• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เริ่ม Baby Botox ตอน 20 ปลาย ป้องกันริ้วรอยได้ไหม?

เริ่ม Baby Botox ตอน 20 ปลาย ป้องกันริ้วรอยได้ไหม?

เริ่ม Baby Botox ตอน 20 ปลาย ป้องกันริ้วรอยได้ไหม?

Baby Botox คืออะไร เหมาะอายุไหน ป้องกันริ้วรอยได้ไหม ผลข้างเคียง ราคา และสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้ว

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาเอามือลูบที่หว่างคิ้ว เส้นที่เคยเห็นแค่ตอนขมวดคิ้วอาจเริ่มปรากฏให้เห็นแม้ไม่มีสีหน้าใด ๆ ก็ได้ในสักวันหนึ่ง หลายคนพอเจอแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่า "เราน่าจะฉีดโบท็อกซ์ไปตั้งนานแล้วหรือเปล่า" ในทางกลับกัน บางคนที่ยังไม่มีริ้วรอยลึกก็ลังเลว่า "ตอนนี้ฉีดจะเร็วเกินไปไหมนะ"

 

คำว่า "เบบี้โบท็อกซ์" ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ความหมายที่แต่ละคนเข้าใจก็ต่างกันเล็กน้อย บางคนหมายถึงวิธีฉีดในปริมาณที่น้อยกว่าโบท็อกซ์ทั่วไป บางคนก็ใช้เรียกรวมแนวคิดการเริ่มฉีดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันริ้วรอย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความแตกต่างของแนวคิดเหล่านี้ เกณฑ์ตัดสินใจว่าควรเริ่มเมื่อไร ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ไปจนถึงเหตุผลที่ความแตกต่างของแต่ละบุคคลสำคัญต่อการกำหนดปริมาณและรอบการฉีด

 

บทความนี้รวบรวมข้อมูลการรักษาจากบิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮับจอง

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้

  • เบบี้โบท็อกซ์แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร

  • วิธีตัดสินช่วงเวลาที่ควรเริ่มฉีด โดยดูจากสภาพสีหน้าและริ้วรอย ไม่ใช่แค่อายุ

  • ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกซ์เชิงป้องกัน

  • เหตุผลที่ความแตกต่างของแต่ละบุคคลสำคัญต่อการกำหนดปริมาณและรอบการฉีด

 

เบบี้โบท็อกซ์ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร

โบทูลินั่มท็อกซิน* คือสารที่ฉีดในปริมาณน้อยเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อนั้นชั่วคราว โดยยับยั้งการหลั่งสารอะเซทิลโคลีนที่ปลายประสาทแบบผันกลับได้ ทำให้สัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อถูกตัดขาด และเมื่อฤทธิ์หมดลง การทำงานของเส้นประสาทก็จะค่อย ๆ ฟื้นกลับมา

โบทูลินั่มท็อกซิน*: โปรตีนที่ยับยั้งสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว ในการรักษาเพื่อความงามจะฉีดในปริมาณน้อยเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เพื่อลดการเคลื่อนไหวลงชั่วคราว

 

เบบี้โบท็อกซ์ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แยกต่างหาก แต่หมายถึงวิธีฉีดสารชนิดเดียวกันในปริมาณที่น้อยกว่าการฉีดทั่วไป โดยควบคุมให้อยู่ในระดับที่สีหน้ายังไม่แข็งทื่อจนเกินไป เริ่มตั้งแต่ช่วงที่ริ้วรอยหน้าผากหรือหว่างคิ้วยังเห็นแค่ตอนขยับสีหน้าเท่านั้น เป้าหมายคือชะลอความเร็วที่ริ้วรอยจะลึกขึ้น ในขณะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของสีหน้าไว้ให้มากที่สุด

 

โบท็อกซ์ทั่วไปมักใช้เพื่อลดความลึกของริ้วรอยสถิต (เส้นที่ยังคงอยู่แม้ไม่มีสีหน้าใด ๆ) ที่เกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่เบบี้โบท็อกซ์เป็นแนวคิดที่เข้าไปดูแลตั้งแต่ริ้วรอยเคลื่อนไหว (เส้นที่เกิดขึ้นเฉพาะตอนแสดงสีหน้า) ยังคงเกิดซ้ำ ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นริ้วรอยสถิต เพราะปริมาณที่ใช้น้อยกว่า ระยะเวลาที่เห็นผลจึงอาจสั้นกว่าการฉีดทั่วไปในบางกรณี ดังนั้นการออกแบบรอบการฉีดและปริมาณจึงส่งผลต่อผลลัพธ์โดยตรง

