เปรียบเทียบการทำงานและผลลัพธ์ของ InMode (ไม่ลงเข็ม) กับ Potenza (ลงเข็ม) ให้เหมาะกับรูขุมขนคุณ
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เคยไหมคะ ที่รูขุมขนดูกว้างขึ้นจนแต่งหน้าแล้วไม่ค่อยเนียน พอไปปรึกษาเรื่องรูขุมขน ก็มักจะเจอ InMode กับ Potenza ถูกเสนอมาคู่กันเสมอ ทั้งสองอยู่ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน และต่างก็มาพร้อมคำโปรยว่า "ช่วยกระชับรูขุมขน" เหมือนกัน จนหลายคนงงว่าจริง ๆ แล้วสองตัวนี้ต่างกันตรงไหน
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ InMode ส่งความร้อนจากผิวลงไปโดยไม่ใช้เข็ม ส่วน Potenza ใช้เข็มขนาดเล็กแทงลงไปปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ที่ชั้นหนังแท้โดยตรง วิธีการทำงานที่ต่างกันนี้เอง ทำให้ความเร็ว ความตรงจุดในการจัดการรูขุมขน และระยะพักฟื้นของสองเครื่องนี้ต่างกันไปด้วย บทความนี้จะพาไปดูว่าทั้งสองต่างกันอย่างไร และรูขุมขนแบบไหนเหมาะกับเครื่องไหนมากกว่ากัน
บทความนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการที่ให้บริการอยู่ที่ Beautystone Clinic ค่ะ
InMode กับ Potenza ต่างกันตั้งแต่วิธีการทำงาน
InMode เป็นหัตถการแบบไม่ลงเข็ม (Non-invasive) โดยใช้หัวหัตถการแนบไปกับผิว แล้วส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุลงไปถึงชั้นหนังแท้*: ชั้นผิวที่อยู่ถัดลงไปจากชั้นหนังกำพร้า เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสตินที่คอยพยุงความกระชับของผิว โดยที่ผิวชั้นบนไม่บาดเจ็บ เป็นการทำให้ชั้นลึกอุ่นขึ้นเพื่อกระตุ้นการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ วิธีนี้จึงตอบสนองกับความกระชับและพื้นผิวโดยรวมก่อนรูขุมขนโดยตรง ส่วน Potenza จะใช้เข็มขนาดเล็กหลายเข็มแทงลงไปถึงชั้นหนังแท้โดยตรง แล้วปล่อยพลังงาน RF ออกจากปลายเข็มเป็นจุด ๆ จึงเป็นการสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ตรงบริเวณที่รูขุมขนหย่อน แล้วอาศัยกระบวนการซ่อมแซมที่คอลลาเจนค่อย ๆ เข้ามาเติม ทำให้ปากรูขุมขนดูแคบลง
ในงานวิจัยเกี่ยวกับเข็มความถี่สูงแบบ Fractional พบว่าหลังทำเฉลี่ย 2-6 ครั้ง ขนาดรูขุมขน พื้นผิวผิว และรอยแผลเป็นจากสิวแบบหลุมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้เข้าร่วม 94% ตอบว่าอยากกลับมาทำซ้ำ ส่วนวิธีแบบ InMode ที่ส่งความร้อนจากผิวโดยไม่ลงเข็มนั้น เพราะไม่ได้แทงเข้าไปที่ผนังรูขุมขนโดยตรง น้ำหนักของผลลัพธ์จึงเทไปที่การกระชับและความหย่อนคล้อยมากกว่าตัวรูขุมขนเอง

