ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ

โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ

โบท็อกซ์คาง 60U ฉีดเยอะไม่ได้แปลว่าดี อย่าหลงเชื่อ

โบท็อกซ์คาง 60U ไม่ใช่แค่เยอะ! หมออธิบายปริมาณที่เหมาะตามเพศ-รูปร่าง พร้อมผลลัพธ์ที่ต่างกันจริง

โบท็อกซ์กราม 60U อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าฉีดเยอะไว้ก่อนยิ่งดี



โบท็อกซ์กรามคืออะไร?

โบท็อกซ์กรามคือหัตถการที่ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวบริเวณปลายกระดูกกราม เพื่อให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง





💡 ก่อนอ่าน โปรดเช็กก่อน


Q. ฉันเป็นผู้หญิง ต้องฉีดโบท็อกซ์กราม 60U ไหม หรือ 40U พอแล้ว?

A. ผู้หญิงโดยเฉลี่ย 40U ใช่ แต่ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่หรือรูปร่างสูง 60U ขึ้นไปกลับช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลชัดกว่า


Q. ถ้าขนาดยามาก ผลข้างเคียงก็จะมากขึ้นด้วยไหม?

A. ถ้าใช้ขนาดยาที่เหมาะกับปริมาณกล้ามเนื้อ ก็กลับปลอดภัยและเสถียรกว่า ขนาดยาที่น้อยเกินไปอาจอันตรายกว่าได้

"โบท็อกซ์กราม 60U คือค่าพื้นฐานสำหรับผู้ชาย

ผู้หญิงส่วนใหญ่ 40U ก็พอใช้ได้ แต่ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่และสูงมาก การใช้ขนาดที่มากกว่าจะช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลดีกว่า"

— ผู้อำนวยการวี ยองจิน (คลินิก Beauty Stone ฮงแด)

턱보톡스 60U 용량 기준 설명 이미지

ที่ 60U เป็น 'ค่าพื้นฐานสำหรับผู้ชาย' ก็มีเหตุผลอยู่

โบท็อกซ์กราม หลายคนมักคิดกันแบบนี้ครับ

"ผู้หญิงก็ 40U ผู้ชายก็ 60U"

แต่ที่มันกำกวมหน่อยคือ

ขนาดของกล้ามเนื้อจริง ๆ

สำคัญกว่าปัจจัยเรื่องเพศมาก



กล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (กล้ามเนื้อที่ใช้ขยับกราม พูดง่าย ๆ คือ

ตอนเคี้ยวอาหาร

จะนูนขึ้นบริเวณแก้ม) นั้น

มีความแตกต่างของขนาดในแต่ละคนค่อนข้างมาก

แม้เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ปริมาณกล้ามเนื้อระหว่างคนที่

มีกล้ามเนื้อพัฒนาแล้วกับคนที่ไม่เป็นแบบนั้น

บางครั้งต่างกันมากกว่าสองเท่าด้วยซ้ำ




โบท็อกซ์เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ

ดังนั้นถ้ามีกล้ามเนื้อเยอะ ก็ต้องใช้ขนาดยามากขึ้น

จึงจะเห็นผล

ถ้าฉีดขนาดยาน้อยเกินไปในกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก

ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ไม่นาน หรือเห็นผลข้างเดียว หรือ

ได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ




สิ่งที่ผมรู้สึกได้ชัดคือ

ในบรรดาคนที่มาบอกว่า

ฉีด 40U มา 3 ครั้งแล้วยังไม่เห็นผล

มีผู้หญิงที่ตัวสูงและโครงหน้าใหญ่ค่อนข้างเยอะ

หลังจากปรับเป็น 60U ให้คนกลุ่มนั้น

มักจะพอใจกันภายใน 2 ครั้ง

남성보톡스턱60유닛이면 됩니다.

👨‍⚕️ สรุปสำคัญจากผู้อำนวยการวี ยองจิน:


โบท็อกซ์กราม 60U คือค่าพื้นฐานสำหรับผู้ชาย


ส่วนผู้หญิง 40U คือค่าเฉลี่ยก็จริง แต่


ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่หรือรูปร่างสูง


การเริ่มจาก 60U ขึ้นไปตั้งแต่แรก


จะช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลดีกว่า


ผมเห็นเคสที่พยายามประหยัดขนาดยาแล้ว


ไม่เห็นผลและต้องกลับมาซ้ำบ่อยขึ้น


ค่อนข้างมากเลยครับ

งั้นฉันควรเป็น 40U หรือ 60U?

