
ระยะการฉีดสกัลป์ตรา การเว้นระยะให้สั้นลงไม่ได้ทำให้เห็นผลเร็วขึ้น
ระยะการฉีดสกัลป์ตรา การเว้นระยะให้สั้นลงไม่ได้ทำให้เห็นผลเร็วขึ้น
ระยะการฉีดสกัลป์ตรา การเว้นระยะให้สั้นลงไม่ได้ทำให้เห็นผลเร็วขึ้น
รอบการฉีดสกัลป์ตรา ยิ่งเว้นระยะสั้นก็ยิ่งดูเหมือนจะเห็นผลเร็ว แต่จริงๆ แล้วตรงกันข้ามนะครับ คอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนกว่าจะเข้าที่ เหตุผลที่การเว้นระยะ 2 สัปดาห์จึงมีความเสี่ยง

รอบการฉีดสคัลป์ตรา,
แค่ฉีดถี่ขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ผลเร็วขึ้น
โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. สคัลป์ตราต้องเว้นเดือนต่อเดือน,
3 ครั้งคือ 1 เซ็ตใช่ไหม?
A. ใช่ครับ ยิ่งฉีดเร็วไม่ใช่ว่าจะยิ่งดี,
เพราะยิ่งฉีดเร็ว ความเสี่ยงต่อการเกิดก้อนยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
บทความนี้ผมจะอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ

สคัลป์ตรา ถ้าคิดว่าเหมือนฟิลเลอร์ตัวอื่น
มาหาแล้วมีเรื่องแน่นอน
สคัลป์ตราเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ทำจาก
ส่วนผสมที่เรียกว่า PLLA(โพลีแล็กติกแอซิด)
ไม่ใช่หัตถการแบบ
'เติมเท่าไหร่ก็พองเท่านั้น' เหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก
หลังฉีดเข้าไป ผิวของเราจะค่อยๆ
สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
ต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่าง Juvederm·Restylane,
สคัลป์ตราหลังฉีดทันที
กลับดูเหมือนปริมาตรยุบลงไปด้วยซ้ำ
เพราะน้ำที่ฉีดเข้าไปถูกดูดซึม
ทำให้ดูแบนลงชั่วคราว,
ต้องรอประมาณหนึ่งเดือนกว่าคอลลาเจนใหม่จะเข้าที่
แล้วรูปหน้าถึงจะเริ่มชัดขึ้น

