ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

สกัลป์ตราแก้มหลังนูน? แปลว่าเทคนิคฉีดผิดวิธี

สกัลป์ตราแก้มหลังนูน? แปลว่าเทคนิคฉีดผิดวิธี

สกัลป์ตราแก้มหลังนูน? แปลว่าเทคนิคฉีดผิดวิธี

สคัลป์ตราแก้มหลัง ต้องฉีดลึกใต้โหนกแก้มแบบหว่านเมล็ด ไม่ใช่ทำนูน จึงได้วอลลุ่มธรรมชาติ

 

 

💡 สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน


Q. ถ้าเติมแก้มตอบด้านหลัง (뒷볼) ด้วย Sculptra จะช่วยให้ดูมีวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติจริงไหมคะ?

A. จะดูเป็นธรรมชาติก็ต่อเมื่อได้รับการฉีดในชั้นผิวและตำแหน่งที่ถูกต้องเท่านั้นครับ หากฉีดตื้นเกินไปหรือผิดตำแหน่ง จะทำให้ผิวดูนูนเป็นก้อนและดูไม่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าเดิมครับ


Q. สาเหตุที่ทำให้แก้มตอบด้านหลังดูตอบลงไปคืออะไรคะ?

A. เป็นเพราะเมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันลึก (Deep fat pad) บริเวณใต้โหนกแก้มจะลดลงครับ การเติมแค่เฉพาะที่ผิวชั้นบนจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด

 

เจาะลึกมุมมองจาก หมอวี ยองจิน

 

เวลาที่หมอเติมแก้มตอบด้านหลังด้วย Sculptra

หมอจะคอยเน้นย้ำเสมอว่า ต้องเติมในส่วนที่ลึกที่สุดใต้โหนกแก้ม เหมือนกับการ "หว่านเมล็ดพันธุ์" ครับ

 

และที่สำคัญคือ ห้ามตั้งใจฉีดให้ออกมาดูโปนเด็ดขาดครับ

스컬트라 뒷볼 시술 올바른 주입 위치와 층 설명

 

 

ปัญหาแก้มตอบด้านหลัง ไม่ใช่เรื่องของผิว "ชั้นนอก"

 

สำหรับคนที่มีปัญหาแก้มตอบด้านหลังดูยุบตัวลงไป

ส่วนใหญ่มักจะคิดแค่ว่า "เป็นเพราะขาดวอลลุ่ม" เท่านั้น

แต่จริงๆ แล้ว เราต้องมองให้ลึกและแม่นยำกว่านั้นครับ

 

ใบหน้าของคนเราประกอบด้วยชั้นไขมันหลายชั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ชั้นไขมันลึก (Deep fat pad)" ที่อยู่ใต้กระดูกโหนกแก้มซึ่งเป็นชั้นที่ลึกที่สุด

จะเป็นส่วนที่เริ่มลดลงก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อเราอายุมากขึ้น

และเป็นส่วนที่ลดลงมากที่สุดด้วยครับ

พอชั้นไขมันลึกส่วนนี้ยุบลง ผลลัพธ์ก็คือ

เนื้อเยื่อที่อยู่ด้านบนจะไม่มีตัวช่วยพยุง ทำให้ผิวเกิดการหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วงหรือดูแบนราบลงไป

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แก้มตอบด้านหลังดูเว้าลึกเข้าไปนั่นเองครับ

 

บอกตามตรงเลยว่า การพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเติมสารเติมเต็มที่ผิวชั้นตื้น

ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องตามโครงสร้างกายวิภาคครับ

มันเปรียบเสมือนการแค่เปลี่ยนวอลเปเปอร์ใหม่ ทั้งๆ ที่เสาหลักของบ้านกำลังทรุดตัวลงนั่นเอง

 

ดังนั้น เวลาที่หมอใช้ Sculptra หมอมักจะพูดประโยคนี้เสมอครับ

"เราต้องฉีดเข้าไปในผิวชั้นลึก เหมือนกับการหว่านเมล็ดพันธุ์"

เพราะ Sculptra ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ในทันทีเหมือนฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก

