
ทำไมรอยสักอิเรซุมิจึงลบออกได้ยากเป็นพิเศษ?
ทำไมรอยสักอิเรซุมิจึงลบออกได้ยากเป็นพิเศษ?
ทำไมรอยสักอิเรซุมิจึงลบออกได้ยากเป็นพิเศษ?
ลบสักอิเระซึมิยากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ขนาด แต่การรีทัชและความเข้มสีทำให้เลเซอร์ตอบสนองต่างออกไป
ลบรอยสักอิเรซูมิ (Irezumi) ทำไมเขาถึงบอกว่าลบยากเป็นพิเศษกันนะ?
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแดครับ
💡 เช็กนิดนึงก่อนอ่านนะ
Q. ที่ลบรอยสักอิเรซูมิยาก เป็นเพราะว่าขนาดรอยสักมันใหญ่เฉย ๆ รึเปล่าครับ?
A. ขนาดเป็นแค่เรื่องรองครับ เหตุผลที่แท้จริงอยู่ที่ 'ความลึกและความแน่นของเม็ดสีที่ฝังอยู่ใต้ผิว' ต่างหากครับ
Q. ยิงเลเซอร์แรง ๆ จะได้ลบออกเร็วขึ้นไม่ได้เหรอครับ?
A. ยิ่งเม็ดสีมีความหนาแน่นมาก ยิ่งต้องลบอย่างเป็นขั้นตอนทีละสเต็ปครับ เพื่อที่จะลบออกได้อย่างเรียบเนียนโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้

📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้
ทำไมรอยสักอิเรซูมิถึงลบยากกว่า?
เพราะมักผ่านการสักทับ (retouch) หลายครั้ง และส่วนใหญ่เป็นผลงานของช่างสักระดับยอดฝีมือ ทำให้ปริมาณหมึกสีฝังลึกแน่นหนามาก การสลายเม็ดสีจึงทำได้ยากตามไปด้วย
อิเรซูมิ ทำไมใช้เลเซอร์ตัวเดียวกันแต่ถึงใช้เวลานานกว่า
บอกตามตรงนะครับ,
เวลาที่หมอให้คำปรึกษาเคสลบรอยสักอิเรซูมิ
หลาย ๆ คนชอบคิดว่า "ก็แค่รอยสักวงใหญ่เฉย ๆ ก็คงแค่ใช้เวลานานหน่อยมั้ง"
มีคนที่คิดแบบนี้เยอะมากจริง ๆ ครับ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่ต้องรู้ไว้ครับ
เหตุผลจริง ๆ ที่ทำให้อิเรซูมิลบยาก
ไม่ใช่เรื่องของขนาด แต่เป็นเรื่องของ 'ความหนาแน่นและชั้นระดับของเม็ดสี' ครับ
รอยสักอิเรซูมิโดยพื้นฐานแล้วเป็นศิลปะลายสักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ช่างสัก (Tattooist) ที่ทำงานประเภทนี้
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงและฝีมือดีมาก ๆ ครับ
แต่ปัญหาก็คือ ยิ่งช่างสักฝีมือดีเท่าไหร่
เขาก็จะยิ่งลงน้ำหนักสีได้แม่นยำ ฝังเม็ดสีได้ถี่ยิบ
และอัดแน่นเม็ดสีลงไปในผิวได้มากกว่าปกติครับ
แถมรอยสักอิเรซูมิ
จะมีการสักทับ (retouch) บ่อยมาก ๆ
เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบของผลงานให้สวยงามเด่นชัด
ช่างมักจะสักซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ลงที่เดิมหลายรอบครับ

และทุกครั้งที่มีการรีทัชสักทับลงไป
ปริมาณเม็ดสีหมึกที่สะสมอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) บริเวณนั้น
จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลยครับ
ถ้าเป็นรอยสักทั่วไป เม็ดสีหมึกจะ
กระจายตัวอยู่ที่ความลึกใต้ผิวประมาณ 1-2 มม.
