• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รีวิวฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม ทำไมผลลัพธ์ต่างกัน

รีวิวฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม ทำไมผลลัพธ์ต่างกัน

รีวิวฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม ทำไมผลลัพธ์ต่างกัน

รีวิวฉีดสลายไขมันโหนกแก้มต่างกันสุดขั้ว ไขมันหนา 2–5 มม. ต้นเหตุคือกระดูก ฉีดแล้วยิ่งดูแก่

"โหนกแก้มเป็นกระดูก แต่จะฉีดยาอย่างเดียวเหรอ" เหตุผลจริงที่แพทย์ห้ามทำหัตถการนี้

 

ขอสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ก่อนเลยนะครับ

 

การที่โหนกแก้มดูปูดนูนขึ้นมา

ไม่ได้แปลว่าเป็นเพราะไขมันเสมอไปครับ

 

ถ้าสาเหตุเกิดจากกระดูก แต่เราดันไปฉีดเมโสสลายไขมัน (lipolysis injection)

ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นศูนย์ แถมยังทำให้แก้มดูตอบและยวบลง

ยิ่งทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยไปอีกครับ

 

ในบทความนี้ หมอจะมาแชร์เหตุผลให้ฟังกันแบบเจาะลึกครับ

เหตุผลที่การวิเคราะห์สาเหตุแค่ครั้งเดียวสำคัญกว่าการฉีดลดโหนกแก้ม 3 ครั้งที่ไม่ได้ผล

 

 















ฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม

ทำไมรีวิวถึงมีทั้งดีมากและแย่มากแบบสุดขั้วขนาดนี้?

การฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม

เป็นตัวยาในกลุ่ม Deoxycholic acid

ที่จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง

ช่วยให้ไขมันเกิดการสลายตัวและถูกขับออกจากร่างกายครับ

 

ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ใช้ลดไขมันใต้คางหรือต้นขา

แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับบริเวณโหนกแก้มนั่นเองครับ

 

แต่จุดที่ต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างใต้คาง หน้าท้อง กับบริเวณโหนกแก้มก็คือ

มีข้อแตกต่างที่สำคัญมากอยู่หนึ่งอย่างครับ

 

นั่นคือชั้นไขมันบริเวณโหนกแก้มที่ต้องการสลายนั้น มีความบางมากๆ ครับ

[คำเตือน] ไขมันบริเวณโหนกแก้มหนาแค่ 2mm หากละลายมั่วซั่วอาจทำให้ดูแก่ขึ้น

 

 















สาเหตุที่แท้จริงของโหนกแก้มปูดนูน

— ต้องเช็กให้ออกก่อนว่าเป็นที่กระดูกหรือไขมัน

 

Key Point สำคัญของบทความนี้

 

ต้องแยกให้ออกก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงของโหนกแก้มปูดนูน

เกิดจากกระดูกหรือเกิดจากไขมันกันแน่

 

เนื่องจากชั้นไขมันบริเวณโหนกแก้มนั้นบางมาก เฉลี่ยเพียง 2~5 มม. เท่านั้น

ถ้าสาเหตุมาจากกระดูกแต่ไปฉีดสลายไขมัน นอกจากจะไม่เห็นผลแล้ว

ยังอาจทำให้แก้มตอบจนหน้าดูโทรมและดูแก่กว่าวัยได้ครับ

 

สำหรับใครที่เสิร์ชคำว่า "รีวิวฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม" แล้วเข้ามาเจอบทความนี้

หมอเข้าใจว่าทุกคนน่าจะมีข้อกังวลใจแบบนี้อยู่ใช่ไหมคะ

 

บางคนก็บอกว่าฉีดแล้วเห็นผลดีมาก

แตบางคนบอกฉีดแล้วหน้ายิ่งดูตอบดูโทรมยวบลงไปอีก

จนไม่รู้ว่าจะเชื่อข้อมูลฝั่งไหนดี

 

ซึ่งเรื่องนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งมากครับ

เพราะจริงๆ แล้ว รีวิวทั้งสองด้านต่างก็เป็นเรื่องจริงทั้งคู่ครับ

 

การฉีดตัวยาชนิดเดียวกัน แต่ทำไมได้ผลลัพธ์

ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง มันมีเหตุผลอยู่ครับ

 

หัวใจสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์สาเหตุของการนูนตัวของโหนกแก้มครับ

 

จากที่หมอจับประเมินคนไข้ที่มีโหนกแก้มเด่นชัดในห้องตรวจ

สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ครับ

 

  1. กลุ่มโหนกแก้มจากโครงกระดูก (Bone Type)

เคสที่ตัวกระดูกโหนกแก้มเองมีความกว้างหรือพุ่งยื่นมาทางด้านหน้าและด้านข้าง

 

  1. กลุ่มโหนกแก้มจากไขมัน (Fat Type)

โครงกระดูกปกติทั่วไป

แต่มีชั้นไขมัน (Fat Pad) บนโหนกแก้มหนาตัว

 