แต่เป็นวิธีการเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ดังนั้น จุดที่เราหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป จึงส่งผลต่อลัพธ์อย่างสิ้นเชิงครับ

 

การกระจายตัวยาอย่างสม่ำเสมอในบริเวณที่ลึกที่สุดใต้โหนกแก้ม

ซึ่งก็คือชั้นไขมันลึกที่อยู่ใกล้กับกระดูก

จะช่วยให้วอลลุ่มค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในภายหลังครับ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากตรงนี้ครับ

เป็นจุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยๆ

หากคุณใช้ Sculptra กับแก้มตอบด้านหลังโดยตั้งเป้าหมายว่า "ต้องการให้มันดูพองหรือนูนขึ้นมา"

ปัญหาจะตามมาอย่างแน่นอนครับ

ซึ่งหมอจะอธิบายเหตุผลให้ฟังในหัวข้อถัดไปกันครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

ปัญหาแก้มตอบด้านหลัง เกิดจากการลดลงของชั้นไขมันลึกใต้โหนกแก้ม ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

Sculptra จะต้องถูกฉีดและกระจายตัวในชั้นลึกนี้ดั่งการหว่านเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้โคลลาเจนค่อยๆ สร้างตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

หากเน้นฉีดที่ผิวชั้นตื้นเพื่อหวังผลให้ผิวดูพองนูน ผลลัพธ์ที่ได้อาจกลายเป็นรอยนูนที่ดูไม่เป็นธรรมชาติแทน

 

ความหมายที่แท้จริงของคำว่า "ห้ามตั้งเป้าหมายว่าจะฉีดให้ดูพองนูน"

 

พอได้ยินแบบนี้ครั้งแรก หลายคนอาจจะรู้สึกสงสัยใช่ไหมครับ

ทั้งๆ ที่เป็นการทำหัตถการเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม แต่ทำไมถึงห้ามทำให้มันดูนูนขึ้นมากันนะ

 

เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนครับ

แม้ลัพธ์สุดท้ายจะต้องการให้เกิดวอลลุ่มขึ้นมาจริงๆ

แต่ถ้าตอนฉีดดันตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเอาให้ "พองนูน" ตำแหน่งและชั้นผิวที่ฉีดก็อาจจะคลาดเคลื่อนได้ครับ

เพราะทันทีที่แพทย์ผู้รักษาตัดสินใจว่า "ตรงนี้ต้องเติมให้อิ่มขึ้นอีก"

ตัวยาก็มักจะไปกองกระจุกอยู่ในที่เดียว หรือถูกฉีดเข้าไปในชั้นที่ตื้นเกินไปได้ง่ายครับ

 

แม้ว่า Sculptra จะค่อยๆ ทำงานและเห็นผลลัพธ์ชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

 

แต่เนื่องจากตอนฉีด เมล็ดพันธุ์จะถูกผสมกับน้ำเพื่อทำการฉีด

การที่คนไข้จะรู้สึกว่าแก้มดูอิ่มนูนขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ

 

ด้วยเหตุนี้ หมอจึงยึดหลักการนี้เสมอมาครับ

คือการกระจายตัวยาในปริมาณที่เหมาะสม เป็นบริเวณกว้างอย่างสม่ำเสมอ

ในชั้นผิวที่ลึกที่สุดใต้กระดูกโหนกแก้ม แม้ว่าทันทีหลังทำอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดูหวือหวา

แต่ร่างกายจะค่อยๆ สร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติในช่วง 3-6 เดือน ซึ่งนี่คือกระบวนการตอบสนองที่ถูกต้องครับ

 

 







ใครที่เหมาะกับการทำ Sculptra บริเวณแก้มตอบด้านหลังบ้าง

 

แม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส แต่โดยปกติหมอจะแบ่งคนไข้ที่มีปัญหาแก้มตอบด้านหลังออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ครับ

 

ประเภทแรก:

