• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รีวิว Coretox: ทำไมฤทธิ์อยู่นานต่างกันแต่ละครั้ง

รีวิว Coretox: ทำไมฤทธิ์อยู่นานต่างกันแต่ละครั้ง

รีวิว Coretox: ทำไมฤทธิ์อยู่นานต่างกันแต่ละครั้ง

รีวิว Coretox ทำไมบางคนว่าอยู่ 4 เดือน บางคน 6 เดือน? อธิบายระยะคงอยู่และช่วงดื้อยาผ่านเคสจริง

[ตรวจสอบข้อเท็จจริง] โบท็อกซ์กรามคอร์ท็อกซ์ เหตุผลที่ยิ่งฉีดสะสมหลายครั้งยิ่งคุ้มค่า

 

 

เช็กให้ดีก่อนอ่านบทความนี้นะครับ

 

Q. เห็นคนอื่นบอกว่า Coretox อยู่ได้นาน 4 เดือน แต่ทำไมบางรีวิว

ถึงบอกว่าอยู่ได้ยาวถึง 6 เดือนล่ะครับ?

A. การฉีดครั้งแรกส่วนใหญ่จะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือนครับ แต่ตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เป็นต้นไป

ระยะเวลาการคงผลลัพธ์มักจะเพิ่มขึ้นเป็น 5-6 เดือน

ไม่ได้เป็นเพราะตัวบุคคลต่างกันหรอกครับ แต่เป็นเพราะจำนวนครั้งที่ฉีดต่างหากครับ

 

Q. ถ้าอย่างนั้น ยิ่งฉีดสะสมไปเรื่อยๆ

ก็ยิ่งฉีดน้อยลงได้ใช่ไหมคะ?

A. ใช่ครับ เพราะแรงเกร็งของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ อ่อนแรงลง

แต่ถ้าฉีดในระยะที่สั้นเกินไป

ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการดื้อยาได้นะครับ

วิธีจัดการรอบฉีดอย่างชาญฉลาดเพื่อยืดผลคอร์ท็อกซ์ได้ถึง 6 เดือนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องดื้อสารพิษ

 

 














รีวิวของ Coretox ดูคล้ายๆ กันหมดใช่ไหมคะ?

แต่จริงๆ แล้วมันมีจุดที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ต่างกันอยู่นะครับ

Coretox คือโบท็อกซ์แบรนด์เกาหลี (Botulinum Toxin)

ที่ได้รับการขจัดโปรตีนคอมเพล็กซ์ออกไป จนได้ตัวยาที่มีความบริสุทธิ์สูง

 

ถึงแม้ว่าจะมีความใกล้เคียงกับ Xeomin หรือโบท็อกซ์บริสุทธิ์แบรนด์อื่นๆ

ในแง่ของโครงสร้างหลัก

แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ แบรนด์นี้เก็บรวบรวมข้อมูลทางคลินิก

ในประเทศเกาหลีได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องครับ

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของบทความในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวยา Coretox เท่านั้น

แต่อยู่ที่ว่า 'ทำไมรีวิวของแต่ละคนถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้' ต่างหากครับ

[คอลัมน์หมอวีย็องจิน] เหตุผลที่ไม่ควรเข้าใจผิดว่า 'ไม่เหมาะกับเรา' จากผลลัพธ์คอร์ท็อกซ์ครั้งแรกเพียงครั้งเดียว

 

 














ทำไมฉีด Coretox เหมือนกัน แต่บางคนอยู่ได้ 4 เดือน

ขณะที่บางคนอยู่ได้นานถึง 6 เดือนกันนะ

 

อินไซท์สำคัญจาก

หมอวี ยองจิน

 

หลายคนรีวิวว่า Coretox

อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

แต่ในความเป็นจริง การฉีดครั้งแรกจะอยู่ได้ราวๆ 4 เดือน และตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เป็นต้นไป

จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น 5-6 เดือนครับ

 

หลักการคือ ยิ่งฉีดโบท็อกซ์สะสมอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อจะยิ่งจดจำและอ่อนแรงลง

ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ครับ

 

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ก็เหมือนกับกล้ามเนื้อมือที่เราใช้งานบ่อยๆ นั่นแหละครับ

ถ้าใช้ทุกวันมันก็จะแข็งแรงและหนาขึ้น

แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานสักพัก มันก็จะค่อยๆ อ่อนแรงลง

 

 