พูดตามตรงคือ

จนกว่าจะได้ลองคลำกล้ามเนื้อในห้องตรวจ

ก็ยังบอกได้ไม่แม่นยำครับ



แต่ถ้าจะให้เกณฑ์ง่าย ๆ:





ประเภท

ขนาดยาที่แนะนำ

ลักษณะ

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อน้อย / สูงไม่เกิน 160

40U

ค่าพื้นฐานทั่วไปสำหรับผู้หญิง

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อใหญ่หรือสูง 165↑

60U

รวมถึงคนที่ฉีด 40U แล้วไม่เห็นผล

ผู้ชาย / รูปร่างปานกลาง

60U

ค่าตั้งต้นพื้นฐานสำหรับผู้ชาย

ผู้ชาย / กล้ามเนื้อกรามพัฒนาเด่นมาก

80U ขึ้นไป

แล้วแต่เคส

จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ



ขนาดยามากไม่ได้แปลว่าอันตรายเสมอไป

ขนาดยาที่เหมาะกับปริมาณกล้ามเนื้อคือ 'ขนาดยาที่เหมาะสม'

และถ้าใช้ต่ำกว่ามาตรฐานนั้น

ประสิทธิภาพก็จะลดลง



แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญ

ถ้าฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อกรามมากเกินไป

แรงในการเคี้ยวอาจอ่อนลงได้

บางคนจะรู้สึกไม่สะดวกเวลาเคี้ยวอาหารเหนียว ๆ

เป็นครั้งคราว

ส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว และจะฟื้นตัวใน 4~6 เดือน แต่

ควรรู้เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจเสมอ



แต่ถ้ามองในแง่ของผล V-line

หรือการบรรเทาอาการกัดฟัน, ปวดหัว

ความพึงพอใจเมื่อกำหนดขนาดยาได้เหมาะสมจริง ๆ

ถือว่าสูงพอสมควรครับ

턱보톡스 용량별 효과 비교 설명 이미지

ผลเริ่มเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?

แต่ละเคสไม่เหมือนกัน แต่

ผมมักอธิบายแบบนี้ครับ



หลังทำหัตถการประมาณ 2~4 สัปดาห์

กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง

และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวกรามชัดขึ้น

ผลเต็มที่ควรประเมินหลัง 1 เดือน



ระยะคงผลโดยทั่วไปประมาณ 4~6 เดือน

สำหรับคนที่เพิ่งทำครั้งแรก กล้ามเนื้อจะค่อนข้างแข็งแรง

จึงมักเห็นผลจางลงราว 4 เดือน

แต่ถ้าทำซ้ำ 2~3 ครั้ง

เมื่อกล้ามเนื้อบางลง ก็มีหลายคนที่คงผลได้นาน

เกิน 6 เดือนเหมือนกัน



มีอีกเรื่องที่ต้องบอกไว้ชัด ๆ

โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการถาวร

ควรคิดในมุมของการดูแลรักษาต่อเนื่อง

จึงจะคงผลลัพธ์ที่ต้องการไว้ได้ในระยะยาว

턱보톡스 시술 전후 지속 효과 안내 이미지

คำถามที่พบบ่อย



Q1. ฉีดโบท็อกซ์กรามครั้งแรก ต้องเริ่มที่ 40U ไหม?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปครับ

แม้จะเป็นครั้งแรก แต่ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่

หรือโครงกระดูกค่อนข้างแข็งแรง

ถ้าเริ่มที่ 40U ก็อาจรู้สึกว่าไม่เห็นผล

แล้วเผลอคิดว่า

"ฉันเป็นคนที่โบท็อกซ์ไม่ค่อยได้ผลหรือเปล่า?"

การให้แพทย์คลำกล้ามเนื้อและตัดสินใจตอนตรวจ

คือวิธีที่แม่นยำที่สุดครับ

Q2. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าจะหย่อนลงไหม?

A. เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลครับ

แต่จริง ๆ แล้วมันลดเฉพาะกล้ามเนื้อกราม

ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับผิวหย่อนคล้อย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวอลุ่มบริเวณกรามลดลง

บางคนอาจรู้สึกว่าแก้มดูหย่อนลงแบบสัมพัทธ์

ซึ่งก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน

ถ้าบอกเรื่องนี้ล่วงหน้าในตอนปรึกษา

เราก็ช่วยเช็กไปด้วยกันได้ครับ

Q3. โบท็อกซ์กราม 60U ราคาเท่าไหร่?

