• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รอบฉีดสกินบูสเตอร์ไม่ใช่ 4 สัปดาห์เสมอไป

รอบฉีดสกินบูสเตอร์ไม่ใช่ 4 สัปดาห์เสมอไป

รอบฉีดสกินบูสเตอร์ไม่ใช่ 4 สัปดาห์เสมอไป

สกินบูสเตอร์แต่ละตัวรอบไม่เท่ากัน รีจูรัน HB 2 สัปดาห์ Belotero Revive 3 เดือน ขึ้นกับ HA หรือ PN

ความจริงเรื่องสกินบูสเตอร์: เหตุผลที่ฉีดทุกผลิตภัณฑ์ทุก 4 สัปดาห์อาจทำให้ขาดทุน

 

งั้นเรามาเริ่มที่ข้อสรุปกันก่อนเลยนะครับ

skin booster แต่ละตัว ไม่ได้ต้องฉีดทุกๆ 4 สัปดาห์เหมือนกันหมดหรอกครับ

 

เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีรอบการฟื้นฟูผิวที่แตกต่างกันไป

ตั้งแต่ 2 สัปดาห์, 1 เดือน ไปจนถึง 3 เดือนเลยครับ

 

ในบทความนี้ ผมจะมาอธิบายเหตุผลให้ฟังกันครับ

ถ้าไม่สนใจรอบ 3 เดือนของรีไวฟ์แล้วฉีดทุกเดือน? ผลลัพธ์เหมือนเดิม แต่เสียเงินเพิ่ม 3 เท่า

 

 















skin booster ดูคล้ายๆ กันไปหมดใช่ไหมครับ?

แต่ความจริงแล้ว...

skin booster คือการฉีดสารอาหารที่มีประโยชน์

เข้าไปในผิวชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

ความยืดหยุ่น และกระตุ้นการฟื้นฟูผิวครับ

 

ถึงตรงนี้อาจจะดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์จะต่างกัน

ขึ้นอยู่กับว่าสารสกัดนั้นคือ HA (Hyaluronic Acid),

PN (Polynucleotide),

หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (PLLA·PCL)

ซึ่งระยะเวลาที่ผิวจะดูดซึมและตอบสนอง

ต่อสารเหล่านั้นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

วางตารางหัตถการทั้งปี: ผสานพลังช่วงเข้มข้น 2 สัปดาห์ของรีจูรานเอชบีกับช่วงคงผล 3 เดือนของรีไวฟ์

 

 















เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมรอบการฉีด skin booster

ของแต่ละผลิตภัณฑ์ถึงไม่เท่ากัน

 

ข้อมูลเชิงลึกจาก

หมอวี ยองจิน

 

skin booster ไม่ได้ฉีดทุก 4 สัปดาห์เสมอไปครับ —

รีจูรัน HB คือ 2 สัปดาห์,

Sculptra · จูวีลุค คือ 1 เดือน,

Belotero Revive · Skinvive คือ 3 เดือน

 

นั่นเป็นเพราะระยะเวลาในการฟื้นฟูและการตอบสนองของผิว

จะแตกต่างกันไปตามส่วนผสมของแต่ละผลิตภัณฑ์ครับ

 

คุณคงเคยได้ยินบ่อยๆ ใช่ไหมครับว่า "ต้องกลับมาฉีด skin booster ทุกๆ 4 สัปดาห์นะ"

 

แต่จริงๆ แล้ว มีบางผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตรงกันข้ามเลยครับ

 

บางตัวถ้าต้องรอถึง 4 สัปดาห์อาจจะช้าเกินไป

ในขณะที่บางตัวฉีดซ้ำตอน 4 สัปดาห์ก็เร็วเกินไปครับ

 

หัวใจสำคัญคือ ส่วนผสมนั้นทำงานอย่างไรภายใต้ชั้นผิวของเรา

 

สำหรับสูตรผสม PN+HA อย่าง รีจูรัน HBนั้น

ชิ้นส่วน Salmon DNA จะเข้าไปกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิว

ซึ่งกระบวนการกระตุ้นนี้จะครบรอบวงจรที่ประมาณ 2 สัปดาห์พอดีครับ

 

ดังนั้น ในช่วงแรกจึงควรฉีดห่างกันทุกๆ 2 สัปดาห์ ติดกัน 3-4 ครั้ง

เพื่อให้สัญญาณการฟื้นฟูผิวของเซลล์ทำงานได้อย่างต่อเนื่องครับ

 

ตรงกันข้ามกับกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

อย่าง Sculptra หรือ จูวีลุค ครับ

 

เพราะอนุภาค PLLA หรือ PCL ที่ฉีดเข้าไป

จะค่อยๆ ย่อยสลายในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่

ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ครับ

 

หากยังไม่ครบเดือนแล้วไปฉีดซ้ำ

สัญญาณการสร้างคอลลาเจนจะซ้อนทับกันมากเกินไป

ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตุ่มไตหรือปุ่มนูนใต้ผิวหนังได้ครับ

 

ส่วนกลุ่มกลุ่มไฮยาลูรอนโมเลกุลใหญ่ (High Molecular Weight HA)

อย่าง Belotero Revive หรือ Skinvive ก็จะต่างกันไปอีกแบบครับ

 

เมื่อฉีดเข้าไปเพียงครั้งเดียว สารจะกักเก็บน้ำในชั้นหนังแท้

และคงตัวอยู่ได้นานถึงประมาณ 3 เดือนเลยครับ

 

ดังนั้น ระยะห่างที่แนะนำจึงอยู่ที่ 3 เดือนครับ

ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องมาฉีดซ้ำหลังจากเพิ่งผ่านไปแค่สัปดาห์เดียวเลย

 

สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

รอบการฉีด skin booster ไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าต้องเป็น "4 สัปดาห์" เสมอไป

แต่อยู่ที่ว่า "ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมอะไร

และผิวของเราใช้เวลาในการย่อยสลายมันภายในกี่วัน" ต่างหากครับ

 

รีจูรัน HB 2 สัปดาห์, กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน 1 เดือน,

กลุ่ม HA โมเลกุลสูง 3 เดือน

 

จำจังหวะการดูแลผิวทั้ง 3 แบบนี้ไว้

รับรองว่าจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดแน่นอนครับ

[คำถามที่พบบ่อย] ผลของตุ่มนูนและอาการบวมหลังฉีดสกินบูสเตอร์ต่อการตัดสินใจฉีดครั้งถัดไป

 

 















รอบการฉีด skin booster

ลองเช็กดูนะครับว่าตัวที่คุณฉีดอยู่ จัดอยู่ในกลุ่มไหน

เมื่อดูตารางสรุปนี้แล้ว

คุณจะเห็นภาพความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยครับ

ผลิตภัณฑ์

กลุ่มส่วนประกอบ

ระยะห่างที่แนะนำ

จำนวนครั้งในระยะเริ่มต้น

รีจูรัน HB

PN + HA

2 สัปดาห์

3~4 ครั้ง

Sculptra

PLLA (กระตุ้นคอลลาเจน)

4 สัปดาห์

2~3 ครั้ง

จูวีลุค

PDLLA (กระตุ้นคอลลาเจน)

4 สัปดาห์

2~3 ครั้ง

Belotero Revive

High Molecular HA

3 เดือน

1~2 ครั้ง

Skinvive

Modified HA

3 เดือน

1~2 ครั้ง

ในเคสคนไข้ที่มาตรวจวันนี้ มีเคสหนึ่งที่คล้ายกันเลยครับ

 

คนไข้วัย 39 ปี เข้ามาปรึกษาแล้วบอกว่า

"เพิ่งฉีด Belotero Revive ไปเมื่อเดือนก่อน

วันนี้จะมาขอฉีดเพิ่มอีกรอบค่ะ"

 