ผู้ที่มีภาวะแก้มตอบและใบหน้าส่วนกลางดูแบนลงโดยรวม

คนไข้กลุ่มนี้จะตอบสนองต่อ Sculptra ได้ดีมากๆ ครับ

เนื่องจากเป็นรูปแบบการลดลงของชั้นไขมันลึกที่ชัดเจน การกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกจึงช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างดีเยี่ยม

 

ประเภทที่สอง:

ผู้ที่มีเนื้อแก้มปกติ แต่กลับมีแค่บริเวณแก้มตอบด้านหลังข้างใดข้างหนึ่งที่ดูตอบลงไปอย่างเห็นได้ชัด

กรณีนี้อาจเกิดจากผลกระทบของการหย่อนคล้อยมากกว่าการลดลงของไขมัน

ซึ่งการรักษาด้วย Sculptra เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอครับ

เป็นเคสที่จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการร้อยไหมหรือวิธีอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ

 

นอกจากนี้ ระยะห่างของการทำก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยทั่วไปจะทำประมาณ 2-3 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 4-6 สัปดาห์

จากนั้นจึงประเมินผลเพื่อคงสภาพการรักษาครับ

การพยายามอัดปริมาณยาเยอะๆ ในครั้งเดียวเพื่อให้จบในครั้งเดียว ไม่ใช่วิธีการที่ดีเลยครับ

หลักการสำคัญคือ "ทีละน้อย หลายๆ ครั้ง และฉีดให้ลึก" ครับ

 

สำหรับคนไข้ที่มาครั้งแรก

มักจะพูดบ่อยๆ ว่า "ครั้งก่อนหน้านี้ไปทำจากที่อื่นมารวม 3 ครั้งแล้ว ไม่เห็นผลเลยค่ะ"

ซึ่งพอหมอได้ตรวจตรวจรักษาดู ก็จะสืบทราบว่าบ่อยครั้งเป็นเพราะตำแหน่งหรือชั้นผิวที่ฉีดมีความคลาดเคลื่อนไปจากที่ควรจะเป็นครับ หลังจากเปลี่ยนมาใช้วิธีการของคลินิกเราและทำการรักษาไปประมาณ 2 ครั้ง ก็มีคนไข้หลายท่านที่พึงพอใจกับผลลัพธ์กลับไปเยอะมากครับ

 

 













คำถามที่พบบ่อย

Q1หลังจากทำ Sculptra ที่แก้มตอบด้านหลัง จะมีรอยช้ำหรืออาการบวมนานแค่ไหนคะ?

 

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำการฉีดเข้าในชั้นผิวที่ลึก โอกาสในการเกิดรอยช้ำจึงอาจมากกว่าบริเวณผิวชั้นบนครับ โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันในการฟื้นตัว

สำหรับอาการบวม ส่วนใหญ่จะยุบลงภายใน 2-3 วันเท่านั้น ส่วนรอยช้ำจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล ดังนั้นหากมีแผนการเดินทางหรือออกงานสำคัญ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าดีกว่าครับ หากวันรุ่งขึ้นมีคิวถ่ายแบบหรืองานอีเวนต์สำคัญ หมอแนะนำให้เลื่อนจองคิวจัดเวลาทำใหม่จะดีที่สุดครับ

Q2การทำ Sculptra แก้มตอบด้านหลัง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

 

คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นโดย Sculptra จะไม่ถูกดูดซึมและหายไปจากร่างกายเหมือนกับฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิกครับ แม้ว่าคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้จะคงอยู่ได้ยาวนาน แต่เนื่องจากกระบวนการชราตามวัยยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทางเราจึงแนะนำให้ทำหัตถการเพื่อคงสภาพผิวปีละ 1-2 ครั้งครับ

หากเริ่มต้นทำโครงสร้างแรกเริ่มได้เป็นอย่างดีแล้ว การทำเพื่อคงสภาพผิวในครั้งต่อไปจะใช้ปริมาณที่น้อยลงกว่าเดิมมากครับ

Q3ระหว่างฟิลเลอร์กับ Sculptra วิธีไหนเหมาะกับการทำบริเวณแก้มตอบด้านหลังมากกว่ากันคะ?

