• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

เผยแพร่แล้ว

อัปเดตแล้ว

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster คืออะไร?

เคยฉีด Skin Booster แล้วตื่นมาตอนเช้าพบว่ามีรอยนูนเล็กๆ หรือสีเขียวม่วงที่ผิวไหมคะ? อาการแบบนี้พบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะดูแลผิวมาอย่างดีแค่ไหนก็ตาม

รอยที่เกิดขึ้นหลังการฉีดมีอยู่สองชนิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง รอยแรกคือ รอยเข็ม (Wheal) ซึ่งเกิดจากน้ำในชั้นผิวหนังแท้ที่กระจายตัวไม่ทันหลังการฉีด รอยที่สองคือ รอยฟกช้ำ (Ecchymosis) ซึ่งเกิดเมื่อเข็มกดผ่านเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ทำให้เลือดซึมออกมาในชั้นใต้ผิว เพราะเกิดจากคนละชั้นและคนละสาเหตุ ระยะเวลาที่จางหายจึงแตกต่างกันออกไปด้วย

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์การจางหายของแต่ละชนิด พร้อมบอกสัญญาณที่ควรกลับมาปรึกษาแพทย์นะคะ

ภาพตัดขวางชั้นผิวหนังแสดงตำแหน่งเกิดรอยเข็มในชั้นหนังแท้และรอยฟกช้ำในชั้นใต้ผิว

 

กลไกการเกิดรอยเข็มและรอยฟกช้ำในชั้นผิวต่างกันอย่างไร?

พูดง่ายๆ คือ รอยเข็มเหมือนลูกโป่งเล็กๆ ที่เติมน้ำแล้วยังไม่ทันกระจาย ส่วนรอยฟกช้ำเหมือนหมึกหยดลงบนกระดาษ แต่ละอย่างต้องใช้เวลาในการจางหายตามธรรมชาติของมันเอง

Skin Booster ที่ใช้ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบหลักเป็น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid / HA) ที่ถูกฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง เมื่อ HA ยังคงอยู่รวมกันเป็นจุดก่อนจะกระจาย จึงเห็นเป็นรอยนูนใสๆ หรือรอยแดงเล็กน้อย อาการนี้มักดีขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและความหนาแน่นของ HA

ส่วนรอยฟกช้ำเกิดจากเลือดที่ออกจากเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กที่เข็มผ่าน เลือดนี้จะค่อยๆ ถูกร่างกายดูดซับกลับ ทำให้สีเปลี่ยนจากแดงเข้ม → ม่วง → เขียว → เหลือง ก่อนจะจางหายไปในที่สุด กระบวนการนี้ต้องอาศัยเอนไซม์ในร่างกายที่ค่อยๆ สลายฮีโมโกลบิน จึงใช้เวลานานกว่ารอยเข็มมาก

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PMC เกี่ยวกับกลไกการฉีดสารเติมเต็มผิว พบว่าความเสี่ยงเกิดรอยฟกช้ำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความลึกของการฉีด ขนาดเข็ม และสภาพหลอดเลือดในบริเวณนั้น ผลลัพธ์จึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

กลไกการเกิดรอยเข็มและรอยฟกช้ำในชั้นผิวต่างกันอย่างไร

 

 

ไทม์ไลน์การจางหายของรอยเข็มและรอยฟกช้ำ

โดยทั่วไปรอยที่เกิดหลังฉีด Skin Booster จะเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้ แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ช่วงเวลา

รอยเข็ม (Wheal)

รอยฟกช้ำ (Ecchymosis)

วันที่ 1–2

นูน แดง อาจคันเล็กน้อย

แดงเข้มหรือม่วงเข้ม

วันที่ 3–4

ลดลงชัดเจน เกือบเรียบ

เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมม่วง

วันที่ 5–7

จางหายแทบหมด

เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมเขียว

วันที่ 7–14

หายสนิท

จางลงอย่างชัดเจน ใกล้หายสนิท

วันที่ 14–21

หายสนิท

อาจยังเหลือรอยจางๆ โดยเฉพาะผิวขาว

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PMC เกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการฉีดสารเติมเต็มผิว ชี้ให้เห็นว่าในกลุ่มที่มีรอยฟกช้ำ ส่วนใหญ่จะจางหายภายใน 7–14 วัน แต่ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือมีสภาพผิวบางอาจใช้เวลานานกว่านั้น

ไทม์ไลน์การจางหายของรอยเข็มและรอยฟกช้ำ

 

 

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังการฉีด Skin Booster

รอยเข็มและรอยฟกช้ำเป็นผลข้างเคียงปกติที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่มีบางสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

สิ่งที่ปกติและรอได้:

  • รอยนูนใสๆ หรือแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด จางใน 24–48 ชั่วโมง

  • รอยฟกช้ำสีม่วงหรือเขียวที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ จางใน 1–2 สัปดาห์

  • บวมเล็กน้อยรอบบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 2–3 วัน

สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์:

  • รอยบวมแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นหลังวันที่ 3 หรือมีความร้อนผิดปกติ

