็เคยเจอเคสที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากๆ

อย่างคนไข้ที่เคยฉีด 40U มาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่กลับรู้สึกไม่เห็นผลเลย

ส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอ

มักจะเป็นผู้หญิงที่มีโครงสร้างตัวสูงและมีกระดูกโครงหน้าค่อนข้างกว้างค่ะ

พอหมอปรับปริมาณยาเพิ่มเป็น 60U ให้พวกเธอ

ในการรักษาเพียงแค่ 2 ครั้ง ก็สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับคนไข้กลุ่มนี้ได้สูงมากเลยค่ะ

남성보톡스턱60유닛이면 됩니다.

👨‍⚕️ สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:


โบท็อกซ์กราม 60U คือปริมาณเริ่มต้นมาตรฐานสำหรับผู้ชายครับ


ส่วนผู้หญิง ค่าเฉลี่ยทั่วไปจะอยู่ที่ 40U


แต่สำหรับผู้หญิงที่มีกล้ามเนื้อกรามค่อนข้างใหญ่ หรือเป็นคนตัวสูง


การเริ่มฉีดที่ 60U ขึ้นไปตั้งแต่ครั้งแรก


จะช่วยประหยัดเวลาและให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าครับ


มีหลายเคสเลยครับที่ผมเจอ ที่พยายามจะประหยัดโดสยาแต่สุดท้ายกลับไม่เห็นผล


จนต้องเสียเวลาเดินทางมาฉีดซ้ำบ่อยๆ

 

ถ้าอย่างนั้น ตัวฉันควรฉีด 40U หรือ 60U กันแน่คะ?

ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประเมินให้เป๊ะๆ ได้ยากมากค่ะ

จนกว่าหมอจะได้คลำและประเมินกล้ามเนื้อจริงๆ ในห้องตรวจ

 

แต่ถึงอย่างนั้น หมอก็มีเกณฑ์กว้างๆ มาให้ประเมินตัวเองคร่าวๆ กันค่ะ:

 

ประเภท

ปริมาณยาที่แนะนำ

ลักษณะทางกายภาพ

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อเล็ก / ส่วนสูงไม่เกิน 160 ซม.

40U

ปริมาณมาตรฐานทั่วไปสำหรับผู้หญิง

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อใหญ่ หรือ ส่วนสูง 165↑ ซม.

60U

รวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่เคยฉีด 40U แล้วไม่เห็นผล

ผู้ชาย / รูปร่างสมส่วนมาตรฐาน

60U

ปริมาณมาตรฐานสำหรับเริ่มต้นในผู้ชาย

ผู้ชาย / กล้ามเนื้อกรามพัฒนาใหญ่มาก

80U ขึ้นไป

พิจารณาเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสม

และนี่คือจุดที่หลายคนยังคงเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ

 

การใช้ยาในปริมาณที่เยอะขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะอันตรายเสมอไปค่ะ

ปริมาณที่พอดีกับมวลกล้ามเนื้อต่างหากคือ 'ปริมาณที่เหมาะสมที่สุด'

แต่ถ้าเราใช้ยาต้อยกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็น

ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลงนั่นเองค่ะ

 

แต่มีจุดสำคัญอีกข้อหนี่งที่ต้องคำนึงถึงนะคะ

หากเราฉีดโบท็อกซ์ตรงกล้ามเนื้อกรามมากจนเกินไป

อาจทำให้แรงในการเคี้ยวอาหารสู้ลดลงได้ค่ะ

คนไข้บางคนอาจจะรู้สึกเคี้ยวอาหารเหนียวๆ ได้ลำบากอยู่บ้างเป็นบางครั้ง

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชั่วคราวและค่อยๆ กลับมาเป็นปกติในเวลา 4-6 เดือนค่ะ

แต่อยากให้คนไข้ทำความเข้าใจตรงนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องการฉีดน่าจะดีที่สุดค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในเรื่องการปรับหน้าเรียว V-line

หรือความต้องการบรรเทาอาการนอนกัดฟัน อาการปวดศีรษะจากกรามเกร็งแล้ว

ถ้าเราได้ปริมาณยาที่เหมาะสมและตรงจุด

ระดับความพึงพอใจในผลลัพธ์นั้นถือว่าสูงมากๆ เลยค่ะ

턱보톡스 용량별 효과 비교 설명 이미지

 

 

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

แม้จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างของแต่ละคน

แต่ปกติแล้วหมอมักจะแนะนำคนไข้แบบนี้เสมอค่ะ

 

หลังการฉีดประมาณ 2 - 4 สัปดาห์

กล้ามเนื้อจะค่อยๆ นิ่มลงและอ่อนแรงลง

ทำให้เริ่มมองเห็นกรอบหน้าที่ผอมเรียวลงอย่างชัดเจนขึ้นค่ะ

และหลังผ่านไป 1 เดือนเต็ม จะเป็นช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ได้เต็มประสิทธิภาพสูดสุดค่ะ

 

โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 4 - 6 เดือนค่ะ

สำหรับคนที่เพิ่งเคยลองฉีดเป็นครั้งแรก เนื่องจากกล้ามเนื้อยังมีแรงค่อนข้างเยอะ

ผลลัพธ์อาจจะเริ่มจางลงหลังผ่านไปประมาณ 4 เดือนได้

แต่วิธีแก้ไขคือการมาฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ 2-3 ครั้ง

เมื่อกล้ามเนื้อของเราลีบเล็กลงแล้ว จะช่วยส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นเกิน 6 เดือนเลยทีเดียวค่ะ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากชี้แจงให้เข้าใจตรงกันคือ

โบท็อกซ์ไม่ได้อยู่ถาวรไปตลอดชีวิตนะคะ

เราต้องมองว่านี่คือการทำทรีตเมนต์เพื่อการรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้ใบหน้าคงผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่คุณต้องการได้ในระยะยาวค่ะ

턱보톡스 시술 전후 지속 효과 안내 이미지

 

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. ฉีดโบท็อกซ์กรามครั้งแรก จำเป็นต้องเริ่มที่ 40U เลยไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ

ต่อให้เป็นการฉีดครั้งแรก แต่หากตรวจพบว่ามีมวลกล้ามเนื้อใหญ่

หรือโครงหน้ากระดูกค่อนข้างหนา

หากเริ่มสตาฟที่ 40U คนไข้อาจจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลยจนพาลคิดไปว่า

"หรือว่าฉันจะเป็นคนที่ฉีดโบท็อกซ์แล้วดื้อยา ไม่เห็นผลหรือเปล่านะ?"

และทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ค่ะ

ขั้นตอนที่แม่นยำที่สุดคือการให้คุณหมอได้จับและประเมินขนาดกล้ามเนื้อจริงๆ ตอนเข้าตรวจนะคะ

Q2. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว หน้าจะย้อยดูหย่อนคล้อยไหมคะ?

A. นี่เป็นพอยท์ที่หลายคนกังวลกันเยอะมากค่ะ

จริงๆ แล้วตัวยาจะเข้าไปลดขนาดของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเท่านั้น

ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการหย่อนคล้อยของผิวหนังค่ะ

เพียงแต่ว่า เมื่อพื้นที่ของกรามลดวอลลุ่มหายไปแล้ว

อาจจะทำให้คนไข้บางท่านรู้สึกไปเองว่าบริเวณแก้มข้างๆ ห้อยลงมา

ซึ่งความรู้สึกและลักษณะสรีระตรงนี้ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลยค่ะ

หากกังวลเรื่องนี้ สามารถแจ้งหมอตั้งแต่ตอนปรึกษาก่อนฉีดได้เลย

หมอจะได้ช่วยประเมินไปพร้อมๆ กันก่อนทำการรักษาค่ะ

Q3. ราคาโบท็อกซ์กราม 60U อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่คะ?

A. ถึงแม้ราคาของแต่ละโรงพยาบาลจะแตกต่างกันออกไปบ้าง

แต่สำหรับปริมาณ 60U เรทราคาทั่วไปที่พบเจอจะอยู่ในช่วง 50,000 ถึง 100,000 วอน ค่ะ

เนื่องจากโครงสร้างราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์ยี่ห้อโบท็อกซ์ ปริมาณ และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วย

ดังนั้น การเปรียบเทียบแค่เรื่องราคาถูกแพงอย่างเดียว

อาจจะไม่ใช่วิธีคิดที่ดีที่สุดสำหรับการเลือกคลินิกนะคะ

หากสนใจ สามารถแชตปรึกษาผ่าน LINE ก่อนเข้ามารับบริการที่ร้านได้เสมอค่ะ


ขอให้ทุกคนสวยปังไปพร้อมๆ กันนะครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ

 

▶ บทความแนะนำให้อ่านคู่กัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผิว

ฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่างกันยังไง? สีน้ำตาลบนหน้าที่ชัดขึ้นในหน้าร้อน

หน้าร้อนทีไรสีน้ำตาลบนหน้าก็ชัดขึ้น มาดูว่าฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกันยังไง พร้อมแนวทางดูแลแต่ละแบบ

ผิว

สกินบูสเตอร์ครั้งแรก ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง

สกินบูสเตอร์ครั้งแรกต่างจากฟิลเลอร์ยังไง สรุปวิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำค่ะ

ยกกระชับ

ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?

อยากทำ Shurink ยกกระชับก่อนวันสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน มาดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังกัน

ลบรอยสัก

หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน

หลังลบรอยสักหน้าร้อน ควรเลี่ยงแดดนานแค่ไหน สรุปความเสี่ยงรอยดำและวิธีกันแดดแบบเข้าใจง่าย

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ออกกำลังกายมาก วอลลุ่ม Sculptra ยุบเร็วไหม?

วอลลุ่ม Sculptra ค่อย ๆ เพิ่มและอยู่ได้นานต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร การออกกำลังกายและน้ำหนักมีผลไหม

Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?

ยกกระชับ

Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?

Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1