พาไปดูความหมายทางการแพทย์ของคำว่า "กำจัดขนถาวร" พร้อมเช็กสัญญาณว่าเมื่อไหร่ที่ขาของคุณต้องการการกำจัดขน 6 ครั้ง หรือ 10 ครั้งกันแน่
เมื่อไปปรึกษาเรื่องการเลเซอร์กำจัดขนขา หลายคนมักจะได้ยินคำว่า "คอร์ส 6 ครั้งคือการกำจัดขนถาวร" ควบคู่ไปกับคำว่า "ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แนะนำให้ทำ 8 ครั้งขึ้นไปดีกว่า" เนื่องจากเป็นบริการเดียวกัน ทำที่ขาตำแหน่งเดียวกัน แต่จำนวนครั้งที่แนะนำกลับต่างกัน ทำให้หลายคนกังวลและกะไม่ถูกว่าตัวเองต้องทำกี่ครั้งกันแน่
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า การเลเซอร์กำจัดขนขานั้น โดยทั่วไปแล้วขึ้นอยู่กับวงจรการเติบโตของเส้นขน ฮอร์โมน สีผิว และสีขนของแต่ละบุคคล ซึ่งปกติแล้วจะแนะนำให้ทำเป็นคอร์สต่อเนื่องประมาณ 6-10 ครั้ง และในทางการแพทย์ คำว่า "การลดจำนวนเส้นขนอย่างถาวร (permanent reduction)" จะเป็นคำที่ถูกต้องและแม่นยำกว่าคำว่า "การกำจัดขนถาวร" ค่ะ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการพยาบาลและการรักษาของ Beautystone ค่ะ
เลเซอร์กำจัดขนไม่ได้ทำลายรากขนทั้งหมดในคอร์สเดียว
เลเซอร์กำจัดขนทำงานโดยส่งพลังงานความร้อนไปทำลายรากขนผ่านการดูดซับของ เมลานิน*: เม็ดสีที่อยู่ในผิวหนังและเส้นขน ซึ่งเมลานินในรากขนจะทำหน้าที่ดูดซับพลังงานเลเซอร์ วิธีนี้ไม่ได้ทำให้รากขนทั้งหมดหายไปในครั้งเดียว แต่เลเซอร์จะจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเฉพาะกับเส้นขนที่อยู่ใน ระยะเจริญเติบโต (anagen) ณ ช่วงเวลานั้นๆ เท่านั้นค่ะ
ราชวิทยาลัยแพทย์ผิวหนังแนะนำว่า โดยทั่วไปจำเป็นต้องทำทรีตเมนต์เฉลี่ยประมาณ 2-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งหลังจากการรักษาครั้งแรกจะเห็นว่าเส้นขนลดลงประมาณ 10-25% และเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง เส้นขนจะค่อยๆ บางลงและสีอ่อนลงเรื่อยๆ เนื่องจากสัดส่วนของรากขนที่มองเห็นได้บริเวณขานั้นมีความสม่ำเสมอมากกว่าบริเวณ ใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์ในการรักษาค่อนข้างคาดเดาได้ง่ายกว่าค่ะ

เพราะวงจรชีวิตของเส้นขน ทำให้ไม่สามารถกำจัดหมดได้ในการทำครั้งเดียว
เส้นขนมีวงจรชีวิตซ้ำๆ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเจริญเติบโต (anagen) → ระยะหยุดการเจริญเติบโต (catagen) → ระยะพักตัว (telogen) เลเซอร์จะมีประสิทธิภาพสูงเฉพาะกลุ่มเส้นขนใน ระยะเจริญเติบโต ที่มีเมลานินอยู่หนาแน่นและยังเชื่อมต่อกับปุ่มประสาทเลี้ยงเส้นขนเท่านั้น ส่วนรากขนที่อยู่ใน ระยะพักตัว เจอกับเลเซอร์ในครั้งเดียวกันแทบจะไม่ตอบสนองใดๆ เลยค่ะ
สัดส่วนของเส้นขนในระยะเจริญเติบโตจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของร่างกาย:
บริเวณ | สัดส่วนระยะเจริญเติบโต | จำนวนครั้งที่แนะนำ | ระยะห่าง |
|---|---|---|---|
ขา | ประมาณ 20~30% | 6~10 ครั้ง | 6~8 สัปดาห์ |
รักแร้ | ประมาณ 30% | 5~8 ครั้ง | 4~6 สัปดาห์ |
บิกินี่ | ประมาณ 30% | 5~8 ครั้ง | 4~6 สัปดาห์ |
ใบหน้า (ผู้หญิง) | ประมาณ 60~70% | 8~12 ครั้ง | 4 สัปดาห์ |
สำหรับบริเวณขา ขนที่ถูกจัดการในการทำเลเซอร์แต่ละครั้งจะมีเพียงประมาณ 20-30% เท่านั้น ดังนั้นจึงต้องทำซ้ำในตำแหน่งเดิมด้วยระยะห่าง 6-8 สัปดาห์ จำนวน 6-10 ครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมเส้นขนที่ค่อยๆ ทยอยเข้าสู่ ระยะเจริญเติบโต ได้อย่างทั่วถึงค่ะ