แต่สำหรับอิเรซูมิที่ผ่านการสักซ้ำย้ำ ๆ หลายหน
ความลึกจะไม่สม่ำเสมอ
แถมความหนาแน่นของชั้นสีก็หนากว่ามากครับ
วิธีการทำงานของเลเซอร์ในการสลายรอยสักคือ
การยิงพลังงานแสงที่เข้มข้นสูงในระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ
เพื่อเข้าไปทุบทำลายอณูของเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ยิ่งมีเม็ดสีสะสมอยู่หนาแน่นแถมทับถมกันหลายชั้น
ปริมาณโมเลกุลสีที่ต้องทำลายในคราวเดียวก็ยิ่งมหาศาล
แน่นอนว่าจำนวนครั้งในการทำเลเซอร์ก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ
เรื่องนี้หมอขอชี้แจงนิดนึงครับว่า
มันไม่ใช่เรื่องของการ "ยิงให้แรงขึ้น หรือยิงให้บ่อยขึ้น" แล้วจะแก้ปัญหาได้เสมอไป
ในทางกลับกัน การพยายามใช้เลเซอร์พลังงานสูงเกินไปตั้งแต่แรกในขณะที่สีอัดแน่นหนามาก
จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนใต้ผิวหนังมากเกินไป
และเสี่ยงที่จะเกิดรอยดำคล้ำหลังทำ (PIH) หรือรอยแผลเป็นได้ง่ายขึ้นมากครับ
ดังนั้น แพลนการลบรอยสักอิเรซูมิ
แทนที่จะคิดว่าจะ 'ลบให้เกลี้ยงในคราวเดียว'
แต่กลยุทธ์การค่อย ๆ สลายตัวยาและเม็ดสีออกไปทีละชั้น ๆ
จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่ามากและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
รอยสักอิเรซูมิคืองานของ 'ช่างระดับปรมาจารย์' แต่มันกลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ลบยากขึ้นอย่างย้อนแย้งครับ
เพราะมีการแต่งสีย้ำ ๆ เม็ดสีจึงซ้อนทับกันอย่างหนาแน่น
ปริมาณหมึกสีที่เลเซอร์ต้องเข้าไปสลายตัวในครั้งเดียวนั้น ถือว่าอยู่ในคนละเลเวลกับรอยสักทั่วไปอย่างสิ้นเชิงครับ
ดังนั้น การวางแผนคาดการณ์จำนวนครั้งและเว้นระยะห่างในการทำอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จึงสำคัญที่สุดครับ
วิธีการลบรอยสักอิเรซูมิ ควรเริ่มต้นอย่างไรดี
นี่เป็นส่วนที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ นะครับ
"ถ้าไปคลินิกที่มีเครื่องเลเซอร์ดี ๆ นวัตกรรมดัง ๆ จะลบออกได้เร็วขึ้นไหมคะ?"
หมอเจอคำถามแนวนี้บ่อยมาก ๆ
ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์นั้นสำคัญแน่นอนครับ
จริงอยู่ที่กลุ่มเครื่องเลเซอร์ Picosecond laser (Pico laser) สามารถทุบสลายเม็ดสีหมึกได้ละเอียดกว่าเลเซอร์กลุ่ม Nano แบบดั้งเดิม
แต่สำหรับรอยสักที่มีความหนาแน่นของเม็ดสีสูงมากแบบอิเรซูมิ
'กลยุทธ์และการออกแบบการรักษา' ของแพทย์สำคัญมากกว่าประสิทธิภาพของเครื่องเพียว ๆ เสียอีกครับ
แม้ว่าในแต่ละเคสจะมีความแกต่างกันไป
แต่นี่คือแนวทางการรักษาที่หมอมักจะใช้ดีไซน์ให้คนไข้ครับ
อย่างแรก หมอจะต้องวิเคราะห์สเปกตรัมของโทนสีก่อน
เพราะนอกจากสีดำแล้ว รอยสักอิเรซูมิมักจะผสานสีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงินปนอยู่ด้วย
ทำให้เราต้องเลือกใช้ความยาวคลื่น (Wavelength) ที่ทำปฏิกิริยาเฉพาะเจาะจงกับแต่ละสีแยกกันครับ