เนื่องจากทางคลินิกเดิมแนะนำมาแบบนั้นครับ

แต่สำหรับเคสนี้ ผมตัดสินใจปฏิเสธที่จะทำหัตถการให้ครับ

 

เพราะ Belotero Revive ตัวเดิมยังคงกักเก็บความชุ่มชื้นอยู่ในชั้นผิวหนังแท้อยู่เลยครับ

การฉีดเพิ่มเข้าไปอีกในเวลาเพียงเดือนเดียว มีแต่จะทำให้ได้ปริมาณยาที่ล้นเกินไป

โดยไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นมากกว่าเดิมเลยครับ

 

"อีก 3 เดือนค่อยกลับมาเจอกันใหม่นะครับ ตอนนี้

ปล่อยให้ผิวของคุณได้ดึงสารอาหารที่เก็บไว้

ออกมาใช้อย่างเต็มที่ก่อนดีกว่าครับ"

ผมแนะนำและส่งคนไข้กลับบ้านด้วยความสบายใจครับ

 

อย่างไรก็ตาม การทำตามระยะเวลาที่แนะนำเป๊ะๆ

ก็อาจไม่ได้ทำให้ทุกคนประทับใจได้เหมือนกันทั้งหมดครับ

 

เพราะเรายังต้องปรับช่วงเวลาให้ยืดหยุ่นอีกประมาณ ±1-2 สัปดาห์

ขึ้นอยู่กับความหนาของผิว อัตราการเผาผลาญ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วยครับ

 

3 คำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามบ่อยมาก

หมอจะมาตอบให้อย่างตรงไปตรงมาครับ

 

Q1. ถ้าเราเลยรอบการฉีดไปหน่อย

จะทำให้ผลลัพธ์เดิมหายไปเลยไหมคะ?

A. คำว่า "ขาดตอน" น่าจะอธิบายได้ตรงจุดมากกว่าคำว่า "หายไป" ครับ

 

โดยเฉพาะพวกกลุ่มกระตุ้นการซ่อมแซมผิวอย่าง รีจูรัน HB

ที่เน้นการทำรอบทุกๆ 2 สัปดาห์ หากทิ้งช่วงนานเกินหนึ่งเดือน

สัญญาณที่คอยกระตุ้นเซลล์ผิวจะเริ่มแผ่วลงครับ

 

ทำให้ต้องมาเริ่มสะสมการฟื้นฟูกันใหม่อีกรอบ

ตรงกันข้ามกับตัว Belotero Revive ครับ ถึงจะเว้นไปนาน 6 เดือนแล้วค่อยมาฉีด

ก็ไม่ถือว่าเสียเปล่าขนาดนั้น เพราะเป็นการเติมเต็มสารบำรุงตามรอบปกติคล้ายกับการแต่งผิวเพิ่มครับ

 

Q2. ยิ่งชอบใช้ของแพงๆ แบรนด์หรู

ยิ่งต้องฉีดบ่อยเพื่อให้เห็นผลไวๆ หรือเปล่าคะ?

A. นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเยอะเลยครับ

ในความจริง เรื่องของราคากับระยะความถี่แทบจะไม่มีผลต่อกันเลยครับ

 

ในทางกลับกัน กลุ่มตัวท็อปพรีเมียม (Belotero Revive · Skinvive)

กลับมีรอบเวลาที่ต้องฉีดห่างที่สุดครับ

 

เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อให้ตัวยาปริมาณมาก

สามารถทำงานอยู่ในผิวได้ยาวนานต่อการฉีดหนึ่งครั้งครับ

 

Q3. ถ้าหากเราไปฉีดเร็วกว่ารอบเวลาแนะนำ

จะทำให้เกิดผลข้างเคียงไหมคะ?

A. สำหรับกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน

ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเลยครับ

 

หากฉีด Sculptra หรือ จูวีลุค ซ้ำก่อนครบ 4 สัปดาห์

ในขณะที่ตัวยาเก่ายังย่อยสลายไม่หมด ผงอนุภาคที่เพิ่งฉีดใหม่

จะเข้าไปกองทับถมกันอยู่จุดเดิมครับ

 

เคสแบบนี้ที่ทำให้เกิดเม็ดไตขึ้นใต้ผิวหนัง

ผมเจอที่ห้องตรวจบ่อยเหมือนกันครับ

ดังนั้นควรเผื่อเวลาเพื่อความปลอดภัยไว้ดีที่สุดครับ

 

ถ้าวันนี้จะจดจำข้อมูลกลับไปเพียงข้อเดียวละก็ —

ให้จำไว้ว่า การฉีด skin booster ไม่ใช่เรื่องของ "รอบวันธรรมดา"

แต่เป็น "ระยะเวลาที่ส่วนผสมทำงานเต็มที่" ในผิวหนังของเราครับ

 

ในบทความหน้า

ผมจะมาเขียนเล่าให้ฟังต่อว่า 'หลังจากฉีด รีจูรัน HB ทุก 2 สัปดาห์ ครบ 3-4 ครั้งแล้ว

ในระยะคงสภาพ (Maintenance step) เราจะยืดระยะเวลาห่างออกไปอย่างไรได้บ้าง' นะครับ

 

หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนครับ สรรค์สร้างทุกความสวยไปด้วยกันนะครับ

 

บทความแนะนำที่น่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

ฉีด filler มาแล้วมีนัดตรวจ MRI แถมต้องขึ้นเครื่องบินและไปคลินิกทำฟันด้วย จะเป็นอะไรไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฟิลเลอร์แล้วทำ MRI ได้ไหม? บินได้ไหม? ไปหาหมอฟันได้เลยหรือเปล่า?

หลังฉีดฟิลเลอร์ ทำ MRI ได้ไหม บินได้ไหม ไปหาหมอฟันได้เลยหรือเปล่า มาแยกแยะว่าอะไรต้องระวังจริงๆ

เคยฉีด Sculptra ที่หน้ามาแล้ว ถ้าอยากจะเอามาใช้กับริ้วรอยที่คอหรือเพิ่มความยืดหยุ่นบริเวณเนินอก (décolleté) จะสามารถใช้ด้วยวิธีเดียวกันได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Sculptra ทำที่คอและเดคอลเลเต ได้ผลจริงไหม? ต่างจากทำหน้ายังไง

Sculptra ที่คอและเดคอลเลเต — หลักการ PLLA ข้อแตกต่างจากใบหน้า จำนวนครั้ง และข้อควรระวัง

ถ้าเริ่มฉีด 'Baby Botox' ตอนอายุช่วงปลาย 20 หรือต้น 30 จะช่วยป้องกันริ้วรอยได้จริงๆ ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Baby Botox เริ่มตอนอายุ 20 ปลาย–30 ต้น จำเป็นจริงไหม?

Baby Botox คืออะไร เหมาะอายุไหน ป้องกันริ้วรอยได้ไหม ผลข้างเคียง ราคา และสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้ว

ทำ Shurink Universe แล้วจะทำให้แก้มตอบจนหน้าดูซูบและซูบผอมลงกว่าเดิมไหมคะ?

ยกกระชับ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

Shurink Universe อาจส่งผลต่อไขมันในบางคน อธิบายสาเหตุ วิธีป้องกันแก้มยุบ และแผนรักษาเหมาะกับโครงหน้า

เลือกคลินิกผิวหนังโซลยังไงดี? กังนัม-ฮงแด-เมียงดงต่างกันตรงไหน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังโซลยังไงดี? กังนัม-ฮงแด-เมียงดงต่างกันตรงไหน

สรุปเกณฑ์ที่ควรเช็กก่อนเลือกคลินิกผิวหนังในกรุงโซล ความแตกต่างของกังนัม ฮงแด(ฮับจอง) เมียงดง และใครเหมาะ/ไม่เหมาะกับ BeautyStone Clinic

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1