พาดูความหมายทางการแพทย์ของ "กำจัดขนถาวร" พร้อมเช็กสัญญาณว่าขาคุณต้องการ 6 ครั้งหรือ 10 ครั้ง
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาไปปรึกษาเรื่องเลเซอร์กำจัดขนขา หลายคนมักจะได้ยินคำพูดที่ขัดแย้งกันอย่าง "คอร์ส 6 ครั้งก็กำจัดขนถาวรแล้วค่ะ" กับ "แต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ แนะนำให้ดูไว้ 8 ครั้งขึ้นไปดีกว่าค่ะ" พร้อมๆ กัน พอได้ยินจำนวนครั้งที่แนะนำต่างกันทั้งที่เป็นเคสทำเลเซอร์ขาเหมือนกัน หลายคนเลยเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่มไหนกันแน่
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า โดยทั่วไปแล้วการเลเซอร์กำจัดขนขาจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับวงจรการเติบโตของเส้นขน ฮอร์โมน โทนสีผิว และสีขนของแต่ละบุคคลครับ ซึ่งในทางการแพทย์แล้ว คำว่า "การลดจำนวนขนแบบถาวร (permanent reduction)" จะเป็นคำจำกัดความที่ถูกต้องและแม่นยำกว่าคำว่า "กำจัดขนถาวร" ครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone Clinic ครับ
เลเซอร์กำจัดขนไม่ได้ทำลายรากขนทั้งหมดในคราวเดียว
การทำเลเซอร์กำจัดขนคือการส่งพลังงานเลเซอร์ไปจับกับ เมลานิน*: เม็ดสีที่อยู่ในผิวหนังและเส้นขน โดยเมลานินที่อยู่ในรากขนจะดูดซับพลังงานเลเซอร์ แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อทำลายรากขนครับ ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้แปลว่ารากขนทั้งหมดจะหายไปในทันที แต่เลเซอร์จะทำลายเฉพาะรากขนที่อยู่ใน ระยะเติบโต (growth phase) ณ ตอนที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้นครับ
สมาคมแพทย์ผิวหนังระบุว่า โดยทั่วไปจำเป็นต้องรับการรักษาเฉลี่ย 2-6 ครั้ง และแนะนำให้ทำทุกๆ 4-6 สัปดาห์ โดยหลังจากทำครั้งแรกจะเริ่มเห็นว่าเส้นขนลดลงประมาณ 10-25% และเมื่อทำสะสมไปเรื่อยๆ เส้นขนก็จะยิ่งบางและอ่อนลงครับ เนื่องจากสัดส่วนของรากขนที่มองเห็นบนขาในแต่ละครั้งนั้นมีความสม่ำเสมอมากกว่าบริเวณ ใบหน้า ผลลัพธ์ในแต่ละครั้งจึงค่อนข้างคาดเดาได้ง่ายกว่าครับ

เพราะวงจรเส้นขน ขนจึงไม่หมดไปในครั้งเดียว
เส้นขนของคนเรามีวงจรซ้ำๆ กัน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเติบโต (anagen) → ระยะหยุดเติบโต (catagen) → ระยะพักตัว (telogen) เลเซอร์จะมีประสิทธิภาพสูงเฉพาะกับขนใน ระยะเติบโต ที่มีเมลานิน* อยู่หนาแน่นและเชื่อมต่อกับปุ่มรากขนเท่านั้น ส่วนรากขนที่อยู่ใน ระยะพักตัว แทบจะไม่ตอบสนองต่อเลเซอร์รอบนั้นๆ เลยครับ
สัดส่วนของเส้นขนที่อยู่ในระยะเติบโตจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณดังนี้ครับ:
บริเวณ | สัดส่วนระยะเติบโต | จำนวนครั้งที่แนะนำ | ระยะห่าง |
|---|---|---|---|
ขา | ประมาณ 20~30% | 6~10 ครั้ง | 6~8 สัปดาห์ |
รักแร้ | ประมาณ 30% | 5~8 ครั้ง | 4~6 สัปดาห์ |
บิกินี่ | ประมาณ 30% | 5~8 ครั้ง | 4~6 สัปดาห์ |
ใบหน้า (ผู้หญิง) | ประมาณ 60~70% | 8~12 ครั้ง | 4 สัปดาห์ |
สำหรับบริเวณขา ขนที่ถูกจัดการในการทำแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 20-30% เท่านั้น จึงต้องทำซ้ำที่จุดเดิมโดยเว้นระยะห่างทุกๆ 6-8 สัปดาห์ ต่อเนื่องกันประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมรากขนที่ทยอยเข้าสู่ ระยะเติบโต ได้อย่างทั่วถึงครับ