เช่น เม็ดสีกลุ่มโทนดำจะตอบสนองได้ดีกับความยาวคลื่น 1064 nm,
โทนสีแดงทำปฏิกิริยากับคลื่น 532 nm,
ส่วนโทนสีน้ำเงิน/เขียว จะต้องการคลื่น 694 nm หรือ 755 nm ในการรักษา
นั่นหมายความว่า หมอต้องสลับใช้ความยาวคลื่นเลเซอร์แต่ละตัวให้ตรงกับแต่ละเฉดสีนั่นเองครับ
อย่างที่สอง หมอต้องเช็กประวัติการสักซ้ำ (Retouch) ของคนไข้เสมอ
แม้จะเป็นรอยสักอิเรซูมิเหมือนกัน
แต่จำนวนครั้งที่เติมสีมา จะทำให้การประเมินจำนวนครั้งในการยิงเลเซอร์แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ
มีคนไข้หลายคนที่เคยลบจากที่อื่นมาเป็น 10 ครั้งแล้วไม่เห็นผล แต่พอมาลบที่คลินิกของเรา
หลังจากหมอเปลี่ยนเทคนิคและกลยุทธ์ในการเข้าถึงชั้นผิว
แค่ทำไปเพียง 2-3 ครั้ง คนไข้ก็สัมผัสได้ถึงความจางลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
การปรับเปลี่ยนย่านความยาวคลื่นเลเซอร์และการปรับระยะเวลาในการเว้นช่วงทำอย่างถูกต้อง คือกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างนี้ครับ
มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากบอกเพื่อให้คนไข้ตั้งรับตามความเป็นจริงนะครับ
การลบรอยสักอิเรซูมิ โดยเฉลี่ยแล้ว
ควรเตรียมใจไว้เลยว่าจะต้องทำอย่างน้อย 10 ครั้งขึ้นไปเป็นเกณฑ์มาตรฐานครับ
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ สีที่ใช้ และระดับความหนาแน่นของการรีทัช
เคสที่ยิงเลเซอร์เกิน 20 ครั้งขึ้นไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ
แต่หากเราวางแผนระยะการรักษาแบบสมเหตุสมผลร่วมกันตั้งแต่ต้น
และคนไข้เข้ามารับบริการอย่างสม่ำเสมอ
ผลลัพธ์ที่สีรอยสักเริ่มจางลงอย่างชัดเจนหรือถูกลบออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็เป็นสิ่งคาดหวังได้อย่างแน่นอนครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. ระหว่างการลบรอยสักอิเรซูมิ มีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นไหมคะ?
A. เป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากว่าไม่มีความเสี่ยงเลยครับ
โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสักทับถมสีย้ำ ๆ กันมาหลายหน
เนื่องจากเนื้อสีฝังตัวลึกและแน่นมาก
หากแพทย์ใช้พลังงานเลเซอร์สูงเกินความจำเป็นในการยิงตั้งแต่ช่วงแรก
ความเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้หรือความร้อนทำลายเนื้อเยื่อผิวก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ใน 1-2 ครั้งแรก หมอจะเลือกใช้ระดับพลังงานที่ค่อนข้างเพลย์เซฟไว้ก่อน เพื่อสังเกตการตอบสนองของผิวก่อนเสมอ
แล้วหลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ขยับระดับพลังงานขึ้นตามระดับความเหมาะสมครับ
แม้ว่าวิธีนี้จะใช้เวลานานขึ้นอีกสักนิด
แต่การที่ลบออกได้โดยไม่มีรอยแผลเป็นทิ้งไว้กวนใจ
ย่อมให้ผลลัพธ์สุดท้ายที่คุ้มค่ากว่าแน่นอนครับ
Q2. ระยะห่างของแต่ละครั้ง ควรเว้นนานแค่ไหนดีคะ?
A. โดยปกติหมอแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 6-8 สัปดาห์ครับ
เนื่องจากเม็ดสีหมึกที่ถูกเลเซอร์ทุบจนเป็นโมเลกุลขนาดเล็กแล้วนั้น
ร่างกายจะใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophage) ค่อย ๆ จับกินและขับถ่ายของเสียเหล่านี้ออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง
ซึ่งกระบวนการขับสีนี้จำเป็นต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการทำงานครับ
หากรีบร้อนมายิงเลเซอร์ซ้ำในระยะที่สั้นเกินไป
นอกจากจะไม่ช่วยให้สีจางลงเร็วขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้ดูเหมือนสียังลอยเด่นอยู่ภายนอก
และทำให้ผิวอ่อนแอเพราะไม่มีเวลาฟื้นฟูตัวเองได้ทันครับ
Q3. รอยสักอิเรซูมิแบบหลากสี ลบยากกว่าแบบขาวดำจริงไหมคะ?
A. ใช่ครับ เป็นความจริงเลยครับ
รอยสักอิเรซูมิแบบสีสัน เนื่องจากในแต่ละเฉดสีจะตอบสนองกับความยาวคลื่นเลเซอร์ที่ไม่เหมือนกัน
จึงต้องอาศัยการสลับเปลี่ยนช่วงคลื่นเลเซอร์และรักษาไปทีละส่วนอย่างเป็นลำดับขั้นตอนครับ
โดยตระกูลกลุ่มโทนสีแดงหรือสีส้มนั้น บางครั้งกลับตอบสนองและจางลงได้ง่ายกว่ารอยสักสีขาวดำเสียอีกครับ
ในขณะที่กลุ่มสีโทนน้ำเงินและสีเขียว จะค่อนข้างลบยากและละเอียดยิบย่อยเป็นพิเศษ
ดังนั้น การตรวจสอบและวิเคราะห์องค์ประกอบของเฉดสีทั้งหมดจึงเป็นด่านแรกในการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องครับ
ก่อนเข้ามาใช้บริการ สามารถปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk ก่อนได้นะครับ
บทความนี้เขียนโดยหมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ทั่วไป, สรุปแล้ว Xeomin อ่อนจริงหรือเปล่านะ?
▶รีวิวฟิลเลอร์ปากฮงแด ราคาและระยะเวลาการคงตัว โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโซล
▶โบลดริ้วรอยระหว่างคิ้วด้วย Xeomin ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นยังไงนะ?
ลบรอยสักอิเรซูมิ (Irezumi) ทำไมเขาถึงบอกว่าลบยากเป็นพิเศษกันนะ?
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแดครับ
💡 เช็กนิดนึงก่อนอ่านนะ
Q. ที่ลบรอยสักอิเรซูมิยาก เป็นเพราะว่าขนาดรอยสักมันใหญ่เฉย ๆ รึเปล่าครับ?
A. ขนาดเป็นแค่เรื่องรองครับ เหตุผลที่แท้จริงอยู่ที่ 'ความลึกและความแน่นของเม็ดสีที่ฝังอยู่ใต้ผิว' ต่างหากครับ
Q. ยิงเลเซอร์แรง ๆ จะได้ลบออกเร็วขึ้นไม่ได้เหรอครับ?
A. ยิ่งเม็ดสีมีความหนาแน่นมาก ยิ่งต้องลบอย่างเป็นขั้นตอนทีละสเต็ปครับ เพื่อที่จะลบออกได้อย่างเรียบเนียนโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้

📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้
ทำไมรอยสักอิเรซูมิถึงลบยากกว่า?