เมื่อเราบล็อกสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อ

ในขณะที่กล้ามเนื้อนั้นได้หยุดพัก

มันก็จะค่อยๆ สูญเสีย 'แรงในการเกร็งตัว' ไปทีละน้อย

 

ดังนั้น ยิ่งจำนวนครั้งในการฉีดสะสมมากขึ้น แม้จะใช้ปริมาณยาเท่าเดิม

ผลลัพธ์ก็จะคงอยู่ได้นานยิ่งขึ้นไปอีกครับ

 

จากข้อมูลทางคลินิกพบว่า

ในการฉีดครั้งแรก ระยะเวลาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3.5 - 4 เดือน

ครั้งที่ 2 จะอยู่ได้ราวๆ 4.5 - 5 เดือน

และตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป เมื่อกล้ามเนื้อเข้าสู่ช่วงคงตัว

ผลลัพธ์จะอยู่ยาวนานได้ถึง 5 - 6 เดือนเลยทีเดียวครับ

 

ความแตกต่างระหว่างคนที่รีวิวว่า "ฉีด Coretox มาแล้วอยู่ได้แค่ 4 เดือนเอง"

กับคนที่รีวิวว่า

"อยู่ได้ยาวๆ 6 เดือนเลยค่ะ"

ส่วนใหญ่แล้ววัดกันที่ 'จำนวนครั้งที่เคยฉีด' ครับ

 

ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างร่างกายหรือสภาพผิวเฉพาะบุคคลแต่อย่างใด

 

มีคนไข้หลายท่านเลยครับที่รู้สึกประหลาดใจกับข้อมูลในส่วนนี้

 

เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้วัย 41 ปีท่านหนึ่ง

เดินทางมาฉีดซ้ำเป็นครั้งที่สอง

 

การฉีดครั้งแรกของเธอคือเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว

โดยฉีด Coretox บริเวณกล้ามเนื้อกรามไป 100 ยูนิต

เธอบอกว่า "พอผ่านไปได้ประมาณ 4 เดือน

แรงเคี้ยวเดิมก็เริ่มกลับมาแล้วล่ะค่ะ"

 

รอบนี้เธอกลับมาฉีดซ้ำอีกครั้งหลังจากผ่านไปประมาณ 8 เดือน

แต่กล้ามเนื้อกรามของเธอยังไม่ได้กลับมาโตเต็มที่เหมือนเดิมนะครับ

มันฟื้นตัวกลับมาเพียงแค่ประมาณครึ่งเดียวเท่านั้นเองครับ

 

ครั้งนี้หมอเลยปรับลดปริมาณยาลงเหลือแค่ 80 ยูนิต

และหลังจากผ่านไป 3 เดือนเมื่อประสานงานติดต่อไป

คนไข้ยังบอกอยู่เลยว่า "กรามยังเรียวเล็กเป๊ะอยู่เลยค่ะ"

 

นี่แหละครับคือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการฉีดสะสม

เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงและจดจำขนาดใหม่ไว้แล้ว

พอมาฉีดซ้ำเพื่อบล็อกสัญญาณประสาทอีกครั้ง

ผลลัพธ์ที่ได้จึงออกฤทธิ์ชัดเจนเหมือนเดิม

แต่จะคงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้นครับ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและละเลยไม่ได้เลยนะครับ

 

หากทำความเข้าใจหลักการนี้คลาดเคลื่อนไป

บางคนอาจจะคิดว่า "ถ้าอย่างนั้นยิ่งฉีดบ่อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสิ" ซึ่งจริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ

 

การฉีดโบท็อกซ์ถี่เกินไปในระยะเวลาที่สั้นมากๆ

จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต้านทาน (Neutralizing Antibodies)

จนเกิดอาการดื้อยาและทำให้การฉีดครั้งต่อไปไม่ได้ผลอีกเลย

 

ดังนั้น ระยะห่างที่ปลอดภัยคืออย่างน้อย 3 เดือน

หรือทางที่ดีควรรอให้ผลลัพธ์เดิมสลายไปมากกว่า 80% ก่อน

แล้วค่อยนัดหมายเพื่อรับการฉีดในรอบถัดไปครับ

 

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

 

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่า "Coretox ไม่ค่อยดีเลย"

เพียงเพราะดูจากรีวิวของคนที่เพิ่งฉีดครั้งแรกนะครับ

 

