• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Inmode vs Potenza: RF microneedle เหมือนกัน ผลต่าง

Inmode vs Potenza: RF microneedle เหมือนกัน ผลต่าง

Inmode vs Potenza: RF microneedle เหมือนกัน ผลต่าง

เทียบหลักการ ผลทางคลินิก และจำนวนครั้งที่แนะนำของ RF microneedle สองแบบ เพื่อเลือกให้ตรงปัญหารูขุมขน

สำหรับใครที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้างจนแต่งหน้าไม่ค่อยติด พอไปปรึกษาเรื่อง RF microneedle คุณหมอส่วนใหญ่มักจะแนะนำสองตัวนี้คู่กันเลยค่ะ นั่นคือ Inmode และ Potenza ซึ่งทั้งสองโปรแกรมนี้มีราคาใกล้เคียงกัน และมีคำเคลมฮิตเหมือนกันเลยว่า "ช่วยกระชับรูขุมขน"

ถ้าให้สรุปตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งสองตัวนี้อยู่ในตระกูล RF microneedle เหมือนกัน หลักการทำงานจึงคล้ายกันค่ะ แต่จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องของเข็มแบบมีฉนวนป้องกัน (insulated needle) หรือไม่มี, วิธีการปรับระดับความลึก, และการกระจายพลังงานในแต่ละช็อต (shot) รวมถึงระยะเวลาพักฟื้นและระดับความเจ็บที่ต่างกันนิดหน่อยค่ะ

บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลโปรแกรมดูแลผิวของ Beautystone Clinic ค่ะ

 

RF microneedle คือการส่งพลังงานความร้อนลงไปเป็นจุดๆ ในชั้นผิวแท้ (dermis)* ค่ะ

ทั้ง Inmode (ระบบ Morpheus8) และ Potenza เป็นโปรแกรมที่ใช้เข็มขนาดเล็กละเอียดหลายเล่มส่งพลังงาน RF ลงลึกถึง ชั้นผิวแท้ (dermis)*: ชั้นผิวที่สองที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้า ซึ่งเป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสติน โดยการส่งพลังงานลงไปตรงจุดที่รูขุมขนหย่อนคล้อย เพื่อสร้างความร้อนกระตุ้นการบาดเจ็บขนาดเล็ก (micro-thermal injury) และในกระบวนการฟื้นฟูผิว คอลลาเจนก็จะถูกสร้างขึ้นมาเติมเต็ม ทำให้รูขุมขนดูเล็กลงนั่นเองค่ะ

จากผลการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่า การทำ fractional microneedle RF เฉลี่ย 2-6 ครั้ง ช่วยให้ขนาดของรูขุมขน เนื้อผิว และรอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 94% ของผู้เข้ารับบริการตอบว่าอยากกลับมาทำซ้ำอีกค่ะ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้างของแต่ละคนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นจากพันธุกรรม, การผลิตน้ำมันส่วนเกิน, หรือรูขุมขนกว้างจากความร่วงโรยตามวัย — แต่ละแบบจะตอบสนองต่อการรักษาต่างกันค่ะ

RF 마이크로니들은 진피층에 점점이 열을 박는 방식이에요

 

 

ความต่างในการทำงานของทั้ง 2 เครื่อง ส่งผลต่อรูปแบบของผลลัพธ์ที่ได้ค่ะ

หัวข้อ

Inmode (Morpheus8)

Potenza

ลักษณะเข็ม (Needle)

เข็มแบบมีฉนวน (Insulated Needle เพื่อปกป้องผิวชั้นนอก)

เลือกโหมดได้ทั้งแบบมีฉนวน (Insulated) / ไม่มีฉนวน (Non-insulated)

คลื่นความถี่ RF

ฟิกซ์ที่ 1MHz

ระบบ Dual Mode 1MHz · 2MHz

การปรับระดับความลึก

0.5~4 mm

0.5~3.5 mm

ระดับความเจ็บ

ปานกลาง ~ มาก

น้อย ~ ปานกลาง

ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime)