เพราะมักผ่านการสักทับ (retouch) หลายครั้ง และส่วนใหญ่เป็นผลงานของช่างสักระดับยอดฝีมือ ทำให้ปริมาณหมึกสีฝังลึกแน่นหนามาก การสลายเม็ดสีจึงทำได้ยากตามไปด้วย
อิเรซูมิ ทำไมใช้เลเซอร์ตัวเดียวกันแต่ถึงใช้เวลานานกว่า
บอกตามตรงนะครับ,
เวลาที่หมอให้คำปรึกษาเคสลบรอยสักอิเรซูมิ
หลาย ๆ คนชอบคิดว่า "ก็แค่รอยสักวงใหญ่เฉย ๆ ก็คงแค่ใช้เวลานานหน่อยมั้ง"
มีคนที่คิดแบบนี้เยอะมากจริง ๆ ครับ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่ต้องรู้ไว้ครับ
เหตุผลจริง ๆ ที่ทำให้อิเรซูมิลบยาก
ไม่ใช่เรื่องของขนาด แต่เป็นเรื่องของ 'ความหนาแน่นและชั้นระดับของเม็ดสี' ครับ
รอยสักอิเรซูมิโดยพื้นฐานแล้วเป็นศิลปะลายสักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ช่างสัก (Tattooist) ที่ทำงานประเภทนี้
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงและฝีมือดีมาก ๆ ครับ
แต่ปัญหาก็คือ ยิ่งช่างสักฝีมือดีเท่าไหร่
เขาก็จะยิ่งลงน้ำหนักสีได้แม่นยำ ฝังเม็ดสีได้ถี่ยิบ
และอัดแน่นเม็ดสีลงไปในผิวได้มากกว่าปกติครับ
แถมรอยสักอิเรซูมิ
จะมีการสักทับ (retouch) บ่อยมาก ๆ
เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบของผลงานให้สวยงามเด่นชัด
ช่างมักจะสักซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ลงที่เดิมหลายรอบครับ

และทุกครั้งที่มีการรีทัชสักทับลงไป
ปริมาณเม็ดสีหมึกที่สะสมอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) บริเวณนั้น
จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลยครับ
ถ้าเป็นรอยสักทั่วไป เม็ดสีหมึกจะ
กระจายตัวอยู่ที่ความลึกใต้ผิวประมาณ 1-2 มม.
แต่สำหรับอิเรซูมิที่ผ่านการสักซ้ำย้ำ ๆ หลายหน
ความลึกจะไม่สม่ำเสมอ
แถมความหนาแน่นของชั้นสีก็หนากว่ามากครับ
วิธีการทำงานของเลเซอร์ในการสลายรอยสักคือ
การยิงพลังงานแสงที่เข้มข้นสูงในระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ
เพื่อเข้าไปทุบทำลายอณูของเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ยิ่งมีเม็ดสีสะสมอยู่หนาแน่นแถมทับถมกันหลายชั้น
ปริมาณโมเลกุลสีที่ต้องทำลายในคราวเดียวก็ยิ่งมหาศาล
แน่นอนว่าจำนวนครั้งในการทำเลเซอร์ก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ
เรื่องนี้หมอขอชี้แจงนิดนึงครับว่า
มันไม่ใช่เรื่องของการ "ยิงให้แรงขึ้น หรือยิงให้บ่อยขึ้น" แล้วจะแก้ปัญหาได้เสมอไป
ในทางกลับกัน การพยายามใช้เลเซอร์พลังงานสูงเกินไปตั้งแต่แรกในขณะที่สีอัดแน่นหนามาก
จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนใต้ผิวหนังมากเกินไป
และเสี่ยงที่จะเกิดรอยดำคล้ำหลังทำ (PIH) หรือรอยแผลเป็นได้ง่ายขึ้นมากครับ
ดังนั้น แพลนการลบรอยสักอิเรซูมิ
แทนที่จะคิดว่าจะ 'ลบให้เกลี้ยงในคราวเดียว'
แต่กลยุทธ์การค่อย ๆ สลายตัวยาและเม็ดสีออกไปทีละชั้น ๆ
จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่ามากและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
รอยสักอิเรซูมิคืองานของ 'ช่างระดับปรมาจารย์' แต่มันกลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ลบยากขึ้นอย่างย้อนแย้งครับ
เพราะมีการแต่งสีย้ำ ๆ เม็ดสีจึงซ้อนทับกันอย่างหนาแน่น
ปริมาณหมึกสีที่เลเซอร์ต้องเข้าไปสลายตัวในครั้งเดียวนั้น ถือว่าอยู่ในคนละเลเวลกับรอยสักทั่วไปอย่างสิ้นเชิงครับ
ดังนั้น การวางแผนคาดการณ์จำนวนครั้งและเว้นระยะห่างในการทำอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จึงสำคัญที่สุดครับ
วิธีการลบรอยสักอิเรซูมิ ควรเริ่มต้นอย่างไรดี
นี่เป็นส่วนที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ นะครับ
"ถ้าไปคลินิกที่มีเครื่องเลเซอร์ดี ๆ นวัตกรรมดัง ๆ จะลบออกได้เร็วขึ้นไหมคะ?"
