ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

Onda lifting ทำครั้งเดียวจบหรือไปต่อกับแพ็กเกจ 3 ครั้งดี? สัญญาณเตือนที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับผิวตัวเอง

Onda lifting ทำครั้งเดียวจบหรือไปต่อกับแพ็กเกจ 3 ครั้งดี? สัญญาณเตือนที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับผิวตัวเอง

Onda lifting ทำครั้งเดียวจบหรือไปต่อกับแพ็กเกจ 3 ครั้งดี? สัญญาณเตือนที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับผิวตัวเอง

จำนวนครั้งในการทำ Onda Lifting ที่แนะนำจะแตกต่างกันไปตามความหนาของผิว, ความหย่อนคล้อยของผิวชั้นลึก และช่วงอายุ — ดังนั้น เทรนด์ตอนนี้จึงเป็นการตัดสินใจเลือกจากสภาพผิวปัจจุบันของคุณเอง ไม่ใช่เลือกจากราคานะ

เวลาที่ไปรับการปรึกษาเรื่องการยกกระชับ บางครั้งเราก็จะได้ยินคำพูดที่ว่า "ทำ ONDA แค่ครั้งเดียวก็เห็นผลแล้วค่ะ" แต่ในขณะเดียวกันก็อาจได้ยินคำว่า "ต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้งนะคะ ผิวถึงจะเริ่มเข้าที่" ทั้งที่เป็นการทำหัตถการเดียวกันและใช้เครื่องมือตัวเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมจำนวนครั้งที่แนะนำถึงไม่เท่ากัน ทำเอาเอาตัดสินใจไม่ถูกเลยใช่ไหมคะว่าผิวของเราเหมาะกับแบบไหนกันแน่

ขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยค่ะว่า ONNDA lifting นั้น แม้จะทำเพียงแค่ครั้งเดียวผลลัพธ์ก็จะค่อยๆ สะสมและดีขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนครั้งที่แนะนำสำหรับแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความหนาของผิว, ปัญหาความหย่อนคล้อยใต้ชั้นผิว, ช่วงอายุ และประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา ดังนั้นคำถามที่ว่า "1 ครั้ง vs 3 ครั้ง" จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเปรียบเทียบราคา แต่เป็นคำถามที่ว่า จุดเริ่มต้นของสภาพผิวเราอยู่ที่ตรงไหนต่างหากค่ะ

บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone Clinic ค่ะ

 

ONDA ไม่ใช่คลื่น RF แต่เป็นการยกกระชับที่ใช้คลื่นไมโครเวฟค่ะ

ONDA lifting คือการส่งคลื่นไมโครเวฟความถี่ 2.45GHz ลงลึกไปถึง ชั้นหนังแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวหนังที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้า ซึ่งเป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสติน พลังงานความร้อนนี้จะช่วยกระชับคอลลาเจนเดิมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ หลายคนมักจะสับสนกับเครื่อง HIFU หรือ RF เพราะจัดอยู่ในหมวดหมู่ "lifting" เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วประเภทของพลังงานที่ใช้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

โดยเฉพาะจุดเด่นที่ช่วยถนอมผิวชั้นนอกสุดไม่ให้ระคายเคือง ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดการกับไขมันและเนื้อเยื่อส่วนเกินไปพร้อมๆ กันได้ ในการศึกษาทางคลินิกพบว่า หลังการทำหัตถการไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 12 คะแนนความหย่อนคล้อยใต้คาง (submental laxity) ลดลงเฉลี่ยจาก 3.6 เหลือเพียง 2.3 และไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรงทั้งในระหว่างและหลังทำ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือสถิตินี้มาจากการศึกษาที่ทำหัตถการ 2 ครั้ง ร่วมกับการติดตามผลเป็นเวลา 12 สัปดาห์ค่ะ

온다는 RF가 아니라 마이크로웨이브를 쓰는 리프팅이에요

 

 

ลักษณะของผิวที่ทำแค่ 1 ครั้งก็เห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจน

  • ช่วงอายุ 30 ปีตอนต้น และเป็นการทำ lifting ครั้งแรก

  • ความหนาของผิวอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย หรือชั้นคอลลาเจนตามธรรมชาติยังมีความหนาอยู่

  • ผิวมีความหย่อนคล้อยน้อย และกรอบหน้ายังค่อนข้างคมชัด

  • สามารถรอผลลัพธ์ที่จะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ ในช่วง 1-2 เดือนหลังทำได้

  • ไม่เคยผ่านการยกกระชับที่ใกล้เคียงกัน (HIFU, RF) มาก่อนภายในระยะเวลา 1 ปี

สำหรับลูกค้าในกลุ่มนี้ แม้จะทำเพียงครั้งเดียว ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูคอลลาเจนของตัวเอง ก็ช่วยรักษาความยกกระชับของผิวให้อยู่ได้นานถึง 6-9 เดือนเลยค่ะ หลังจากดูผลลัพธ์ในครั้งแรกแล้ว ค่อยตัดสินใจเรื่องการทำครั้งต่อไปก็ยังไม่สายค่ะ

1회로 결이 잘 잡히는 분의 특징

 

 