1~3 วัน

หลังทำทันที ~ 1 วัน

จำนวนครั้งที่แนะนำ

3 ครั้ง / ห่างกันทุก 4~6 สัปดาห์

3~5 ครั้ง / ห่างกันทุก 3~4 สัปดาห์

จุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการปรับโหมดคลื่นความถี่คู่ (Dual Mode) ค่ะ เครื่อง Potenza สามารถผสมผสานคลื่น 1MHz และ 2MHz* เข้าด้วยกันในการทำครั้งเดียวได้ จึงเหมาะมากในการดูแลทั้งผิวชั้นบน (ลดความมัน/กระชับรูขุมขน) และผิวชั้นลึก (ดูแลแผลเป็น/ความหย่อนคล้อย) ไปพร้อมๆ กัน ส่วน Inmode จะเด่นในเรื่องการส่งพลังงานคลื่นความถี่เดียวลงไปได้ลึกกว่าและเสถียรกว่าค่ะ

2MHz*: คลื่นความถี่ที่ดูดซับได้รวดเร็วกว่าในบริเวณใกล้ผิวชั้นนอก มักใช้เพื่อกระตุ้นรูขุมขนและต่อมไขมันค่ะ

두 장비의 작동 방식 차이가 결과 패턴을 갈라요

 

 

เครื่องไหนที่ใช่? เลือกให้เหมาะกับปัญหารูขุมขนของคุณค่ะ

Inmode (Morpheus8) เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่อยากดูแลทั้งปัญหารูขุมขนและความหย่อนคล้อยในระดับลึกไปพร้อมกัน

  • ผู้ที่มีเนื้อผิวหนาในบริเวณอย่าง กรอบหน้า, แก้ม, หน้าผาก

  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่แน่นชัดเจนจากการทำแต่ละครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4~6 สัปดาห์

  • ผู้ที่มีทั้งรอยแผลเป็นและรูขุมขนกว้างร่วมกัน

Potenza เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่ต้องการเน้นดูแลรูขุมขน, การหลั่งน้ำมันส่วนเกิน, และรอยสิวเป็นหลัก

  • ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ และอยากได้โปรแกรมที่มี Downtime สั้นๆ

  • ผู้ที่ต้องการดูแลทั้งผิวชั้นบนและชั้นเนื้อแท้ไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว

  • ผู้ที่สะดวกมาทำอย่างต่อเนื่องในระยะสั้นๆ ทุก 3~5 ครั้งเว้นช่วงไม่นาน

ในรายงานผลการวิจัยทางคลินิกของ RF microneedle ระดับความเจ็บเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5/10 คะแนนเท่านั้นค่ะ ยิ่งในบริเวณที่รูขุมขนเล็กกว่า (เช่น จมูก, แก้ม) หรือในโหมดที่เน้นผิวชั้นบน ระดับความเจ็บก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก และเนื่องจากนิยมใช้หัวเข็มแบบมีฉนวนปกป้องผิวชั้นนอก โอกาสเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ของทั้งสองเครื่องจึงถือว่าต่ำมากค่ะ

본인 모공 타입에 따라 더 맞는 장비가 갈려요

 

 

ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในข้ามคืนนะคะ

อย่างที่อธิบายไปข้างต้นค่ะว่า RF microneedle เป็นการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ดังนั้นจึงไม่เห็นผลลัพธ์สูงสุดทันทีหลังทำเสร็จนะคะ ในช่วงแรกอาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กๆ 1-3 วัน และจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูขุมขนที่ชัดเจนขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4-8 เป็นต้นไปค่ะ โดยทั่วไปการทำครบ 3 ครั้งจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงตัวที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ ผลลัพธ์ของแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับอัตราการผลิตน้ำมันผิว, พฤติกรรมการล้างหน้า, และการเผชิญแสงแดดด้วยนะคะ การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเต็มที่, ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และอาจใช้ยาทากลุ่ม Retinoid ร่วมด้วย (ตามคำแนะนำของแพทย์) ระหว่างช่วงพักฟื้น จะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและอยู่นานขึ้นค่ะ

결과는 한 번에 보이는 게 아니에요

 

 

กรณีต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำนะคะ

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีอาการอักเสบ, สิวอักเสบรุนแรง หรือเริม บริเวณที่ต้องการทำ

  • มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid)

  • มีโลหะหรืออุปกรณ์ฝังในร่างกาย (เช่น รากฟันเทียม, หมุดยึดกระดูก) ในบริเวณที่จะทำ

  • อยู่ระหว่างทานยากลุ่มที่ไวต่อแสง หรือยาคุมมันประเภท Isotretinoin

  • เพิ่งผ่านการเลเซอร์อื่นหรือฉีดฟิลเลอร์มาภายใน 1 สัปดาห์

โดยเฉพาะสองข้อสุดท้าย เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าก่อนทำหัตถการกลุ่ม RF ทุกชนิดเลยค่ะ การแจ้งประวัติการใช้ยาและการทำหัตถการที่ผ่านมาอย่างละเอียดในขั้นตอนปรึกษาก่อนทำจึงสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. รูขุมขนจะเล็กลงจริงๆ ไหมคะ?