หมอเจอคำถามแนวนี้บ่อยมาก ๆ
ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์นั้นสำคัญแน่นอนครับ
จริงอยู่ที่กลุ่มเครื่องเลเซอร์ Picosecond laser (Pico laser) สามารถทุบสลายเม็ดสีหมึกได้ละเอียดกว่าเลเซอร์กลุ่ม Nano แบบดั้งเดิม
แต่สำหรับรอยสักที่มีความหนาแน่นของเม็ดสีสูงมากแบบอิเรซูมิ
'กลยุทธ์และการออกแบบการรักษา' ของแพทย์สำคัญมากกว่าประสิทธิภาพของเครื่องเพียว ๆ เสียอีกครับ
แม้ว่าในแต่ละเคสจะมีความแกต่างกันไป
แต่นี่คือแนวทางการรักษาที่หมอมักจะใช้ดีไซน์ให้คนไข้ครับ
อย่างแรก หมอจะต้องวิเคราะห์สเปกตรัมของโทนสีก่อน
เพราะนอกจากสีดำแล้ว รอยสักอิเรซูมิมักจะผสานสีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงินปนอยู่ด้วย
ทำให้เราต้องเลือกใช้ความยาวคลื่น (Wavelength) ที่ทำปฏิกิริยาเฉพาะเจาะจงกับแต่ละสีแยกกันครับ
เช่น เม็ดสีกลุ่มโทนดำจะตอบสนองได้ดีกับความยาวคลื่น 1064 nm,
โทนสีแดงทำปฏิกิริยากับคลื่น 532 nm,
ส่วนโทนสีน้ำเงิน/เขียว จะต้องการคลื่น 694 nm หรือ 755 nm ในการรักษา
นั่นหมายความว่า หมอต้องสลับใช้ความยาวคลื่นเลเซอร์แต่ละตัวให้ตรงกับแต่ละเฉดสีนั่นเองครับ
อย่างที่สอง หมอต้องเช็กประวัติการสักซ้ำ (Retouch) ของคนไข้เสมอ
แม้จะเป็นรอยสักอิเรซูมิเหมือนกัน
แต่จำนวนครั้งที่เติมสีมา จะทำให้การประเมินจำนวนครั้งในการยิงเลเซอร์แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ
มีคนไข้หลายคนที่เคยลบจากที่อื่นมาเป็น 10 ครั้งแล้วไม่เห็นผล แต่พอมาลบที่คลินิกของเรา
หลังจากหมอเปลี่ยนเทคนิคและกลยุทธ์ในการเข้าถึงชั้นผิว
แค่ทำไปเพียง 2-3 ครั้ง คนไข้ก็สัมผัสได้ถึงความจางลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
การปรับเปลี่ยนย่านความยาวคลื่นเลเซอร์และการปรับระยะเวลาในการเว้นช่วงทำอย่างถูกต้อง คือกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างนี้ครับ
มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากบอกเพื่อให้คนไข้ตั้งรับตามความเป็นจริงนะครับ
การลบรอยสักอิเรซูมิ โดยเฉลี่ยแล้ว
ควรเตรียมใจไว้เลยว่าจะต้องทำอย่างน้อย 10 ครั้งขึ้นไปเป็นเกณฑ์มาตรฐานครับ
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ สีที่ใช้ และระดับความหนาแน่นของการรีทัช
เคสที่ยิงเลเซอร์เกิน 20 ครั้งขึ้นไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ
แต่หากเราวางแผนระยะการรักษาแบบสมเหตุสมผลร่วมกันตั้งแต่ต้น
และคนไข้เข้ามารับบริการอย่างสม่ำเสมอ
ผลลัพธ์ที่สีรอยสักเริ่มจางลงอย่างชัดเจนหรือถูกลบออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็เป็นสิ่งคาดหวังได้อย่างแน่นอนครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. ระหว่างการลบรอยสักอิเรซูมิ มีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นไหมคะ?
