กำจัดขนกี่ครั้งถึงจะหมด? คำนวณเองได้ง่ายๆ ใน 30 วินาที — สรุปข้อมูลมาตรฐานจากห้องตรวจมาให้แล้ว ทั้งจำนวนครั้งและระยะห่างที่แนะนำสำหรับแต่ละบริเวณ, หลักการวงจรการเติบโตของรากขน (Anagen phase), ไปจนถึงวิธีย้ายมาทำต่อจากคลินิกอื่น

มันเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ...
พอใกล้ถึงช่วงหน้าร้อน หลายๆ คนมักจะเข้ามาปรึกษาว่า "ฉันไปทำจากที่อื่นมา
ครบ 3 ครั้งแล้ว ทำไมขนยังเหมือนเดิมเลยคะ?" กันเยอะมากๆ เลยค่ะ
"เห็นมีบางที่บอกว่าทำแค่ 5-6 ครั้งก็หมดแล้ว แต่ทำไมฉันทำไป 3 ครั้งแล้ว ขนยังไม่ร่วงเลยล่ะ?" มีคนที่ถามแบบนี้
เยอะจริงๆ ค่ะ
วันนี้หมอจะมาอธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ตั้งแต่วงจรการเติบโตของเส้นผม (hair follicle cycle)
กันเลยนะคะ

เลเซอร์กำจัดขน ดูเหมือนจะเหมือนกันหมดใช่ไหมคะ?
แต่จริงๆ แล้วมันมีเคล็ดลับอยู่นะ
เลเซอร์กำจัดขน ทำงานโดยการให้พลังงานแสง
เข้าไปจับกับเม็ดสีเมลานินในรากขน
เพื่อทำลายรากขนค่ะ
*พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ
เราจะต้องทำลายสเต็มเซลล์ที่อยู่ข้างๆ
ปุ่มรากขน (hair follicle) ค่ะ
ต่างจากการโกนหรือแว็กซ์ที่กำจัดเฉพาะขนบนพื้นผิวผิวหนัง
เลเซอร์จะพุ่งเป้าไปที่ตัวรากขนโดยตรง
เพื่อทำให้ความสามารถในการงอกใหม่ของขนอ่อนแอลงเรื่อยๆ ค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว เครื่องเลเซอร์ที่นิยมใช้มักจะมี 2 ความยาวคลื่น คือ
Alexandrite (755nm) และ
Nd:YAG (1064nm)
ซึ่งถ้าความยาวคลื่นต่างกัน ความลึกที่แสงจะส่งลงไป
และความเหมาะสมกับขนาดเส้นขนก็จะต่างกันไปด้วยค่ะ
ดังนั้น... การเลือกใช้ความยาวคลื่นที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมแม้จะขึ้นชื่อว่า "เลเซอร์กำจัดขน" เหมือนกัน
แต่ก็ต้องเจาะจงเลือกใช้ตามโทนสีผิวและความหนาของเส้นขนของคนไข้แต่ละท่านค่ะ

ทำไมต้องทำถึง 8-10 ครั้ง?
ถ้าเข้าใจวงจรเส้นขนแล้วจะร้องอ๋อทันทีค่ะ
"เส้นขนจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีเฉพาะในช่วงการเติบโต (Anagen phase) เท่านั้นครับ
ตามวงจรเส้นขนแล้ว ต้องเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์... ดังนั้นการทำทุกๆ 2-6 สัปดาห์
ติดต่อกัน 8~10 ครั้ง
ถึงจะช่วยลดจำนวนขนได้อย่างถาวรสูงสุดกว่า 80% ครับ
การตัดสินว่าไม่ได้ผลหลังจากทำไปเพียง 3 ครั้ง
ถือว่าด่วนสรุปเร็วเกินไปหน่อยครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystones Clinic สาขาฮงแด)
อ่านแค่ตัวอักษรอาจจะยังไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ใช่ไหมคะ
งั้นลองมาเคสตัวอย่างจริงๆ กันดีกว่าค่ะ จะได้เข้าใจชัดเจนขึ้น
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้หญิงอายุ 26 ปีท่านหนึ่งเข้ามาพบหมอ
เธอเคยไปทำเลเซอร์รักแร้จากคลินิกอื่นมา 3 ครั้ง
แล้วรู้สึกว่า "ไม่ได้ผลเลย" ก็เลยขอคืนเงิน
แล้วย้ายมาทำที่คลินิกของเราค่ะ
หลังจากให้คำปรึกษา สิ่งที่หมอบอกกับเธอคือ
"แทนที่จะรีบทำเลเซอร์ต่อตอนนี้