ทำไมรอบการฉีดสคัลป์ตรา
ต้องเว้นห่างเดือนต่อเดือนพอดี
อินไซต์สำคัญของ
ผู้อำนวยการวี ยองจิน
สคัลป์ตราควรเว้น 1 เดือนต่อครั้ง,
โดยปกติ 3 ครั้งคือ 1 เซ็ต
เพราะเป็นหัตถการที่สร้างคอลลาเจนใหม่ หนึ่งเดือนคือ
ช่วงเวลาขั้นต่ำที่คอลลาเจนใหม่จะเข้าที่
ถ้าฝืนฉีดอีกครั้งใน 2 สัปดาห์
ความเสี่ยงเกิดก้อนจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ถ้าคุณค้นหาคำว่า 'รอบการฉีดสคัลป์ตรา' แล้วเข้ามาอ่าน
น่าจะเป็นไปได้ 2 อย่าง
อาจกำลังคิดว่าจะนัด
ครั้งถัดไปเมื่อไหร่ดีหลังฉีดครั้งแรก,
หรือไม่ก็อยากเห็นผลเร็วๆ เลย
แล้วกำลังคิดจะย่นระยะห่าง
ถ้าเป็นแบบหลัง บทความวันนี้จะช่วยคุณได้มากเป็นพิเศษ
มาดูกันก่อนเลยว่าทำไมสคัลป์ตราถึงต้องเว้นเดือนต่อเดือน
เมื่ออนุภาค PLLA เข้าไปในชั้นหนังแท้ ร่างกายของเรา
จะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม
จากนั้นไฟโบรบลาสต์จะค่อยๆ สร้างคอลลาเจน
มาทับถมรอบๆ บริเวณนั้น
กระบวนการนี้อย่างเร็วสุดก็ 3 สัปดาห์ โดยทั่วไปประมาณ 4 สัปดาห์
เวลาขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการให้คอลลาเจนใหม่มั่นคงคือ
หนึ่งเดือน
มีอีกเรื่องสำคัญที่ต้องรู้
คืออนุภาค PLLA ที่ฉีดครั้งแรกเข้าไป
แม้ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ยังไม่ถูกดูดซึมหมด
เพราะโดยปกติการดูดซึมหมดต้องใช้เวลา 3~6 เดือน
ดังนั้นถ้านัดครั้งที่ 2 เร็วเกินไป,
ตอนนั้นอนุภาคจากครั้งแรกยังคงสร้างคอลลาเจนอยู่
แล้ว PLLA ใหม่ก็จะไปทับซ้อนอีกชั้น
นี่แหละจุดเริ่มต้นของก้อนใต้ผิวหนัง (nodule)
ถ้าอนุภาครวมตัวกันมากเกินไปในจุดเดียว
ไฟโบรบลาสต์จะสร้างคอลลาเจนมากเกินไปเฉพาะบริเวณนั้น
จนเกิดเป็นก้อนที่คลำได้
ถ้าฉีดซ้ำใน 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ว่าผล
จะเร็วขึ้น 2 เท่า,
แต่ความเสี่ยงเกิดก้อนจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า
ควรเข้าใจแบบนี้ครับ
สรุปสำคัญของผู้อำนวยการวี ยองจิน
สคัลป์ตราไม่ใช่หัตถการแบบ 'ฉีดเข้าไปแล้วจบ'
แต่เป็น 'หัตถการที่ให้เวลากับผิวของเรา'
หนึ่งเดือนคือ
เวลาขั้นต่ำที่คอลลาเจนใหม่จะเข้าที่
ถ้าดึงระยะให้สั้นลง มีแต่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
โดยพื้นฐานให้ยึด 3 ครั้งเป็น 1 เซ็ต เว้น 4 สัปดาห์

รอบการฉีดสคัลป์ตรา, แล้วแต่สภาพของคุณ
ควรกำหนดอย่างไรดี
สถานการณ์ | ระยะห่างที่แนะนำ | จำนวนครั้งรวม |
ฉีดครั้งแรก (การลดปริมาตรโดยทั่วไป) | 4 สัปดาห์ | 3 ครั้ง |
ฉีดครั้งแรก (อายุช่วงปลาย 40 ปีขึ้นไป) | 4~6 สัปดาห์ | 3~4 ครั้ง |
หัตถการเพื่อคงผล (เสริมหลัง 1 ปี) | - | 1~2 ครั้ง |
ผู้ที่มีประวัติเกิดก้อน | 6~8 สัปดาห์ | 2~3 ครั้ง |
ปัจจัยที่ใช้ตัดสินรอบการฉีดมีหลักๆ 3 ข้อ
อัตราการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน
ยิ่งอายุมากขึ้น ระยะ 5~6 สัปดาห์อาจปลอดภัยกว่า
หนึ่งเดือน
การตอบสนองหลังฉีดครั้งแรก
ถ้าบริเวณที่ฉีดมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกเป็นก้อน
ควรเลื่อนครั้งที่ 2 ออกไป
การทำตามคำแนะนำเรื่องการนวด
การนวดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที ต่อเนื่อง 5 วัน
กฎ 5-5-5 ถ้าไม่ทำ ความเสี่ยงจะยิ่งทวีคูณ
มีอีกเรื่องที่อยากย้ำคือ,
การเว้นระยะนานขึ้นไม่ได้แปลว่า
ประสิทธิภาพจะลดลง
จะเว้น 6 สัปดาห์หรือ 8 สัปดาห์แทน 4 สัปดาห์ ผลก็ใกล้เคียงกัน
แต่ถ้านานเกินไป (มากกว่า 3 เดือน)
ครั้งที่ 2 อาจไม่ใช่การ 'บูสต์เพิ่ม' แต่กลายเป็น
'เริ่มใหม่' มากกว่า ทำให้ผลสะสมลดลงได้
รอบการฉีดสคัลป์ตรา คำถามที่พบบ่อยที่สุด
ในห้องตรวจมี 3 ข้อ
Q1. ครบหนึ่งเดือนแล้วแต่ยังไม่เห็นผล
ต้องฉีดครั้งที่ 2 ทันทีไหม?
A. ที่ครบหนึ่งเดือน จริงๆ คือช่วงที่คอลลาเจน
เพิ่งเริ่มเข้าที่
หลายคนต้องรอประมาณ 6~8 สัปดาห์
ถึงจะเห็นผลครั้งแรกชัดเจน
ถ้าตัวคุณเองยังไม่รู้สึกถึงผลของครั้งแรก
ก็ไม่จำเป็นต้องรีบย่นระยะ
Q2. ถ้า 3 ครั้งคือ 1 เซ็ต เท่ากับค่าใช้จ่ายก็เป็นสามเท่า
ฉีดแค่ 1~2 ครั้งไม่ได้หรือ?
A. แค่ 1 ครั้งก็เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
แต่ถ้าคุณต้องการระดับที่
'รูปหน้ากลับมาชัดขึ้น' จริงๆ
ก็ควรถือว่าต้องใช้ 3 ครั้ง
เหมือนทาสีหนึ่งรอบ
กับทาสีสามรอบ ต่างกันตรงนี้ครับ
Q3. ถ้าเกิดก้อนต้องทำอย่างไร?
มันถาวรไหม?
A. ก้อนที่เกิดภายใน 1~2 สัปดาห์หลังทำ
ส่วนใหญ่จะยุบได้ด้วยการนวดและประคบอุ่น
ปัญหาคือก้อนที่เกิดช้าหลังจาก 3 เดือน,
กรณีนี้อาจต้องรักษาด้วยการฉีดยา
กรณีถาวรมีน้อยมาก แต่ตั้งแต่แรก
ควรรักษาระยะห่างให้ดีและนวดให้ถูกต้อง
สำคัญที่สุดครับ
ถ้าวันนี้คุณจะเอาไปเพียงข้อเดียว
— สคัลป์ตรา คำตอบคือ 'ช้า' ไม่ใช่ 'เร็ว'
บทความถัดไป
'หลังฉีดสคัลป์ตราครั้งแรก 4 สัปดาห์ ภายในผิว
เกิดอะไรขึ้นจริงบ้าง' ผมจะอธิบายต่อให้ฟังครับ
วี ยองจิน ครับ
อ่านต่อร่วมกัน

รอบการฉีดสคัลป์ตรา,
แค่ฉีดถี่ขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ผลเร็วขึ้น
โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. สคัลป์ตราต้องเว้นเดือนต่อเดือน,
3 ครั้งคือ 1 เซ็ตใช่ไหม?
A. ใช่ครับ ยิ่งฉีดเร็วไม่ใช่ว่าจะยิ่งดี,
เพราะยิ่งฉีดเร็ว ความเสี่ยงต่อการเกิดก้อนยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
บทความนี้ผมจะอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ

สคัลป์ตรา ถ้าคิดว่าเหมือนฟิลเลอร์ตัวอื่น
มาหาแล้วมีเรื่องแน่นอน
สคัลป์ตราเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ทำจาก
ส่วนผสมที่เรียกว่า PLLA(โพลีแล็กติกแอซิด)
ไม่ใช่หัตถการแบบ
'เติมเท่าไหร่ก็พองเท่านั้น' เหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก
หลังฉีดเข้าไป ผิวของเราจะค่อยๆ
สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
ต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่าง Juvederm·Restylane,
สคัลป์ตราหลังฉีดทันที
กลับดูเหมือนปริมาตรยุบลงไปด้วยซ้ำ
เพราะน้ำที่ฉีดเข้าไปถูกดูดซึม
ทำให้ดูแบนลงชั่วคราว,
ต้องรอประมาณหนึ่งเดือนกว่าคอลลาเจนใหม่จะเข้าที่
แล้วรูปหน้าถึงจะเริ่มชัดขึ้น

ทำไมรอบการฉีดสคัลป์ตรา
ต้องเว้นห่างเดือนต่อเดือนพอดี
อินไซต์สำคัญของ
ผู้อำนวยการวี ยองจิน
สคัลป์ตราควรเว้น 1 เดือนต่อครั้ง,
โดยปกติ 3 ครั้งคือ 1 เซ็ต
เพราะเป็นหัตถการที่สร้างคอลลาเจนใหม่ หนึ่งเดือนคือ
ช่วงเวลาขั้นต่ำที่คอลลาเจนใหม่จะเข้าที่
ถ้าฝืนฉีดอีกครั้งใน 2 สัปดาห์
ความเสี่ยงเกิดก้อนจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ถ้าคุณค้นหาคำว่า 'รอบการฉีดสคัลป์ตรา' แล้วเข้ามาอ่าน
น่าจะเป็นไปได้ 2 อย่าง
อาจกำลังคิดว่าจะนัด
ครั้งถัดไปเมื่อไหร่ดีหลังฉีดครั้งแรก,
หรือไม่ก็อยากเห็นผลเร็วๆ เลย
แล้วกำลังคิดจะย่นระยะห่าง
ถ้าเป็นแบบหลัง บทความวันนี้จะช่วยคุณได้มากเป็นพิเศษ
มาดูกันก่อนเลยว่าทำไมสคัลป์ตราถึงต้องเว้นเดือนต่อเดือน
เมื่ออนุภาค PLLA เข้าไปในชั้นหนังแท้ ร่างกายของเรา
จะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม
จากนั้นไฟโบรบลาสต์จะค่อยๆ สร้างคอลลาเจน
มาทับถมรอบๆ บริเวณนั้น
กระบวนการนี้อย่างเร็วสุดก็ 3 สัปดาห์ โดยทั่วไปประมาณ 4 สัปดาห์
เวลาขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการให้คอลลาเจนใหม่มั่นคงคือ
หนึ่งเดือน
มีอีกเรื่องสำคัญที่ต้องรู้
คืออนุภาค PLLA ที่ฉีดครั้งแรกเข้าไป
แม้ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ยังไม่ถูกดูดซึมหมด
เพราะโดยปกติการดูดซึมหมดต้องใช้เวลา 3~6 เดือน
ดังนั้นถ้านัดครั้งที่ 2 เร็วเกินไป,
ตอนนั้นอนุภาคจากครั้งแรกยังคงสร้างคอลลาเจนอยู่
แล้ว PLLA ใหม่ก็จะไปทับซ้อนอีกชั้น
นี่แหละจุดเริ่มต้นของก้อนใต้ผิวหนัง (nodule)
ถ้าอนุภาครวมตัวกันมากเกินไปในจุดเดียว
ไฟโบรบลาสต์จะสร้างคอลลาเจนมากเกินไปเฉพาะบริเวณนั้น
จนเกิดเป็นก้อนที่คลำได้
ถ้าฉีดซ้ำใน 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ว่าผล
จะเร็วขึ้น 2 เท่า,
แต่ความเสี่ยงเกิดก้อนจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า
ควรเข้าใจแบบนี้ครับ
สรุปสำคัญของผู้อำนวยการวี ยองจิน
สคัลป์ตราไม่ใช่หัตถการแบบ 'ฉีดเข้าไปแล้วจบ'
แต่เป็น 'หัตถการที่ให้เวลากับผิวของเรา'
หนึ่งเดือนคือ
เวลาขั้นต่ำที่คอลลาเจนใหม่จะเข้าที่
ถ้าดึงระยะให้สั้นลง มีแต่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
โดยพื้นฐานให้ยึด 3 ครั้งเป็น 1 เซ็ต เว้น 4 สัปดาห์

รอบการฉีดสคัลป์ตรา, แล้วแต่สภาพของคุณ
ควรกำหนดอย่างไรดี
สถานการณ์ | ระยะห่างที่แนะนำ | จำนวนครั้งรวม |
ฉีดครั้งแรก (การลดปริมาตรโดยทั่วไป) | 4 สัปดาห์ | 3 ครั้ง |
ฉีดครั้งแรก (อายุช่วงปลาย 40 ปีขึ้นไป) | 4~6 สัปดาห์ | 3~4 ครั้ง |
หัตถการเพื่อคงผล (เสริมหลัง 1 ปี) | - | 1~2 ครั้ง |
ผู้ที่มีประวัติเกิดก้อน | 6~8 สัปดาห์ | 2~3 ครั้ง |
ปัจจัยที่ใช้ตัดสินรอบการฉีดมีหลักๆ 3 ข้อ
อัตราการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน
ยิ่งอายุมากขึ้น ระยะ 5~6 สัปดาห์อาจปลอดภัยกว่า
หนึ่งเดือน
การตอบสนองหลังฉีดครั้งแรก
ถ้าบริเวณที่ฉีดมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกเป็นก้อน
ควรเลื่อนครั้งที่ 2 ออกไป
การทำตามคำแนะนำเรื่องการนวด
การนวดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที ต่อเนื่อง 5 วัน
กฎ 5-5-5 ถ้าไม่ทำ ความเสี่ยงจะยิ่งทวีคูณ
มีอีกเรื่องที่อยากย้ำคือ,
การเว้นระยะนานขึ้นไม่ได้แปลว่า
ประสิทธิภาพจะลดลง
จะเว้น 6 สัปดาห์หรือ 8 สัปดาห์แทน 4 สัปดาห์ ผลก็ใกล้เคียงกัน
แต่ถ้านานเกินไป (มากกว่า 3 เดือน)
ครั้งที่ 2 อาจไม่ใช่การ 'บูสต์เพิ่ม' แต่กลายเป็น
'เริ่มใหม่' มากกว่า ทำให้ผลสะสมลดลงได้
รอบการฉีดสคัลป์ตรา คำถามที่พบบ่อยที่สุด
ในห้องตรวจมี 3 ข้อ
Q1. ครบหนึ่งเดือนแล้วแต่ยังไม่เห็นผล
ต้องฉีดครั้งที่ 2 ทันทีไหม?
A. ที่ครบหนึ่งเดือน จริงๆ คือช่วงที่คอลลาเจน
เพิ่งเริ่มเข้าที่
หลายคนต้องรอประมาณ 6~8 สัปดาห์
ถึงจะเห็นผลครั้งแรกชัดเจน
ถ้าตัวคุณเองยังไม่รู้สึกถึงผลของครั้งแรก
ก็ไม่จำเป็นต้องรีบย่นระยะ
Q2. ถ้า 3 ครั้งคือ 1 เซ็ต เท่ากับค่าใช้จ่ายก็เป็นสามเท่า
ฉีดแค่ 1~2 ครั้งไม่ได้หรือ?
A. แค่ 1 ครั้งก็เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
แต่ถ้าคุณต้องการระดับที่
'รูปหน้ากลับมาชัดขึ้น' จริงๆ
ก็ควรถือว่าต้องใช้ 3 ครั้ง
เหมือนทาสีหนึ่งรอบ
กับทาสีสามรอบ ต่างกันตรงนี้ครับ
Q3. ถ้าเกิดก้อนต้องทำอย่างไร?
มันถาวรไหม?
A. ก้อนที่เกิดภายใน 1~2 สัปดาห์หลังทำ
ส่วนใหญ่จะยุบได้ด้วยการนวดและประคบอุ่น
ปัญหาคือก้อนที่เกิดช้าหลังจาก 3 เดือน,
กรณีนี้อาจต้องรักษาด้วยการฉีดยา
กรณีถาวรมีน้อยมาก แต่ตั้งแต่แรก
ควรรักษาระยะห่างให้ดีและนวดให้ถูกต้อง
สำคัญที่สุดครับ
ถ้าวันนี้คุณจะเอาไปเพียงข้อเดียว
— สคัลป์ตรา คำตอบคือ 'ช้า' ไม่ใช่ 'เร็ว'
บทความถัดไป
'หลังฉีดสคัลป์ตราครั้งแรก 4 สัปดาห์ ภายในผิว
เกิดอะไรขึ้นจริงบ้าง' ผมจะอธิบายต่อให้ฟังครับ
วี ยองจิน ครับ
อ่านต่อร่วมกัน
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

กำจัดขน
คำว่าเลเซอร์กำจัดขนถาวร พอเห็นคนที่กลับมากันอีกหลัง 1 ปี ก็แล้วแต่มุมมองกันเลย
คำว่าเลเซอร์กำจัดขนแบบถาวร จะถือว่าเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป 1–2 ปีแล้วขนยังไม่ขึ้นอีก ตั้งแต่หลักการที่ใช้เผาเซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขน ไปจนถึงจำนวนครั้งและผลข้างเคียง

ลบรอยสัก
จำนวนครั้งในการกำจัดรอยสัก, เปรียบเทียบความลึกของหมึกระหว่างการรีทัชกับการทำครั้งเดียว
เหตุผลที่การลบรอยสักต้องใช้จำนวนครั้งนานกว่าที่คาดไว้ คำตอบอยู่ที่ว่ามีการรีทัชหรือไม่ เพราะมันก็เหมือนกับเอาเค้กอีกชั้นมาวางซ้อนบนเค้กนั่นเอง

ยกกระชับ
เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า: เหตุผลที่คนวัย 30 และ 40 ควรเลือกต่างกัน
เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า ได้ยินมาว่าต้องทำทั้งสองอย่างใช่ไหม? ความกระชับที่ลดลงในวัย 30 กับความหย่อนคล้อยในวัย 40 มีจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน เดี๋ยวเราอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่ความลึกที่แตกต่างกันของ RF และ HIFU

ยกกระชับ
ต้องทำอัลเทอร่าบริเวณกรอบหน้ากี่ครั้ง — เรื่องจุดเปลี่ยน 300 ช็อต
อัลเทอร่าแนวกรามควรทำกี่ครั้งถึงจะเหมาะกันแน่ ความเชื่อที่ว่าจำนวนช็อตยิ่งมากยิ่งดีนั้น จริงๆ แล้ว 300 ช็อตคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากเกิน 500 ช็อต ความเจ็บก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น
![[คอลัมน์ วียองจิน] หากหลังเลเซอร์กำจัดขนแล้วรักแร้กลับคล้ำขึ้น? ความย้อนแย้งของเลเซอร์ 755nm](https://framerusercontent.com/images/dAMLPxjkmTXEJ7vv8Ax4rmg74c.jpg?width=1080&height=1080)
กำจัดขน
ผลข้างเคียงจากการกำจัดขน อย่าเชื่อคำพูดที่ว่า '755nm ปลอดภัยกว่า' แบบตรงตัว
สรุปว่าทำไมหลังเลเซอร์กำจัดขนจึงเกิดแผลไหม้ รูขุมขนอักเสบ และรอยดำหลังการอักเสบ เหตุผลที่แสง 1064nm ปลอดภัยกว่าสำหรับผิวคนเกาหลี รวมถึงแนวทางดูแลเรื่องรังสียูวีในช่วงฤดูร้อนด้วย
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] ผลลัพธ์ Juvelook: ทำไมใบหน้าที่ดูอิ่มฟูหลังทำทันทีถึงยุบแฟบลงภายใน 2 สัปดาห์](https://framerusercontent.com/images/MciXXHO5k5lYnpU2dYcWUAUIUxo.jpg?width=1080&height=1080)
โครงหน้า&วอลลุ่ม
ผลลัพธ์ของ Juvelook: ปริมาตรหลังทำทันที 3/4 แท้จริงแล้วคืออาการบวม
ผลลัพธ์ของจูวีลุก (Juvelook) หลังทำทันที ปริมาตรที่เห็นทั้งหมดเป็นคอลลาเจนจริงไหม? จริงแค่ 1/4 เท่านั้น ส่วนที่เหลือคืออาการบวม สรุปไทม์ไลน์ตามแต่ละรอบและเหตุผลที่ความรู้สึกเห็นผลต่างกัน



![[บิวตี้สโตน] อยากไม่ให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำล้มเหลวใช่ไหม? "ความละเอียดที่ระดับ 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์ได้"](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