A. แล้วแต่โรงพยาบาล/คลินิกครับ แต่โดยทั่วไป

สำหรับ 60U มักอยู่ในช่วงประมาณ

50,000~100,000 วอน

ราคาจะเปลี่ยนไปตามปริมาณยา แบรนด์ และประสบการณ์ของผู้ทำหัตถการ

ดังนั้นการเปรียบเทียบแค่ราคาจึง

ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก

สามารถปรึกษาผ่าน KakaoTalk ก่อนมาได้ครับ


ทั้งหมดนี้คือ วี ยองจินครับ



▶ อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

โบท็อกซ์กราม 60U อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าฉีดเยอะไว้ก่อนยิ่งดี



โบท็อกซ์กรามคืออะไร?

โบท็อกซ์กรามคือหัตถการที่ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวบริเวณปลายกระดูกกราม เพื่อให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง





💡 ก่อนอ่าน โปรดเช็กก่อน


Q. ฉันเป็นผู้หญิง ต้องฉีดโบท็อกซ์กราม 60U ไหม หรือ 40U พอแล้ว?

A. ผู้หญิงโดยเฉลี่ย 40U ใช่ แต่ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่หรือรูปร่างสูง 60U ขึ้นไปกลับช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลชัดกว่า


Q. ถ้าขนาดยามาก ผลข้างเคียงก็จะมากขึ้นด้วยไหม?

A. ถ้าใช้ขนาดยาที่เหมาะกับปริมาณกล้ามเนื้อ ก็กลับปลอดภัยและเสถียรกว่า ขนาดยาที่น้อยเกินไปอาจอันตรายกว่าได้

"โบท็อกซ์กราม 60U คือค่าพื้นฐานสำหรับผู้ชาย

ผู้หญิงส่วนใหญ่ 40U ก็พอใช้ได้ แต่ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่และสูงมาก การใช้ขนาดที่มากกว่าจะช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลดีกว่า"

— ผู้อำนวยการวี ยองจิน (คลินิก Beauty Stone ฮงแด)

턱보톡스 60U 용량 기준 설명 이미지

ที่ 60U เป็น 'ค่าพื้นฐานสำหรับผู้ชาย' ก็มีเหตุผลอยู่

โบท็อกซ์กราม หลายคนมักคิดกันแบบนี้ครับ

"ผู้หญิงก็ 40U ผู้ชายก็ 60U"

แต่ที่มันกำกวมหน่อยคือ

ขนาดของกล้ามเนื้อจริง ๆ

สำคัญกว่าปัจจัยเรื่องเพศมาก



กล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (กล้ามเนื้อที่ใช้ขยับกราม พูดง่าย ๆ คือ

ตอนเคี้ยวอาหาร

จะนูนขึ้นบริเวณแก้ม) นั้น

มีความแตกต่างของขนาดในแต่ละคนค่อนข้างมาก

แม้เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ปริมาณกล้ามเนื้อระหว่างคนที่

มีกล้ามเนื้อพัฒนาแล้วกับคนที่ไม่เป็นแบบนั้น

บางครั้งต่างกันมากกว่าสองเท่าด้วยซ้ำ




โบท็อกซ์เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ

ดังนั้นถ้ามีกล้ามเนื้อเยอะ ก็ต้องใช้ขนาดยามากขึ้น

จึงจะเห็นผล

ถ้าฉีดขนาดยาน้อยเกินไปในกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก

ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ไม่นาน หรือเห็นผลข้างเดียว หรือ

ได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ




สิ่งที่ผมรู้สึกได้ชัดคือ

ในบรรดาคนที่มาบอกว่า

ฉีด 40U มา 3 ครั้งแล้วยังไม่เห็นผล

มีผู้หญิงที่ตัวสูงและโครงหน้าใหญ่ค่อนข้างเยอะ

หลังจากปรับเป็น 60U ให้คนกลุ่มนั้น

มักจะพอใจกันภายใน 2 ครั้ง

남성보톡스턱60유닛이면 됩니다.