 

สรุปความแตกต่างของทั้งสองแนวทางเป็นตารางได้ดังนี้

หัวข้อ

เบบี้โบท็อกซ์

โบท็อกซ์ทั่วไป

ปริมาณ

น้อยกว่า

ปริมาณมาตรฐาน

ริ้วรอยเป้าหมาย

ริ้วรอยเคลื่อนไหว (ตอนแสดงสีหน้า)

ริ้วรอยสถิต (แม้ไม่มีสีหน้า)

เป้าหมาย

ชะลอความเร็วที่ริ้วรอยจะลึกขึ้น

ปรับปรุงความลึกของริ้วรอยที่เกิดขึ้นแล้ว

กล้ามเนื้อหน้าผากและกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว — จุดที่เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า


เบบี้โบท็อกซ์ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร

 

 

เกณฑ์ตัดสินใจว่าควรเริ่มเมื่อไร

เกณฑ์แบบ "อายุปลาย 20 ต้องเริ่มแล้ว" หรือ "ต้น 30 ยังเร็วไป" ไม่ได้มีความหมายมากนัก สิ่งสำคัญคือร่องรอยของการแสดงสีหน้าเหลืออยู่มากแค่ไหนต่างหาก

 

ลองยืนหน้ากระจกแล้วเช็ก 3 ข้อนี้ดู

  • ความถี่ของริ้วรอยเคลื่อนไหว — ถ้าตอนขมวดคิ้วหรือย่นหน้าผาก เส้นเดิมเกิดซ้ำที่จุดเดิมทุกครั้ง แล้วรอยยังคงอยู่อีกสองสามวินาทีแม้จะคลายสีหน้าแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณให้พิจารณาช่วงเวลาที่ควรเริ่มดูแล

  • สภาพผิวตอนไม่มีสีหน้า — ถ้าแม้แต่ตอนที่หน้าผ่อนคลายเต็มที่ก็ยังเริ่มเห็นเส้นบาง ๆ ที่หว่างคิ้วหรือหน้าผาก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ากำลังก้าวข้ามจากริ้วรอยเคลื่อนไหวไปสู่ขั้นต่อไปแล้ว

  • พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ — ลองสังเกตด้วยว่ามีนิสัยขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวตอนมีสมาธิหรือเจอแสงจ้าหรือไม่ ยิ่งทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ แบบนี้บ่อยเท่าไร ริ้วรอยก็ยิ่งเกิดเร็วกว่าคนวัยเดียวกัน

ทาง DermNet ก็ระบุว่าโบทูลินั่มท็อกซินถูกใช้อย่างแพร่หลายกับริ้วรอยแนวนอนที่หน้าผาก ริ้วรอยแนวตั้งที่หว่างคิ้ว (กล้ามเนื้อขมวดคิ้ว) และริ้วรอยรอบดวงตา โดยแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ ข้อมูลนี้เชื่อมโยงกับแนวคิดที่ว่าเกณฑ์การใช้ควรอิงจากชนิดของริ้วรอยและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ มากกว่าอายุที่แน่นอน

 

สุดท้ายแล้ว "จะเริ่มเมื่อไร" มีเกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงมากกว่าคือ "ตอนนี้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าของเราอยู่ในขั้นไหน" มากกว่าช่วงอายุ การเข้าดูแลตั้งแต่ขั้นริ้วรอยเคลื่อนไหวที่ยังตื้น กับการเข้าดูแลหลังจากริ้วรอยสถิตตั้งตัวแล้ว อาจให้เป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต่างกัน


เกณฑ์ตัดสินใจว่าควรเริ่มเมื่อไร

 

 

ความคาดหวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ

หลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกับโบท็อกซ์เชิงป้องกันยังอยู่ในขั้นตอนสะสมข้อมูล เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกขนาดใหญ่ที่วัดผลระยะยาวมากพอ การกล่าวแบบฟันธงว่า "เริ่มฉีดตอนอายุเท่านี้จะป้องกันริ้วรอยได้ X%" จึงยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากวรรณกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบัน

 

แต่ตรรกะที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปคือแบบนี้ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าจะค่อย ๆ ลึกขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อพับตัวซ้ำ ๆ นับพันครั้งที่จุดเดิม จนผิวถูกกดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลง จำนวนครั้งที่ผิวถูกพับก็จะลดลง และอาจช่วยชะลอความเร็วที่ผิวบริเวณนั้นจะแข็งตัวได้ นี่คือเหตุผลที่การรักษาเชิงป้องกันได้รับความสนใจ