ทำไมบางคนทำแค่ 6 ครั้งก็จบ แต่บางคนต้องทำถึง 10 ครั้งขึ้นไป?
กลุ่มที่ทำแค่ 6~8 ครั้งก็เพียงพอ:
คนที่มีเส้นขนหนาและสีเข้ม (มีเมลานินเยอะ ทำให้ดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดี)
คนที่มีโทนผิวค่อนข้างสว่าง
คนที่มีระดับฮอร์โมนคงที่ สม่ำเสมอ
คนที่มีการกระจายตัวของขนเส้นหนาบริเวณขาอย่างสม่ำเสมอ
กลุ่มที่ต้องทำสะสม 10 ครั้งขึ้นไป:
คนที่มีเส้นขนบางและสีอ่อน (มีเมลานินน้อย ทำให้ดูดซับพลังงานได้น้อยลง)
คนที่มีโทนสีผิวเข้ม — จำเป็นต้องใช้พลังงานเลเซอร์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมยิ่งขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนครั้งในการรักษา
คนที่มีความผันผวนของฮอร์โมนสูง (เช่น มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ PCOS หรือโรคไทรอยด์)
คนที่มีแนวเส้นขนในแต่ละจุดไม่สม่ำเสมอ เช่น บริเวณขาด้านในหรือด้านหลัง
จากผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า การทำเลเซอร์ขนขาเฉลี่ยประมาณ 6 ครั้ง จะช่วยลดจำนวนเส้นขนลงได้ประมาณ 82% และการเว้นระยะห่างทุก 4-8 สัปดาห์จะให้ผลลัพธ์ที่คงที่และดีที่สุดครับ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ได้จบลงถาวรในครั้งเดียว เพราะเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี ฮอร์โมนและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอาจกระตุ้นให้รากขนบางส่วนกลับมาทำงานได้อีกครั้ง หลายคนจึงนิยมกลับมาทำเลเซอร์ซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์ (Maintenance) ครับ

ตามหลักการแพทย์แล้ว คำว่า "กำจัดขนถาวร" ควรใช้ในระดับที่เบาลงมาหน่อยถึงจะถูกต้องครับ
อย่างที่ได้อธิบายไปข้างต้นว่าการเลเซอร์ขนขาเป็นการรักษาต่อเนื่องที่ต้องทำตามวงจรของเส้นขน และผลลัพธ์ที่ได้จริงจะใกล้เคียงกับคำว่า การลดจำนวนขนแบบถาวร (permanent reduction) มากกว่าครับ ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า แม้หลังทำเลเซอร์แล้วจะไม่มีขนขึ้นมาเลยเป็นเวลานาน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่การันตีว่าจะไม่มีขนขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิต และในแง่ของกฎหมายทางการแพทย์ การใช้คำสะกดใจอย่างคำว่า *กำจัดขนถาวร* ก็ไม่เป็นที่แนะนำเช่นกันครับ
ในความเป็นจริง แนวทางที่ดีและสม่ำเสมอที่สุดคือการเข้าคอร์สทำเลเซอร์ 6-10 ครั้งให้ครบ แล้วกลับมาทำซ้ำพื่อเก็บรายละเอียดปีละ 1-2 ครั้งครับ นอกจากนี้ การโกนขน (ห้ามแว็กซ์หรือถอนเด็ดขาด) และการหลีกเลี่ยงแสงแดดระหว่างช่วงที่ทำเลเซอร์ จะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและปลอดภัยด้วยครับ