หมอแนะนำให้รออีกสัก 4 สัปดาห์ แล้วกลับมาประเมินผลกันใหม่อีกทีดีกว่าครับ"
ค่ะ
เพราะก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมใหม่ สิ่งสำคัญคือ
ต้องประเมินผลจากเลเซอร์ครั้งก่อนหน้าอย่างแม่นยำซะก่อนค่ะ
เหตุผลก็คือ เส้นขนของคนเราจะมีวงจรการเติบโตอยู่ 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะเติบโต (Anagen),
ระยะฝ่อตัว (Catagen) และระยะพักตัว (Telogen)
ซึ่งมันจะวนเวียนสลับกันไปเรื่อยๆ ค่ะ
และขนที่จะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดี
มีเพียงขนที่อยู่ในระยะเติบโต (Anagen) เท่านั้นค่ะ
เพราะในระยะนี้ เมลานินจะสะสมอยู่ในรากขนอย่างเต็มที่ และปุ่มรากขนกับ
รากขนยังทำงานร่วมกันอยู่
พลังงานแสงเลเซอร์จึงสามารถส่งตรงลึกไปถึงรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
แต่ประเด็นคือ แต่ละส่วนของร่างกาย
จะมีสัดส่วนของขนในระยะเติบโตไม่เท่ากันค่ะ
เช่น บริเวณรักแร้จะมีขนในระยะเติบโตประมาณ 30%,
บริเวณขาประมาณ 20% และขนอ่อนบนใบหน้าจะยิ่งมีสัดส่วนน้อยลงไปอีกค่ะ
นั่นหมายความว่า การทำเลเซอร์ 1 ครั้ง จะกรองขนออกไปได้
เพียงแค่ 20-30% ของขนทั้งหมดเท่านั้นเองค่ะ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมอแนะนำให้กลับมาทำทุกๆ 4~6 สัปดาห์
ติดต่อกันประมาณ 8~10 ครั้งค่ะ
เพื่อให้เวลาขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัว
ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นระยะเติบโต
และเราก็จะคอยจับเก็บขนเหล่านั้นไปทีละ 30% ในแต่ละครั้งนั่นเองค่ะ
เมื่อทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ 8~10 ครั้ง ผลลัพธ์จากการสะสมตัวของเลเซอร์
ก็จะสามารถช่วยลดจำนวนขนได้อย่างถาวรได้ถึง 80% หรือมากกว่านั้นค่ะ
บอกกันตามตรงเลยว่า การทำแค่ 3 ครั้ง
เพิ่งจะผ่านพ้นรอบวงจรขนไปได้เพียงแค่รอบเดียวเท่านั้นเองค่ะ
จึงยังเร็วเกินไปมากที่จะประเมินผลลัพธ์ว่าเห็นผลหรือไม่
นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เครื่องมืออีกด้วยค่ะ
ที่คลินิกของเราจะเลือกใช้ GentleMax Pro Plus เป็นหลัก
ซึ่งสามารถสลับใช้ระหว่าง 755nm Alexandrite และ 1064nm Nd:YAG
ได้ในเครื่องเดียวเลยค่ะ
สำหรับท่านที่มีผิวสว่าง เส้นขนนุ่มและดำ
เราจะใช้คลื่น 755nm
ส่วนใครที่มีสีผิวเข้มขึ้นมาหน่อย หรือขนหนาและรากขนลึก
เราก็จะเปลี่ยนมาใช้ 1064nm
แม้จะเป็นการทำในครั้งเดียวกัน แต่ก็สามารถเลือกสลับคลื่นตามบริเวณผิวได้เลยค่ะ
เพราะถ้าเลือกใช้เครื่องเลเซอร์ความยาวคลื่นเดียว
อาจเสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นไหม้ในผู้ที่มีผิวสีเข้ม
หรืออาจจะเก็บบริเวณขนอ่อนบางๆ ได้ไม่หมดจดนั่นเองค่ะ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
การกำจัดขนไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วเสร็จ
แต่เป็นการรักษาที่ต้องการความต่อเนื่องเพื่อสะสมพลังงานเลเซอร์
ตามรอบวงจรของเส้นผมค่ะ
ต้องมารักษาซ้ำทุกๆ 4-6 สัปดาห์ และทำจนครบ 8-10 ครั้ง