 

มาดูความเข้าใจผิดที่พบบ่อยกันบ้าง

  • "เริ่มเร็วเกินไปจะทำให้ต้องใช้ปริมาณมากขึ้นในภายหลัง" — เป็นความกังวลว่าจะเกิดภาวะดื้อยาจากการฉีดซ้ำ ๆ แต่การตอบสนองของแต่ละคนต่างกัน จึงฟันธงไม่ได้ ถ้ารักษาปริมาณและระยะห่างที่เหมาะสม กรณีที่เกิดปัญหาภาวะดื้อยาก็ไม่ได้พบบ่อยนัก

  • "สีหน้าจะแข็งทื่อไปเลย" — เบบี้โบท็อกซ์ไม่ได้ทำให้สีหน้าหายไป แต่ปรับให้ลดระดับลงเท่านั้น หากออกแบบปริมาณให้เหมาะสม ก็ยังคงสีหน้าที่เป็นธรรมชาติได้เพียงพอ

  • "เริ่มครั้งเดียวแล้วต้องฉีดตลอดไป" — ถ้าหยุดฉีด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ไม่ใช่เรื่องการพึ่งพา แต่เป็นเรื่องของการบริหารรอบการฉีดมากกว่า

  • "ไม่มีริ้วรอยแล้วฉีดก็ไม่มีประโยชน์" — แม้จะยังไม่มีริ้วรอยสถิต แต่ถ้าริ้วรอยเคลื่อนไหวเกิดซ้ำ ๆ บ่อยครั้ง ก็อาจมีประโยชน์ในแง่ของการชะลอความเร็วที่ผิวบริเวณนั้นจะแข็งตัว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ต้องดูจากสภาพสีหน้าจริงเท่านั้น

พูดตามตรงเกี่ยวกับข้อจำกัดของหลักฐานที่มีอยู่ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าโบท็อกซ์เชิงป้องกันได้ผลจริง มันคือทางเลือกที่อยู่ระหว่าง "ฉีดแล้วอาจจะดี" กับ "ต้องฉีดแน่นอน"

แนวทางการฉีดโบท็อกซ์ตามระยะของริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า


ความคาดหวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

 

เหตุผลที่ความแตกต่างของแต่ละบุคคลสำคัญต่อการกำหนดปริมาณและรอบการฉีด

แม้จะอายุเท่ากันและสภาพหว่างคิ้วดูคล้ายกัน แต่ปริมาณที่จำเป็นและรอบการฉีดที่เหมาะสมก็ต่างกันไปในแต่ละคน มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อเรื่องนี้

 

ความหนาและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ — ความหนาและแรงของกล้ามเนื้อหน้าผากหรือกล้ามเนื้อขมวดคิ้วต่างกันมากในแต่ละคน แม้ฉีดปริมาณเท่ากัน คนที่กล้ามเนื้อแข็งแรงกว่าอาจเห็นผลสั้นกว่า และสีหน้าถูกจำกัดน้อยกว่า

 

พฤติกรรมการแสดงสีหน้า — แม้ฉีดปริมาณเท่ากัน ระยะเวลาที่เห็นผลก็ต่างกันไปตามความถี่และความแรงของการใช้กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวัน ยิ่งมีนิสัยขมวดคิ้วบ่อย ผลก็มักจะหมดเร็วกว่า

 

สภาพผิว — ถ้าผิวบางลงหรือความยืดหยุ่นลดลงไปมากแล้ว การลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดในการปรับปรุงริ้วรอย จึงมักต้องใช้แนวทางอื่นควบคู่ไปด้วย

 

ระดับเป้าหมายที่ต้องการ — การออกแบบปริมาณจะต่างกันไปตามว่าต้องการคงสีหน้าให้เป็นธรรมชาติที่สุด หรือต้องการเน้นผลป้องกันริ้วรอยให้มากขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้ แนวคิด "ปริมาณมาตรฐานของเบบี้โบท็อกซ์" จึงไม่ได้มีความหมายมากนัก สิ่งสำคัญคือกระบวนการที่แพทย์ผู้ทำหัตถการดูสีหน้าจริงตั้งแต่ครั้งแรก ประเมินการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและตำแหน่งริ้วรอยไปพร้อมกัน แล้วค่อยปรับปริมาณให้เหมาะสม การดูผลลัพธ์แล้วค่อยตัดสินใจรอบและปริมาณครั้งถัดไปร่วมกันคือแนวทางที่มั่นคงกว่า