👨‍⚕️ สรุปสำคัญจากผู้อำนวยการวี ยองจิน:


โบท็อกซ์กราม 60U คือค่าพื้นฐานสำหรับผู้ชาย


ส่วนผู้หญิง 40U คือค่าเฉลี่ยก็จริง แต่


ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่หรือรูปร่างสูง


การเริ่มจาก 60U ขึ้นไปตั้งแต่แรก


จะช่วยประหยัดเวลาและเห็นผลดีกว่า


ผมเห็นเคสที่พยายามประหยัดขนาดยาแล้ว


ไม่เห็นผลและต้องกลับมาซ้ำบ่อยขึ้น


ค่อนข้างมากเลยครับ

งั้นฉันควรเป็น 40U หรือ 60U?

พูดตามตรงคือ

จนกว่าจะได้ลองคลำกล้ามเนื้อในห้องตรวจ

ก็ยังบอกได้ไม่แม่นยำครับ



แต่ถ้าจะให้เกณฑ์ง่าย ๆ:





ประเภท

ขนาดยาที่แนะนำ

ลักษณะ

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อน้อย / สูงไม่เกิน 160

40U

ค่าพื้นฐานทั่วไปสำหรับผู้หญิง

ผู้หญิง / กล้ามเนื้อใหญ่หรือสูง 165↑

60U

รวมถึงคนที่ฉีด 40U แล้วไม่เห็นผล

ผู้ชาย / รูปร่างปานกลาง

60U

ค่าตั้งต้นพื้นฐานสำหรับผู้ชาย

ผู้ชาย / กล้ามเนื้อกรามพัฒนาเด่นมาก

80U ขึ้นไป

แล้วแต่เคส

จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ



ขนาดยามากไม่ได้แปลว่าอันตรายเสมอไป

ขนาดยาที่เหมาะกับปริมาณกล้ามเนื้อคือ 'ขนาดยาที่เหมาะสม'

และถ้าใช้ต่ำกว่ามาตรฐานนั้น

ประสิทธิภาพก็จะลดลง



แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญ

ถ้าฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อกรามมากเกินไป

แรงในการเคี้ยวอาจอ่อนลงได้

บางคนจะรู้สึกไม่สะดวกเวลาเคี้ยวอาหารเหนียว ๆ

เป็นครั้งคราว

ส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว และจะฟื้นตัวใน 4~6 เดือน แต่

ควรรู้เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจเสมอ



แต่ถ้ามองในแง่ของผล V-line

หรือการบรรเทาอาการกัดฟัน, ปวดหัว

ความพึงพอใจเมื่อกำหนดขนาดยาได้เหมาะสมจริง ๆ

ถือว่าสูงพอสมควรครับ

턱보톡스 용량별 효과 비교 설명 이미지

ผลเริ่มเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?

แต่ละเคสไม่เหมือนกัน แต่

ผมมักอธิบายแบบนี้ครับ



หลังทำหัตถการประมาณ 2~4 สัปดาห์

กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง

และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวกรามชัดขึ้น

ผลเต็มที่ควรประเมินหลัง 1 เดือน



ระยะคงผลโดยทั่วไปประมาณ 4~6 เดือน

สำหรับคนที่เพิ่งทำครั้งแรก กล้ามเนื้อจะค่อนข้างแข็งแรง

จึงมักเห็นผลจางลงราว 4 เดือน

แต่ถ้าทำซ้ำ 2~3 ครั้ง

เมื่อกล้ามเนื้อบางลง ก็มีหลายคนที่คงผลได้นาน

เกิน 6 เดือนเหมือนกัน



มีอีกเรื่องที่ต้องบอกไว้ชัด ๆ

โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการถาวร

ควรคิดในมุมของการดูแลรักษาต่อเนื่อง

จึงจะคงผลลัพธ์ที่ต้องการไว้ได้ในระยะยาว

턱보톡스 시술 전후 지속 효과 안내 이미지

คำถามที่พบบ่อย



Q1. ฉีดโบท็อกซ์กรามครั้งแรก ต้องเริ่มที่ 40U ไหม?

A. ไม่จำเป็นเสมอไปครับ

แม้จะเป็นครั้งแรก แต่ถ้ากล้ามเนื้อใหญ่

หรือโครงกระดูกค่อนข้างแข็งแรง

ถ้าเริ่มที่ 40U ก็อาจรู้สึกว่าไม่เห็นผล

แล้วเผลอคิดว่า

"ฉันเป็นคนที่โบท็อกซ์ไม่ค่อยได้ผลหรือเปล่า?"