 

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ต่างกันครับ ฟิลเลอร์คือการสร้างวอลลุ่มในทันที ส่วน Sculptra คือการเน้นเข้าไปเพิ่มคอลลาเจนของผิวเองตามธรรมชาติ

ในกรณีที่ต้องการแก้ไขบริเวณกว้างอย่างแก้มตอบด้านหลังเพื่อให้ได้วอลลุ่มที่คืนกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ หมอจะเอนเอียงไปทางแนะนำ Sculptra มากกว่าครับ ส่วนฟิลเลอร์จะเหมาะกับบริเวณที่ต้องการเติมเต็มเฉพาะจุดอย่างสม่ำเสมอ หากไปใช้ฟิลเลอร์จำนวนมากในบริเวณกว้างๆ ก็อาจส่งผลเสียทำให้ผิวดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตุ่มแดงที่คิดว่าเป็นสิว แต่อาจเป็นรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ซึ่งมีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน

ผิว

สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ

สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ต้องอ่านและเลือกใช้อย่างไรดีคะ?

ผิว

ครีมกันแดด มีวิธีอ่านและเลือกค่า SPF กับ PA อย่างไรดีคะ?

SPF50 ไม่ได้แปลว่าดีที่สุดเสมอไปนะ! มาดูไกด์สรุปความหมายของตัวเลข และเกณฑ์การเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับระดับการเจอแดดกันเลย

Shurink Universe ควรทำกี่ช็อตดี? เกณฑ์จำนวนช็อตตามตำแหน่งและผลลัพธ์ที่ต้องการ

ยกกระชับ

Shurink Universe ควรทำกี่ช็อตดี? เกณฑ์จำนวนช็อตแบ่งตามบริเวณและผลลัพธ์ที่ต้องการ

แม้จะทำ 300 shots เท่ากัน แต่ถ้ากระจายช็อตต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันค่ะ! นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราไม่ควรเปรียบเทียบแค่ตัวเลข พร้อมไกด์ไลน์เกณฑ์จำนวน shot แต่ละบริเวณ

Oligio X การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) ควรทำกี่ครั้งดีนะ?

ผิว

Oligio X การยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ควรทำกี่ครั้งถึงจะดีที่สุดคะ?

การรักษาจะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่เห็นผลลัพธ์เพียงพอได้ในการทำเพียง 1 ครั้ง กับกลุ่มที่แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสะสมผลลัพธ์ มาดูคู่มือการวางแผนจำนวนครั้งในการทำ Monopolar RF กันค่ะ

Potenza ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรูขุมขนนะคะ แต่ยังเป็นไมโครนีดิลคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ที่ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีมากด้วยค่ะ

ผิว

Potenza ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรูขุมขนเท่านั้นนะ แต่ยังเป็นคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบไมโครนีดเดิล (microneedle RF) ที่ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีอีกด้วยค่ะ

การรักษาเรื่องรูขุมขนและรอยแผลเป็น กับเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ จะใช้การตั้งค่าที่ต่างกันนะคะ นี่คือคู่มือสรุปเกณฑ์ความลึกของหัวเข็ม (needle) และจำนวนครั้งในการรักษาตามแต่ละจุดประสงค์ค่ะ

หลังจากลบรอยสักด้วย Picoway แล้ว มีสะเก็ดแผลและตุ่มน้ำใสเกิดขึ้น ขั้นตอนการฟื้นฟูผิวจะเป็นอย่างไรบ้างคะ?

ลบรอยสัก

หลังทำ Picoway ลบรอยสัก แล้วมีสะเก็ดหรือสะเก็ดน้ำใสๆ ขั้นตอนการฟื้นฟูผิวจะเป็นอย่างไรบ้างคะ?

สะเก็ดและตุ่มน้ำอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูผิวตามปกติ คู่มือนี้จะช่วยอธิบายว่าทำไมถึงไม่ควรแกะหรือลอกสะเก็ดออก พร้อมแนะนำเกณฑ์ระยะห่างในการทำหัตถการแต่ละครั้ง

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1