จึงจะเข้าสู่ระยะที่ขนลดลงได้อย่างถาวรค่ะ
การตัดสินใจว่า "ไม่เห็นผลเลย" หลังทำไปเพียง 3 ครั้ง
จึงเป็นบทสรุปที่เร็วเกินไปค่ะ
![[비용 최적화] 영구감모 80%에 도달하는 가장 경제적인 회차 설계법](https://framerusercontent.com/images/HrNW0wIw4noyFEzEa0QbSeVUS0.jpg)
ลองเช็กกันดูนะคะว่าสภาพขนของเรา
เข้าข่ายกับข้อมูลส่วนไหนบ้าง
บริเวณ | ระยะห่างที่แนะนำ | จำนวนครั้งที่แนะนำ | การเลือกความยาวคลื่น |
รักแร้ | 4 สัปดาห์ | ประมาณ 8 ครั้ง | เน้น 755nm เป็นหลัก |
ขา / แขน | 5-6 สัปดาห์ | 8-10 ครั้ง | 755nm หรือแบบผสมผสาน |
บิกินี่ / สะโพก | 5-6 สัปดาห์ | ประมาณ 10 ครั้ง | เน้นสัดส่วน 1064nm ↑ |
ขนอ่อนบนดวงหน้า | 4 สัปดาห์ | 10 ครั้งขึ้นไป | 755nm พลังงานต่ำ |
มีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่หมออยากจะบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะคือ
นี่เป็นข้อมูลเพียง "ค่าเฉลี่ยขั้นต้น" เท่านั้นค่ะ
สำหรับท่านที่มีผลกระทบจากฮอร์โมน หรือเป็นคนที่มีเส้นขนค่อนข้างหนา
และมีความหนาแน่นสูง อาจจะต้องรักษาถึง 12-15 ครั้ง
จึงจะค่อยๆ หน้าพึงพอใจได้ในบางกรณีค่ะ
หากคุณรู้ตัวล่วงหน้าว่ามีสภาพร่างกายในลักษณะนี้
ก็จะช่วยลดความกังวลใจและเลิกตั้งคำถามว่า
"ทำไมขนถึงร่วงช้าจังนะ?" ไปได้เยอะเลยค่ะ
3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการกำจัดขน
ที่คนไข้มักจะถามเข้ามากันมากที่สุด
Q1. ถ้าอยากให้จบโปรแกรมเร็วๆ ขยับมาทำทุกๆ 2 สัปดาห์
จะได้ไหมคะ?
A. หมอเข้าใจความต้องการที่จะกำจัดขนให้เกลี้ยงเกลาเร็วๆ เป็นอย่างดีเลยครับ
แต่หากเราละเลยวงจรการเติบโตของเส้นขนไป แล้วบีบระยะห่างให้แคบลง
ผลลัพธ์ก็จะยังออกมาใกล้เคียงเดิม แต่จะทำให้คุณเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุครับ
เพราะขนที่อยู่ในระยะพักตัวต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์
ในการเปลี่ยนเข้าสู่ระยะเติบโตครับ
การยิงซ้ำภายใน 2 สัปดาห์
ก็เหมือนกับการยิงซ้ำจุดเดิมที่เพิ่งกำจัดขนไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
โดยที่ไม่สามารถเก็บเส้นขนใหม่ๆ ที่ยังไม่โตขึ้นมาได้เลยครับ
Q2. ถ้าทำครบแพ็กเกจ 10 ครั้งแล้ว ขนจะไม่ขึ้นมาอีกตลอดชีวิตเลยไหมคะ?
A. นี่เป็นเหตุผลที่เราเลือกใช้คำว่า
"การลดจำนวนขนอย่างถาวร" แทนคำว่า "การกำจัดขนถาวรตลอดไป" ครับ
หลังจากเข้ารักษาครบ 10 ครั้ง เส้นขนจะลดลงมากกว่า 80%
และเส้นขนที่เหลืออยู่ก็จะกรายเป็นขนอ่อนบาง เส้นเล็กและบางเบาลงมากครับ
แต่ทว่า หากระบบร่างกายเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
หรือความเครียดสะสม อาจไปกระตุ้นให้รากขนที่พักตัวอยู่ฟื้นกลับมาขึ้นใหม่
ทำให้มีปริมาณขนบางส่วนงอกขึ้นมาใหม่ได้ครับ
ดังนั้น หลังจากผ่านไปสัก 1-2 ปี หลายๆ ท่านจึงมักจะกลับมา
รับบริการทำเลเซอร์ซ้ำเพียงปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพความเรียบเนียนไว้ครับ
Q3. มีเรื่องอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษหลังรับบริการไหมคะ?
A. สองสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือ
การป้องกันรังสียูวี และหลีกเลี่ยงการแว็กซ์ขนครับ
อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ ห้ามแว็กซ์ขนหรือใช้แหนบดึงขนเด็ดขาดครับ
หากรากขนถูกถอนออกไปหมดแล้ว
เลเซอร์จะไม่สามารถทำงานกับเป้าหมายรากขนได้ครับ
แต่สามารถใช้วิธีการโกนได้ตามปกติครับ
นอกจากนี้ต้องระวังแสงแดดทั้งช่วงก่อนและหลังทำเลเซอร์ให้ดีด้วยนะครับ
เนื่องจากการยิงเลเซอร์ลงบนผิวไหม้แดด
จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นไหม้ได้ค่อนข้างสูงครับ
หากจะให้จำเพียงข้อคิดเดียวในวันนี้กลับไป
— หมออยากให้มองว่าความสม่ำเสมอของการกำจัดขน ไม่ใช่แค่นับที่จำนวนครั้ง
แต่ควรประเมินว่า "เราได้หมุนรอบวงจรรักษาตามรอบการเกิดขนไปกี่รอบแล้ว"
ต่างหากครับ
ในบทความถัดไปหมอจะมาเล่าถึง
"ทำไมบางท่านทำแค่ 5 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ขณะที่บางท่านต้องทำถึง 12 ครั้ง"
โดยจะมาอธิบายเรื่องตัวแปรจากฮอร์โมนและสภาพร่างกายกันครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk
หากอยากทราบว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอเป็นผู้ประเมินและให้คำปรึกษาด้วยตัวเองโดยตรงครับ
▶ สอบถามข้อมูลโปรแกรมยักษ์ใหญ่ตัวต่อตัวผ่าน KakaoTalk
ขอบคุณทุกท่านครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
หมดปัญหาเรื่องขนซ้ำซาก มาเช็ก 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่เหมาะกับสภาพขนของคุณกันดีกว่าค่ะ
คลิกดู 🌊โปรโมชั่นโดนใจ🌊 ประจำ Beautystones Clinic สาขาฮับจอง
บทความน่ารู้อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
ถ้าคิดว่าการทำ Onda Lifting จะเหมือนกับ Thermage หรือ Ultherapy ละก็ อาจจะผิดหวังได้นะคะ
รวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ! ทำไมถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์ของ Onda Lifting ทันทีหลังทำ? พร้อมไขข้อแตกต่างระหว่าง Thermage และ Ulthera รวมถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาคงผลลัพธ์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย

โครงหน้า&วอลลุ่ม
스킨보톡스 (Skin Botox) ไม่ใช่ตัวยาที่ ‘ฤทธิ์อ่อนกว่า’ นะคะ — แต่เป็นวิธีฉีดแบบพิเศษเพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมันค่ะ
แม้จะเป็นโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เหมือนกัน แต่ถ้าใช้ความเข้มข้นและฉีดในความลึกที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ต่างกันค่ะ วันนี้เราสรุปทั้งขอบเขตผลลัพธ์ของ skin botox ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ ไปจนถึงรอยเข็มหลังทำทันทีมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ผิว
Oligio ที่เขาว่าเป็น 'Thermage เกาหลี' ทำแล้วจะได้ผลลัพธ์ปังเหมือนกันไหมนะ?
สรุปมาให้แล้วค่ะ! ความเหมือนและความต่างระหว่าง Oligio และ Thermage ทำไมถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2-3 เดือน พร้อมข้อมูลเรื่องความเจ็บและระยะเวลาในการคงผลลัพธ์

กำจัดขน
ทำไมการเลเซอร์กำจัดขนบริเวณเครา (턱수염) ถึงต้องทำจำนวนครั้งเยอะกว่าการทำบริเวณหนวด (콧수염)?
แม้จะเป็นหนวดเคราบนใบหน้าเหมือนกัน แต่ความหนาและความหนาแน่นของเส้นขนในแต่ละจุดนั้นแตกต่างกัน ทำให้จำนวนครั้งในการเลเซอร์ไม่เท่ากันเลยค่ะ วันนี้เราสรุปเกณฑ์จำนวนครั้งและการออกแบบสำหรับการทำเลเซอร์กำจัดขนบริเวณหนวดและเครามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เลือกคลินิกผิวหนังย่านฮงแด สิ่งสำคัญที่ต้องดูก่อนดูชื่อโปรแกรมรักษา
ทำไมหัตถการเดียวกันแต่ผลลัพธ์ที่ได้ถึงต่างกัน? คำตอบอยู่ที่การประเมินผิวและการตั้งค่าเครื่องค่ะ วันนี้เราสรุปเกณฑ์การเลือกคลินิกผิวหนังในย่านฮงแดมาให้ช้อปปิ้งคลินิกกันแบบชัวร์ๆ แล้วค่ะ

ผิว
ทำไมการเลือกคลินิกผิวหนังใกล้สถานี Hapjeong ถึงตอบโจทย์ที่สุด สำหรับหัตถการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
การทำกำจัดขน, ยกกระชับ (lifting) และ skin booster ต้องทำอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนดหลายๆ ครั้ง ผลลัพธ์ถึงจะค่อยๆ สะสมและเห็นผลชัดเจนนะคะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมความสะดวกในการเดินทางไปคลินิกถึงมีผลต่อผลลัพธ์การรักษาค่ะ