ทำไมบางคนทำ 6 ครั้งแล้วจบคอร์ส แต่บางคนต้องทำต่อถึง 10 ครั้งขึ้นไป?
ผู้ที่ทำเพียง 6-8 ครั้งก็เพียงพอ:
ผู้ที่มีเส้นขนดก ดำ หนา (มีเมลานินหนาแน่น ดูดซับสีเลเซอร์ได้ดีเยี่ยม)
ผิวขาวหรือสีผิวค่อนข้างสว่าง
ระดับฮอร์โมนในร่างกายคงที่สมดุล
การกระจายตัวของเส้นขนสีเข้มบริเวณขาเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน
ผู้ที่จำเป็นต้องทำสะสมตั้งแต่ 10 ครั้งขึ้นไป:
ผู้ที่มีเส้นขนบางและสีอ่อน (เมลานินน้อย ทำให้ดูดพลังงานเลเซอร์ได้น้อย)
ผู้ที่มีสีผิวเข้ม — จำเป็นต้องตั้งค่าพลังงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ทำให้จำนวนครั้งในการรักษาเพิ่มขึ้น
ผู้ที่มีความแปรปรวนของฮอร์โมนสูง (เช่น ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือโรคไทรอยด์)
ผู้ที่มีการขึ้นของเส้นขนไม่สม่ำเสมอในแต่ละจุด เช่น บริเวณต้นขาด้านใน หรือด้านหลังน่อง
จากผลลัพธ์ทางคลินิกเฉลี่ยพบว่า การทำเลเซอร์ขนขาประมาณ 6 ครั้ง จะช่วยลดจำนวนเส้นขนลงได้ประมาณ 82% และการเว้นระยะห่างในการทำ 4-8 สัปดาห์จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คงที่ที่สุด อย่างไรก็ตาม ทรีตเมนต์นี้ไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบไปตลอดชีวิตนะคะ หลังจากผ่านไป 1-2 ปี หากมีฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง รากขนบางส่วนอาจกลับมาทำงานอีกครั้ง ซึ่งหลายคนนิยมกลับมาทำเลเซอร์ซ้ำเพื่อคงสภาพ (maintenance) ค่ะ

เพื่อความถูกต้องในทางการแพทย์ ควรใช้คำว่า "การลดจำนวนเส้นขน" แทนคำว่า "การกำจัดขนถาวร"
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าการเลเซอร์ขนขาเป็นทรีตเมนต์แบบต่อเนื่องตามวงจรชีวิตของเส้นขน ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงใกล้เคียงกับคำว่า การลดจำนวนเส้นขนอย่างถาวร (permanent reduction) มากกว่า ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า แม้จะจริงที่เส้นขนจะไม่ขึ้นเลยเป็นระยะเวลานานหลังทำเสร็จสิ้น แต่เพื่อความถูกต้อง จึงควรเลี่ยงการใช้คำพูดที่รับประกันว่าจะไม่มีเส้นขนขึ้นเลยแม้แต่เส้นเดียวตลอดชีวิต นอกจากนี้ในแง่ของกฎหมายการแพทย์ การใช้คำยืนยันแบบฟันธงว่า กำจัดขนถาวร ก็ไม่แนะนำให้ใช้เช่นกันค่ะ
หากมองตามความเป็นจริง การทำทรีตเมนต์ต่อเนื่อง 6-10 ครั้งให้จบคอร์ส แล้วกลับมาทำซ้ำเพื่อคงสภาพปีละ 1-2 ครั้ง ถือเป็นโปรแกรมที่เห็นผลลัพธ์มั่นใจและดีที่สุดค่ะ การโกนขนในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ทำเลเซอร์ (ห้ามแว็กซ์หรือถอนเด็ดขาด) ควบคู่กับการทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมให้ผลลัพธ์การรักษาดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