  1. กลุ่มโหนกแก้มจากการหย่อนคล้อยตามวัย (Aging Type)

เมื่ออายุเยอะขึ้น แก้มใต้โหนกเกิดการยุบตัวและหย่อนคล้อย

จึงทำให้โหนกแก้มดูเด่นปูดขึ้นมาโดยเปรียบเทียบครับ

 

และนี่คือจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจนะครับ

 

ความหนาของไขมันใต้ผิวหนังบริเวณโหนกแก้ม

โดยเฉลี่ยแล้วมีเพียงแค่ 2~5 มิลลิเมตรเท่านั้นครับ

 

เมื่อเทียบกับไขมันหน้าท้องหรือใต้คางที่มีความหนาถึง 1~2 เซนติเมตร

ไขมันโหนกแก้มคิดเป็นแค่ 1 ใน 5 เท่านั้นเองครับ

 

ถ้าไขมันที่บางอยู่แล้ว โดนเข็มฉีดสลายไขมัน

เข้าไปทำให้ละลายเพิ่มขึ้นอีก จะเกิดอะไรขึ้นครับ?

 

ในเคสที่ปัญหาเกิดจากโครงสร้างกระดูก

โครงร่างกระดูกขากรรไกรและโหนกแก้มก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ไขมันบางๆ ที่เคยทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับผิวกลับหายไป

 

ผลลัพธ์ที่ได้คือ กระดูกโหนกแก้มจะเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม

และบริเวณใต้โหนกแก้มจะดูตอบลง ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยทันทีครับ

 

หมอนึกถึงคนไข้วัย 41 ปีท่านหนึ่ง

ที่เพิ่งเข้ามาปรึกษาหมอเมื่อไม่นานมานี้เลยครับ

 

เธอเคยไปฉีดสลายไขมันโหนกแก้มจากคลินิกอื่นมาแล้ว 3 ครั้ง

แต่รู้สึกว่าไม่เห็นผลเลยแม้แต่น้อย

 

พอหมอเคสตรวจและลองจับดู ก็พบว่าเป็นกระดูกโหนกแก้มที่ขยายออกด้านข้าง

ซึ่งเป็นเคสกระดูกโหนกแก้มเด่นชัดแบบพิมพ์นิยมเลยครับ

แถมแทบจะไม่มีชั้นไขมัน (Fat Pad) เลยด้วยซ้ำ

 

สำหรับเคสประเภทนี้ การแนะนำให้ฉีดสลายไขมัน

จึงไม่มีประโยชน์และไม่เกิดผลลัพธ์ใดๆ เลยครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

การฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม

จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเฉพาะกับ 'คนที่มีชั้นไขมันหนาบนโหนกแก้ม

ที่สามารถใช้นิ้วคีบจับเนื้อขึ้นมาได้ชัดเจน' เท่านั้นครับ

 

หากคนที่มีสาเหตุมาจากโครงกระดูกไปฉีด ผลลัพธ์จะเป็น 0

แถมแก้มจะยิ่งตอบลงและอาจส่งผลให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยได้อีกด้วย

 

ดังนั้น ก่อนจะไปค้นหารีวิว ลองมาประเมินตัวเองเบื้องต้นดูก่อนนะครับ

ว่าโหนกแก้มของเราเกิดจากกระดูกหรือไขมันกันแน่

ใช้นิ้วแค่ 10 วินาที! วิธีเช็กว่าโหนกแก้มของเราแก้ได้ด้วยการฉีดหรือไม่ (กฎ 1cm)

 

 















ฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม

เช็กด่วนว่าตัวเราจัดอยู่ในกลุ่มไหน

ประเภท

จุดสังเกตเพื่อประเมินตัวเอง

ระดับความเหมาะสมในการฉีด

กลุ่มไขมัน

เนื้อบริเวณโหนกแก้มสามารถใช้นิ้วคีบขึ้นมาได้หนากว่า 1 ซม.

○ (เห็นผลดีมาก)

กลุ่มกระดูก

เป็นคนค่อนข้างผอม แต่โครงกระดูกโหนกแก้มดูนูนเด่นชัดเจน

✕ (แทบไม่เห็นผล)

กลุ่มหย่อนคล้อยตามวัย

วัย 40+ แก้มใต้โหนกตอบลง ทำให้โหนกแก้มดูนูนเด่นขึ้น

✕ (ยิ่งตอบและยุบตัวกว่าเดิม)

กลุ่มผสม

มีทั้งโครงกระดูกโหนกแก้มร่วมกับมีเนื้อไขมันหนาสะสมอยู่ด้วย

△ (เห็นผลบางส่วน)

สำหรับคนไข้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเนื้อไขมัน ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกถึง

การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่การฉีดครั้งที่ 2 เป็นต้นไปครับ

 

เมื่อฉีดครบ 3-4 ครั้ง ปริมาตรความหนาบนโหนกแก้ม

จะดูลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ลดลงในระดับที่พึงพอใจ

แนะนำให้ฉีดต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป

โดยเว้นระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 4~6 สัปดาห์ครับ

 

ฉีดสลายไขมันโหนกแก้ม

3 สิ่งสุดท้ายที่ต้องเช็กก่อนตัดสินใจทำ

 

Q1. เห็นในรีวิวมีคนบอกว่าเห็นผลดีกันเยอะมาก

หนูขอลองฉีดดูสักครั้งก่อนไม่ได้เหรอคะ?