ความต่างของการทำงานทำให้รูปแบบผลลัพธ์ต่างกัน
หัวข้อ | InMode (FX) | Potenza |
|---|---|---|
วิธีการทำงาน | ส่งความร้อนจากผิวโดยไม่ใช้เข็ม | ใช้เข็มขนาดเล็กแทงลงชั้นหนังแท้โดยตรง |
ระดับความลึกที่เข้าถึง | จากผิว → ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน (ความร้อนกระจาย) | ปรับได้ตรง ๆ 0.5-3.5 มม. ตามความยาวเข็ม |
วิธีจัดการกับรูขุมขน | กระชับทางอ้อมผ่านการหดตัวของคอลลาเจน | สร้างความร้อนที่ผนังรูขุมขนโดยตรงแล้วกระตุ้นการซ่อมแซม |
ระดับความเจ็บ | น้อย (รู้สึกอุ่นที่ผิว) | น้อยถึงปานกลาง (รู้สึกตอนเข็มลง) |
ระยะพักฟื้น | แทบไม่มีถึงราวครึ่งวัน | ทันทีถึง 1 วัน (มีรอยจุดเล็ก ๆ) |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | 1-3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ | 3-5 ครั้ง ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ |
ความต่างที่ชัดที่สุดคือการลงเข็มหรือไม่ลงเข็ม Potenza ปรับความลึกได้ตรง ๆ ที่ 0.5-3.5 มม. ตามความยาวเข็ม และยังสลับใช้ 1MHz กับ 2MHz* ในการรักษาครั้งเดียวกันได้ จึงเลือกจัดการทั้งผิวชั้นตื้น (ความมัน รูขุมขน) และชั้นหนังแท้ลึก (รอยแผลเป็น ความหย่อนคล้อย) แยกตามความต้องการได้ ส่วน InMode มีจุดแข็งตรงที่ความร้อนจากผิวจะกระจายลงไปถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยดึงความกระชับโดยรวมขึ้นมา
2MHz*: ความถี่ที่ถูกดูดซับได้เร็วกว่าบริเวณผิวชั้นตื้น เป็นหนึ่งในโหมดคู่ที่ Potenza ใช้กระตุ้นรูขุมขนและต่อมไขมัน

รูขุมขนของคุณเป็นแบบไหน เครื่องที่เหมาะก็ต่างกัน
InMode มักเหมาะกับคนที่ :
อยากค่อย ๆ สะสมผลลัพธ์แบบเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องมีระยะพักฟื้น
กังวลเรื่องความกระชับและความหย่อนคล้อยโดยรวมมากกว่ารูขุมขน
รู้สึกกังวลกับการลงเข็ม
อยากดูแลผิวหลายบริเวณเป็นวงกว้างในครั้งเดียว
Potenza มักเหมาะกับคนที่ :
อยากจัดการที่ตัวรูขุมขนโดยตรงที่สุด
มีทั้งรอยแผลเป็นจากสิวและความมันเป็นเรื่องกวนใจร่วมด้วย
อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูขุมขนชัด ๆ ในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น
รับระยะพักฟื้นเล็กน้อยได้ (ประมาณ 1-2 วัน)
ในงานวิจัยเข็มความถี่สูงแบบ Fractional อย่าง Potenza มีรายงานว่าคะแนนความเจ็บเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1.5 จาก 10 คะแนน และบริเวณที่รูขุมขนเล็กกว่า (จมูก แก้ม) หรือโหมดที่เน้นผิวชั้นตื้นมักเจ็บน้อยกว่า ส่วน InMode เนื่องจากไม่ได้ลงเข็มเข้าไปในผิว ความเจ็บจึงค่อนข้างน้อยกว่า และเพราะไม่ทำร้ายชั้นหนังกำพร้า ความเสี่ยงเรื่องรอยดำคล้ำจึงถือว่าต่ำทั้งสองหัตถการ