A. เป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากว่าไม่มีความเสี่ยงเลยครับ
โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสักทับถมสีย้ำ ๆ กันมาหลายหน
เนื่องจากเนื้อสีฝังตัวลึกและแน่นมาก
หากแพทย์ใช้พลังงานเลเซอร์สูงเกินความจำเป็นในการยิงตั้งแต่ช่วงแรก
ความเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้หรือความร้อนทำลายเนื้อเยื่อผิวก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ใน 1-2 ครั้งแรก หมอจะเลือกใช้ระดับพลังงานที่ค่อนข้างเพลย์เซฟไว้ก่อน เพื่อสังเกตการตอบสนองของผิวก่อนเสมอ
แล้วหลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ขยับระดับพลังงานขึ้นตามระดับความเหมาะสมครับ
แม้ว่าวิธีนี้จะใช้เวลานานขึ้นอีกสักนิด
แต่การที่ลบออกได้โดยไม่มีรอยแผลเป็นทิ้งไว้กวนใจ
ย่อมให้ผลลัพธ์สุดท้ายที่คุ้มค่ากว่าแน่นอนครับ
Q2. ระยะห่างของแต่ละครั้ง ควรเว้นนานแค่ไหนดีคะ?
A. โดยปกติหมอแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 6-8 สัปดาห์ครับ
เนื่องจากเม็ดสีหมึกที่ถูกเลเซอร์ทุบจนเป็นโมเลกุลขนาดเล็กแล้วนั้น
ร่างกายจะใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophage) ค่อย ๆ จับกินและขับถ่ายของเสียเหล่านี้ออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง
ซึ่งกระบวนการขับสีนี้จำเป็นต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการทำงานครับ
หากรีบร้อนมายิงเลเซอร์ซ้ำในระยะที่สั้นเกินไป
นอกจากจะไม่ช่วยให้สีจางลงเร็วขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้ดูเหมือนสียังลอยเด่นอยู่ภายนอก
และทำให้ผิวอ่อนแอเพราะไม่มีเวลาฟื้นฟูตัวเองได้ทันครับ
Q3. รอยสักอิเรซูมิแบบหลากสี ลบยากกว่าแบบขาวดำจริงไหมคะ?
A. ใช่ครับ เป็นความจริงเลยครับ
รอยสักอิเรซูมิแบบสีสัน เนื่องจากในแต่ละเฉดสีจะตอบสนองกับความยาวคลื่นเลเซอร์ที่ไม่เหมือนกัน
จึงต้องอาศัยการสลับเปลี่ยนช่วงคลื่นเลเซอร์และรักษาไปทีละส่วนอย่างเป็นลำดับขั้นตอนครับ
โดยตระกูลกลุ่มโทนสีแดงหรือสีส้มนั้น บางครั้งกลับตอบสนองและจางลงได้ง่ายกว่ารอยสักสีขาวดำเสียอีกครับ
ในขณะที่กลุ่มสีโทนน้ำเงินและสีเขียว จะค่อนข้างลบยากและละเอียดยิบย่อยเป็นพิเศษ
ดังนั้น การตรวจสอบและวิเคราะห์องค์ประกอบของเฉดสีทั้งหมดจึงเป็นด่านแรกในการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องครับ
ก่อนเข้ามาใช้บริการ สามารถปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk ก่อนได้นะครับ
บทความนี้เขียนโดยหมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ทั่วไป, สรุปแล้ว Xeomin อ่อนจริงหรือเปล่านะ?
▶รีวิวฟิลเลอร์ปากฮงแด ราคาและระยะเวลาการคงตัว โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโซล
▶โบลดริ้วรอยระหว่างคิ้วด้วย Xeomin ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นยังไงนะ?
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ถ้าคุมสิวด้วยยาทาสิวทั่วไปอย่าง Cleartin แล้วยังไม่หาย ดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีรักษาแล้วค่ะ
Salicylic acid, ยาปฏิชีวนะ, Retinoid และ Isotretinoin มีจุดออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันนะคะ ตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงและซีสต์ มาดูวิธีการเลือกยาทาและยารับประทานที่เหมาะกับขั้นตอนและสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ผิว
สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ผิว
สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ
"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ผิว
ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้
ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

ผิว
รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้
น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1