การให้แพทย์คลำกล้ามเนื้อและตัดสินใจตอนตรวจ

คือวิธีที่แม่นยำที่สุดครับ

Q2. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าจะหย่อนลงไหม?

A. เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลครับ

แต่จริง ๆ แล้วมันลดเฉพาะกล้ามเนื้อกราม

ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับผิวหย่อนคล้อย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวอลุ่มบริเวณกรามลดลง

บางคนอาจรู้สึกว่าแก้มดูหย่อนลงแบบสัมพัทธ์

ซึ่งก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน

ถ้าบอกเรื่องนี้ล่วงหน้าในตอนปรึกษา

เราก็ช่วยเช็กไปด้วยกันได้ครับ

Q3. โบท็อกซ์กราม 60U ราคาเท่าไหร่?

A. แล้วแต่โรงพยาบาล/คลินิกครับ แต่โดยทั่วไป

สำหรับ 60U มักอยู่ในช่วงประมาณ

50,000~100,000 วอน

ราคาจะเปลี่ยนไปตามปริมาณยา แบรนด์ และประสบการณ์ของผู้ทำหัตถการ

ดังนั้นการเปรียบเทียบแค่ราคาจึง

ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก

สามารถปรึกษาผ่าน KakaoTalk ก่อนมาได้ครับ


ทั้งหมดนี้คือ วี ยองจินครับ



▶ อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมการเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตถึงอาจทำให้คุณเสียเปรียบ

ผิว

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ

พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

ทำชูริงค์ 600 ช็อตแล้ว ทำไมถึงหย่อนคล้อยในแค่ 6 เดือน? (การหักหลังของจำนวนช็อต)

ยกกระชับ

ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Shurink: ความแตกต่างระหว่างคนที่อยู่ได้ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน

ผลลัพธ์ของชูริงค์ที่อยู่ได้แค่ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อต แต่อยู่ที่ความลึกในการยิง

เลเซอร์รักษาฝ้า ถ้าทำทุกสัปดาห์จะหายเร็วขึ้นไหม? (เหตุผลที่บางครั้งกลับยิ่งเข้มขึ้น)

ผิว

"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน

รอบการทำเลเซอร์ฝ้า: ทำไมเว้น 3 สัปดาห์ถึงช่วยจางได้ดีกว่า 1 สัปดาห์ พร้อมสรุปกลไกที่การทำถี่เกินไปอาจทำให้สีเข้มขึ้น และความแตกต่างของรอบการดูแลฝ้าจากการตั้งครรภ์

มนต์เสน่ห์ของฟิลเลอร์ขมับ 1cc: ทำไมเติมขมับที่ตอบแล้ว แต่กรอบหน้าถึงยกขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าดูเปลี่ยนไป

ฟิลเลอร์ขมับให้ผลลัพธ์ได้ แม้เพียง 1–2cc ก็อาจทำให้ภาพรวมแนวกรามดูเปลี่ยนไปได้ เราจะอธิบายเรื่องอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และเกณฑ์ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ให้เข้าใจกันค่ะ

Shurink 4.5mm, ลึกไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป (คนผอมควรอ่าน)

ยกกระชับ

ผลลัพธ์ของ Shurink 4.5mm และเหตุผลที่คนมีแก้มเยอะกับคนผอมให้ผลต่างกัน

ผลลัพธ์ของชูริงค์ 4.5 มม. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึก แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เราสรุปไว้ให้แล้วว่าทำไมใบหน้าที่ค่อนข้างผอมถึงเสียเปรียบ และบริเวณไหนที่เห็นผลดี

Sculptra vs Juvelook เปรียบเทียบกันตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผลลัพธ์ โดยคุณหมอเจ้าของคลินิกอธิบายให้คุณฟังเอง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Sculptra vs Juvelook: ความต่างของตัวยา จำนวนครั้ง และระยะเวลาเห็นผล

ความแตกต่างของสารตั้งต้นระหว่าง Sculptra และ Juvelook คือ PLLA กับ PDLLA ค่ะ/ครับ จำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาที่เห็นผลก็แตกต่างกัน ทำให้เกณฑ์ในการเลือกก็ไม่เหมือนกันด้วย

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1