ผลลัพธ์ไม่ได้เห็นในครั้งเดียว
ทั้งสองหัตถการทำงานด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์จึงไม่ได้ปรากฏทันที Potenza หลังทำมักมีรอยแดงและตุ่มเล็ก ๆ ตามมา 1-3 วัน ส่วน InMode จะมีรอยแดงและความรู้สึกอุ่นที่ผ่านไปเร็วกว่า ราวครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหน ความเปลี่ยนแปลงของรูขุมขนจริง ๆ จะเริ่มเห็นตั้งแต่ช่วง 4-8 สัปดาห์ และโดยทั่วไปมักประเมินผลได้ชัดเจนที่สุดเมื่อทำครบตามจำนวนครั้งที่แนะนำ
แม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน ผลลัพธ์ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับรูปแบบการผลิตน้ำมันบนผิว พฤติกรรมการล้างหน้า และการโดนแดด การดูแลความชุ่มชื้น ทาครีมกันแดด และใช้เรตินอยด์แบบทาเมื่อจำเป็นในช่วงระหว่างการทำ จะช่วยให้ผลลัพธ์คงที่ขึ้น

กรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์อีกครั้งก่อนทำ
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีการอักเสบ สิว หรือเริมที่กำลังเป็นอยู่ในบริเวณที่จะทำ
มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ (เคยมีแผลเป็นที่นูนขึ้น)
มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่จะทำ เช่น รากฟันเทียม หรือหมุดยึดกระดูก
กำลังใช้ยาที่ไวต่อแสงหรือไอโซเตรติโนอิน
เพิ่งทำเลเซอร์หรือฟิลเลอร์อื่นมาภายใน 1 สัปดาห์
สองข้อสุดท้ายเป็นเรื่องที่ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าเสมอสำหรับหัตถการกลุ่ม RF การแจ้งยาที่ใช้อยู่และประวัติการทำหัตถการให้ครบถ้วนตั้งแต่ตอนปรึกษาครั้งแรกจึงเป็นเรื่องสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
Q. รูขุมขนเล็กลงได้จริงไหม
A. ไม่มีหัตถการใดที่ทำให้รูขุมขนเล็กลงอย่างถาวรได้ค่ะ ทั้งสองหัตถการทำงานด้วยการเติมคอลลาเจนรอบ ๆ รูขุมขน เพื่อให้ปากรูขุมขนดูเล็กลง เมื่อเวลาผ่านไปมักมีแนวโน้มกลับมาหย่อนอีกครั้ง หลายคนจึงเข้ามาดูแลซ้ำทุก 6-12 เดือนค่ะ
Q. ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน
A. Potenza หลังทำอาจมีจุดเล็ก ๆ (รอยเข็ม) และรอยแดงให้เห็นราว 1-3 วัน ส่วน InMode มักเป็นแค่รอยแดงที่ยุบลงภายในครึ่งวันถึงหนึ่งวัน การแต่งหน้า InMode ส่วนใหญ่ทำได้ตั้งแต่วันเดียวกัน ส่วน Potenza มักแนะนำหลังผ่านไป 24-48 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของผิวแต่ละคนค่ะ
Q. ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
A. หัตถการที่มีการลงเข็มอย่าง Potenza โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ในช่วงระหว่างคอร์ส ส่วน InMode ที่เป็นแบบไม่ลงเข็มจะมีความยืดหยุ่นกว่า แต่ก็ยังควรเว้นระยะให้เหมาะสมโดยปรึกษาแพทย์ก่อน โดยทั่วไปมักเว้น 2-4 สัปดาห์หลังจบคอร์สหนึ่งก่อนค่อยทำร่วมกันค่ะ
อ่านเพิ่มเติม

ผู้ชาย
ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์
หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

ผิว
ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้
ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

ผิว
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ผิว
ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?
หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ

ยกกระชับ
ลดน้ำหนักแล้วหน้าท้องล่างไม่ลด Onda ช่วยได้ไหม?
แยกสาเหตุหน้าท้องล่างเป็นไขมันใต้ผิวหรือในช่องท้อง พร้อมสรุปว่า Onda เข้าถึงชั้นไหน มีข้อจำกัดอะไร

ผิว
แผลเป็นสิวบุ๋ม Secret RF เข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?
หาสาเหตุที่ผลการรักษาแผลเป็นสิวต่างกันจากรูปทรงของแผลเป็น พร้อมวิธีสังเกตด้วยตัวเองหน้ากระจก