ความพึงพอใจและประสิทธิภาพที่แท้จริงของโบท็อกซ์ตัวนี้

จะเริ่มวัดกันตั้งแต่การฉีดครั้งที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรีบร้อนฉีดซ้ำเร็วเกินไป แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป

หรือรอให้ตัวยาเดิมสลายไปเกือบหมดก่อนจะดีที่สุดครับ

'ค่าใช้จ่ายรักษาผลตลอดปี' ที่สำคัญกว่าค่าใช้จ่ายต่อครั้ง เหตุผลที่คอร์ท็อกซ์คุ้มค่าในระยะยาว

 

 














ระดับความพึงพอใจในรีวิว Coretox

จะแตกต่างกันไปตามจำนวนครั้งที่ฉีดดังนี้ครับ

พอเปรียบเทียบแบบนี้แล้วจะเห็นภาพความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยครับ

รอบการฉีด

ระยะเวลาเฉลี่ย

คำรีวิวยอดฮิต

ระยะห่างที่แนะนำ

ครั้งที่ 1

3.5 ~ 4 เดือน

"รู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วกว่าที่คิดค่ะ"

หลังผ่านไป 4 เดือน

ครั้งที่ 2

4.5 ~ 5 เดือน

"ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่ารอบแรกชัดเจนเลยค่ะ"

หลังผ่านไป 5 เดือน

ครั้งที่ 3 ขึ้นไป

5 ~ 6 เดือน

"ลดปริมาณยูนิตลงแล้ว แต่ยังหน้าเป๊ะกรามเรียวอยู่เลย"

หลังผ่านไป 6 เดือน

ลองเช็กดูนะครับว่าข้อมูลของคุณอยู่ตรงไหนในตารางนี้

และอย่าเพิ่งเอาตัวเลขระยะเวลาที่เห็นจากรีวิวของคนอื่น

มาตัดสินเคสของตัวเองโดยตรงนะครับ

 

เพราะรีวิวที่บอกว่า "อยู่ได้นานถึง 6 เดือน" ส่วนใหญ่แล้ว

มักจะเป็นเคสที่ฉีดสะสมมาแล้วตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปครับ

 

และอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่กำหนดระดับความพึงพอใจ

นั่นก็คือ ปริมาณยา (ยูนิต) นั่นเองครับ

 

เมื่อฉีดสะสมไปเรื่อยๆ ในบริเวณเดิม

ต่อให้ลดปริมาณยาลงประมาณ 5-10 ยูนิต

ก็ยังสามารถคงผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมไว้ได้เช่นกันครับ

 

อย่างเช่น คนไข้ที่เคยฉีด 100 ยูนิตในช่วงแรกๆ

พอถึงครั้งที่ 3 ก็อาจจะปรับลดลงเหลือแค่ 80-85 ยูนิต เป็นต้นครับ

 

ถ้าหากไม่เข้าใจจุดนี้แล้วยังดึงดันจะฉีดในปริมาณเดิมทุกครั้ง

อาจส่งผลให้ใบหน้าดูแข็งเกร็งขยับยาก

หรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ

 

และเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะครับที่คิดว่า

"ยิ่งฉีดเยอะ ยิ่งอยู่ได้นานขึ้น"

เพราะมันไม่ใช่ตรรกะแบบแปรผันตรงอย่างนั้นเสมอไปครับ

 

เคล็ดลับที่แท้จริงของการได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจจนต้องมารีวิว

คือการปรับปริมาณยาให้เหมาะสมกับสภาพกล้ามเนื้อที่แท้จริงต่างหากครับ

 

ตอบ 3 คำถามยอดฮิต

ที่คนไข้มักจะถามเข้ามากันมากที่สุดครับ

 

Q1. ถ้าผลลัพธ์ในการฉีดครั้งแรกออกมาไม่ค่อยน่าพอใจ

แสดงว่า Coretox ไม่เหมาะกับหนูหรือเปล่าคะ?

A. คนไข้ที่ฉีดครั้งแรกแล้วบอกว่า "พึงพอใจที่สุด"

มีสัดส่วนไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ

พูดตรงๆ ก็คือเทรนด์มันเป็นแบบนั้นเลยครับ

 

เพราะความจริงแล้ว การฉีดรอบแรกเป็นเหมือนช่วงทดสอบ

เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อของเราตอบสนองต่อโบท็อกซ์

ในลักษณะอย่างไรบ้างมากกว่าครับ

 

เคยมีคนไข้ท่านหนึ่งอายุ 28 ปี ตอนฉีดครั้งแรกยังรู้สึกว่า "เอ๊ะ หรือว่ายังตึงไม่พอ?"