A. ในความเป็นจริงไม่มีหัตถการใดที่ทำให้รูขุมขนหดเล็กลงแบบถาวรได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่ RF microneedle จะทำงานโดยกระตุ้นคอลลาเจนรอบๆ รูขุมขนให้ฟูขึ้น ทำให้ปากรูขุมขนดูแคบลงและผิวดูเนียนละเอียดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ผิวก็อาจจะค่อยๆ หย่อนคล้อยลงตามธรรมชาติ หลายๆ คนจึงนิยมกลับมาทำซ้ำทุกๆ 6-12 เดือนเพื่อคงความกระชับค่ะ

Q. ต้องพักฟื้นนานแค่ไหนคะ?

A. หลังทำเสร็จ 1-3 วันแรก อาจเห็นรอยแดงหรือรอยสะเก็ดจุดเล็กๆ (จากหัวเข็ม) แนะนำให้เว้นการแต่งหน้าประมาณ 24-48 ชั่วโมงแรกค่ะ หลายรีวิวมักบอกว่า Potenza จะใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับสภาพการฟื้นตัวของผิวแต่ละบุคคลด้วยนะคะ

Q. สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ไหมคะ?

A. ปกติแล้วไม่แนะนำให้ฉีด Botox หรือฟิลเลอร์ในระหว่างช่วงที่เพิ่งทำ RF microneedle ทันทีค่ะ ทางที่ดีควรรอให้ครบคอร์สหรือเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์เพื่อให้ผิวฟื้นฟูเต็มที่ก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ แนะนำให้วางแพลนร่วมกับคุณหมอเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

레이저나 리프팅 시술 후 붓기가 밤보다 아침에 더 심하게 느껴지는 이유는 무엇일까요?

ยกกระชับ

ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?

ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

울쎄라 프라임 시술 후에 세안과 화장, 그리고 운동은 언제부터 다시 시작해도 될까요?

ยกกระชับ

หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้าแต่งหน้าออกกำลังกายได้เมื่อไหร่

หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวกันค่ะ

온다 리프팅을 받았다면 다음 시술까지 보통 얼마나 간격을 두고 다시 받는 게 좋을까요?

ผู้ชาย

Onda Lifting ควรเว้นระยะกี่สัปดาห์ก่อนทำครั้งต่อไปดี?

อยากทำ Onda Lifting ซ้ำ ควรเว้นระยะนานแค่ไหน? อ่านเกณฑ์วางแผนเว้นระยะก่อนตัดสินใจนะคะ

써마지 시술을 받으면 볼이 꺼지고 얼굴 살이 빠진다는 이야기는 정말로 사실일까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบจริงไหม แยกข่าวลือกับกลไกจริงและสิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ

포텐자 시술을 받고 나면 붉은 기와 다운타임은 보통 며칠 정도 이어지게 되는 걸까요?

ผิว

Potenza ทำแล้วหน้าแดงกี่วัน ดาวน์ไทม์นานไหม?

หลังทำ Potenza รอยแดงและดาวน์ไทม์มักอยู่กี่วัน สรุปกลไกการฟื้นตัว ความต่างของอาการ และวิธีดูแล

Ultracol หรือ Juvelook ดีกว่ากันคะ? ช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างทางคลินิก (เช่น กลไกการออกฤทธิ์, ระยะเวลาคงผลลัพธ์, บริเวณที่แนะนำให้ทำ) ของทั้งสองตัวนี้แบบละเอียดให้หน่อยค่ะ เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ยกกระชับ

Onda Lifting เจ็บไหม? ไม่ทาครีมชาก็ทนได้จริงไหม

Onda Lifting เจ็บน้อยกว่า HIFU จริงไหม? ทำครีมชาจำเป็นไหม? อ่านก่อนตัดสินใจนะคะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1