ลักษณะของผิวที่เหมาะกับแพ็คเกจ 3 ครั้งมากกว่า

  • ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีผิวบางกว่าปกติ

  • มีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง แก้ม หรือมุมปาก อย่างเห็นได้ชัด

  • มีปัญหาน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว หรือผิวหย่อนคล้อยตามมาหลังจากการลดน้ำหนัก

  • ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มลดลง (เคยทำหัตถการอื่นแล้วผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน)

  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวให้ดีขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง

แพ็คเกจ 3 ครั้ง มักแนะนำให้ทำห่างกันทุกๆ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผลของการสร้างคอลลาเจนค่อยๆ สะสมและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีรายงานทางคลินิกชี้ว่า การทำหัตถการอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาคะแนนความกระชับของผิวให้อยู่ได้คงเส้นคงวากว่าการทำเพียงครั้งเดียว และสมาคมการแพทย์ผิวหนังยังแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์ของการรักษาความหย่อนคล้อยแบบไม่ต้องผ่าตัดในช่วงเดือนที่ 2 ถึง 6 หลังเริ่มรักษาค่ะ

3회 패키지가 더 맞는 분의 특징

 

 

หากเว้นระยะห่างระหว่างครั้งสั้นเกินไป อาจทำให้ผิวเสียสมดุลได้นะคะ

จำนวนครั้ง

ระยะห่างที่แนะนำ

หมายเหตุ

1 ครั้ง

ประเมินผลลัพธ์หลังทำ 6-12 เดือน + พิจารณาทำซ้ำ

2 ครั้ง

4-6 สัปดาห์

เพื่อให้ผิวมีเวลาในการสร้างคอลลาเจนระหว่างสัปดาห์

3 ครั้ง

ทุกๆ 4-6 สัปดาห์

เพื่อผลลัพธ์ที่สะสมและอยู่ตัวยาวนานขึ้น

4 ครั้งขึ้นไป

ทุกๆ 6-8 สัปดาห์

ผิวต้องการเวลาฟื้นตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

บางท่านอยากเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเร็วๆ เลยอยากมาทำซ้ำทุกๆ 1-2 สัปดาห์ แต่เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะเกิดขึ้นในทุกๆ 4-8 สัปดาห์ หากรวบรัดทำเร็วเกินไป พลังงานที่ซ้ำซ้อนอาจรบกวนกระบวนการฟื้นฟูของผิวและทำให้โครงสร้างผิวหย่อนคล้อยลงได้ การปล่อยให้ผิวได้มีเวลาพักฟื้นอย่างเต็มที่ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยที่สุดค่ะ

회차 간격을 너무 좁히면 오히려 결이 무너져요

 

 

กรณีที่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำ

  • อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีอาการอักเสบ สิวอักเสบรุนแรง หรือเริม บริเวณที่ต้องการทำหัตถการ

  • มีภาวะคีลอยด์ง่าย (เคยมีประวัติแผลเป็นนูนหนา)

  • เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์อื่นๆ, ฟิลเลอร์ หรือ HIFU มาภายใน 1 สัปดาห์

  • อยู่ระหว่างรับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง

อย่างที่บอกไปในตอนต้นค่ะว่า ONDA แม้ทำแค่ครั้งเดียวผลลัพธ์ก็สะสมและดีขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวเริ่มต้น แทนที่จะตัดสินใจจากราคาแพ็คเกจเพียงอย่างเดียว การเข้ามาปรึกษาเพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินความหนาของผิว ความหย่อนคล้อย และช่วงอายุร่วมกันก่อน จะช่วยให้การรักษาเห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุดค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ทำไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ แบบนี้คือไม่เห็นผลหรือเปล่าคะ?

A. ONDA เป็นเทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ จึงไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำเสร็จค่ะ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 4-8 สัปดาห์ และวัดผลได้ดีที่สุดในสัปดาห์ที่ 12 แนะนำให้ลองเปรียบเทียบรูปก่อนทำกับรูปในสัปดาห์ที่ 12 จะช่วยให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดค่ะ

Q. ถ้าทำครบแพ็คเกจ 3 ครั้งแล้ว พอครบ 1 ปีต้องกลับมาทำใหม่อีกไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพผิวอีกครั้งหลังจบโปรแกรมไปแล้ว 6-12 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนตามธรรมชาติจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา บางท่านอาจจะมาเก็บรายละเอียดเบาๆ อีกปีละ 1 ครั้ง หรือบางท่านอาจจะสะดวกทำเป็นแพ็คเกจดูแลผิวทุกๆ 2 ปี ทั้งนี้สามารถตัดสินใจหลังจากประเมินสภาพผิวในตอนนั้นได้เลยค่ะ

Q. สามารถทำร่วมกับ HIFU หรือ RF ได้ไหมคะ?

A. ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในการรักษาครั้งเดียวกันค่ะ โดยทั่วไปหลังจากทำครบคอร์สของตัวใดตัวหนึ่งแล้ว แนะนำให้เว้นระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้ผิวได้พัก ก่อนที่จะทำหัตถการกลุ่มอื่นเพื่อเสริมประสิทธิภาพ ทั้งนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อร่วมวางแผนการดูแลผิวที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1