A. ถ้าประเมินแล้วพบว่าโหนกแก้มของคุณเป็นกลุ่มไขมันหนาจริง

วิธีการรักษานี้ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์มากๆ ครับ

 

แต่ถ้าคนไข้ในกลุ่มกระดูกหรือในกลุ่มหย่อนคล้อยตามวัย

เลือกที่จะลองฉีดดูดูก่อน นอกจากจะไม่เห็นผลลัพธ์แล้ว

ไขมันบางๆ ใต้โหนกแก้มก็อาจจะถูกสลายหายไปด้วย

จนหน้าดูตอบและซูบโทรมลงแก้มยุบตัวได้ง่ายครับ

 

ซึ่งไขมันที่สลายตัวไปแล้วนั้น

จะไม่กลับมาเติมเต็มได้เองในระยะเวลาอันสั้นนะครับ

 

ดังนั้น การเข้ารับการตรวจวิเคราะห์ความหนาของไขมันโหนกแก้ม

โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ

 

Q2. ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์เหมือนในรีวิวครับ?

แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะเป็นอย่างไร?

A. แทบจะไม่มีเคสไหนที่ฉีดแค่ครั้งเดียวแล้วร้อง "ว้าว" โหนกแก้มยุบเลยครับ

เนื่องจากการที่ผนังเซลล์ไขมันจะสลายตัวและขับออกจากร่างกาย

ต้องใช้เวลาในการทำงานของตัวยาพอสมควรครับ

 

โดยปกติแล้ว จะต้องทำทรีตเมนต์ประมาณ 3 ครั้ง

เว้นระยะห่างทุก 4 สัปดาห์ เพื่อติดตามผลการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

ดังนั้น แนะนำให้คำนวณงบประมาณอ้างอิงจากคอร์ส 3 ครั้ง

จะมีความแม่นยำและคุ้มค่ากว่าการคำนวณราคาต่อครั้งครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงอะไรที่ต้องระวังบ้างไหมคะ?

แอบกังวลเพราะมันอยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทตรงโหนกแก้มครับ

A. ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดของการฉีดสลายไขมัน

ไม่ใช่เรื่องของเส้นประสาทถูกทำลายครับ

แต่เป็น 'การสูญเสียปริมาตรใบหน้าที่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่ตรงตามความตั้งใจ'

 

เช่น หากฉีดในชั้นตื้นเกินไปอาจเกิดผิวบุ๋มขรุขระ หรือหากกระจายยาเป็นวงกว้างเกินไป

ก็อาจทำให้แก้มด้านล่างใต้โหนกตอบตัวอย่างเห็นได้ชัด

 

เนื่องจากบริเวณโหนกแก้มนั้น

เป็นเส้นทางผ่านของแขนงเส้นประสาทใบหน้า (Facial nerve branch)

คีย์สำคัญจึงอยู่ที่ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษาที่เข้าใจอนาโตมีกายวิภาค

และสามารถควบคุมความลึกในการลงเข็มฉีดยาได้อย่างแม่นยำครับ

 

ถ้าจะให้จดจำสิ่งสำคัญที่สุดไปเพียงข้อเดียวในวันนี้

— ก่อนจะเซฟรีวิว ให้ลองเอานิ้วมือไปจิกดึงไขมัน

บริเวณโหนกแก้มของตัวเองขึ้นมาเช็กดูก่อนครับ

 

ถ้าดึงเนื้อขึ้นมาได้ 1 ซม. ขึ้นไป แปลว่าเหมาะที่จะลองฉีดครับ

แต่ถ้าดึงแล้วไม่ติดเนื้อขึ้นมาเลย ควรต้องพิจารณาแนวทางการรักษาด้วยวิธีอื่นแทนนะครับ

 

ในบทความถัดไป

หมอจะมาพูดถึงหัวข้อ 'สำหรับคนที่มีปัญหาโหนกแก้มสูงแต่ไม่มีเนื้อไขมันเลย

เราพอจะมีนวัตกรรมตัวไหนมาช่วยแก้ไขได้บ้าง' อย่าลืมติดตามกันนะครับ

 

ช่องทางติดต่อและปรึกษาผ่าน LINE

หากอยากรู้ว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับใบหน้าของเราไหม หมอพร้อมให้คำปรึกษาด้วยตัวเองโดยตรงเลยครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE คลิกที่นี่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เสมอ หมอวี ยองจิน ยินดีให้บริการครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1