  • รอยฟกช้ำที่ไม่ยอมจางแม้เกิน 3 สัปดาห์

  • มีก้อนแข็งหรืออาการเจ็บปวดที่รุนแรงขึ้น

  • มีไข้หรืออาการติดเชื้อร่วม

จากข้อมูลใน การศึกษาเรื่องการจัดการผลข้างเคียงจากสารเติมเต็มผิวหนัง พบว่าการบีบหรือนวดรอยฟกช้ำเองอาจทำให้เลือดกระจายออกมากขึ้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณดังกล่าวในช่วง 48 ชั่วโมงแรก หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

 

วิธีดูแลตัวเองที่ช่วยให้รอยจางเร็วขึ้น

แม้ร่างกายจะดูดซับรอยฟกช้ำได้เองตามธรรมชาติ แต่การดูแลที่ถูกวิธีช่วยให้กระบวนการนี้เร็วขึ้นได้

24 ชั่วโมงแรก — ประคบเย็นเบาๆ บริเวณที่ฉีดเพื่อลดการอักเสบ หลีกเลี่ยงความร้อน ไม่ว่าจะเป็นซาวน่า อ่างน้ำร้อน หรือออกกำลังกายหนัก เพราะความร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มการซึมของเลือด

วันที่ 2–7 — ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ Arnica หรือ Vitamin K อาจช่วยเร่งการดูดซับเลือดที่ซึมออกมาได้ในบางกรณี ใช้ครีมกันแดดทุกวันเพราะรอยฟกช้ำที่โดนแสงแดดอาจทิ้งรอยดำได้

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen ที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือดในช่วงแรก

  • แอลกอฮอล์ในช่วง 24–48 ชั่วโมงหลังฉีด

  • การออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

  • การแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีดในช่วง 4–6 ชั่วโมงแรก

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยาที่ทาน และปัจจัยส่วนตัวอื่นๆ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าต้องการการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่

วิธีดูแลตัวเองที่ช่วยให้รอยจางเร็วขึ้น

 

 

ใครที่มีโอกาสเกิดรอยฟกช้ำมากกว่าปกติ?

ไม่ใช่ทุกคนที่ฉีด Skin Booster แล้วจะเกิดรอยฟกช้ำ บางคนแทบไม่มีเลย บางคนมีเยอะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

กลุ่มที่มีโอกาสเกิดรอยฟกช้ำมากกว่าค่าเฉลี่ย ได้แก่ ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด กำลังทาน Omega-3 หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ผิวบางหรือผิวขาวซึ่งทำให้รอยฟกช้ำมองเห็นชัดกว่า รวมถึงบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น เช่น รอบดวงตาหรือริมฝีปาก

หากอยู่ในกลุ่มนี้ แนะนำให้แจ้งแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง เพราะแพทย์อาจแนะนำให้หยุดยาบางชนิดล่วงหน้า หรือปรับเทคนิคการฉีดให้เหมาะสม จากการศึกษาใน PMC เรื่องการป้องกันรอยฟกช้ำในการฉีดสารเติมเต็มผิว พบว่าการเลือกขนาดเข็มและความลึกในการฉีดที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ Skin Booster มีการอักเสบที่ผิวบริเวณที่จะฉีด หรือมีปัญหาการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดทุกครั้ง

 

สรุป: รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จัดการได้

รอยเข็มจาก Skin Booster มักจางหายภายใน 2–5 วัน ส่วนรอยฟกช้ำอาจใช้เวลา 7–21 วันขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล ทั้งสองอาการเป็นผลข้างเคียงปกติที่ร่างกายจัดการได้เองตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวถึงข้างต้น

หากคุณกำลังกังวลเรื่องรอยที่เกิดขึ้นหลังการฉีด หรืออยากทราบว่าอาการที่เป็นอยู่ปกติหรือไม่ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ Beautystone Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เรารู้ว่าความกังวลหลังฉีดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และเราพร้อมช่วยประเมินอาการให้คุณค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

스킨부스터 맞고 다음 날 생긴 주사 자국이랑 멍, 며칠이면 옅어지고 언제 진료를 봐야 할까요?

ผิว

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?

รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

운동으로 땀 흘린 직후 바로 세안하는 게 나을까요, 아니면 얼굴을 식힌 뒤가 나을까요?

ผิว

ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?

หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วแต่หน้าท้องล่างยังเท่าเดิม Onda ช่วยได้ไหม?

ยกกระชับ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าท้องล่างไม่ลด Onda ช่วยได้ไหม?

แยกสาเหตุหน้าท้องล่างเป็นไขมันใต้ผิวหรือในช่องท้อง พร้อมสรุปว่า Onda เข้าถึงชั้นไหน มีข้อจำกัดอะไร

แผลเป็นสิวบุ๋มขรุขระ Secret RF ไมโครนีดเดิลเข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?

ผิว

แผลเป็นสิวบุ๋ม Secret RF เข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?

หาสาเหตุที่ผลการรักษาแผลเป็นสิวต่างกันจากรูปทรงของแผลเป็น พร้อมวิธีสังเกตด้วยตัวเองหน้ากระจก

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ปกติไหม นานแค่ไหน?

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เมื่อไหร่?

ผิวไหม้แดดหน้าร้อน ควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ สรุปเกณฑ์ดูจากสภาพผิว ไม่ใช่แค่นับวันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1