กรณีที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนเข้ารับบริการ
อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการอักเสบ ผื่นแพ้ หรือเริม ในบริเวณผิวหนังที่จะทำเลเซอร์
อยู่ระหว่างทานยากลุ่มที่ทำให้ผิวไวต่อแสง (เช่น Isotretinoin หรือยาปฏิชีวนะบางประเภท)
มีรอยสักหรือการสักกึ่งถาวร (semi-permanent makeup) ในบริเวณที่จะทำเลเซอร์
ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์ หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS)
มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid)
หากท่านมีเงื่อนไขตรงกับข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น เพื่อความปลอดภัยแพทย์อาจปรับพลังงานให้อ่อนโยนลงหรือแนะนำให้เลื่อนการทำเลเซอร์ออกไปก่อน ในขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรก สิ่งสำคัญที่สุดคือการแจ้งข้อมูลประวัติการทานยาและโรคประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ทราบอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. เลเซอร์ขนขาแค่ครั้งเดียว จะอยู่ได้ตลอดไปไหมคะ?
A. ในทางการแพทย์จะใช้คำว่า การลดจำนวนเส้นขนอย่างถาวร ค่ะ แม้หลายคนจะมองเห็นผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนไร้เส้นขนต่อเนื่องหลายปีหลังจบคอร์ส แต่เมื่อเวลาผ่านไปหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รากขนบางส่วนก็อาจจะกลับมาทำงานใหม่ได้ แนะนำให้กลับมาทำเลเซอร์เก็บงานสม่ำเสมอปีละ 1-2 ครั้งเป็นมาตรฐานทั่วไปค่ะ
Q. ระหว่างรอบการทำเลเซอร์ สามารถโกนขนได้ไหมคะ?
A. สามารถโกนขนได้ตามปกติค่ะ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการถอนด้วยแหนบ การแว็กซ์ หรือการใช้เครื่องถอนขนไฟฟ้าชนิดดึงราก เพราะการกำจัดรากขนออกไปจะทำให้ประสิทธิภาพของพลังงานเลเซอร์ลดลง เนื่องจากเลเซอร์จำเป็นต้องใช้เมลานินที่อยู่ในรากขนเป็นสื่อนำพลังงานค่ะ
Q. ลองทำก่อนแค่ข้างเดียวก่อนได้ไหมคะ?
A. สำหรับคนที่ไม่เคยทำเลเซอร์มาก่อนและอยากทดสอบความระคายเคืองหรือระดับความเจ็บ สามารถเลือกทำเพื่อทดลองก่อนข้างเดียวได้ค่ะ แต่เพื่อให้การประเมินประสิทธิภาพในแบบคอร์สเห็นผลลัพธ์ชัดเจน แนะนำให้รับการรักษาทั้งสองข้างพร้อมกันดีที่สุดค่ะ โดยในครั้งแรกอาจเริ่มทำเป็นรูปแบบ Patch Test เบาๆ ก่อน แล้วค่อยขยับไปเริ่มทำคอร์สอย่างเต็มตัวค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
เลเซอร์หนวด กับเลเซอร์ขนหน้า ใช้เครื่องเลเซอร์ตัวเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน?
ทำไมคนที่เคยเลเซอร์ 10 ครั้งแล้วขนไม่ลด ถึงเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหลังทำกับเราเพียง 3 ครั้ง?
"คุณหมอคะ เจ็บมากไหมคะ?" — คำถามที่หมอวี ยองจินได้ยินบ่อยที่สุดกว่า 10 ครั้งเฉพาะในสัปดาห์นี้
GentleMax Pro Plus แม้จะบอกว่าใช้เลเซอร์สองความยาวคลื่นคู่กัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เหมือนกันเสมอไป

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ
ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

ยกกระชับ
อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?
ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

ร่างกาย
อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ
การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ผิว
ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ
ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

ผิว
Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต
Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

ยกกระชับ
Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน
เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด




![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