แต่พอมาฉีดครั้งที่สอง เธอบอกเลยครับว่า

"ครั้งนี้เห็นความต่างสมใจอยากของจริงเลยค่ะ"

 

ดังนั้น อย่าเพิ่งด่วนตัดสินแค่น้ำจิ้มรอบแรกว่าตัวยาเข้ากับเราไม่ได้นะครับ

หมอแนะนำว่าควรรอดูผลลัพธ์รวม

หลังการฉีดครั้งที่ 2 เป็นอย่างน้อย เพื่อประกอบการตัดสินใจจะดีกว่าครับ

 

Q2. ถ้าระยะเวลาเห็นผลลัพธ์ยาวนานขึ้นตามจำนวนครั้งที่ฉีด

ค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งจะประหยัดลงด้วยไหมคะ?

A. มันไม่ได้ลดลงแบบเป็นตัวเลขดื้อๆ ขนาดนั้นครับ

เพราะต่อให้เราลดปริมาณยูนิตลงได้บ้าง

แต่ราคาค่าหัตถการต่อครั้งยังคงเท่าเดิมครับ

 

แต่ถ้ามองภาพรวมเป็นรายปีจะเห็นถึงความแตกต่างแน่นอนครับ

เช่น ในการฉีดรอบแรกๆ ถ้าต้องมาฉีดทุก 4 เดือน ในหนึ่งปีเราต้องฉีดถึง 3 ครั้ง

แต่พอผลลัพธ์อยู่ตัวตั้งแต่รอบที่ 3 เป็นต้นไป

ระยะเวลาจะขยายเป็นทุกๆ 6 เดือน ทำให้หนึ่งปีฉีดเพียง 2 ครั้งเท่านั้นครับ

 

บวกกับการปรับลดปริมาณยูนิตลงอีกประมาณ 10-15%

ค่าใช้จ่ายในรอบปีจึงประหยัดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ

 

Q3. ถ้าเกิดอาการดื้อยาขึ้นมา เราจะสังเกตได้อย่างไรบ้างครับ?

แล้วมีวิธีป้องกันล่วงหน้าไหม?

A. อาการดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแบบ "ผลลัพธ์กลายเป็นศูนย์" ในชั่วข้ามคืนนะครับ

แต่มันจะค่อยๆ ส่งสัญญาณเตือนทีละนิดครับ

 

เช่น เคยฉีดปริมาณเท่าเดิมแต่ปกติเห็นผลใน 7 วัน กลับกลายเป็นต้องรอนานขึ้น

เป็น 10-14 วัน หรือตัวยาหมดฤทธิ์เร็วกว่าปกติถึงครึ่งหนึ่ง

อาการเหล่านี้เป็นจุดที่ชวนให้ตั้งข้อสงสัยได้ครับ

 

ส่วนวิธีป้องกันหลักๆ มีสองข้อครับ

ข้อแรกคือ เว้นระยะห่างในการฉีดอย่างน้อย 3 เดือน หรือรอให้หมดฤทธิ์เกือบสนิทก่อนค่อยฉีดซ้ำ

ข้อสองคือ หลีกเลี่ยงการใช้ปริมาณยาที่มากเกินความจำเป็น

 

ปฏิบัติตามกฎเหล็กเพียงสองข้อนี้

สำหรับการฉีดเพื่อความงามทั่วไปในปริมาณปกติ

ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องการดื้อยาเลยครับ

 

ถ้าหากวันนี้คุณจำเคล็ดลับกลับไปได้เพียงอย่างเดียว

หมออยากให้จำสิ่งนี้ไว้ครับ — เวลาอ่านรีวิว Coretox ของคนอื่น

ให้ลองเช็กดูก่อนว่านั่นคือการฉีดครั้งที่เท่าไหร่ของเขาแล้ว

 

เพราะโบท็อกซ์ตัวเดียวกันนี้ การฉีดครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 3

จะให้มิติของผลลัพธ์ที่แตกต่างกันราวกับเป็นคนละโปรแกรมเลยทีเดียวครับ

 

ในบทความหน้า

หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่อง 'จะเลือกระยะเวลาการฉีด Coretox อย่างไรดี ระหว่าง 4 เดือน กับ 6 เดือน' นะครับ

 

คอนเทนต์ดีๆ โดย หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม





  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1