เหตุผลที่ความแตกต่างของแต่ละบุคคลสำคัญต่อการกำหนดปริมาณและรอบการฉีด

 

 

หากต้องการปรึกษาที่บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮับจอง

บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮับจอง ให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพก่อนการรักษาเป็นอันดับแรก มากกว่าผลลัพธ์ของการรักษา การให้คำปรึกษาจะเริ่มจากการดูสีหน้าจริง ประเมินระยะของริ้วรอยและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แล้วพูดคุยร่วมกันว่าแนวทางไหนเหมาะกับคุณในตอนนี้

 

ทางคลินิกเลือกเริ่มจากปริมาณที่ระมัดระวังก่อน แล้วดูการตอบสนองเพื่อปรับ มากกว่าการเพิ่มปริมาณสูงตั้งแต่แรก และจะมาดูผลลัพธ์ร่วมกันอีกครั้งในการมาพบครั้งถัดไป คลินิกอยู่ห่างจากสถานีฮับจองเพียง 5 นาทีเดิน หากมีคำถามก่อนมาครั้งแรกก็สามารถจองคิวปรึกษาล่วงหน้าเพื่อสอบถามได้เลยค่ะ


หากต้องการปรึกษาที่บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮับจอง

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. อายุกลาง 20 แล้วเริ่มฉีดตอนนี้จะเร็วเกินไปไหมคะ

 

A. สิ่งสำคัญกว่าอายุคือตอนนี้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าอยู่ในขั้นไหนครับ แม้จะเป็นเส้นที่เกิดเฉพาะตอนขมวดคิ้ว แต่ถ้าเกิดซ้ำที่จุดเดิมอยู่เรื่อย ๆ การเข้ามาปรึกษาในสภาพแบบนี้ก็ไม่ถือว่าเร็วเกินไปครับ แต่ถ้าริ้วรอยเคลื่อนไหวยังไม่ชัดเจนนัก ก็อาจยังไม่ใช่กรณีที่ต้องเริ่มทันที ต้องดูสีหน้าจริงถึงจะตัดสินใจได้ครับ

 

Q. ถ้าฉีดเบบี้โบท็อกซ์แล้วสีหน้าจะดูแปลก ๆ ไหมคะ

 

A. ถ้าฉีดในปริมาณน้อย จะเป็นการลดระดับความเข้มของสีหน้า ไม่ใช่การทำให้สีหน้าหายไป จึงยังคงการแสดงออกที่เป็นธรรมชาติไว้ได้ครับ แต่ถ้าฉีดปริมาณมากเกินไปตั้งแต่ครั้งแรกอาจรู้สึกแปลก ๆ ได้ ดังนั้นช่วงเริ่มต้นควรใช้ปริมาณที่ระมัดระวังก่อน แล้วค่อยดูผลตอบสนองเพื่อปรับ จะปลอดภัยกว่าครับ

 

Q. ถ้าเริ่มฉีดแล้วต้องฉีดต่อเนื่องตลอดไปไหมคะ

 

A. ถ้าหยุดฉีด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจะกลับมาเป็นปกติ และริ้วรอยก็จะดำเนินต่อไปตามธรรมชาติครับ ไม่ได้เกิดการพึ่งพาแต่อย่างใด เพียงแต่ถ้าต้องการรักษาผลลัพธ์ไว้ก็ต้องดูแลเป็นรอบ ๆ ต่อเนื่อง การหยุดฉีดไม่ได้ทำให้ริ้วรอยเกิดเร็วขึ้นหรือแย่ลงกว่าก่อนหน้านี้ครับ

 

Q. ฉีดหว่างคิ้วกับหน้าผากพร้อมกันได้ไหมคะ

 

A. หลายคนฉีดทั้งสองบริเวณพร้อมกันครับ แต่กล้ามเนื้อหน้าผากมีหน้าที่ยกคิ้วด้วย หากฉีดปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เปลือกตาดูหนักลง เมื่อฉีดหว่างคิ้วและหน้าผากพร้อมกัน การควบคุมปริมาณที่หน้าผากจึงสำคัญเป็นพิเศษ และแพทย์ผู้ทำหัตถการจะดูสีหน้าจริงก่อนตัดสินใจครับ

 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1