กรณีที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการอักเสบหรือเป็นเริมบริเวณที่จะทำเลเซอร์
อยู่ระหว่างทานยากลุ่มที่ทำให้ผิวไวต่อแสง (เช่น Isotretinoin หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด)
มีรอยสักหรือการสักกึ่งถาวร (Semi-permanent) บริเวณที่จะทำเลเซอร์
ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์ หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS)
ผู้ที่มีผิวคีลอยด์ง่าย (Keloid)
หากมีอาการข้างต้น การปรับพลังงานเลเซอร์ให้น้อยลงหรือการเลื่อนตารางการรักษาออกไปก่อนจะปลอดภัยที่สุดครับ สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งเรื่องยาที่ทานประจำและโรคประจำตัวให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบตั้งแต่ตอนปรึกษาครั้งแรกนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. เลเซอร์ขนขาแค่ครั้งเดียวจะอยู่ไปตลอดชีวิตเลยไหมคะ?
A. ทางการแพทย์จะใช้คำว่า *การลดจำนวนขนแบบถาวร (permanent reduction)* ครับ แม้ว่าหลังทำครบคอร์สแล้วหลายๆ คนจะไม่มีขนขึ้นกวนใจเลยเป็นเวลาหลายปี แต่เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา รากขนบางส่วนก็อาจจะกลับมาทำงานใหม่ได้เช่นกันครับ โดยทั่วไปจึงแนะนำให้มาทำเลเซอร์เพื่อเก็บรายละเอียดปีละ 1-2 ครั้งครับ
Q. ระหว่างจบคอร์สสามารถโกนขนได้ไหมคะ?
A. สามารถโกนได้ตามปกติครับ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงวิธีการถอนรากถอนโคนอย่างการแว็กซ์ ถอนด้วยแหนบ หรือการใช้เครื่องถอนขนนะครับ เพราะเลเซอร์ต้องใช้เมลานินที่อยู่ในรากขนเป็นเป้าหมายในการส่งพลังงาน หากรากขนถูกถอนออกไป พลังงานเลเซอร์ก็จะไม่สามารถเข้าไปจับเพื่อทำลายรากขนได้ครับ
Q. ลองทำเลเซอร์ขาแค่ข้างเดียวก่อนได้ไหมคะ?
A. สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำเลเซอร์มาก่อน อาจจะเริ่มทดลองทำข้างเดียวก่อนเพื่อดูการตอบสนองและความไวของผิวได้ครับ แต่เพื่อให้สามารถประเมินผลลัพธ์ของพลังงานเลเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำทั้งสองข้างควบคู่กันไปครับ สำหรับครั้งแรกแนะนำให้ลองทำแบบ Patch test เบาๆ ดูก่อน แล้วค่อยเริ่มทำแบบเต็มคอร์สอย่างจริงจังในครั้งถัดไปครับ
หมดกังวลเรื่องขนขาซ้ำซาก มาเช็ก 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่เหมาะกับสภาพผิวและเส้นขนของคุณกันเดี๋ยวนี้นะครับ
คลิกเพื่อดู 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่ Beautystone Clinic สาขาฮับจอง
บทความที่น่าสนใจ
ทำไมทั้งเลเซอร์หนวดและขนใบหน้าใช้เลเซอร์เครื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ถึงไม่เหมือนกัน
ทำไมบางคนที่บอกว่าเลเซอร์ 10 ครั้งก็ไม่หาย ถึงกลับมาเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ 3
"คุณหมอคะ เจ็บมากไหมคะ?" — คำถามยอดฮิตที่ได้ยินบ่อยถึง 10 ครั้งเฉพาะในสัปดาห์นี้
แม้จะใช้สองคลื่นพลังงานของ GentleMax Pro Plus เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปครับ

ลบรอยสัก
제모하려는 자리에 점이나 문신, 흉터가 있으면 그 부분만 빼고 진행하게 되는 걸까요?
점과 문신과 흉터가 있는 부위의 레이저 제모 처리 방식을, 멜라닌을 표적으로 삼는 선택적 광열분해 원리와 실제 증례 보고를 근거로 자리별로 나눠 정리했어요.

ผิว
작년 여름에 쓰다 남은 선크림, 올해 다시 꺼내 써도 차단력은 그대로 남아 있을까요?
작년에 쓰다 남은 선크림을 올해 다시 써도 되는지, 유통기한과 개봉 후 사용기간의 차이와 차단 성분이 변하는 이유를 근거로 정리했어요.

ผู้ชาย
ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์
หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

ผิว
ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้
ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

ผิว
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ผิว
ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?
หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ



