• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รอบฉีดสกัลป์ตรา: เว้นสั้นลงไม่ได้เห็นผลเร็วขึ้น

รอบฉีดสกัลป์ตรา: เว้นสั้นลงไม่ได้เห็นผลเร็วขึ้น

รอบฉีดสกัลป์ตรา: เว้นสั้นลงไม่ได้เห็นผลเร็วขึ้น

Sculptra เว้นรอบสั้นดูเหมือนเร็ว แต่ตรงข้าม คอลลาเจนใหม่ต้องใช้อย่างน้อย 1 เดือน 2 สัปดาห์เสี่ยง

"빨리 채우고 싶어요" 스컬트라 간격을 당겨달라는 요청을 제가 거절하는 진짜 이유

 

 

เช็กข้อมูลตรงนี้ก่อนเริ่มอ่านนะคะ

 

Q. Sculptra ต้องทำทุก ๆ 1 เดือน

ครบ 3 ครั้งถึงจะถือเป็น 1 เซ็ตใช่ไหมคะ?

A. ถูกต้องค่ะ! ไม่ใช่ว่ายิ่งรีบฉีดจะยิ่งดีนะคะ

ยิ่งเร่งฉีดเร็วเท่าไหร่ โอกาสเกิดผลข้างเคียงอย่าง 'ตุ่มนูนหรือก้อนแข็ง (nodule)' ก็ยิ่งสูงขึ้นค่ะ

เดี๋ยวในบทความนี้ หมอจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่าเพราะอะไรค่ะ

의사가 알려주는 스컬트라의 진실: '빨리'보다 '천천히'가 훨씬 예쁘게 차오릅니다

 

 










ใครที่คิดว่า Sculptra เหมือนกับ ฟิลเลอร์ ทั่วไป

ต้องคิดใหม่เลยนะคะ ไม่งั้นมีปัญหาตามมาแน่ ๆ

Sculptra เป็น คอลลาเจน บูสเตอร์ (collagen booster) ที่ทำมาจาก

สารสกัดที่ชื่อว่า PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ค่ะ

 

ซึ่งจะไม่เหมือนกับฟิลเลอร์กลุ่ม ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA filler)

ที่เป็นแบบ 'ฉีดเข้าไปเท่าไหร่ก็เติมเต็มขึ้นมาทันที' นะคะ

 

แต่หลักการทำงานของมันคือ หลังจากฉีดเข้าไปแล้ว

จะไปกระตุ้นให้ผิวของเราค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เองตามธรรมชาติค่ะ

 

ดังนั้น แตกต่างจาก HA filler อย่าง Juvederm หรือ Restylane เลยตรงที่

หลังฉีด Sculptra ทันที

คุณอาจจะรู้สึกเหมือนวอลลุ่มมันลดลงหรือหายไปด้วยซ้ำค่ะ

 

ที่เป็นแบบนั้นเพราะน้ำที่ทำละลายตัวยาที่ฉีดเข้าไปถูกดูดซึมหายไป

ทำให้ผิวดูเรียบลงชั่วคราว

ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป คอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นถึงจะเริ่มเข้าที่

และค่อย ๆ เผยให้เห็นกรอบหน้าที่ได้รูปอย่างชัดเจนขึ้นค่ะ

스컬트라 1회 비용 버리지 마세요, '4주의 법칙'을 무시하면 효과는 반감됩니다

 

 










แล้วทำไมวงจรการฉีด Sculptra

ถึงต้องเว้นระยะห่างทุก ๆ 1 เดือนพอดีล่ะ?

 

เจาะลึกข้อมูลสำคัญโดย

หมอวี ยองจิน

 

ปกติแล้ว Sculptra จะฉีดทุก ๆ 1 เดือน

และมักจะฉีดให้ครบ 3 ครั้ง เพื่อเป็น 1 เซ็ตการรักษาค่ะ

 

เนื่องจากเป็นหัตถการที่เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ระยะเวลา 1 เดือน

จึงเป็นเวลาที่สั้นที่สุดที่คอลลาเจนใหม่จะเริ่มก่อตัวและเข้าที่ค่ะ

 

หากละเลยจุดนี้แล้วรีบไปฉีดซ้ำภายใน 2 สัปดาห์

สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้นมาไม่ใช่ความเต่งตึง แต่เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดก้อนนูนแข็งใต้ผิวค่ะ

 

ถ้าคุณเสิร์ชคำว่า 'รอบการฉีด Sculptra' แล้วกดเข้ามาเจอกระทู้นี้

หมอเดาว่าคุณน่าจะอยู่ใน 1 ใน 2 กรณีนี้แน่ ๆ เลยค่ะ

 

กรณีแรกคือ เพิ่งฉีดครั้งแรกไปแล้ว

กำลังลังเลว่าจะนัดทำครั้งต่อไปเมื่อไหร่ดี

หรือกรณีที่สองคือ อยากเห็นผลลัพธ์ไว ๆ

เลยคิดอยากขยับเวลาให้ฉีดได้เร็วขึ้น

 

ถ้าใครเป็นกรณีหลัง บทความวันนี้จะมีประโยชน์ต่อคุณมาก ๆ ค่ะ

งั้นเรามาเริ่มคุยกันก่อนเลยว่า ทำไม Sculptra ถึงต้องเว้นระยะห่าง 1 เดือน

 

เมื่ออนุภาคของ PLLA ถูกฉีดเข้าไปในผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ร่างกายของเราจะ

มองว่าสารนี้เป็นสิ่งแปลกปลอม

ทำให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เริ่มทำงานและค่อย ๆ สร้างคอลลาเจน

มาห่อหุ้มและสะสมรอบ ๆ ตัวยาอย่างเป็นระเบียบค่ะ

 

กระบวนการนี้จะใช้เวลาเร็วที่สุดคือ 3 สัปดาห์ หรือปกติประมาณ 4 สัปดาห์

เรียกได้ว่า 1 เดือนคือเวลาขั้นต่ำ

ที่จำเป็นเพื่อให้คอลลาเจนใหม่เริ่มเซ็ตตัวได้อย่างมั่นคงค่ะ

 

แต่มีข้อมูลหนึ่งที่สำคัญมากนะคะ

นั่นคืออนุภาค PLLA ที่ฉีดเข้าไปในรอบแรก

เมื่อผ่านไป 1 เดือนแล้ว มันจะยังไม่ได้ถูกดูดซึมไปจนหมดเกลี้ยงค่ะ

 

เพราะปกติแล้วตัวยาจะใช้เวลาในการย่อยสลายและดูดซึมหมดประมาณ 3 - 6 เดือนเลยทีเดียว

 

ดังนั้น ถ้าเราทำรอบที่ 2 เร็วเกินไป

ในขณะที่ตัวยาของรอบแรกกำลังทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนอย่างขะมักเขม้น

แล้วเราไปอัดอนุภาค PLLA เพิ่มเข้าไปทับซ้อนอีก

 

จุดนี้เองค่ะที่เป็นสาเหตุตั้งต้นของการเกิด

'ผลข้างเคียงที่เป็นก้อนแข็ง (nodule) ใต้ผิวหนัง'

 

เมื่อตัวยาไปกองกระจุกตัวอยู่ที่เดียวหนาแน่นเกินไป

จะไปกระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจน

ตรงบริเวณนั้นเยอะเกินความจำเป็น

จนกลายเป็นก้อนไตแข็ง ๆ ที่สัมผัสได้นั่นเองค่ะ

 

เพราะฉะนั้น การฝืนไปฉีดซ้ำทุก ๆ 2 สัปดาห์ ไม่ได้ช่วยให้เห็นผลไวขึ้นเป็น 2 เท่าหรอกนะคะ

แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดก้อนไตใต้ผิวหนังสูงขึ้นถึง 2 เท่าต่างหากค่ะ

 

สรุปคำแนะนำสั้น ๆ โดยหมอวี ยองจิน

 

Sculptra ไม่ใช่หัตถการประเภท 'ฉีดปุ๊บปังปั๊บ'

แต่มันคือ 'การให้เวลาผิวของเราได้ค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเอง' ค่ะ

 

ระยะเวลา 1 เดือนคือเวลาที่น้อยที่สุด

สำหรับการเซ็ตตัวของคอลลาเจนใหม่

ยิ่งใจร้อนขยับเวลาเข้ามา ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปค่ะ

 

ให้จำสูตรง่าย ๆ ว่า ทำทั้งหมด 3 ครั้งเป็น 1 เซ็ต และเว้นห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ดีที่สุดค่ะ

스컬트라 효과를 200% 끌어올리는 법: 주입량보다 중요한 '신생 콜라겐'의 시간

 

 










ความถี่ในการทำ Sculptra ควรดีไซน์อย่างไร

ให้เหมาะกับแต่ละเคส?

สภาพผิว/ปัญหา

ระยะห่างที่แนะนำ

จำนวนครั้งทั้งหมด

เริ่มทำครั้งแรก (วอลลุ่มลดลงปานกลาง)

4 สัปดาห์

3 ครั้ง

เริ่มทำครั้งแรก (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

4~6 สัปดาห์

3~4 ครั้ง

เพื่อคงสภาพผิว (ซ่อมแซมหลังจากผ่านไป 1 ปี)

-

1~2 ครั้ง

คนที่มีประวัติเคยเกิดก้อนไตใต้ผิวหนังง่าย

6~8 สัปดาห์

2~3 ครั้ง

ปัจจัยที่จะเป็นตัวประเมินเรื่องระยะห่างในการฉีดหลัก ๆ จะมีอยู่ 3 ข้อหลักด้วยกันค่ะ

 

  1. อัตราการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของแต่ละบุคคล

 

สำหรับผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น การขยับเวลาออกไปเป็น 5 - 6 สัปดาห์

จะปลอดภัยและเหมาะกับกลไกผิวมากกว่าค่ะ

 

  1. การตอบสนองของผิวหลังจากฉีดเข็มแรก

 

หากบริเวณที่ฉีดมีอาการบวมแปลก ๆ หรือเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นก้อนไต

ควรงดและดีเลย์การฉีดรอบที่ 2 ออกไปก่อนทันทีค่ะ

 

  1. การใส่ใจกับการนวดหน้าดูแลตัวเองหลังทำ

 

หากละเลยการนวดหน้าตามกฎเหล็ก

กฎ 5-5-5 (นวดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วัน) ความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้นทวีคูณเลยค่ะ

 

มีอีกหนึ่งประเด็นที่หมออยากจะย้ำให้สบายใจตรงนี้เลยนะคะ

การยืดระยะเวลาห่างออกไปนานขึ้น

ไม่ได้ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการรักษาลดลงแต่อย่างใดค่ะ

 

ถึงคุณจะเปลี่ยนจาก 4 สัปดาห์ เป็น 6 หรือ 8 สัปดาห์ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ก็ใกล้เคียงกันค่ะ

 

แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งช่วงนานเกินไปนะคะ (ถ้าเกิน 3 เดือนขึ้นไป)

การมาฉีดรอบ 2 แทนที่จะเป็นการช่วย 'บูสต์กระตุ้นเพิ่ม' จะกลายเป็นเหมือนย้อนไป 'นับหนึ่งใหม่'

ซึ่งส่งผลให้เอฟเฟกต์การสะสมคอลลาเจนทำงานได้ไม่เต็มที่ตามที่ตั้งเป้าไว้ค่ะ

 

3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับรอบการฉีด Sculptra

ที่คนไข้มักเข้ามาถามหมอที่ห้องตรวจบ่อยที่สุด

 

Q1. ฉีดไปครบเดือนแล้ว ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ

แบบนี้ควรต้องรีบไปฉีดรอบ 2 ทันทีเลยไหมคะ?

A. ช่วงเวลา 1 เดือนแรก เป็นแค่ระยะที่ 'คอลลาเจนใหม่เพิ่งจะเริ่มฟอร์มตัวเกาะผิว' เองค่ะ

 

คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของเข็มแรก

ก็ต่อเมื่อผ่านสัปดาห์ที่ 6 - 8 ไปแล้วค่ะ

 

ดังนั้น แม้จะรู้สึกว่าเข็มแรกยังไม่เห็นผลชัดเจน

ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขยับเวลาเข้ามาให้เร็วขึ้นนะคะ

 

Q2. แนะนำให้ฉีดครบเซ็ตเซ็ตละ 3 ครั้ง แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่นะคะ

ถ้าขอฉีดแค่ 1 - 2 ครั้งจะได้ไหมคะ?

A. แน่นอนว่าการฉีดเพียงแค่ครั้งเดียวก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากความต้องการของคนไข้คือการปรับ 'มิติรูปหน้าและหน้าเด็กแบบสังเกตเห็นชัด'

แนะนำว่าทำครบสูตร 3 ครั้งจะตอบโจทย์ตามที่คาดหวังได้ดีที่สุดค่ะ

 

ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนกับการทาสีทับบ้านค่ะ

ความเนียนละเอียดและชัดเจนของการทา 1 รอบ กับทาซ้ำ 3 รอบ ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันแน่นอนค่ะ

 

Q3. ถ้าเกิดอาการผิวปูดนูนหรือเป็นก้อนแข็งขึ้นมา ต้องทำยังไงคะ?

มันจะอยู่กับเราไปตลอดยอดเลยไหม?

A. หากคลำเจอส่วนที่นูนหรือจับตัวเป็นก้อนภายใน 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ

ส่วนใหญ่แล้วการหมั่นนวดหน้าบ่อย ๆ ร่วมกับการประคบอุ่นจะช่วยสลายไปได้เองค่ะ

 

แต่ในเคสที่เป็นปัญหาก้อนแข็งสะสมที่มาปรากฏหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว 3 เดือน

กรณีนี้อาจจำเป็นต้องเข้ามาพบแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษาด้วยการฉีดยาสลายค่ะ

 

เรื่องก้อนแข็งนี้แทบไม่มีโอกาสที่จะอยู่อย่างถาวรเลยค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นการป้องกัน

โดยรักษาระยะห่างในการทำอย่างเหมาะสมประกอบกับการนวดหน้าอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ต้น

คือวิธีที่ดีและสำคัญที่สุดในการหลีกเลี่ยงจุดนี้ค่ะ

 

ถ้าบทความวันนี้จะช่วยให้คุณจำคีย์เวิร์ดสำคัญไปใช้อีกสักข้อหนึ่ง

— จำไว้ว่ากับการรักษาด้วย Sculptra คำว่า 'ช้าแต่ชัวร์' ดีกว่า 'เร็วแต่เสี่ยง' เสมอค่ะ

 

ในบทความตอนต่อไป

หมอจะมาแชร์เกี่ยวกับ 'สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงภายใต้ชั้นผิวหนังของเราตลอด 4 สัปดาห์หลังฉีด Sculptra เข็มแรก' ให้ฟังกันต่อนะคะ

 

สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอตัวลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ที่บอกกันว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะเลเซอร์เห็นผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ผู้ชาย

ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ

คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

รอยหนวดเขียวครึ้มต่อให้โกนแล้วก็ยังเห็นชัด สามารถจางลงได้ด้วยเลเซอร์นะคะ

ผู้ชาย

รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ

หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

กำจัดขน

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการทำแว็กซ์ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) สามารถทำเสร็จหมดในครั้งเดียวเลยได้ไหมคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?

การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วจะเห็นผลลัพธ์ทันทีเลยไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?

ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1